ในงาน Baselworld 2018 ที่ Switzerland เป็นการรวมนาฬิกาครั้งใหญ่ที่สุดจากทั่วโลก หลายแบรนด์มักจะเลือกใช้โอกาสนี้ในการเปิดตัวเรือนเวลารุ่นใหม่อยู่บ่อยครั้ง แน่นอนว่ามันเป็นจังหวะที่ดี เนื่องจากมีสื่อและนักสะสมจำนวนมากต่างให้ความสนใจเข้าไปเยี่ยมชม ไม่ต้องพูดถึงมูลค่ามหาศาลของนาฬิกาที่รวมกันในงานนี้ ต่อให้เป็นท่านประวิตรผู้มีนาฬิกาโคตรหรูกว่า 24 เรือน (เท่าที่รู้) ยังต้องชิดซ้าย ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะเจาะลึกนาฬิกาเด็ด ๆ ในงานนี้ให้ครบทุกรุ่น เราจึงอยากหยิบรุ่นที่เป็นมิตรกับคนหมู่มากที่สุด และโดนใจเราที่สุดมาแนะนำ นั่นก็คือ ROLEX GMT-MASTER II REFERENCE 126710 BLRO PEPSI BAZEL ROLEX ใช้เวทีนี้เปิดตัวนาฬิกาตระกูล GMT-MASTER II รุ่นใหม่ล่าสุด เปลี่ยนกลไกการทำงานจากเครื่องเก่า 3186 เป็น Calibre 3285 รุ่นล่าสุด ระบบไขลานอัตโนมัติ เด่นเรื่องความเที่ยงตรง สำรองพลังงานได้ยาวนานกว่าเดิมถึง 15% หรือราว 70 ชั่วโมง จากเครื่องเก่าที่สำรองได้ราว 48 ชั่วโมง ทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก พร้อมหน้าปัด Cerachrom เซรามิค PEPSI 2 สี
หากพูดถึงการปล้น วิ่งราว ชิงทรัพย์ แล้วส่วนใหญ่เรามักจะคิดถึงการขโมยของมีค่าที่สามารถนำไปขายต่อได้ราคาสูงอย่างเช่น ทองคำ นาฬิกาหรู หรือล้วงกระเป๋าเงินกันซึ่ง ๆ หน้า แต่นับว่าเป็นข่าวแปลกใหม่ของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะเทรนด์การปล้นช่วงหลัง ๆ เริ่มพุ่งเป้าหมายมายังสินค้าที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะกลายเป็นของล่อตาล่อใจโจรอย่าง รองเท้าสนีกเกอร์ ซะอย่างนั้น สืบเนื่องจากรายงานข่าวต่างประเทศ บอกว่าพนักงานคนหนึ่งของ UPS ผู้ให้บริการด้านการส่งพัสดุได้ทำการขโมยรองเท้าจากลูกค้าเสียเอง แต่โชคร้ายไม่ทันได้ใช้ตังค์ ก็มาถูกตำรวจจับกุมไปเสียก่อน ซึ่งจากการเปิดเผยของผู้ต้องหา Halif Bryant วัย 41 กล่าวว่าเขาได้ทำการขโมยรองเท้าจำนวน 3 คู่เพื่อนำไปขายต่อยังตลาดมืดและได้ราคาสูงถึง $1,100 USD (3x,xxx บาท) ก่อนถูกจับกุมตัว ซึ่งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ขโมยรองเท้ากันเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปีกลายเพิ่งจะมีข่าวรถบรรทุกขนรองเท้า Nike ได้ถูกขโมยในรัฐ Tennessee และสูญเงินไปกว่า $14,000 USD และไหนจะข่าวการบุกงัดเข้าไปยังโกดังรองเท้าในย่าน LA ที่กลุ่มโจรได้กวาดรองเท้าจากคลังสินค้าไปจนเกลี้ยงโดยมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นราว ๆ $900,000 USD จึงนับว่าเทรนด์ของโจรใน พ.ศ. นี้ดูเหมือนจะพุ่งเป้าหมายมาที่รองเท้ามากขึ้น แต่ถ้าหากเราวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกจะพบว่าไม่ใช่เรื่องน่าน่าแปลกใจ เพราะชั่วโมงนี้การขายสินค้าประเภทแฟชั่นโดยเฉพาะ limited item ทั้งหลาย สามารถทำกำไรได้มากกว่าขายทองหรือหุ้นเสียอีก เพียงแต่ในประเทศไทยวัฒนธรรมการแต่งตัวอาจจะยังไม่ได้เข้าถึงทุกคน
การออกแบบถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะมันโคตรมีส่วนในการดึงดูดให้คนสนใจ ยิ่งในวงการธุรกิจ การสร้างเครื่องหมายการค้าที่เตะตา จะยิ่งทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ ลองสังเกตแบรนด์ระดับโลกอย่าง NIKE, Coca Cola, IKEA และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ผู้คนมักจะจำแบรนด์ได้จากโลโก้และการใช้สีก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญสำหรับการเลือกให้เหมาะสมกับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าให้ความสนใจและเป็นที่จดจำ UNLOCKMEN จะมาแนะนำทริกเล็กน้อยให้คุณเลือกสีแบรนด์ของคุณให้เตะตาจนลูกค้าต้องเหลียวกลับมามองอีกครั้ง ใช้วงล้อสี วงล้อสีแบบที่เราเคยระบายสีน้ำกันในตอนประถมฯนั่นแหละ ตัวช่วยชั้นเยี่ยม! เราจะได้เห็นสีที่แบ่งเป็นโทนร้อนโทนเย็นและสีคู่ตรงข้าม ซึ่งเป็นด่านแรกสำหรับการเลือกสีในงานดีไซน์ หากเรามองหาลูกเล่น หรือหลีกเลี่ยงสีที่ไม่ไปด้วยกัน เราจะได้เห็นสีในภาพรวมทั้งแต่การไล่โทนสี ความเข้ม ความอ่อน คุณต้องการจะสื่อสารกับคนที่มองแบรนด์แบบไหน ก็ต้องเลือกใช้สีให้ถูกต้อง การดูวงล้อสีจากภาพรวมจึงสามารถเลือกได้แทบจะทุกสีที่มีบนโลกนี้ สีที่คู่กัน ไม่ว่าจะเป็นสีคู่ตรงข้าม หรือสีที่นิยมใช้คู่กัน อย่าง IKEA เป็นตัวอย่างของสีคู่ตรงข้ามที่ดี โดย TEXT สีเหลืองบนพื้นหลังสีน้ำเงินสดใส แม้จะเป็นสีตรงข้าม แต่ด้วยความที่มันเป็นโลโก้ของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง มันจึงเป็นอะไรที่สะดุดตามากกว่าขัดกัน หรือสีที่นิยมใช้คู่กันในงานดีไซน์ พวก สีเทา – สีครีม ที่แม้จะไม่ได้เป็นสีคู่ตรงข้าม แต่มันคือสีที่เอามาวางคู่กันแล้วช่างเข้ากันซะเหลือกัน ลองหา Reference ตามเว็บดีไซน์จะมีตัวอย่างการใช้สีทั้งภาพถ่ายและงานดีไซน์ สีบ่งบอกตัวตน การเลือกสีสำหรับโลโก้หรือสีประจำแบรนด์จะบ่งบอกถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยตรง ว่าต้องการสื่อสารออกไปยังไง อย่างสีโทนเย็น
เรื่องของแฟชั่นแต่ละคนอาจจะให้ความสําคัญแตกต่างกันออกไป ทว่าสําหรับคนที่ใส่ใจเรื่องสไตล์ของตัวเองและแสดงตัวตนผ่านทางเสื้อผ้าที่เลือกใส่นั้น เวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงคอลเลคชั่นในแต่ละฤดูกาลจึงเป็นเรื่องสนุกตื่นเต้นที่จะได้อัพเดทลุคของตัวเองให้ตามเทรนด์อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะซัมเมอร์นี้ นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่หนุ่ม ๆ จะได้เฉลิมฉลองกับช่วงเวลาพักผ่อนอย่างเต็มเหนี่ยว