จากกระแสภาพยนตร์ Black Panther ที่กำลังลงโรงฉายอยู่ในขณะนี้ หนึ่งในตัวร้ายที่ขโมยซีนราชาเสือดำอย่าง Erik Killmonger ซึ่งรับบทโดย Michael B. Jordan ได้รับความวิจารณ์และชื่นชมอย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งความหล่อที่กระชากใจสาว ๆ หลายคนให้รู้สึกหลงในเสน่ห์ของตัวร้ายคนนี้มากกว่าพระเอกของเรื่อง Chadwick Boseman เสียอีก ทว่าหากใครติดตามงานของ Jordan ก็จะรู้ว่าเขามีพัฒนาการณ์อย่างก้าวกระโดดในด้านงานแสดง เริ่มจากเขาเป็นนักแสดงหนุ่มอายุเพียงแค่ 28 ปีเท่านั้น แม้จะเคยล้มเหลวกับบทบาท Human Torch ใน Fantastic Four แต่ก็มาแก้ตัวได้ในหนังทุนต่ำอย่าง Creed และยิ่งทวีความดังมากขึ้นไปอีกหลังจาก Black Panther เข้าฉาย จนตอนนี้ขึ้นแท่นซุปเปอร์สตาร์อีกคนของวงการหนังฮอลลีวู้ด โดยวันนี้เราจะขอนำเคล็ดลับความเท่ที่ใช้มัดใจสาวของ Michael B. Jordan นั่นคือสไตล์การแต่งตัวสุดเฉียบของเขามาฝากชาว UNLOCKMEN กัน Perfection Tailor Michael B. Jordan เป็นเด็กหนุ่มที่มีเซ้นต์ในเรื่องการเลือกชุด formal อย่างเหลือเชื่อ เพราะเมื่อถึงงานพรมแดง เขาจะเป็นคนหนึ่งที่เฉิดฉายในชุดสูท silm cut ที่เล่นกับสีสันได้อย่างมีชั้นเชิง
ว่า Kanye เทพแล้ว เจอคนนี้เข้าไปจะร้อง Kurt เพราะเขาคือผู้นำแฟชั่นเกือบทุกชิ้นที่เราใส่กันในปัจจุบัน
อัพเดทเทรนด์หน้าร้อนปี 2018 จาก RIR (Royal Ivy Regatta) พาส่อง Spring Collection สุด Natural กับแบรนด์เครื่องแต่งกายพรีเมียมสไตล์อเมริกัน เทรนด์ปี 2018 นี้ แฟชั่นสไตล์ Leisure luxe จะมาสุด ๆ เป็นการผสมผสานระหว่างเสื้อผ้าที่มีความหรูหรา ดูดี เข้ากับความสวมใส่ง่ายในทุกโอกาส เน้นการมิกซ์แอนด์แมทช์ที่ดูกึ่งทางการ กึ่งลำลอง ที่สามารถสวมใส่ได้ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางขึ้นเครื่องบินสำหรับบิสซิเนสทริป แล้วไปแฮงค์เอาท์ ปาร์ตี้ต่อกับแก๊งค์เพื่อน อย่างการจับคู่ระหว่างเสื้อยืดกับเบลเซอร์เท่ ๆ และกางเกงขาสั้น หรือจะเป็นชุดเดรสพิมพ์ลาย กับเสื้อคลุมที่ทำให้ช่วยคอมพลีทลุคได้อย่างมีสไตล์ โดยโทนสียังคงเน้นความสดใสทั้งสีโทนเย็นอย่าง น้ำเงิน ฟ้า เทา เข้ากับสีโทนร้อนอย่าง ส้ม เหลืองแมงโก้ ให้ได้สนุกกับการแต่งตัวในทุก ๆ วัน RIR Spring Collection 2018 มาพร้อมกับคอนเซปต์ “Cruise collection” ให้สาวกแฟชั่นสนุกกับการครีเอทลุคพร้อมเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อนนี้ โดยดึงซัมเมอร์กิมมิคคูล ๆ อย่างท้องฟ้า คลื่น
