VF Corporation ชื่อนี้หลายคนอาจไม่คุ้นมากนัก แต่ถ้าบอกว่าเป็นบริษัทเจ้าของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Vans, The North Face, Timberland, Dickies ก็คงจะไม่สงสัยว่าทำ Supreme ถึงมีความเป็นไปได้สูงมาก ว่ากำลังอยู่ในระหว่างเจรจาปิดดีลมูลค่า $2.1 Billion USD หรือ 64,260,000,000 บาท ดีลมหากาพย์ของแบรนด์ Street ระดับยักษ์ใหญ่ Supreme ซึ่งมีบริษัทลงทุน The Carlyle Group และ Goode Partners เตรียมขายหุ้นในมือให้กับ VF Corporation โดย James Jebbia ผู้ก่อตั้ง Supreme ตัวจริงก็ได้ยืนยันว่า แม้จะมีการเปลี่ยนบริษัทผู้ถือหุ้นจริง แต่ Supreme ก็จะยังคงเป็น Supreme การทำงานจะยังคงเหมือนเดิมทุกอย่างโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีการควบคุมจาก VF Corporation “เราเคย Collab กับเกือบทุกแบรนด์ของ VF Corporation มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น
เชื่อว่าหลายคนที่ชื่นชอบในวัฒนธรรม Chicano culture (Mexican-American culture) ดนตรี รอยสัก รวมไปถึงคนที่เคยดูภาพยนตร์สารคดีอย่าง LA Originals คงจะรู้จักศิลปินชายเดี่ยวที่มีชื่อว่า ‘MISTER CARTOON’ หรือ Mark Machado กันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีฝีไม้ลายมือในการสักที่เรียกได้ว่าเป็นระดับตำนานแล้ว เขายังมีผลงานออกแบบ Collaboration กับแบรนด์ดังระดับโลกขึ้นหิ้งเอาไว้มากมาย วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับชายผู้นี้ แถมยังมีข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ของ ‘MISTER CARTOON’ ชาวไทยโดยเฉพาะมาฝากอีกด้วย ส่วนข่าวดีนั้นจะเป็นอะไร ไปติดตามดูกันได้เลย ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับที่มาที่ไปของชายคนนี้กันหน่อย MISTER CARTOON หรือชื่อจริงคือ Mark Machado ศิลปินสัก และศิลปินกราฟฟิตี้ระดับโลก เกิด โต และอาศัยอยู่ที่ Los Angeles, Califonia ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่ออายุได้ 8 ขวบ เขาก็ค้นหาพรสวรรค์ของตัวเองจนพบ นั่นก็คือการวาดรูป และทำให้เขาเริ่มต้นวาดรูปอย่างจริงจังจากนั้นเป็นต้นมา เมื่ออายุได้ 12 ปี ก็เริ่มหาเงินเลี้ยงตัวเองได้จากการใช้
หลายคงเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่า โลกนี้ช่างโหดร้าย มองไปทางไหนก็เจอแต่ปัญหาเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน การเรียน การใช้ชีวิต ฯลฯ ทุกอย่างล้วนไม่ราบรื่น และมีปัญหาที่ทำให้ปวดหัวตลอด ทุกคนเยียวยาตัวเองยังไงในช่วงเวลาแบบนี้ ? ทำงานอดิเรก เล่นกีฬา อ่านหนังสือ เพื่อละความสนใจ ? การเก็บกดอารมณ์ทำให้เกิดความเครียด ความไม่สบายใจ และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต เราเลยอยากแนะนำว่า เวลารู้สึกแย่ อย่าเก็บเอาไว้ แต่ควรนำไปคุยกับใครสักคนที่เราเชื่อใจดีกว่า เพราะ นอกจากจะช่วยลดความเครียดแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของเราด้วย