แถมด้วยความร้อนแรงของแสงแดด ที่ทำให้เราอยากจัดเต็มเพื่อดึงดูดสายตาของทุกคนแข่งกับสภาพอากาศเมืองไทยให้มันรู้กันไปเลยว่าใครที่แน่กว่ากัน แล้วถ้าหากพูดถึงวัฒนธรรมแฟชั่นที่มีอิทธิพลกับหนุ่มไทยมากที่สุดตลอดมา คงจะหนีไม่พ้น Japanese Style ที่กลมกลืนผสมผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์แบบไทย ๆ ไม่ว่าจะเป็นมินิมอลหรือโอเวอร์ไซส์เป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อเป็นการอัพเดทเทรนด์ใหม่ล่าสุดให้เหมาะสมกับช่วงหน้าร้อน ทีมงาน UNLOCKMEN ได้จัดลุคเฉียบ ๆ จนเรียกได้ว่าเป็น Dress-2-kill แบบฉบับ “Nippon Boy” มาฝากทุกคนกัน #LOOK1 Working Sharp จุดเด่นอย่างหนึ่งของสไตล์การแต่งตัวแบบ Nippon คือต้องมีดีเทลให้น้อยที่สุดเพื่อสะท้อนอารมณ์แบบมินิมอล โดยเฉพาะโทนสียิ่งเรียบง่ายยิ่งดี ดังนั้นเราจึงเลือกชุดเป็นสูทสีเทากระดุมเดียวแบบโอเวอร์ไซส์ ที่ให้ความรู้สึกแบบ Japanese เพิ่มดีกรีรับซัมเมอร์ให้ชุดทำงานไม่ดูน่าเบื่อ มีสีสันขึ้นด้วยการเสริมด้วยเสื้อ polo สีเหลืองสแซมเข้าไป พร้อมจับคู่กับรองเท้าหนังดี ๆ สักคู่ จากนั้นหาเครื่องประดับอย่างเช่น นาฬิกาดี ๆ สักเรือนมายกระดับ Overall look ให้เฉียบคมสะกดทุกสายตาในเวลาทำงานของคุณ อย่างเช่นนาฬิกา ALBA รุ่น AT3C31X ด้วยดีไซน์เรียบหรูสะดุดตาด้วยหน้าปัดสีทองไล่สีกับสายสเตนเลสสตีลที่ตัดกันอย่างลงตัว #LOOK2 Casual
หากพูดถึงแบรนด์แฟชั่นผู้ชายที่มีเอกลักษณ์ของลายกราฟิกอันโดดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก architecture, design ต่าง ๆ อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ Blackbarrett by Neil Barrett รวมอยู่ด้วยเพราะแบรนด์นี้ถือว่ามีต้นกำเนิดที่ไม่ธรรมดา เนื่องจากเป็นผลงานส่วนตัวของดีไซเนอร์ชาวอังกฤษที่ชื่อ Neil Barrett ผู้เคยดำรงตำแหน่งครีเอทีฟไดเรคเตอร์ให้ห้องเสื้อชื่อดังมากมาย อาทิ Gucci และ Prada จนกระทั่งในปี 1999 เมื่อ Neil ตัดสินใจนำไอเดียมาก่อตั้งแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การเล่นคู่สีขาว-ดำที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างลงตัว ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีในหมู่ผู้ชายทั่วโลก สำหรับ Blackbarrett by Neil Barrett อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ลูกของ Neil Barrett เนื่องจากมีการนำเทคนิค แพทเทิร์นและคอนเซ็ปต์ต่าง ๆ มาจากแบรนด์แม่ ต่างกันตรงที่ Blackbarrett by Neil Barrett นั้นมีการปรับใช้ดีไซน์ปริ้นท์ที่แตกต่างมาสร้างความโดดเด่นทำให้เป็นที่สะดุดตา มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้แล้วคาแรคเตอร์ของแบรนด์ยังมีความสนุก เท่ แตกต่าง แบบความเป็น Urban แถมที่สำคัญยังมี Asian Fit