“แก้วใครเป็นแก้วใครวะเนี่ย?” เชื่อว่าผู้ชายอย่างเรา ๆ ต้องเคยเจอปัญหาแบบนี้เวลา hangout กับเพื่อน หรือระหว่างพักเบรกกินของว่างตอนสัมมนา คุยเพลิน ๆ วางแก้ววางกระป๋องไว้หันมาอีกทีเจอแฝดหน้าเหมือนกันเด๊ะ ไม่รู้ว่าของใครเป็นของใครเลยยอมช่างแม่งเรื่องอนามัย หยิบของใครได้ก็กิน ๆ ไปก่อน ถ้าคนไหนพอรู้หลบหลีกเก่ง ๆ ก็อาจจะใช้วิธีปักหลักตรงจุดที่วางแก้วไว้แล้วส่องเรื่อย ๆ หรือสแกนจากสายตา กะ ๆ ปริมาณเครื่องดื่มในแก้วกันพลาด แต่แค่นั้นก็ประกันไม่ได้หรอกว่าเราจะโดนวางยาจากเพื่อนสายเติมของเราไหม ทั้งที่เรื่องพวกนี้เป็นปัญหาง่าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับเรามาตลอด แต่ดันไม่มีใครมาแก้มันสักที วันนี้เราเลยไปเสาะหาวิธีทำให้ชาว UNLOCKMEN ล้ำกว่าใครไปอีกระดับ ด้วยการแนะนำกับโปรดักส์ดีไซน์เท่ ๆ ที่เห็นได้เลยว่าคนออกแบบแม่งก็คิดง่าย ๆ แต่ดันไม่มีใครทำกันมายั่วน้ำลายให้ซื้อ My Can กระป๋องบอกเจ้าของ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เปลี่ยนกระป๋องชีวิตก็เปลี่ยนจากการดีไซน์ง่าย ๆ แค่เพิ่มตัวเกาะขอบนิดหน่อยก็บอกได้แล้วของใครเป็นของใคร คอนเซ็ปต์งานดีไซน์ครั้งนี้ชื่อว่า My Can เป็นของดีไซน์เนอร์แดนมังกร 3 คน ชื่อ Binglin Wei, Fang Lu
อินโนเวชั่นของแต่ละยุคเรียกได้ว่าวิ่งแข่งแซงกันไปมาในแต่ละปีแบบไม่หยุดยั้ง รวมถึงเจ้าแป้นพิมพ์หรือที่เรียกทับศัพท์กันจนติดปากว่า “คีย์บอร์ด” ด้วยก็ตาม ยิ่งนับวันจะยิ่งบาง เรียบ ใช้ง่าย และไร้เสียงรบกวน แต่ความทรงจำอันหอมหวานของเรายังคงอยู่กับเจ้าเครื่องพิมพ์ดีด ที่หน้าตาโคตรเชยแต่มันคือจุดเริ่มต้นของการพิมพ์ความเร็วแสงของเราในปัจจุบัน แต่จะนำมาใช้อีกก็คงลำบาก วันนี้ UNLOCKMEN ขอแนะนำคีย์บอร์ดวินเทจแบบเครื่องพิมพ์ดีด ให้ทุกคนได้รำลึกถึงความหลังกันแบบเท่ ๆ Gadget สุดเจ๋งจาก AZIO คีย์บอร์ดสุดวินเทจ “RETRO CLASSIC BT Vintage Typewriter Bluetooth Backlit Mechanical Keyboard” ที่ให้คุณได้ย้อนเวลาไปฟังเสียงต๊อกแต๊กอันเป็นเอกลักษณ์เวลาใช้พิมพ์ดีด มีสี่สีสุดคลาสสิคให้เลือกกันแบบตรงใจ แม้หน้าตาจะวินเทจแต่ก็ใส่ฟังก์ชั่นล้ำ ๆ ของยุคนี้ลงไปแบบครบถ้วน เรียกได้ว่าไฮเทคในคราบวินเทจเลยจริง ๆ โดยฟังก์ชั่นเด่น ๆ มีดังนี้ รองรับกับทั้ง PC & MAC USB TYPE-C น้ำหนักเบาเพียง 1587 กรัม เท่านั้น แป้นมีเสียงแบบพิมพ์ดีด และไฟ backlight LED เพิ่มความสวยงาม แบตลิเทียม 6,000 mAh รายละเอียดและสเปกอื่น
Mizuno ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์เก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพวกเขาโด่งดังในด้านอุปกรณ์กีฬานานาชนิด ที่การันตีความคราฟต์ตามแบบฉบับ Made in Nippon โดยตลอดระยะกว่า 110 ปีที่ Mizuno ยืนเคียงคู่วงการกีฬาผลิตนวัตกรรมต่าง ๆ มากมายเพื่อโลกเสมอมา ด้วยเรื่องราวประวัติความเป็นมาขนาดนี้ ทีมงาน UNLOCKMEN จึงอยากจะหยิบประวัติศาสตร์ของแบรนด์ รวมถึงก้าวเดินต่อไปของพวกเขามาเล่าสู่กันฟัง จุดเริ่มต้นของ Mizuno Mizuno ก่อตั้งขึ้นในปี 1906 จากความตั้งใจของ Rihachi Mizuno และน้องชายที่ได้เดินทาไปท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาจนเกิดความหลงใหลในกีฬาเบสบอล จึงหวังว่าจะกลับพัฒนาอุปกรณ์กีฬาคุณภาพสูงในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงเวลาแรก Mizuno ทุ่มเทแรงงานไปกับการผลิตอุปกรณ์เบสบอล ก่อนที่จะเริ่มผลิตโปรดักช์อื่น ๆ อาทิ เทนนิส กอล์ฟ สกี ฟุตบอล หรือแม้กระทั่งแฮนด์บอล ตามมาในภายหลัง จุดมุ่งหมายของ Rihachi Mizuno ในการสร้าง Mizuno ก็เพื่ออยากจะรีดศักยภาพของนักกีฬาญี่ปุ่นที่มีขีดจำกัดกว่านักกีฬาชาติอื่น ๆ ให้มีผลงานยอดเยี่ยมทัดเทียมกัน เพราะเขาเชื่อว่าความสามารถถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จแต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่นักกีฬาได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นตลอดเวลา Mizuno ถึงหมกหมุ่นอยู่กับการหาเทคโนโลยีล้ำสมัยจนมีคำขวัญประจำบริษัทว่า “ไม่เคยหยุดนิ่ง” กระทั่งช่วงกลางยุค 80s พวกเขาก็ได้ค้นพบกับนวัตกรรมของตัวเองและเป็น
นาทีนี้ศิลปินแร็ปเปอร์เบอร์หนึ่งแห่งยุคนี้อย่างไรก็ต้องยกให้เขาคนนี้ “Kendrick Lamar” ที่กวาดรางวัลความสำเร็จไม่ว่าจะเป็น Grammy Awards และอีกมากมาย ทางด้านเสียงวิจารณ์เองก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเพราะเนื้อหาของ Lamar เต็มไปด้วยการวิพากษ์สังคมถึงขนาดรุ่นใหญ่อย่าง Dr.Dre เองยังยกให้เขาเป็นราชาคนใหม่ของ West Coast เลยทีเดียว โดยทีมงาน UNLOCKMEN จะขอติดค้างเรื่องประวัติของหนุ่มผิวสีคนนี้ไว้ในคราวหน้าจะหามาเล่าให้ทุกท่านฟังกันอย่างละเอียดยิบอย่างแน่นอน แต่วันนี้เราขอนำข่าวมาแรงอย่างสินค้าสองชิ้นของ Kendrick Lamar ที่กำลังจะวางขาย อย่างเสื้อ DAMN Mecrh ที่เคยเกลี้ยงตลาดไปแล้วรอบหนึ่งกลับมารีสต๊อกอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ Top Dag Entertainment ได้สิทธิ์กลับมาวางจำหน่าย พร้อมเพิ่มลายใหม่เข้าไปอย่าง “Pray For Me” ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ Black Panther อีกด้วย อีกทั้งยังมีสินค้าที่น่าสนใจอีกหนึ่งชิ้นนั่นคือ หมวกแก๊ปสีเหลืองที่เขียนว่า “Whatever Happens on Earth ,Stays on Earth” โดยหลาย ๆ คนคาดการณ์ว่าจะถูกใช้เป็นชื่ออัลบั้มใหม่ของเขา ก็นับว่าเป็นคอลเลคชั่นที่น่าสนใจอย่างมากเหมาะจะเก็บสะสมไว้สำหรับแฟน ๆ ของ Kendrick Lamar (shop)
สิ่งที่บรรดาแบรนด์แฟชั่นต่างกลัวกันมากกว่าคู่แข่ง และดูเหมือนไม่มีวันจะเอาชนะได้ก็คือของปลอม เพราะนอกจากทำให้แบรนด์เสียภาพลักษณ์แล้วยังทำให้แบรนด์ขาดรายได้จากการมีสินค้าปลอมอยู่ในตลาดอีกด้วย โดยแม้จะพยายามปราบปรามและขอยืมมือหลาย ๆ หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ แต่ในเมื่อยังมีความต้องการใช้ของแบรนด์เนมในราคาตลาดนัด ทำให้ของปลอมไม่สามารถถูกกวาดล้างไปได้หมดเสียที จนกระทั่งแบรนด์ชื่อดังอย่าง DIESEL เลยขอทำการแก้เผ็ดเอาคืนพวกละเมิดลิขสิทธิ์ โดยลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ปลอมของตัวเองในชื่อ DEISEL