งานวิจัยเผยพูดถึงปัญหาดีกว่าเก็บมันเอาไว้ วิทยาศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อเรารู้สึกไม่ดี หากพูดมันออกมา จะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า เพียงแค่พูดถึงปัญหาและแชร์ความรู้สึกกับคนที่เราเชื่อใจ ก็สามารถช่วยลดความเครียด เสริมแกร่งภูมิคุ้มกัน และลดความทุกข์ทรมานทางกายและใจ อาจเป็นเพราะ การพูดถึงความรู้สึกแย่ๆ ส่งผลดีต่อการทำงานของสมอง งานวิจัยชิ้นหนึ่ง (2007) จาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) พบว่า การเปลี่ยนความรู้สึกเป็นคำพูด (หรือที่เรียกกันว่า affect labeling ) ช่วยลดการตอบสนองของ amygdala เวลาเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้เราอารมณ์เสีย
เวลาเราย้ายงาน หรือ เข้าทำงานในที่ใหม่ สิ่งที่มักเกิดขึ้นเสมอ คือ Culture Shock เพราะเรามักไม่รู้ว่า สถานที่ทำงานใหม่ของเราจะเป็นอย่างไร 100% เราเลยมักเจอกับสิ่งที่ไม่คาดฝันในที่ทำงานใหม่ได้เสมอ และด้วยเหตุนี้เองที่ใครหลายคนรู้สึกท้อหลังจากทำงานไปได้ไม่กี่เดือน UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำวิธีการรับมือกับ Culture Shock ในที่ทำงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถปรับตัวในที่ทำงานใหม่ได้เป็นอย่างดี และมีความสุขกับการทำงานไปนานๆ Culture shock คือ ความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นจากการต้องเผชิญหน้ากับวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย มักเกิดขึ้นในช่วงที่มีการเปลี่ยนสถานที่ทำงานใหม่ หรือ ไปเรียนต่อต่างประเทศ อาจส่งผลให้เรามีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวแปลกแยก เกิดความเบื่อหน่าย และท้อแท้กับการทำงานได้ เรามักจะหลีกเลี่ยง Culture Shock ไม่ได้ และอาจใช้เวลานานหลายเดือนถึงปี กว่าจะก้าวข้ามมันไปได้ อ้างอิงจาก โมเดลโค้งตัวยู (U-curve model) ของ Sverre Lysgaard นักสังคมศาสตร์ ที่อธิบายถึงขั้นตอนในการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ของมนุษย์ ได้แก่ Honeymoon stage – ในขั้นนี้ เรายังตื่นเต้นกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ อยู่ อาจเกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์แรกที่เราย้ายไปอยู่ต่างประเทศ
คงไม่ผิดนักถ้าจะพูดว่าเครื่องแต่งกายอย่างกางเกงขาสั้น (Shorts) คือหนึ่งในไอเทมชิ้นสำคัญที่หนุ่มไทยนิยมสวมใส่ เพราะไอเทมชิ้นนี้สามารถตอบโจทย์การแต่งกายได้ในหลากหลายโอกาส แถมยังเหมาะกับสภาพอากาศร้อน ๆ ในบ้านเราได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ‘กางเกงขาสั้น’ กลับเป็นเครื่องแต่งกายที่ผู้ชายบางส่วนไม่ให้ความสำคัญมากนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพและวิธีการสวมใส่ STYLE GUIDE วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาให้ความสำคัญกับเครื่องแต่งกายชิ้นนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะวิธีการเลือกซื้อหรือเทคนิคการใช้งานซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ จะประกอบไปด้วยเรื่องอะไรบ้าง? มาทำความรู้จักและเรียนรู้ไปพร้อมกันได้เลยครับ เลือกกางเกงขาสั้นให้เหมาะสม ต้องให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง ? กางเกงขาสั้นที่ดีจะตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงจุด ไม่ว่าการสวมใส่ของคุณจะเน้นหนักไปในเรื่องของสไตล์หรือฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งหมดทำให้ขั้นตอนการเลือกซื้อเป็นเรื่องที่เราต้องพิถีพิถันและจุดที่ทุกคนควรให้ความสำคัญมีดังต่อไปนี้ ความพอดีของรอบเอว กางเกงขาสั้นมีความสำคัญไม่ต่างจากเครื่องแต่งกายชิ้นอื่น ๆ ในตู้ของคุณ ไอเทมชิ้นนี้จะให้การสวมใส่ที่เหมาะสมได้ก็ต่อเมื่อ “เราสวมใส่ในขนาดที่ถูกต้อง” ลำดับแรกคือขนาดของรอบเอวที่ควรวัดให้พอดีก่อนซื้อ โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงบ่อย ในส่วนของรูปทรงการตัดเย็บแนะนำเป็นขากระบอกตรงหรือขากระบอกที่เข้ารูปเล็กน้อยและควรหลีกเลี่ยงกางเกงที่หลวมหรือรัดแนบเนื้อขาจนเกินความพอดี ความยาวของกางเกง เมื่อพูดถึงกางเกงขาสั้น “ความยาว” ของขากางเกงเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงกันมากที่สุด และตลอดหลายปีที่ผ่านมาเชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนมีโอกาสได้เห็นพัฒนาการของเทรนด์ความยาวที่หลากหลายและการ Mix and Match ในสไตล์ต่าง ๆ ของมัน อย่างไรก็ตามความยาวมาตรฐานสำหรับการเลือกซื้อกางเกงขาสั้นที่เราอยากแนะนำคือ ปลายกางเกงควรอยู่เหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยหรือประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่บริเวณต้นขา ซึ่งบางทรงอาจจะออกแบบมาให้พับปลายได้
ถือว่าเป็นครั้งแรกและที่แรกในโลกเลยทีเดียว สำหรับอีเว้นท์เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ ต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของ ‘MSX’ มินิไบค์แนว Sport ที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 ตลอดกาลจากฮอนด้า โดยในคราวนี้ได้ฤกษ์เปิดตัว Generation ใหม่ล่าสุดของเจ้า ‘MSX’ นั่นก็คือ ‘New Honda GROM’ จัดขึ้นที่ Centerpoint Studio Thailand เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา วันนี้จึงพลาดไม่ได้ที่ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปดูกันว่า ภายในงานเปิดตัว ‘New Honda GROM’ ที่ผ่านมานี้มีสิ่งน่าสนใจอันแน่นมากแค่ไหน เริ่มกันที่ผู้บริหารของทางบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เล่าถึงคอนเซ็ปต์ของ ‘New Honda GROM’ ที่ให้คำนิยามว่า ‘Mod It Yourslef’ แต่งใหญ่…ใส่ให้สุด หรือเรียกสั้นๆ ว่า M.I.Y. โดยที่มาที่ไปของคอนเซ็ปต์นี้ ต้องการจะสื่อความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำว่า ‘GROM’ ซึ่งหมายถึง ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’ หรือที่บ้านๆ อาจจะใช้คำว่า ‘เล็กพริกขี้หนู’ นั่นเอง
หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์เกิดมาพร้อมกับเส้นผมที่ไม่มีสี เป็นสีขาวเหมือนกันทั้งโลก แต่ปัจจัยที่ทำให้เส้นผมมีสีสันนั้น เกิดจากการทำงานของเซลล์รากผม (Melanocytes) ที่ผลิตเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ออกมา สร้างสีสันที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเม็ดสีเมลานินที่ว่า ก็มีระยะเวลาที่จำนวนจะลดน้อยถอยลงตามวัยและกาลเวลาเมื่ออายุย่างเข้าเลข 30 หรือในบางคนอาจจะเจอได้เร็วกว่านั้นตามพันธุกรรม หรือที่เราเรียกว่า “ผมหงอกก่อนวัย (Premature graying)” ดังนั้นคำว่า “ผมขาว” หรือ “ผมหงอกก่อนวัย” จึงไม่ได้หมายความว่าเส้นผมของพวกเรามีสีขาวมาแทนที่สีดำ แต่เป็นการหมดไปของสีดำเนื่องจากเม็ดสีเมลานินมีจำนวนน้อยลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดไปกลายเป็นผมสีขาว ดังนั้นการถอนผมขาวแล้วหวังว่าจะงอกกลับมาดำ จึงเป็นความเชื่อผิด ๆ เพราะเมื่อเมลานินหมดไป ผมที่ขึ้นใหม่ก็จะไม่มีสีอยู่ดี ในอดีตจะมีเพียงวิธีการปกปิด โดยการทำสีผม แต่ปัจจุบันที่มีวิธีการป้องกันและฟื้นฟู เป็นเทคโนโลยีความล้ำหน้าในแชมพู MARO ซึ่งค้นพบเป็นครั้งแรกของโลกในประเทศญี่ปุ่น 1. ตามอายุขัย จากสถิติในหลายงานวิจัย พบว่าผู้ชายเอเชียอย่างเรา ๆ จะพบเห็นผมขาวได้ตั้งแต่อายุแตะเลข 30 ปีเป็นต้นไป เพราะเซลล์รากผมที่เริ่มโรยรา ไม่สามารถผลิตเม็ดสีเมลานินได้มากเหมือนแต่ก่อน เมื่อเม็ดสีดำเมลนินมีจำนวนน้อยลง ผมที่เคยดำก็ค่อย ๆ สีจางลงกลายเป็นสีขาวล้วนในที่สุด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดจนสังเกตได้ง่าย โดยมีวิธีคำนวณที่นิยมใช้กันว่า ผมจะเริ่มขาวในวัย
‘กางเกงยีนส์’ คือไอเทมแฟชั่นสุดคลาสสิค ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยก็ไม่มีวันตกเทรนด์ แถมบนหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่นของโลกเผยให้เห็นวิวัฒนาการของยีนส์ที่ยกระดับขึ้นในทุก ๆ ปี รวมถึงปีนี้ที่กางเกงยีนส์ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่โลดแล่นอยู่ในเทรนด์เสมอ UNLOCKMEN ได้รวบรวมกางเกงยีนส์ 4 แบบ 4 สไตล์ ของ Uniqlo ที่เหมาะกับแฟชั่นสไตล์ต่าง ๆ เพื่อให้เหล่าสุภาพบุรุษได้มิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าตามสไตล์ที่ตัวเองชอบ เซตสูทเข้าชุดทั้งเสื้อ กางเกง เนกไท เข็มขัด รองเท้าหนังเงาวับ อาจดูเป็นทางการมากเกินไปหน่อยในการนัดพบลูกค้าบางกรณี บางครั้งบางคราวแฟชั่นกึ่งทางการก็เป็นกุญแจสำคัญที่สร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับคู่สนทนา ลองปลดเนกไทหรือหูกระต่ายเก็บไว้ในลิ้นชัก เปลี่ยนจากเสื้อเชิ้ตติดกระดุมถึงเม็ดบนเป็นเสื้อยืด เปลี่ยนกางเกงสแลคเป็นยีนส์สักตัว พร้อมกับพกความมั่นใจไว้ไม่ให้ห่างกาย ทั้งหมดจะส่งให้เราโดดเด่นและมีมาด แถมยังเป็นตัวของตัวเองแบบไม่เกร็งหรือดูทางการเกินไปต่อหน้าลูกค้าก็น่าสนใจไม่น้อย