เวลาผ่านไปไวเกิน หรือหน้าตาของ Audi TT / TTS คลาสสิคล้ำสมัยเกินไป ทำให้เราเกือบลืมไปว่ามันกำลังเข้าสู่ช่วงกลางอายุขัยของ Generation ที่ 3 แล้ว และในขณะที่หลายคนกำลังตัดสินใจว่าจะซื้อตอนนี้ หรือจะรอเห็นหน้าตา Facelift version ให้สบายใจก่อน ซึ่งจากแผนเดิมควรจะเปิดตัวช่วงปลายปีนี้ในงาน Paris Auto Show เดือนตุลาคม แต่ดูเหมือนจะไม่ต้องรออีกต่อไปแล้ว เพราะวันนี้เราได้เห็นโฉมหน้าความเปลี่ยนแปลงของ 2018 Audi TT แบบเต็มตาไร้ผ้าคลุม ความเปลี่ยนแปลงของ Audi TT และ TTS Facelift ภายนอกที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุดก็คือ ดีไซน์ชุดกันชนหน้าและหลังใหม่ โดยกันชนด้านหน้าแบบ 3D singleframe radiator grille มีการเพิ่มช่องดักลมที่เชื่อมต่อกันจากด้านข้างซ้ายและขวาขนาดใหญ่เข้าไป ซึ่งของเดิมไม่มี ทำให้ด้านหน้าของ Audi TT ดูเต็มตา ใหญ่โตมากขึ้น ส่วนกันชนหลังมีการเพิ่มช่องระบายอากาศ และ Air Diffuser บริเวณท่อไอเสียเพิ่มขึ้น สำหรับล้อลายใหม่นั้น เราคิดว่า Audi Thailand
มีภาพยนตร์มากมายที่ใช้รถเป็นตัวหลักของเรื่อง จนทำให้รถคันนั้นดูเด่นพอ ๆ กับนักแสดงนำของเรื่องเสียอีก แม้ว่าปัจจัยหลักส่วนใหญ่เวลาค่ายหนังจะเลือกใช้รถซักคันมักมาจากสปอนเซอร์ แต่ทว่าหนึ่งในยี่ห้อรถที่ถูกนำมาใช้ค่อนข้างมากคือแบรนด์สุดเก๋าอย่าง Ford อาจเพราะพวกเขามีรถให้เลือกใช้หลายประเภทตั้งแต่รถสปอร์ตยันรถกระบะคันใหญ่ ซึ่งส่วนมากหนังจากฮอลลีวูด มักจะเลือกรุ่นสปอร์ตอเมริกันยอดนิยมอย่าง Mustang ดังนั้นวันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำรถ Ford 5 คันที่ถูกเลือกนำไปใช้ประกอบหนังจนโด่งดังเป็นพลุแตกให้ได้รับชมกันครับ 1968 Ford Mustang Fastback – BULLITT เริ่มคันแรกกับ 1968 Ford Mustang Fastback สีเขียวเข้ม Dark Highland Green จากหนังไล่ล่าชื่อดังระดับตำนานอย่าง BULLITT ที่นำแสดงโดย Steve McQueen นักแสดงชื่อดังผู้ล่วงลับ ว่าด้วยเรื่องของตัวเอก Frank Bullitt นายตำรวจแห่งเมืองซานฟรานซิสโกผู้ถูกมอบหมายให้คุ้มครองพยานปากเอกคนสำคัญ ซึ่งจะต้องขึ้นให้การกับศาลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่งานกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อ Bullitt ค้นพบว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลกับพยานคนนี้ โดย Bullitt ก็ได้ใช้รถ Mustang Fastback ปี 1968 สีเขียวเข้มคันนี้เป็นรถประจำตัวเองอีกด้วย และจุดเด่นของเรื่องนี้คือฉากไล่ล่าระดับตำนานซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังรถยุคใหม่