ขายแข่งกับพวกของปลอมเองซะเลย สำหรับการประชดประชันแดกดันในครั้งนี้ของ DIESEL ได้ทำการสลับคำเล็กน้อยจาก DIESEL มาเป็น DEISEL คล้าย ๆ แบบที่ของปลอมชอบทำเพื่อให้เกิดความสับสนเข้าใจผิด ซึ่งสินค้าของ DIESEL ที่ผลิตขึ้นมาในครั้งนี้นับว่าไม่ธรรมดา เพราะทุกรายละเอียดเหมือนของต้นฉบับทุกประการเรียกว่า สเปคเดียวกันออกจากโรงงานเดียวกันแต่มีราคาถูกเทียบเท่าของปลอม ไม่ว่าเป็น กางเกงยีนส์ เสื้อ หมวกที่มีโลโก้ DEISEL พร้อมเปิดหน้าร้านของตัวเองที่ย่าน Canal Street ในเมืองนิวยอร์กซึ่งเป็นย่านที่เต็มไปด้วยของปลอมผิดลิขสิทธิ์วางขายอยู่มากมาย การเปิดแบรนด์ปลอมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Go with the Flaw และเสื้อผ้าที่วางขายในร้านนี้ก็จะไปอยู่ในคอลเลคชั่น DIESEL’s Spring/Summer 2o18 เช่นกัน ซึ่งประธานของ OTB group เจ้าของแบรนด์ DIESEL อย่าง Renzo Rosso
เป็นส่ิงที่ย้อนแย้งกันมากมาย จาก Logo Design ที่ไปลอกผลงานออกแบบต่อต้านวัตถุนิยมของศิลปินสายเฟมินิสต์ BARBARA KRUGER มาปรับเปลี่ยนกลายเป็นแบรนด์ Supreme ที่แม้แต่ก้อนอิฐราคาเป็นหมื่นยังขายได้ แถมยังเป็นตัวเชื่อมระหว่างโลก Streetwear กับสังคมไฮโซในระดับประชาชนไปจนถึงผู้ถือหุ้นก็ยังได้ โลโก้ Supreme จึงถูกประเมินมูลค่าไกลถึงระดับ Billion-Dollar ไปแล้วเรียบร้อย ด้วยความมั่นใจระดับนี้ ใน collection ใหม่ล่าสุด SS18 ของ Supreme จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Fashion Item แต่เปิดตัวมาพร้อมข้าวของเครื่องใช้ทั้ง indoor และ outdoor แม้ว่ามันจะเป็นธรรมเนียมของ Supreme อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้บางคนอาจจะงงได้ว่านี่เปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้า หรืองาน HomePro Expo กันแน่ เพราะพี่เล่นแปะโลโก้บนทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ แน่นอนว่าครั้งนี้ต้องมีตู้ Pinball ที่แง้ม ๆ เปิดภาพไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ที่เพิ่มเติมคือในโอกาสนี้ นักสะสม Supreme จะสามารถออกไปเข้าค่ายปิคนิคกลางป่าอย่างมีสไตล์ได้ด้วยขวาน Supreme จุดไฟได้ด้วยไฟแช็ค Zippo Supreme พายเรือคายัคขนาด 7
ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปหากเราจะเจอการ crossover ระหว่างแบรนด์แฟชั่นกับสินค้าประเภทต่าง ๆ เพราะต้องยอมรับในจุดหนึ่งว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของดีไซน์มากกว่าฟังก์ชั่นเสียแล้ว ดังเช่นเรื่องที่ทีมงาน UNLOCKMEN จะนำเสนอนี้ ซึ่งเป็นการร่วมงานระหว่างแบรนด์หูฟังและสตรีทแฟชั่น โดยถ้าให้บอกชื่อแบรนด์หูฟังยอดนิยมสักแบรนด์ ชื่อของ Beats ต้องแล่นเข้ามาในหัวเป็นชื่อแรก ๆ อย่างแน่นอน เพราะด้วยดีไซน์ที่ดูทันสมัยพรีเมี่ยมและมีสีสันดึงดูดถูกใจวัยโจ๋ ทำให้ Beast กลาย