กางเกงยีนส์กับแฟชั่นวันกึ่งทางการที่ UNLOCKMEN อยากแนะนำคือ กางเกงยีนส์รุ่น Ultra Stretch Skinny Fit สกินนี่ยืดหยุ่นพิเศษและสวมใส่สบายที่ทาง Uniqlo พัฒนาร่วมกับ ISKO บริษัทผลิตยีนส์ชั้นนำ ทำให้ Ultra Stretch Skinny Fit เต็มไปด้วยความยืดหยุ่นเป็นพิเศษด้วยอัตรายืดถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และคืนสภาพได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์
‘ความคล่องตัว’ คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนล้วนตามหา โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความรีบเร่ง เส้นแบ่งเวลาทํางาน เวลาพักผ่อน และเวลาออกไปทํากิจกรรมสุดเหวี่ยงนั้นไม่เคยตายตัว การมีนาฬิกาที่ตอบโจทย์เรื่องดีไซน์ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานทรงคุณภาพ และที่สำคัญคือต้องใช้งานได้จริง ถือเป็นหัวใจสําคัญสำหรับผู้ชาย Work Hard Play Hard อย่างเรา ๆ อย่างไรก็ตาม นาฬิกาที่ตอบโจทย์ฟังก์ชันลุย ๆ หรือเสริมความคล่องตัว อาจจะมีดีไซน์ไม่ค่อยจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องไปทํางาน หรือไม่สามารถแมทช์กับการแต่งตัวของ Urban men ได้เสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาฬิกาที่ผู้ชายต้องสวมใส่ติดตัวทุกวัน เรื่องฟังก์ชันต้องตอบโจทย์การใช้งานสูงสุด แต่ดีไซน์ก็ต้องเติมเต็มสไตล์ของ Urban Men จึงไม่ได้เจอที่ถูกใจกันง่าย ๆ แต่สำหรับ Tissot Seastar 1000 นี่คือนาฬิกาคุณภาพ Swiss ในราคาที่ครอบครองได้ง่าย และพร้อมใช้งานบนข้อมือของเราได้ในทุกสถานการณ์ทั้งในเมืองหรือในทะเล Tissot Seastar 1000 เรือนเวลาที่มีสุดยอดนวัตกรรมของนาฬิกาสปอร์ตในตัว ควบคู่กับดีไซน์โมเดิร์นร่วมสมัย สวมใส่ได้ทั้งในเมือง และพร้อมเติมเต็มความหลงใหลและกิจกรรมลุย ๆ ของผู้ชายได้ โดยเฉพาะผู้ชายที่หลงใหลการท่องเที่ยวทะเลหรือกีฬาทางนํ้า ชื่นชอบการเติมสีสันให้ชีวิตด้วยการโต้คลื่น เล่นเจทสกี ฟลายบอร์ด เวคบอร์ด เซิร์ฟ
อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ารอยสักสำหรับคนญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่จะต้องถูกซ่อนเอาไว้ใต้ร่มผ้า หรือไม่เปิดเผยให้คนอื่นเห็นมากนักเพราะไม่อย่างนั้นคุณจะต้องพบกับสายตาดูแคลนปะปนกับสายตาหวาดกลัว ซ้ำยังถูกโรงอาบน้ำสาธารณะหรือซาวน่าหลายที่ปฏิเสธที่จะให้เข้าไปใช้บริการ แม้ว่าเราจะมีเงินและเป็นลูกค้าคนหนึ่งเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ UNLOCKMEN เคยเล่าเรื่องราวความเป็นมาของการสักและรอยสักที่ชาวญี่ปุ่นมองว่าเป็นสิ่งผิดแปลกจากสังคมหรือจารีตไปแล้วใน (NIHON STORIES: รอยสักญี่ปุ่น ศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้คนทั่วโลกจับตามอง) ทั้งที่ในเวลาเดียวกันชาวต่างชาติกลับรู้สึกยกย่องและชื่นชมศิลปะญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกเล่าบนเนื้อหนังของบุคคลนั้น ๆ ซึ่งผู้สักชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะเป็นยากูซ่าหรือไม่ก็เป็นศิลปินที่ไม่ต้องทำงานออฟฟิศ ซึ่งบุคลิกและการทำงานอาจมีส่วนเล็กน้อยที่ทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างในสังคม เมื่อพูดถึงรอยสักเราจะไม่พูดถึงช่างสักก็คงไม่ได้ เพราะพวกเขาคือผู้สร้างสรรค์ศิลปะอันประณีตที่จะอยู่กับคนที่มาสักไปตลอดชั่วชีวิต และในประเทศญี่ปุ่นมีช่างสักผู้โด่งดังคนหนึ่งนามว่า ‘Horimitsu’ (โฮริมิตสึ) ที่มีส่วนช่วยทำให้วัฒนธรรมการสักของญี่ปุ่นยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ซ้ำยังสร้างชื่อไปทั่วทุกมุมโลก และช่างสักก็ได้มีส่วนช่วยให้คนรุ่นใหม่เริ่มไม่ได้มองว่ารอยสักเป็นเรื่องน่ากลัวอีกต่อไป แต่มันคือศิลปะแขนงหนึ่งที่งดงามต่างหาก “คนที่ไม่มีรอยสักหรือไม่ชอบการสักมักมองว่าคนที่มีรอยสักจะต้องเกี่ยวข้องกับยากูซ่า แต่ทั้งสองสิ่งอย่างยากูซ่าและรอยสักไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องลึกซึ้งกันขนาดนั้น” – Horimitsu โฮริมิตสึ หรืออีกชื่อที่คนในวงการเรียกสั้น ๆ ว่า ‘มิตสึซัง’ เป็นช่างสักที่เปิดร้านสักอยู่ในย่านอิเคะบุคุโระ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประสบการณ์ที่เรียกได้ว่าคร่ำหวอดในวงการนานกว่า 30 ปี ทำให้ชื่อเสียงของเขาถูกพูดถึงในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการสักและช่างสักด้วยกัน ประกอบกับสไตล์การใช้เข็มวาดลวดลายของเขาจะใช้เทคนิคการสักญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียกว่า ‘Tebori’ (เทโบริ) อายุกว่า 400 ปี ที่ขึ้นชื่อเรื่องสีสันสดสวยคงทนเหมือนกับวันแรกที่ไปสักแม้จะเวลาจะล่วงเลยมาพักหนึ่งแล้วก็ตาม เทคนิคการสักแบบเก่าแก่ของมิตสึซังจะกินเวลานานกว่าการสักแบบปกติ เขาจะใช้ปากกาสีส้มวาดภาพที่ต้องสักบนผิวหนังแบบช้า ๆ ด้วยความพิถีพิถัน จากนั้นค่อยใช้ปากกาเส้นพู่กันวาดซ้ำอีกรอบ มิตสึซังมักไม่ใช่เครื่องสักในการทำงาน และชอบใช้ใบมีดสเตนเลสแบบด้านเดียวที่ติดอยู่กับด้ามไม้แท่งยาวกรีดลงไปบนเนื้อ ย้ำซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะได้สีสันลวดลายตามที่เขาพอใจ
รองเท้าคือหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่ผู้ชายอย่างเราต่างให้ความสำคัญ การเลือกรองเท้าที่สวมใส่ให้เหมาะสมจะช่วยสร้างสไตล์ที่เนียนตา ไม่ว่าเราจะหยิบชุดไหนมาสวมใส่ออกจากบ้านก็ตาม โลฟเฟอร์ (Loafers) รองเท้าอีกหนึ่งชนิดที่หนุ่ม ๆ หลายคนรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะนี่คือคลาสสิกไอเทมที่เหมาะสมกับการแต่งตัวหลากหลายสไตล์และการลงทุนกับโลฟเฟอร์คุณภาพดี ๆ สักคู่จึงเป็นเรื่องที่เราอยากให้คนที่ยังไม่มีไอเทมชิ้นนี้ติดตู้ลองทบทวนกันดูอีกครั้ง อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจว่าโลฟเฟอร์แบบจะเหมาะกับการตัวคุณ STYLE GUIDE วันจะขอพาหนุ่ม ๆ ทุกคนไปทำความรู้จักข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับรองเท้าชนิดนี้อีกครั้ง