เชื่อว่าหนึ่งฝันของสาวกภาพยนตร์สายลับตระกูล James Bond ก็คือการได้ครอบครองรถสปอร์ตคันงามที่พยัคฆ์ร้าย 007 ใช้ขับขี่หล่อ ๆ แถมด้วยอุปกรณ์สุดไฮเทคไว้ใช้ไล่ล่าเหล่าร้าย และก็ดูเหมือนว่าความฝันนี้กำลังจะกลายเป็นจริง Aston Martin ค่ายผลิตรถสปอร์ตสุดหรูจากอังกฤษ ประกาศออกมาแล้วว่า บริษัทของพวกเขาเตรียมจะผลิตรถ Aston Martin DB5 รุ่นที่สายลับเมืองผู้ดีคนนี้ใช้งานในตอน Goldfinger (1964) ออกมาทั้งหมดแบบลิมิเต็ด 25 คันเท่านั้น ซึ่งหนัง James Bond ภาคดังกล่าวเป็นหนึ่งในตอนที่ได้รับคำชมและมีคนชื่นชอบมากที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเป็นตอนแรกที่เอเยนต์ Bond ของเราได้โชว์ของสุดไฮเทคทั้งหลายรวมถึงเจ้ารถคันงามนามว่า DB5 คันนี้ด้วย โดยหลังจากนั้นรถสปอร์ตคลาสสิคสุดไฮเทคคันนี้ก็ถูกนำมาให้สายลับเสน่ห์แรงได้คุมพวงมาลัยอีก 6 ตอน แน่นอนว่ามันไม่ได้มาแค่รูปลักษณ์ แต่ว่ามันมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ปรากฏในหนัง จากการร่วมมือกันผลิตของ Aston Martin และ EON Production ราวกับว่า Q มาเอง Andy Palmer CEO ของ Aston Martin เล่าว่า “สายสัมพันธ์ของ Aston Martin กับ James Bond เป็นอะไรที่เราภาคภูมิใจมาก
เมื่อการขับเคลื่อนไปบนถนนไม่จำกัดจำนวนล้ออยู่แค่เลขคู่เท่านั้น จึงเป็นที่มาของ Vanderhall Venice Speedster รถ 3 ล้อสายสปีดที่มาพร้อมกับความแรงกว่า 180 แรงม้า เรียกว่ารถซูเปอร์คาร์ 4 ล้อบางคันยังต้องชิดซ้ายเลยทีเดียว Vanderhall Venice Speedster คือรถรุ่นใหม่แห่งค่าย Vanderhall ซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงการ 3 ล้อความเร็วสูงมาอย่างยาวนาน และคราวนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งพร้อมความเร็วที่มากกว่าเดิม Vanderhall Venice Speedster รถ 3 ล้อ 1 ที่นั่ง มาในรูปทรงสุดคลาสสิคที่เห็นแล้วชวนให้นึกถึง 3 ล้อยุคเก่าในบรรยากาศภาพขาวดำ ซึ่งแตกต่างกับสมรรถนะภายในโดยสิ้นเชิง และหนึ่งสิ่งที่พิเศษสุด ๆ สำหรับเจ้า 3 ล้อคันนี้คือในส่วนของที่นั่งคนขับนั้นประกอบมาจากชิ้นส่วนเครื่องบิน นอกจากนั้นยังเพิ่มความ Vintage เข้าไปอีกด้วยโทนสีเงินโลหะตัดกับสีน้ำตาลของเบาะนั่ง ภายนอกยังสวยเฉียบขาดขนาดนี้ มาถึงภายในกันบ้างว่า Vanderhall Venice Speedster มีอะไรซ่อนอยู่ในรูปทรงสุดเท่ Vanderhall Venice Speedster ใช้เครื่องยนต์ 1.4 4 Cyl Turbo 180