เรื่องรักพี่เสียดายน้องมันเป็นของธรรมดา ใจหนึ่งก็ชอบอะไรที่มันคลาสสิค อีกใจหนึ่งก็ถวิลหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ สุดท้ายมาเป๊ะเข้าให้กับรถสปอร์ตระดับไอค่อนอย่าง 1965 Ford Mustang ในเวอร์ชั่นที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ รถสปอร์ตสุดคลาสสิคโมเดลพิเศษนี้ สร้างสรรค์โดย Siemens ที่ผุดไอเดียนำรถคลาสสิคมาผสมผสานกับรถที่มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือเรียกกันแบบทับศัพท์ได้ว่า autonomous cars และก็ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างมาโชว์เพียงอย่างเดียว แต่รถโมเดลพิเศษไร้คนขับคันนี้จะได้ลงแข่งในรายการ Goodwood Festival of Speed รายการแข่งรถขึ้นเนินเขาชื่อก้องโลกประจำปีนี้ โดยค่ายยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีอธิบายถึงการสร้าง 1965 Ford Mustang เวอร์ชั่นนี้ว่า พวกเขาได้รับการช่วยเหลือจาก Cranfield University มหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศกรรมในประเทศอังกฤษ ใข้เทคโนโลยีการสแกนตำแหน่งที่ตั้งของ Bentley Systems ที่สามารถสแกนแบบ 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ก่อนโหลดข้อมูลลงบนออนบอร์ดคอมพิวเตอร์ของรถ เพื่อคำนวนเส้นทางและลักษณะการขับขี่ต่อไป สิ่งที่ทำให้เจ้า Mustang คันนี้เป็น autonomous car ที่แตกต่างก็คือ ส่วนใหญ่แล้วในรถประเภทเดียวกันจะมาพร้อมกับเรดาร์ขนาดใหญ่ กล้องตัวเป้ง และเซ็นเซอร์ที่ดูโดดเด่นเหลือเกิน แต่สำหรับ Mustang โมเลพิเศษคันนี้ หากดูภายนอกก็แทบจะไม่แตกต่างจากโมเดลดั้งเดิม ติดตั้งเซ็นเซอร์ขนาดกะทัดรัดที่ฝากระโปรงหน้าและฝาประโปรงหลัง อย่างไรก็ตามทาง Siemens ยังไม่เปิดเผยภาพภายในรถแต่อย่างใด ใบ้แค่ว่ารถคันนี้สามารถขับขี่ตามปกติได้ด้วย โดยขุมกำลังของคันนี้ได้จากเครื่องยนต์ V8 ขนาดความจุกระบอกสูบ 4.7 ลิตร จูนแรงม้าได้
ผู้ชายกับความคลั่งไคล้ในรถมอเตอร์ไซค์เป็นของคู่กันไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องของการแต่งรถมอเตอร์ไซค์นั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกกิจกรรมที่ผู้ชายทุกคนต้องเคยผ่านมาสักครั้งในชีวิต ซึ่งการแต่งรถมอเตอร์ไซค์นี้ ก็เหมือนกับการสร้างงานศิลปะที่เราได้ปลดปล่อยจินตนาการ ได้ใส่ความเป็นตัวตนของคนคนนั้นลงไป ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ต่างอะไรกับการวาดภาพ เพียงแต่มันเกิดขึ้นบนยานพาหนะ ไม่ใช่บนกระดาษ หรือผืนผ้าใบ มันคือการทำงานศิลปะที่คนไม่เคยสัมผัสอาจจะยากที่จะเข้าใจ ด้วยบุคลิก ความชอบ และสไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่าง ทำให้เราเกิดแนวทางการตกแต่งรถที่หลากหลาย และมีมากมายจนขยายใหญ่กลายเป็นวัฒนธรรม หรือที่หลายคนเรียกว่า ‘Custom Bike’ ซึ่งปัจจุบันมีสำนักทำรถ ‘Custom’ ระดับโลกเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งแน่นอนว่า