เป็นหูฟังยอดนิยมของบรรดาเซเลปดารานักร้องรวมถึงนักกีฬาทั่วโลกที่ใช้ออกสื่อกันอย่างมากมาย จนเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง Beats ก็ได้ออกชุดหูฟังและลำโพงพกพาตัวใหม่ที่เป็นการจับมือกับแบรนด์สตรีทชื่อดังแฟชั่นอย่าง UNDEFEATED การ Collab ของ Beats และ UNDEFEATED ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันมาแล้วเมื่อปี 2013 ซึ่งก็โดนใจขายเกลี้ยงราคาพุ่งกระฉูดตามสไตล์สินค้า Limited Edition และสำหรับคอลเลคชั่นชุดใหม่นี้ต้องบอกว่าถูกใจสายสตรีทแฟชั่นหรือคนชอบเก็บสะสมหัวฟังอย่างแน่นอน เพราะว่าในเซ็ตประกอบไปด้วยลำโพงพกพาไร้สายอย่าง Beats Pill และหูฟัง wireless อย่าง Beats X ที่ตกแต่งด้วยลายพรางสีโทนเข้ม ตัดด้วยโลโก้แบรนด์สีส้มสด แถมโฆษณาก็ทำได้อย่างน่าสนใจเพราะดึงนักบาสเก็ตบอลจากทีม Philadelphia 76ers อย่าง Ben Simmons
ในยุค 1950s เป็นปีช่วงหลังสงครามโลก หลายสิ่งมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อฉลองให้ความสงบสุข แม้จะมีวัตถุดิบในการผลิตจำกัดเพราะถูกทำลายไปจากการรบ แต่ก็ทำให้มนุษย์รู้จักใช้สอยสิ่งของอย่างชาญฉลาดขึ้น ส่งผลไปถึงการออกแบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับความพยายามพิสูจน์ตัวเองของ Chrysler Corporation ที่ริเริ่ม Project ‘Plymouth Belmont’ รถสปอร์ต 2 ที่นั่งในสีแดงสดบนโครงสร้าง Fiberglass body รูปทรงสวยงามสุดคลาสสิค แต่น่าเสียดายที่คนในยุคนั้นไม่เห็นด้วย ทำให้ Plymouth Belmont ต้องหยุดอยู่แค่ขั้น Concept Car ไม่สามารถผ่านเข้าไปเป็น Production Car ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันมีหลุดรอดมา 1 คัน และมันมีมูลค่ามากกว่า 42 ล้านบาท แต่แทนที่ Plymouth Belmont จะถูกหยุดพัฒนา และยกไปทำลายเหมือนรถรุ่นอื่น Virgil Exner ผู้บริหารของบริษัทไม่สามารถทนเห็นรถสปอร์ตคันงามถูกบดขยี้ได้ จึงนัดประชุมเพื่อพูดคุยขอนำ Belmont คันนี้ไปเก็บไว้ใช้ส่วนตัว แม้จะเป็นเรื่องไม่ปกติในยุคนั้น แต่การตัดสินใจของ Exner ก็ทำให้รถสปอร์ต 2 ประตู เครื่องยนต์ V8 157
เข้ายิมบ่อย ๆ อาจจะเบื่อกับอะไรเดิม ๆ บรรยากาศเดิม ๆ สิ่งบันเทิงใจก็มีแค่เพลงในยิม (ที่ไม่ได้เลือกเอง) กับสาว ๆ ที่นาน ๆ ทีจะโผล่มาให้ชื่นใจบ้าง แต่วันนี้ยักษ์ใหญ่วงการสุขภาพอย่าง Onnit ที่มีผลิตภัณฑ์สารพัดอย่างเกี่ยวกับสุขภาพ ได้ออกอุปกรณ์ออกกำลังกายซีรีส์ใหม่ ที่รับรองว่าแฟน STARWARS ต้องโคตรคลั่ง เป็นอะไรมาดูกัน ไม่ต้องปล่อยตัวเองให้ย้วยแบบแจ้บบ้าอีกต่อไป Onnit ได้ออกอุปกรณ์ฟิตเนสซีรีส์ใหม่ที่ออกมาเอาใจแฟน STARWARS กันแบบสุด ๆ ในซีรีส์ใหม่นี้ ประกอบด้วย Kettlebells, Medicine Balls และเสื่อโยคะ โดย Kettlebells ขนาด 70 ปอนด์เป็นรูปหัวของ Darth Vader ราคา $199.95 ขนาด 60 ปอนด์เป็นรูปหัวของ Stormtrooper ราคา $179.95 และขนาด 50 ปอนด์เป็นรูปหัวของ Boba Fett ราคา $149.95 ส่วน