เป็นเรื่องที่กำลังฮือฮาใน Reddit เว็บไซต์พูดคุยครอบจักรวาล เมื่อมี User ที่ใช้ชื่อว่า Eriegin โพสต์ภาพรถ Supercar 2 คันจอดในโรงรถสภาพฝุ่นเกาะแน่นพร้อมข้อความว่า “ ถึงจะเต็มไปด้วยสนิมและฝุ่น แต่ Lamborghini Countach ของคุณยายแม่งก็ยังเจ๋งอยู่ดี!” จนทำให้คนคลั่งรถจำนวนมากร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเมามัน เรื่องเกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งในสหรัฐอเมริกาอยากทำหน้าที่หลานชายผู้น่ารัก เลยอาสาทำความสะอาดโรงรถให้คุณย่าของเขา แต่เมื่อเลื่อนประตูโรงรถขึ้นกลับต้องแปลกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเมื่อมีรถ Supercar 2 คัน จอดนิ่งสงบเหมือนไม่มีใครเคยแตะต้องเป็นเวลานาน! ความจริงปรากฏเมื่อคุณย่าเล่าให้เขาฟังว่า มันเคยเป็นของปู่ ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ในเวลาต่อมาราคาประกันรถยนต์ Supercar ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าแพงมาก ๆ เริ่มพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ของบริษัท จึงจำเป็นต้องจอดปีศาจทั้งสองตัวทิ้งไว้จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลารวมกันเกือบ 20 ปี รถคันแรกคือ Ferrari 308 GTS สีแดงสด มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 2.9 ลิตร กำลังขับ 237 แรงม้า ซึ่งคาดว่าหากออกขายทอดตลาดราคาจะอยู่ที่ ประมาณ 25,000 – 80,000
นี่คือเรื่องราวและรายละเอียดของ 1966 Ferrari Dino Berlinetta GT ซูเปอร์คาร์ที่เดินทางผ่านยุคสมัยมาจากยุค 60 และตอนนี้มูลค่าของมันพุ่งสูงถึง 2-3 ล้านเหรียญหรือกว่า 70-120 ล้านบาท เช่นเดียวกับรถยนต์ราคาแพงระยับคันอื่น ๆ 1966 Ferrari Dino Berlinetta GT มีเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมากมาย เรื่องแรกและเป็นเรื่องสำคัญที่สุดคือรถรุ่นที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้เดิมทีเป็นโมเดลที่ทาง Ferrari สร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบและพัฒนาเท่านั้นไม่ใช่โมเดลที่สร้างขึ้นมาเพื่อวางจำหน่าย ถ้าใครเป็นสาวกรุ่นเก๋าของแบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้คงสังเกตเห็นความแตกต่างของทั้ง 2 โมเดลได้ เนื่องจากขนาดและตำแหน่งของไฟเลี้ยวด้านหน้ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับไฟท้ายด้านหลังที่โมเดลต้นแบบจะมี 3 ดวงแตกต่างกับโมเดลการผลิตหลักที่จะมีเพียงแค่ 2 ดวง ด้วยความแตกต่างและมีจำนวนจำกัดนี้จึงเป็นสาเหตุให้ 1966 Ferrari Dino Berlinetta GT ราคาพุ่งสูงจนทะยานเข้าไปอยู่ในลิสต์หนึ่งในรถยนต์ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก 1966 Ferrari Dino Berlinetta GT ตัวต้นแบบใช้เครื่องยนต์ V-6 ขนาด 2 ลิตร โดยติดตั้งตามแนวยาวซึ่งแตกต่างกับโมเดลการผลิตหลักที่ติดตั้งตามแนวขวาง นอกจากนั้นแถบโครเมียมด้านข้างและที่ปัดน้ำฝนขนาดใหญ่ซึ่งจะมีเพียงในโมเดลต้นแบบเท่านั้น แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นโมเดลการผลิตหลักแต่ทาง Ferrari ก็ผลิตออกมาเพียง 152 คันเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเลยว่ารุ่นโมเดลต้นแบบนั้นจะหายากและมีจำนวนน้อยแค่ไหน บางทีราคา