แต่ละสำนักก็มีแนวทางที่แตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันจนทำให้เรารู้สึกแปลกใจ ที่ทุกสำนักแต่ง ต้องมีรถมอเตอร์ไซค์อยู่รุ่นนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อ เก็บไว้ในคอลเลคชั่นเหมือนกันทุกสำนัก และรถที่ว่านั้นก็คือ BMW ‘R nineT’ ซึ่งวันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปดูกันว่า ทำไม ‘R nineT’ ถึงได้กลายเป็นรถขวัญใจของผู้ชายที่หลงใหลในรถมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงสำนักแต่งชื่อดังทั่วทุกมุมโลก เริ่มต้นจาก Concept และจุดประสงค์ในการสร้างกันก่อน สำหรับแรงบันดาลใจในการสร้าง ‘R nineT’ เดิมทีนั้นคือ การสร้างรถ Naked Bike ยุคใหม่ที่ยังคงความ Classic Retro
นอกจากชุดสูทเท่ ๆ, คารมคมคาย, บุหรี่, สาวสวย Sexy, Vodka Martinis Shaken Not Stirred แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เรามักจะนึกถึงเสมอเมื่อพูดถึงซีรีส์ภาพยนตร์สายลับ 007 ระดับตำนานอย่าง James Bond คือรถยนต์คู่ใจของเขา ที่ในแต่ละภาคแทบไม่ซ้ำกันเลย แต่ละคันก็ไม่ใช่ธรรมดา เป็นซูเปอร์คาร์สุดหรูทั้งนั้น เห็นแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหน่วยงาน MI6 ต้นสังกัดของสายลับมาดเท่นั้นรวยขนาดไหน นับตั้งแต่ Dr.No ภาพยนตร์ภาคแรกในซีรีส์ James Bond นำแสดงโดย Sean Connery ถึงภาคล่าสุดอย่าง Spectre ที่นำแสดงโดย Daniel Craig รวมทั้งหมดก็ 24 ภาค แน่นอนว่าสายลับ 007 ของเราก็มีรถคู่ใจทุกภาค วันนี้ UNLOCKMEN จะพาไปทำความรู้จักทั้ง 24 คันไปด้วยกัน Dr. No – Sunbeam Alpine Sunbeam Alpine เป็นรถสปอร์ตสองที่นั่งที่ผลิตโดย Rootes Group
ผู้ชายและของเล่นเป็นอะไรที่มาคู่กันแบบขาดไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน ผู้ชายอย่างเรามักจะหาของเล่นเท่ ๆ ที่เหมาะกับตัวเองในตอนนั้นอยู่เสมอ ตอนเด็กก็คงจะเป็นเลโก้ หุ่นยนต์ ของเล่น RC โตขึ้นมาสู่วัยรุ่นเลือดร้อน คงไม่พ้นเกมในสารพัด Platform พอเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว อะไรจะดีไปกว่ารถเท่ ๆ คู่ใจสักคัน แต่มันจะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเอาความทรงจำวัยเด็กที่เราคิดถึงอย่าง LEGO มารวมกับรถเท่ ๆ สักคันที่เป็นของเล่นวัยหนุ่มในตอนนี้ได้ มันไม่ใช่แค่ความคิดสนุก ๆ ของผู้ชายอีกต่อไป เมื่อ LEGO ให้เราได้ประกอบรถเองตั้งแต่ต้นจนจบทั้งคัน เป็นงานคราฟต์เท่ ๆ ให้ตัวเองหนึ่งชิ้น UNLOCKMEN จะพามาแกะกล่องดูของเล่นสุดเจ๋งตัวนี้กัน LEGO TECHNIC Bugatti Chiron! มาสัมผัสประสบการณ์ที่ให้สวมวิญญาณช่างคนเก่งที่ประกอบรถเองด้วยสองมือกับ LEGO® Technic™ 42083 Bugatti Chiron โมเดลสุดพิเศษนี้ถูกพัฒนาจาก Bugatti Automobiles S.A.S ที่ยังคงเอกอักษณ์ที่สำคัญของ Super Sports Car เอาไว้ด้วย ส่วนบอดี้นั้นยังใส่รายละเอียดมาแบบไม่ตกหล่น ไม่ว่าจะเป็น Aerodynamic ยัน