อย่ามัวเสียเวลาและมาทำความรู้จักไอเทมชิ้นนี้ไปพร้อมกันได้เลยครับ โลฟเฟอร์ (Loafers) คืออะไร ? โลฟเฟอร์คือชนิดรองเท้าที่ไม่มีเชือกผูกรองเท้าหรือเชือกผูกในส่วนต่าง ๆ โดยทั่วไปมักจะทำจากหนังหรือหนังกลับเรียกว่าเป็นโมเดล Slip-on ยุคแรกที่มอบทั้งสไตล์คลาสสิกและการสวมใส่ที่คล่องตัวจนทำให้หนุ่ม ๆ ทั่วโลกให้ความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน วัสดุของรองเท้าโลฟเฟอร์ สำหรับคนที่กำลังมองหาโลฟเฟอร์ รองเท้าชนิดนี้ส่วนใหญ่นิยมผลิตจากหนัง (Leather) หรือหนังกลับ (Suede) ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดมีจุดแข็งและจุดอ่อนแตกต่างกันออกไป เริ่มจากโลฟเฟอร์หนัง โลฟเฟอร์ชนิดนี้จะให้ความรู้สึกเรียบหรูจากหนังมันวาวซึ่งเหมาะกับสวมใส่กับชุดที่เป็นทางการรวมถึง Smart Casual ที่ดูคล่องตัว อย่างไรก็ตามโลฟเฟอร์ชนิดนี้จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับขั้นตอนการเก็บรักษา การขัดเงาซึ่งจะช่วยรักษาอายุการใช้งานให้คงอยู่นานหลายปี ขณะที่โลฟเฟอร์หนังกลับเป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับสวมใส่กับชุดที่เป็นทางการกว่า ละเอียดอ่อนกว่า เช่น Dress Pants หรือสวมใส่คู่กับสูทและชุดเป็นทางการที่เน้นความหรูหรามากกว่า อย่างไรก็ตามปัจจุบันการสวมใส่โลฟเฟอร์หนังกลับคู่กับชุดสไตล์อื่นก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ชนิดของโลฟเฟอร์ Penny Loafers: เริ่มต้นคู่แรกกับ
บอกตรง ๆ ว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก Swatch เรือนเวลาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนที่เปรียบเสมือนมหานครแห่งโลกนาฬิกา แต่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่าสวิตเซอร์แลนด์เคยเกือบเสียตำแหน่งเบอร์หนึ่งแห่งอุตสาหกรรมเครื่องบอกเวลาไปกับวิกฤตการณ์ Quartz ในช่วงยุค 70 – 80 จนกระทั่งในปี 1983 เหล่าผู้ประกอบการธุรกิจนาฬิกาสวิสได้ปรึกษาหารือแล้วว่าจะไม่ทนอีกต่อไป จึงได้ร่วมมือกันกอบกู้สถานการณ์ ด้วยการพัฒนานาฬิกาพลาสติกระบบ Quartz ตัวเรือนบางเฉียบ ดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย สีสันหลากหลายราคาไม่แพง ออกมาแลกหมัดกับนาฬิกา Quartz จากแดนปลาดิบให้รู้ดำรู้แดงกันไป ผลสุดท้าย ด้วยคุณภาพอันเป็นที่ร่ำลือของนาฬิกา Swiss Made ที่จับต้องได้ในราคาเป็นมิตร ทำให้นาฬิกากู้ชาติของสวิสเรือนนี้ได้รับความนิยมถล่มทลายไปทั่วโลก ช่วยพลิกฟื้นธุรกิจส่งออกนาฬิกาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง และเจ้านาฬิกาพลาสติกเรือนที่ว่าก็คือนาฬิกา Swatch ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก และน่าจะเคยครอบครองมาแล้วอย่างน้อยคนละเรือนสองเรือน จากการ Debut สู่สายตา และข้อมือชาวโลกในฐานะนาฬิกาพลาสติก ราคาประหยัด สีสันสดใส ทำให้ใคร ๆ ต่างก็มีภาพจำกับความเป็นนาฬิกาพลาสติกของ Swatch แต่จริง ๆ แล้วตลอด 37 ปีที่ผ่านมา Swatch ได้สร้างสรรค์เรือนเวลาหลากรูปแบบ หลายฟังก์ชัน