ถ้าจะให้นึกถึงสิ่งที่สามารถสร้างความมันส์สุดเร้าใจ ซึ่งอยู่ใต้หว่างขาของผู้ชายอย่างเรา ๆ ชาว UNLOCKMEN ทั้งหลายจะนึกถึงอะไร ? … ช้าก่อนอย่าเพิ่งคิดไปไกล เพราะสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั่นก็คือมอเตอร์ไซค์ พาหนะ 2 ล้อคู่ใจ ที่พร้อมจะพาหนุ่ม ๆ รักอิสระผู้หลงใหลในสายลม แสงแดด รวมถึงคลั่งไคล้ความแรงสุดคล่องตัวที่ส่งผ่านจากแรงบิดที่ข้อมือไปสู่เครื่องยนต์สมรรถนะสูงพุ่งทะยานไปข้างหน้า ซึ่งเมื่อพูดถึงมอเตอร์ไซค์เราเชื่อว่าชื่อของ Harley-Davidson นั้นต้องถูกยกเป็นหนึ่งแบรนด์มอเตอร์ไซค์ในดวงใจของผู้ชายหลายต่อหลายคน ที่บ้างก็มีไว้ในครอบครองแล้ว บ้างก็ติดโผมอเตอร์ไซค์ในฝัน ที่สักวันจะไขว่คว้ามาซิ่งให้สมใจอยาก ด้วยเรื่องราวความเป็นตำนานที่เริ่มขึ้นในปี 1903 ปีเดียวกันกับที่ 2 พี่น้องตระกูล Writhe ได้สร้างปฐมบทแห่งการเดินทางบนท้องฟ้ากับการประดิษฐ์เครื่องบินลำแรกของโลกเป็นผลสำเร็จ ทางฟากฝั่งของ William Harley และสองพี่น้อง Arthur, Walter Davidson ก็ได้ริเริ่มพัฒนายานพาหะ 2 ล้อสำหรับใช้ในการขนส่ง ด้วยการนำเอาเครื่องยนต์ 1 สูบมาติดตั้งเข้ากับจักรยาน และได้พิสูจน์ตัวเองด้วยความสำเร็จมากมาย สลับกับการฝ่าฟันวิกฤตระดับส่อเค้าล้มละลาย ผ่านจุดต่ำสุดและสูงสุดมาแล้วกว่า 115 ปี จนในปัจจุบันชื่อของ Harley-Davidson นั้นไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน แต่มันเป็นได้ขึ้นชั้นเป็นตำนานสองล้อที่ใฝ่ฝันของผู้คนแทบทั้งโลก และแม้ว่าชื่อของ Harley-Davidson
ความฝันของพวกเราคือการได้ขับ Lamborghini แบบกดมิดไมล์เพื่อจะได้รับรู้ถึงอรรถรสของ Supercar อย่างเต็มที่ แม้การจะเป็นเจ้าของครอบครองมันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปัจจุบันได้มีบริษัท Supercar Rental เกิดขึ้นมากมายในหลายประเทศ เช่นเดียวกับในประเทศ Dubai ชาว Middle East ที่ร่ำรวยกลางงทะเลทราย ย่อมมีบริษัทให้นักท่องเที่ยวได้เช่ารถในฝันขับมากมาย และหนึ่งในนั้นต้องพบว่าบริษัทของตัวเองโดนค่าปรับมากถึง $46,000 (1.5 ล้านบาท) จากข้อหา Speeding (ขับรถเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด) ภายใน 3 ชั่วโมงเท่านั้น เรื่องเกิดจากนักท่องเที่ยวได้ทำการเช่า Lamborghini Huracan คันงามจากบริษัทรถเช่าหรู Saeed Ali Rent A Car ซึ่งมีแต่รถ Exotic Car น่าขับทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Ferrari 458 Spiders หรือ Audi R8 Spyder รวมถึง Lamborghini สีขาวคันที่มีปัญหานี้ด้วย ซึ่งเราพอจะเข้าใจอารมณ์คนที่นั่งใน Cockpit ของ Lamborghini ได้ดีว่ามันคงยากที่จะห้ามใจไม่ให้ซิ่งหมดไมล์บนถนนโล่ง ๆ