เดี๋ยวฝนก็ตก เดี๋ยวแดดก็ออก เดาไม่ถูกแล้วสำหรับสภาพอากาศในบ้านเราที่วันหนึ่งเปลี่ยนไปไม่รู้กี่ฤดู แต่ดูเหมือนช่วงสัปดาห์หลังจากนี้เป็นต้นไป หนุ่ม ๆ UNLOCKMEN จะต้องเผชิญกับอากาศร้อนแบบยาว ๆ ชนิดเหงื่อไหลไคลย้อยอย่างที่เราคุ้นเคยกันดี แล้วเมื่อถึงคราวเปลี่ยนฤดูกาลก็เป็นเรื่องธรรมดาต้องมาอัพเดทตู้เสื้อผ้าใหม่ตามไปด้วย เพราะครั้นจะใส่เสื้อผ้าเลเยอร์หลายชั้นคงดูจะเป็นอะไรที่ไม่เหมาะสมเท่าที่ควร ดังนั้น STYLE GUIDE ในวันนี้เราจะมานำเสนอคีย์ไอเทมเจ๋ง ๆ เหมาะกับหน้าร้อนไว้เพิ่มความคูลให้กับลุคของตัวเอง Summer Vacation สำหรับชิ้นแรกที่เราอยากจะแนะนำคือ Print Shorts & Swimwear Items เพราะหากพูดถึงฤดูร้อน ย่อมนึกถึงการออกท่องเที่ยวทะเลไปเดินเล่นบนหาดทะเลสวย ๆ รับลมปะทะหน้าเย็น ๆ ซึ่งจะใส่กางเกงยีนส์ขายาวในซีซั่นนี้คงไม่เหมาะเสียเท่าไหร่ ดังนั้นเราขอแนะนำกางเกงขาสั้น (boardshorts) ลายพิมพ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลาย nautical stripe โดยทำให้สนุกยิ่งขึ้นเมื่อเลือกจับคู่สีอย่างสี navy ตัดด้วยลายพิมพ์สีแดง หรือ สีดำคู่กับสีเขียวมินท์ สามารถใส่เป็นกางเกงกึ่งเซิร์ฟได้อย่างสบาย เพียงแค่นำมามิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อยืดสีดำทับด้วยแจ็คเก็ตฮู้ดดี้ก็ให้อารมณ์หนุ่มขี้เล่นอย่างมีสไตล์ในช่วงซัมเมอร์ร้อนแรงเช่นนี้ ไอเทมชิ้นที่สองซึ่งจะขาดไปเลยไม่ได้เพราะนับว่ามาแรงจริง ๆ สำหรับ SAFARI & SUMMER SHIRTS เนื่องจากเมื่อเราพูดถึงหน้าร้อน หลายคนคงหนีไม่พ้นเสื้อสไตล์ฮาวายหรือเสื้อซาฟารีที่ให้อารมณ์ลำลองในช่วงอากาศแรง ๆ เช่นนี้ได้เป็นอย่างดี
เข็มขัด หนึ่งในเครื่องแต่งกายที่มักโดนมองข้ามเสมอ แม้จะเป็นสิ่งที่สำคัญด้านฟังก์ชั่นการใช้งานและประโยชน์ใช้สอย แถมยังเป็นตัวส่งเสริมลุคด้านแฟชั่นอีกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทว่าน่าเสียดายที่ผู้ชายหลายคนมักไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับ ไอเทมชนิดนี้เท่าใดนัก นอกเสียจากการเป็นเครื่องมือสำหรับรัดกระชับ กางเกงหลวม ๆ เท่านั้น เพื่อให้ชาว UNLOCKMEN ทำความรู้จักเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายชิ้นดียิ่งขึ้น เราจึงอยากมาแนะนำทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยว เข็มขัด ว่ามีกี่ประเภท ความเหมาะสมในการสวมใส่ใช้งาน รวมไปถึงวิธีการซื้อ จนเรียกได้ว่า เป็นคู่มือขนาดย่อม ๆ สำหรับผู้ต้องการศึกษาเรื่องราวเพื่อปลดล็อคความรู้รอบเอวของคุณโดยเฉพาะ What is a Belt เริ่มทำความรู้จักกันก่อน เข็มขัดคือเครื่องแต่งกายสำหรับดึงรัดเกงกางเข้ากับรอบเอวของคุณ เพื่อปรับหัวของกางเกงให้อยู่ในระดับเหมาะสม และมักใช้เมื่อพบเจอกันปัญหาขอบกางเกงมีขนาดไม่พอดีกับสัดส่วนร่างกาย ทั้งยังมีประโยชน์ในการใช้เหน็บหรือเกี่ยวกับสิ่งของ เหมือนกับ Batman หรือคุณตำรวจทำกัน อาจจะเป็นกระเป๋าแว่นตา ไปจนถึงทุกอย่างที่คุณต้องการเก็บไว้ใช้ได้อย่างถนัดมือ ส่วนใหญ่มักออกแบบให้มีผิวราบเรียบ เพื่อให้สะดวกต่อการสวมใส่และใช้งาน Anatomy of a Belt โดยทั่วไปเข็มขัด จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. หัวเข้มขัด ( Buckle ) และสายเข็มขัด ( Strap