เป็นความบังเอิญที่สวยงาม เมื่อป้าย GT-R และสำนักออกแบบ Italdesign มีอายุครบ 50 ปี พร้อมกันพอดิบพอดี เพื่อเป็นการสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน ทั้งสองบริษัทจึงคิดว่าน่าจะสร้างผลงาน Masterpiece ขึ้นมาสักชิ้นนึง และรถโมเดลที่เหมาะจะนำมาปั้นเฉลิมฉลองครั้งนี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก NISMO GT-R กลายเป็นผลงาน Collaboration ที่โหดสุดในชื่อรหัส Nissan GT-R50 by Italdesign Nissan GT-R50 by Italdesign ถูกสร้างขึ้นมาแบบ One-off เพียงคันเดียวในโลก Italdesign ได้ทำการออกแบบ GT-R ขึ้นมาใหม่ โดยใช้พื้นฐานจากความเป็น Iconic ของ GT-R ดั้งเดิมเอาไว้จะเหมาะสมกว่า รถคันนี้ถูกนำเสนอในโทนสีเทาใหม่ “Liquid Kinetic Gray” ที่ดูดุดันน่าเกรงขาม ตัดลวดลายด้วยโทนสีทอง “Energetic Sigma Gold” สร้างคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจ นำเสนออารมณ์ได้ทั้งความเก๋า ความดุ และความหรูหราที่ลงตัว ลวดลายสีทองถูกเติมเข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะเจาะมาก เริ่มจากกระจังด้านหน้าบริเวณช่องดักอากาศ ช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงมีการเจาะรูที่ชัดเจนขึ้นในโทนสีทองเช่นกัน
ในชีวิตผู้ชาย มีไม่กี่โอกาสที่ทำให้เรามีความสุขที่สุด เช่น เรียนจบ ได้งาน มีลูก และที่สำคัญคือ โอกาสตอนกำลังเลือกรถคู่ใจคันใหม่ ช่วงนั้นเราจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เลือดสูบฉีดตลอดเวลาที่ได้หาข้อมูล เปรียบเทียบสเปคกับรถยนต์ราคาใกล้เคียงกัน แต่ละวันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ในโอกาสแห่งความสุข ก็มักจะแฝงไว้ด้วยความน่าปวดหัวเมื่อใกล้เวลาต้องตัดสินใจว่าเอาคันไหนดี เราต้องเจอห้วงเวลาที่หนักใจว่า คันนั้นก็ดี คันนี้ก็เหมาะ ปัญหาโลกแตกคือ เรามักจะอยากได้รถที่ให้อารมณ์สปอร์ต เท่ หรูหรา สง่างาม เพื่อความภูมิใจทุกครั้งที่ได้เห็นรถตัวเองจอดอยู่ เรียกว่าแค่เห็นรถตัวเองจากเงาสะท้อนกระจก ที่ทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็ถึงกับหายได้เป็นปลิดทิ้ง ในขณะเดียวกัน เราก็อยากได้รถที่มีระบบความปลอดภัยสูง เพราะชีวิตของทุกคนในรถของเราล้วนมีค่า เพราะเราคงไม่อยากเสียเวลาไปกับอุบัติเหตุกวนใจในการจราจรร้อนแรงของเมืองหลวงแน่นอน และสุดท้าย เรามักจะมีต่อมกังวล ว่ารถที่ซื้อมาทั้งที มันมีพื้นที่ให้ใช้งานได้เพียงพอในทุกสถานการณ์หรือไม่ ถ้าต้องรับคุณพ่อ คุณแม่ และแฟนสาวไปทานข้าวพร้อมกัน จะนั่งกันพอมั้ย ถ้าต้องขนของไปด้วยอีกล่ะ จะทำยังไง ถ้าให้กำหนดงบประมาณสำหรับรถคันใหม่อยู่ราว ๆ 