ในยุคที่โลกกำลังแข่งกันสร้างสรรค์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สุดแสนจะไฮเทค ขุมพลังแรง และวิ่งได้ไกลแสนไกล แต่ในโลกแห่งความล้ำหน้า ย่อมตีคู่มาด้วยโลกของความคลาสสิค วันนี้เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Iconic car ที่โด่งดังในอดีต รถทรงไข่ขวัญใจชาวประชาทั่วโลก และเป็นฮีโร่ที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้ BMW กลับมาจากสถานการณ์ใกล้ล้มจนยิ่งใหญ่แบบในทุกวันนี้ นั่นคือ Isetta Micro Car แต่วันนี้มาในรูปแบบ All-Electric พลังงานไฟฟ้าสุดล้ำสำหรับคนเมืองในชื่อ ‘Microlino’ Microlino มาในรูปแบบเดียวกับ Isetta เป๊ะ ๆ ด้วยรูปทรงไข่ขนาด 2.4 เมตร ที่เปิดประตูเข้าออกได้จากหัวรถด้านหน้าเต็มบาน นั่งได้เต็มที่ 2 คน แต่ผ่านการเปลี่ยนหัวใจใหม่ให้เป็นแบตเตอรี่ขนาด 8 kWh และ 14.4 kWh ให้เลือกได้ตามต้องการ ขุมกำลัง 15 kW แรงบิดสูงสุด 110Nm สามารถชาร์จผ่านปลั๊กไฟแบบ Type 2 มาตรฐานโลกได้ตามปกติ ชาร์จแบตเต็มหนึ่งครั้งใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางไกล 120
ใกล้ความเป็นจริงเข้าไปทุกที สำหรับโปรเจคที่ Porsche กำลังเข็นออกมาฆ่า Tesla โดยใช้จุดเด่นที่ตำนานและจิตวิญญาณอันยาวนานของ Porsche และแน่นอนว่าสเปคของ Taycan หรือที่เรียกกันติดปากว่า Mission E ก่อนหน้านี้ รถ Supercar เบอร์หนึ่งจากค่ายทั้งทีย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่นอน Porsche Taycan เปิดเผยสเปคอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยจะมีรุ่นย่อยให้เลือก 3 รุ่น แตกต่างกันตามแรงม้าและขนาดแบตเตอรี่จากใหญ่ไปเล็ก โดยรุ่นพี่ใหญ่สุดจะมากับขุมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า 600 แรงม้า (440 kilowatts) เด่นด้วยเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า 800-volt Fast-Charging Electric System ซึ่งสามารถชาร์จไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ได้ถึง 80% โดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง สามารถซัดได้ระยะทางไกลถึง 500 กิโลเมตรสบาย ๆ หรือถ้าจะใช้ซิ่งในสนามแข่ง ระยะทางอาจจะลดลงเล็กน้อยตามความแรงเท้าที่กดคันเร่ง ใน Porsche Taycan 600 แรงม้า สามารถทำความเร็ว 0 – 100
