ปฎิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดนั้นได้ก้าวเข้ามามีส่วนสำคัญต่อไลฟ์สไตล์ของผู้ชายส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก เพราะหากลองมองไปรอบ ๆ ตัวแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังมากมายล้วนได้ไอเดียคอนเซ็ปต์การออกแบบมาจากชีวิตบนหลังกระดานสี่ล้อแทบจะทั้งนั้น ถ้าหากชาว UNLOCKMEN ยังไม่เชื่อเราขอนำ แบรนด์เสื้อผ้าจากสเก็ตบอร์ดที่ร้อนแรงและเป็น must item จนบางทีคุณอาจจะไม่คิดว่าเนี่ยหรอแบรนด์เสื้อผ้าสเก็ตบอร์ด SUPREME กลายเป็นแบรนด์เสื้อผ้าล้ำค่าที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก เพราะหากคุณมี Supreme อยู่ในมือวันนี้ก็เปรียบเสมือนการครอบครองหุ้นชั้นดีสักตัวที่รอวันออกดอกผล ยิ่งเมื่อบวกกับคอลเลคชั่นสะท้านโลกอย่าง Supreme x Louis Vuitton ทำให้สินค้าของพวกเขาทวีคูณความนิยมกลายเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น แต่ทว่าจะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้ว Supreme มีต้นกำเนิดมาจาก James Jebbia ผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการสเก็ตบอร์ด แม้ตัวเขาจะไม่ใช่นักสเก็ตบอร์ดที่โด่งดังก็ตาม โดยความตั้งใจของ Jebbia คือการทำเสื้อผ้าให้กับโปรสเก็ตบอร์ดได้มีเสื้อผ้าสวยงามไว้ใส่ขณะโชว์สกิลบนบอร์ดสี่ล้อ แถมยังมีเกร็ดเล็กน้อยอีกด้วยว่า Supreme ไม่ได้มีความหมายใด ๆ เพียงแค่ James Jebbia เห็นว่าคำนี้มันเท่ดีก็เท่านั้น Link to shop PALACE ทุกวันนี้คนยังสงสัยด้วยซ้ำว่าสุดท้าย Palace คือสตรีทแบรนด์เนม หรือ สเก็ตบอร์ดแบรนด์ด้วยความก้ำกึ่งและดีไซน์ที่สุดเอกลักษณ์ทำให้ Palace กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากจนแทบจะหาราคาป้ายไม่ได้เลย ดังนั้นเมื่อเจอสินค้ายี่ห้อ Palace เราก็ต่างจะคิดไปเองว่ามันเป็น High-street
คนเราให้ความสำคัญของแต่ละอย่างไม่เท่ากัน อย่างเจ้าของบ้านหลังงามในเมือง Yokohama ครอบครัวนี้ เป็นบ้านที่รักการอ่านหนังสือมากเป็นพิเศษ จึงมีชั้นวางหนังสือที่ใหญ่โตกว่าบ้านทั่วไปนัก แต่ติดปัญหาที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ต้องพบกับแผ่นดินไหวบ่อย ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนว่าชั้นวางหนังสือที่ใหญ่โตขนาดนี้ ย่อมทำให้เสี่ยงอันตราย และชั้นวางรูปทรงทั่วไป ยิ่งทำให้หนังสือตกเสียหายได้ จึงตัดสินใจไปปรึกษากับบริษัทออกแบบ Shinsuke Fujii Architects ได้ออกมาเป็นบ้านในคอนเซปต์ชื่อ The Bookshelf House Shinsuke Fujii Architects แก้ไขปัญหาชั้นหนังสือ ด้วยการปรับเปลี่ยนมุมชั้นวางที่มีขนาดใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของกำแพง ให้มีองศาโน้มเอียงลึกลงไปแบบเส้นทะแยงมุม แต่ละชั้นมีไม้ยื่นออกมาเหมือนขั้นบันได ช่วยให้ทุกคนในบ้านสามารถใช้งานได้ง่าย แม้ต้องปีนขึ้นไปหยิบหนังสือชั้นบนสุด ก็สะดวกเหมือนเดินขึ้นลงทั่วไป ที่สำคัญคือความปลอดภัยในสุขภาพของคนในบ้านเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เพราะจะไม่โดนหนังสือถล่มทับ และสุขภาพของหนังสือสะสมหายาก ที่จะไม่หล่นลงมาชำรุดเสียหาย นอกจากชั้นหนังสือ พื้นที่ฟังก์ชั่งทั้งหมดของตัวบ้านออกแบบสไตล์ Seamless แทนที่จะแบ่งพื้นที่เป็นชั้น 1 ชั้น 2 เจ้าของบ้านตัดสินใจรวมพื้นที่ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันให้ความรู้สึกเหมือนห้อง Penthouse ขนาดใหญ่ โต๊ะทานข้าวและครัวอยู่บริเวณด้านล่าง ส่วนด้านบนซึ่งเป็นพื้นยกระดับ เป็นส่วนของพื้นที่นั่งเล่น ห้องทำงาน และห้องนอน ไม่ใช่เด่นแค่ด้านใน ภายนอกก็ออกแบบได้เท่ไม่น้อย แผ่นเหล็กสีดำขนาดใหญ่ยาวต่อเนื่องตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนฐานคอนกรีต ทำให้เห็นประโยชน์ใช้สอยอีกอย่างของชั้นหนังสือจากภายนอก ซึ่งมุมทะแยงช่วยกันฝนขณะเปิดปิดประตูได้อีกด้วย และเพื่อความเป็นส่วนตัว