นับตั้งแต่ Rene Lacoste ติดสินใจปฏิวัติเสื้อสำหรับกีฬาเทนนิสจาก Tennis White ( เสื้อเชิ้ตขาวทำจากผ้ากำมะหยี่แบบหลวม ) กลายเป็นเสื้อจากผ้าฝ้ายปิเก้น้ำหนักเบา มาพร้อมกระดุมและปกคอเสื้อแบนราบที่เราเรียกกันติดปากว่า เสื้อโปโล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย เสื้อโปโลก็ลงยังคงรักษาเอกลักษณ์ความคลาสสิคของตัวเองไว้ได้เสมอมา จนกลายมาเป็นหนึ่งในรูปแบบการแต่งตัวของผู้ชายที่ได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน ด้วยเนื้อผ้าระบายอากาศได้ดีเหมาะกับอากาศร้อน ๆ ในบ้านเรา เสื้อโปโล จึงมักเป็นไอเทมที่ทุกคนมักมีติดตู้ไว้เสมอ วันนี้ UNLOCKMEN ได้หยิบยกเหตุผลรวมถึงวิธีสวมใส่ เครื่องแต่งกายชนิดนี้อย่างเหมาะสม สำหรับช่วยให้คุณเพิ่มความเข้าใจก่อนจะหยิบมันออกมาจากตู้ เพื่อสวมใส่เข้ากับทุกสถานการณ์ #3 เหตุผลที่ทำให้เสื้อโปโลคลาสสิคตลอดกาล 1. สวมใส่สบาย คำจำกัดความสั้น ๆ แต่สำคัญสำหรับการเลือกเสื้อผ้าเพื่อสวมใส่ เสื้อโปโลเองสามารถตอบโจทย์ด้านนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวัสดุจากผ้าฝ้ายปิเก้ ที่ระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม สัดส่วนและการออกแบบมีจุดประสงค์ดังเดิมเพื่อใช้เล่นกีฬา ทำให้ไม่ว่าคุณจะนอนอ่านหนังสือ หรือ ใส่ล้างรถหน้าบ้าน เสื้อโปโลก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เสมอ 2. .ใคร ๆ ก็ใส่ได้ พื้นฐานสำคัญของเสื้อโปโลทุกยุคทุกสมัย คือ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนสนใจแฟชั่นหรือไม่ จะมีสัดส่วน สูง ยาว เข่า ดี หรือเตี้ย ล่ำ ดำ
“สบายมากครับ” เป็นคำพูดที่บรรดาชายชาตรีมาดแมนอย่างเรามักจะใช้บอกคนรอบข้างบ่อย ๆ เวลามีปัญหา หลายครั้งก็เป็นการหลอกตัวเองว่าเราสบายดี ยิ่งกับเรื่องอารมณ์ด้วยแล้ว ภาวะผู้นำของเราเหมือนถูกกำหนดมาให้ต้อง Keep Calm อยู่บ่อย ๆ ทั้งที่ในใจบางทีก็เดือด เหงา เศร้า เหมือนคนอื่น ๆ จนสุดท้ายกว่าจะรู้ตัวอีกทีสติที่มีก็ขาดผึงไปจนอาการย่ำแย่ เพื่อกอบกู้อารมณ์ที่เก็บไว้ข้างในให้ใสสะอาดไม่ขุ่นมัว มันเลยมีนวัตกรรมชิ้นนี้ขึ้นมา เรียกว่า “ชุดปฐมพยาบาลอารมณ์” ไว้ใช้เป็นอุปกรณ์สามัญประจำบ้านติดตัวไว้อีกกล่องเพิ่มจากพวกกล่องยาแดง แอลกอฮอล์ หรือสำลี ที่ต้องมีรักษาแผลสด โดยเกิดจากการตั้งคำถามของ Rui Sun ดีไซน์เนอร์ที่ตั้งคำถามว่าทำไมโลกใบนี้มันถึงผลิตแต่โปรดักส์รักษาแผลกายไม่ยอมเหลียวแลแผลใจกันบ้าง “Why do so many products ease physical pain and so few treat emotional stress?” – Rui Sun เปิดกล่อง หยิบใช้ เพื่อให้ครอบคลุมเรื่องเครียด ข้างในกล่องปฐมพยาบาลอารมณ์จะมีของให้เราได้ใช้อยู่ 5 ชิ้น จากการสำรวจคร่าว ๆ
พูดถึงรถมอเตอร์ไซค์ คนทั่วไปคงจะแบ่งรูปแบบของรถมอเตอร์ไซค์ง่าย ๆ เป็นรถแม่บ้าน รถออโต้ รถบิ๊กไบค์ แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ายังมีกลุ่มคนจำนวนมากที่หลงรักมอเตอร์ไซค์อีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า “มินิไบค์” และหากพูดถึงเรื่องราวของ “มินิไบค์” ชื่อของ Honda Monkey น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่คนนึกถึง เจ้ารถคันเล็กหน้าตาน่ารักนี้มันมีอะไรน่าสนใจถึงครองใจเหล่าไบค์เกอร์และนักสะสมรถมาได้ยาวนานกว่า 50 ปี วันนี้ UNLOCKMEN จะพาย้อนกลับไปดูเรื่องราวของ Honda Monkey ว่าอะไรที่ทำให้คนจำนวนมากต้องหลงรักเจ้ารถไซส์มินิคันนี้ เริ่มจากเรื่องเล่น ๆ Honda Monkey นั้นถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 แรกเริ่มเดิมทีเจ้าลิงน้อยนี้ไม่ได้เกิดมาจากความตั้งใจจะออกแบบมาเพื่อขาย แต่เกิดจากความนึกสนุกของพนักงานในบริษัทฮอนด้าที่อยากจะทดลองทำมอเตอร์ไซค์คันเล็ก ๆ ไว้ขี่เล่นเวลาว่าง! และเรื่องราวหลังจากนี้จึงเป็นตัวอย่างของคำว่า “ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์” ได้ชัดเจนที่สุด เพราะพนักงานคนนั้นได้เอาเวลาว่างไปยกเครื่องยนต์ขนาด 50 ซีซี ที่มีขายอยู่แล้ว มายัดลงตัวถังเล็ก ๆ สีขาว ๆ กับโครงรถสีแดงตัดกันสวยงามพร้อมล้อจิ๋วขนาด 5 นิ้ว แล้วก็…เปล่า! ยังไม่ได้เป็น Honda Monkey หลังจากประกอบเสร็จชื่อแรกของมันไม่ใช่ Monkey
เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อว่าสไตล์ก็อดอย่าง Kanye West ก็มีไอดอลในการแต่งตัวกับเขาเช่นกัน เพราะใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่เปรียบเหมือนตัวพ่อแถมยังเป็นคนกำหนดเทรนด์แฟชั่นของโลกจะมีโรลโมเดลกับเขาเช่นกัน เพราะต้องสารภาพตามตรง ก่อนหน้านี้เราคิดมาเสมอว่า Kanye West จะต้องเป็นคนที่เซ้นท์การแต่งตัวเหมือนพระเจ้าประทานมาให้คิดรูปแบบแพตเทิร์นดีไซน์ด้วยตัวเอง จนเกิดเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกต้องแต่งตัวตาม แต่ปรากฎเรื่องน่าเหลือคือ Kanye เองก็ยังเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่นำแรงบันดาลใจจากหลาย ๆ แห่งมาสร้างสรรค์เป็นสไตล์ของตัวเอง ซึ่งจากการเปิดเผยล่าสุดทำให้เรารู้ว่าในช่วง 3-4 ปีหลังมานี้ใครคือคนที่ Kanye West ใช้เป็นแรงบันดาลกับสไตล์ของตัวเองมากที่สุด จนเราถึงกับร้องอ้อเนื่องจากไม่เคยสังเกตมาก่อน ทว่ามันกับตรงเป๊ะ ๆ มาก Shia LaBeouf ที่หลายคนมองว่าเขาเพี้ยน