ไม่ว่าเราจะขับรถยนต์ราคาหลักแสนหรือหลักล้าน สิ่งเดียวที่เป็นส่วนสัมผัสกับพื้นถนนและมีผลโดยตรงกับระยะเบรกที่มีประสิทธิภาพ รองรับแรงกระแทกจากร่องหลุมบ่อบนท้องถนน คอยรีดน้ำเจิ่งนองตอนฝนตกในขณะที่เราเดินทางด้วยความเร็วให้รถเกาะถนนควบคุมได้ดั่งใจ ก็คือยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้น ผู้ซึ่งเป็นฮีโร่นอกสายตา คอยปิดทองหลังพระมาเสมอ เพราะในขณะที่เราดูแลรถยนต์ให้สวยหล่อดูใหม่เสมอ หลายคนกลับไม่เคยก้มถามสารทุกข์สุขดิบของยางรถยนต์เลยว่าเป็นยังไงบ้าง สุขภาพดอกยางยังดูดีอยู่มั้ย ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ยุ่งเหยิงของคนเมือง ที่เวลาพักผ่อนดูแลสุขภาพตัวเองยังแถบไม่มี ไม่ต้องพูดถึงสุขภาพยางกันเลย หรือบางคนอาจจะไม่ลืม แต่จำใจต้องทนใช้ยางเก่าต่อไปให้นานที่สุด เพราะเปลี่ยนครั้งนึงก็ต้องควักจ่ายไม่ใช่น้อย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ยางรถยนต์นั้นมีความสำคัญเป็นอันดับ 1 แอร์พัง เครื่องเสียงดับ ยังขับและเบรกได้ แต่ถ้ายางไม่ดีเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงอันตรายที่พร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เราอยากให้คุณถามตัวเองตอนนี้เลยว่า “คุณได้ดูแลยางรถยนต์บ้างมั้ย?” ถ้าคำตอบคือ “ไม่เคยเลย” นั่นแปลว่าคุณกำลังเสี่ยงกับอันตรายบนท้องถนนหลายอย่าง เนื่องจากยางที่เก่าเสื่อมสภาพ ยางเสื่อมสภาพ จุดเริ่มต้นของอันตรายหลากหลายด้าน – ยางรถยนต์ย่อมมีวันเสื่อมสภาพและคุณสมบัติไปตามกาลเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากการเสื่อมสภาพตามอายุ ยังต้องเจอกับสารพัดสภาพอากาศ เมื่อยางปะทะกับอากาศบวกกับมีความร้อนสะสม จะไปเร่งให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) ยางที่อายุมาก ๆ จึงสูญเสียความยืดหยุ่น เนื้อยางแข็งกระด้าง ทำให้ยึดเกาะถนนได้ไม่ดี ในเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ Paul Walker ประสบอุบัติเหตุในรถ Porsche Carrera GT มีรายงานจากตำรวจ California Highway Patrol คาดว่าปัจจัยนึงที่ทำให้ Supercar
ว่ากันเรื่องผู้ชายกับยานพาหนะ ย่อมมีความหมายมากกว่าแค่ผู้ขับขี่และรถคันหนึ่ง นอกจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยมที่ทำให้เราประทับใจแล้ว เรื่องราวต่าง ๆ ของรถคู่ใจยังเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราหลงใหล เป็นความหมายที่ช่วยผลักดันให้ทำสิ่งที่เปี่ยมไปด้วย Passion ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้ จากการวิจัยพบว่า สาเหตุที่ผู้ชายอาจหลงใหลในยนตรกรรมมาก ๆ ก็เพราะว่าเสน่ห์ของการออกแบบที่อยู่ถาวร ความรู้สึกอิสระในเวลาที่ได้ควบคุมพวกมาลัยและคันเร่งที่จะพาเราไปทุกที่ การอยากจะดูแลยานพาหนะสักคันตามสัญชาติของหนุ่ม ๆ มันสามารถบ่งบอกตัวตนของเราได้ จึ่งไม่แปลกที่ผู้ชายจะรู้สึกว่ารถคันโปรดของเขาคือส่วนหนึ่งในชีวิต ราวกับมิตรสหายที่โตมาด้วยกัน และถ้าพูดถึงยนตรกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วย Story, Passion และ Feeling นั้น ชื่อแรก ๆ ที่โผล่ขึ้นมาในใจก็คือ BMW ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีที่ผู้คนทั่วโลกต่างยอมรับทั้งชื่อเสียง สมรรถนะ เทคโนโลยี ความสวยงาม และเรื่องราวระดับตำนานมาถึง 100 ปี ซึ่งความคล้องจองระหว่าง insight และตัวแบรนด์ใบพัดฟ้า-ขาว ทำให้ BMW ผุดไอเดียแคมเปญ #BMWStories ที่เกิดจากความเชื่อที่ว่า “เรื่องราวของทุกคน สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถ BMW ในประเทศไทยได้บอกเล่าเรื่องราว, passion และความประทับใจของรถคันโปรด และแบ่งปันแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น จากแคมเปญ #BMWStories ทำให้เราได้รับแรงบันดาลใจจากผู้คนที่มาถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองกับรถ BMW คู่ใจ ซึ่งแต่ละคนก็จะมี passion ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นนักแข่งรถ, นักเดินทาง
590,000,000 (ห้าร้อยเก้าสิบล้าน) บาท นี่ไม่ใช่งบประมาณลับทางทหารของประเทศไทยที่ประชุมกันแบบไม่เปิดเผย แต่นี่คือราคาของรถยนต์ 1 คัน ที่ได้รับตำแหน่ง “แพงที่สุดในโลก” อย่างเป็นทางการ แซงหน้า One-off Rolls-Royce Sweptail รถหรูสั่งทำคันเดียวในโลกที่เคยครองแชมป์ด้วยราคา $13,000,000 (440,000,000 บาท) ไปแบบไม่เห็นฝุ่น นั่นคือ Pagani Zonda HP Barchetta ตำนานสุดพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาเพียง 3 คันในโลก มันดีซะจนเจ้าของต้องขอเก็บไว้ใช้เอง 1 คัน เหลือวางขายเพียง 2 คันเท่านั้น ในราคาเลือดตากระเด็น $17,500,000 (590,000,000 บาท) และราคานี้เราคงโดนผู้ใหญ่ดุว่า ซื้อรถทั้งทียังไม่มีหลังคามาให้ซะด้วย หลังผ่านช่วงอายุขัยการผลิตกว่า 18 ปีของ Pagani Zonda และหยุดสายการผลิตไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังทิ้งตำนานที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ และล่าสุดพึ่งจะเปิดเผยรุ่น Special Edition ทิ้งทวน Zonda series ที่พิเศษถึงขั้นใช้ชื่อย่อของ Horacio Pagani ผู้ก่อตั้งเป็นรหัสใน
ความหล่อของ BMW X5 นั้นเราคงไม่ต้องวิจารณ์อะไรให้มากความ เพราะมันเป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ที่ดูป๋าสุด แถมยังพกเทคโนโลยีมาเต็มเปี่ยม ทรงพลังไม่แพ้ใครบนท้องถนน ซึ่งทรง BMW เรียกมันว่า SAV หรือ Sports Activities Vehicle ซึ่งตัวแรงสุดในตระกูลนี้ต้องเป็น BMW X5 M ที่มาพร้อมขุมพลัง 570 แรงม้า ทำเวลา 0 – 100 Km/h ได้ภายใน 4 วินาที ตัวเลขที่คนทั่วไปแค่เห็นก็ถึงกับต้องเกร็งตัวดูเหมือนจะยังไม่พอใจสำนักจูนรถ Auto-Dynamics Vehicle แห่ง Poland มากนัก จึงจับมันมาทำเป็นโปรเจคพิเศษ เสกแรงม้าเพิ่มเข้าไปให้อีก 100 ตัว กลายเป็น BMW X5 M Avalanche รถ SUV ที่ทรงพลังยิ่งกว่า Lamborghini Urus ด้วยตัวเลขแรงม้ามากถึง 670 แรงม้า


