การเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ต้องตื่นมาส่องกระจกแล้วพบว่าผมของตัวเองในปัจจุบันไม่ใช่ทรงในอุดมคติอีกต่อไป ทั้งยาวกระเซิง แทงหูทิ่มตา จนเกิดความคิดว่าคงถึงเวลาต้องหั่นออกให้เรียบร้อยเสียหน่อย แต่ความน่ากลัวที่ผู้ชายมักจะต้องเจออยู่เป็นประจำก็คือ การเสี่ยงดวงในร้านตัดผม เพราะเราเองยังจดจำครั้งล่าสุดที่เข้าร้านตัดผมได้ว่า เมื่อบอกให้ช่างตัดทรง Undercut แบบพี่หมื่นเรืองไป แต่เมื่อเสร็จกลับพบว่าทรงที่ได้มาเหมือนกับทหารพึ่งปลดประจำการมาไม่มีผิดเพี้ยน แล้วจะโทษใครได้ล่ะทีนี้ ตัวเราเองหรือช่างตัดผม ? ถ้าไม่อยากให้ความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นอีกล่ะก็วันนี้ UNLOCKMEN มี 5 ศิลปะการเข้าร้านตัดผมมาฝาก ให้คุณไม่ต้องพลาดได้ผมผิดทรงกลับบ้านอีกต่อไป 1. หารูปตัวอย่างให้เหมาะสม การนำรูปทรงผมไปให้ช่าง จะช่วยคุณได้มากทีเดียว ควรเก็บข้อมูลก่อนจะออกไปร้าน เพราะเราจะมีเวลาเลือกอย่างไม่ต้องเร่งรีบ ค้นหาภาพจากโทรศัพท์หรือนิตยสาร โดยเลือกจากแบบที่มีรูปหน้าและชนิดของผมคล้ายกับเรามากที่สุด อย่าทึกทักไปเองว่านี้แหละใช่ และเมื่อขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้เพื่อเตรียมตัดก็ใช้ภาพชี้จุดให้ช่างดูอย่างชัดเจนว่าคุณต้องการตัดแต่ละส่วนออกแค่ไหน บอกช้า ๆ ไม่ต้องกลัวช่างจะอารมณ์เสียกับความเรื่องมาก เพราะทุกวันนี้การใส่ใจในเรื่องที่ทำให้ตัวเองดูดีเป็นสิ่งที่ทุกคนทำกัน 2. เน้นย้ำกับสิ่งที่คุณต้องการเป็นพิเศษ ถ้าคุณต้องมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างตัดผม ให้เน้นจุดบอกไปเลย เพราะบางทีช่างก็อ่านใจเราไม่ออก ตัวอย่างเช่น ผมข้างบนเอาออกนิดเดียว ส่วนนี้ก็ต้องขยายความคำว่านิดเดียว ว่าจะให้ตัดออกตรง ซอยให้บางลง หรือแค่เก็บส่วนชี้ฟู ถ้าคิดว่าร้านที่เข้าช่างรู้จักศัพท์เฉพาะ เช่น Fade ( ไถ่ไล่ระดับผมจากบางไปหนา )
กว่าร้อยล้านคนทั่วโลก เป็นสมาชิกของ NETFLIX ผู้ให้บริการ Streaming หนังและซีรี่ส์ยักษ์ใหญ่ของโลก ทุนหนาชนิดที่ว่ามี Original Content เป็นของตัวเองแบบไล่ดูแทบไม่ทัน ส่วนกำไรคงไม่ต้องพูดถึงว่ารายได้จะมหาศาลขนาดไหน เราอาจจะโฟกัสไปที่กำไรจากภาพยนตร์และซีรี่ส์ที่พวกเขาผลิตออกมา แต่ใครจะรู้ว่าจุดที่ช่วยให้ Netflix เซฟเงินได้แบบโคตรเจ๋งปีละหลายล้านดอลลาร์คือการทำ FONT ใช้เอง! วันนี้ UNLOCKMEN จะพามาดูไปพร้อม ๆ กันว่าไอ้ FONT ที่ว่าเนี่ยมันช่วยเซฟเงินมหาศาลขนาดนั้นได้ยังไง “NETFLIX SANS” โลโก้เรียบง่ายที่ทำให้ทุกคนต่างจดจ่อเพื่อรอดูภาพยนตร์ที่กำลังตามมาในไม่กี่อึดใจ หรือภาพปกซีรี่ส์ต่าง ๆ ที่ใช้ฟอนต์ที่เป็นอัตลักษณ์ เรียบ ๆ อ่านง่าย สบายตา แต่ก็เป็นที่จดจำ นั่นคือ “NETFLIX SANS” ที่ถูกดีไซน์โดย Dalton Maag ทีมครีเอทีฟในบริษัทนั่นแหละ แม้ว่าบางเรื่องอาจจะมีฟอนต์ที่เป็นแบบประจำของตัวเองจนเป็นภาพจำไปแล้ว แต่ลองสังเกตดูว่าเรื่องใหม่ ๆ ที่เพิ่งทยอยออกมา หรือแม้แต่ปกจากเรื่องเก่า ๆ (ถ้าใครดู NETFLIX จะสังเกตได้ว่าเรื่องนึงจะมีหลายปก) เริ่มมาใช้เจ้าฟอนต์ “NETFLIX SANS” บ้างแล้ว ทำไมถึงช่วยเซฟเงินได้ ?