สติไม่ปกติ แต่ครั้งหนึ่งทีมงาน UNLOCKMEN เคยวิเคราะห์การแต่งตัวของเขาแล้วว่าสุดโต่งและเป็นตัวเองมาก ๆ เพราะตลอดเวลากว่า 10 ปีหลังจากที่ Shia (content) ค้นพบสไตล์ของตัวเองที่ผสมผสานระหว่าง Millitary และ Athleisure เกิดเป็น Normcore ที่ตัวเขาเองเรียกมันว่า “Blue Collar” จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ Kanye รู้สึกชื่นชอบในตัวเขา ถ้าหากเราย้อนดู Yezzy คอลเลคชั่น หรือ Style
เชื่อว่าเราทุกคนล้วนมีความฝัน ถ้าเรานึกย้อนไปในอดีตครั้งวัยเยาว์เมื่อแรกเริ่มจำความได้ น่าจะมีสิ่งที่อยากได้อยากครอบครองไม่มากก็น้อย อาจจะเป็นของเล่นสักชิ้น อาจเพราะเราเห็นเด็กคนอื่นเล่นของเล่นชิ้นนั้น หรือเห็นของเล่นชิ้นนั้นถูกวางขายอยู่ในร้านของเล่นที่พ่อแม่มักรีบจูงเราหนีเพราะกลัวเสียสตางค์ เราจึงรับรู้ได้ถึงความอยากครอบครองจากภายในตัวตนของเรา เพราะความอยากมักจะเกิดจากการสื่อสารหรือสิ่งเร้ามากระตุ้นความรู้สึกของเรา ในช่วงชีวิตของคนเราเมื่อทำการแสวงหาปัจจัยในการดำรงชีวิตมาพอระดับนึงแล้วก็มักจะถวิลหาสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในชีวิตให้ได้ตื่นเต้น ได้คิดในสิ่งใหม่ ๆ ได้ทำในสิ่งใหม่ ๆ ลองนึกถึงเวลาเราจีบผู้หญิงใหม่ ๆ ดูสิครับว่าทำไมใจเราถึงเต้นรัวแทบไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกนี้ใช้ได้ดีกับสื่อโซเชียลเช่น Instagram หรือ Facebook โลกที่เรามักจะเข้าไปแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ เราสามารถรู้จักพบเจอหรือเข้าใจแบรนต์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น เราสามารถพบปะผู้คนสื่อสารกันง่ายขึ้น ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือแม้แต่องค์ความรู้ใหม่ ๆ อย่างง่ายดาย ความถวิลหาที่จะครอบครองสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะสิ่งที่สามารถแสดงความเป็นตัวตนสำหรับผู้ชายจึงมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ใครจะคิดว่าประเทศไทยในรอบสิบปีที่ผ่านมานี้จะมีรถ Porsche วิ่งกันเกลื่อนถนนแบบทุกวันนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะข้อมูลข่าวสาร การที่เราเสพข้อมูลได้ง่ายเราจึงเริ่มตัดสินคนจากข้อมูลที่หาได้อย่างง่าย ๆ เราเริ่มค้นหาข้อมูลของพวกเขาใน Google หลังจากนั้นเราก็จะมโนว่า เขาเป็นคนดีบ้างหล่ะ ไม่ดีบ้างหล่ะทั้งที่เราอาจจะไม่เคยรู้จักเขาอย่างถ่องแท้เลย เรามโนไปเองตามแต่พื้นฐานของจิตใจผู้เสพข้อมูลแต่ละคน กระแสทางเลือกจึงเกิดขึ้นจากอุปสงค์-อุปทานตามหลักเศษฐศาสตร์ ในฐานะนักสะสม ผมมักเจอคำถามลักษณะนี้บ่อย ๆ “ช่วยหานาฬิกาเรือนนี้ให้หน่อยขอราคาดี ๆ นะ” ผมจะตอบกลับทันทีเหมือนท่องจำมาเลยว่า ”ช่วยส่งรุ่นและราคามานะครับ ผมจะช่วยหาให้” และส่วนใหญ่มักอยากได้