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่คนทำงานผ่อนได้สบายไม่เหนื่อย แต่ขอให้ตอบโจทย์ทุกข้อที่ว่ามา ทั้งมีความสปอร์ตสุดเท่ หรูหรา ระบบความปลอดภัยสูง และมีความเอนกประสงค์พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ เรียกว่าจ่ายเงินแล้วจบได้ในคันเดียว เราทำการบ้านคัดสรรมาให้เรียบร้อยแล้ว และคันแรกที่เราจะแนะนำซึ่งชนะผ่านเข้ารอบ Requirement ของเราครั้งนี้คือ New
พูดถึงแบรนด์สัญชาติอังกฤษที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาตลอดระยะเวลา 90 ปีที่ผ่านมา คงต้องนึกถึงแบรนด์ เอ็มจี ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1924 โดยชื่อ MG นั้นย่อมาจาก Morris Garages โดยปัจจุบันแบรนด์ เอ็มจี อยู่ภายใต้การดูแลของ เอสเอไอซี โดย เอ็มจี มีศูนย์กลางทางด้านการออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน และการออกแบบด้านเทคนิคที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์อังกฤษที่ใช้เทคโนโลยีด้านวิศวกรรมตามแบบฉบับยุโรป โดยได้รับการสนับสนุนจาก เอสเอไอซี ทั้งในเรื่องการจัดหาวัสดุจากทั่วโลก รวมถึงการจัดการด้านซัพพลายเชนเกี่ยวกับส่วนประกอบของรถยนต์ ตลอดจนการจัดการด้านการควบคุมคุณภาพ รวมถึงบริการด้านอื่น ๆ เอ็มจี เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากรถยนต์ 2 ที่นั่งรุ่น MGB Roadster ที่เปิดตัวออกมาครั้งแรกในปี 1962 ในวันนี้ เอ็มจีผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพื่อการจัดจำหน่ายไปทั่วโลก ล่าสุดบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว ALL NEW MG3 แฮทช์แบ็คหลากสีสันสดใส มิติใหม่ของความสนุกด้วยเอกลักษณ์ของ
เป็นการกลับมาอีกครั้งของรหัสแรงแห่งบ้านใบพัดฟ้าขาว BMW 8-Seires หลังจากหายหน้าหายตาไปนานเกือบ 20 ปี ทิ้งไว้เพียงมาตรฐานความเป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดของ BMW มาถึงวันนี้ รหัสที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้เพื่อรถที่ดีที่สุด ได้ถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้งใน 2019 BMW 8-Seires ซึ่งเปิดตัวพร้อมกันอย่างยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน 24 Hrs Le Mans ซึ่งเรารายงานไปก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งรหัสตัวแรง BMW M8 GTE และ BMW M850i xDrive รุ่น Production ที่หน้าตาแทบจะไม่เปลี่ยนไปจากเวอร์ชั่น Concept Car แม้ 8-Series ในวันนี้จะไม่มีไฟ Pop-up ทรงเสน่ห์แบบในอดีต แต่ BMW ก็ได้ทำการดึงเอาสัดส่วนจาก E31 ในช่วง 1989 – 1999 นำมาใส่แรงบันดาลใจในการออกแบบของ BMW ยุคปัจจุบันเข้าไป โดยเฉพาะช่วงจมูกที่ยาว หลังคาลาดลง ช่วง Clearence จากพื้นที่เตี้ยลง เสา
ว่ากันว่าความรักความชอบมันเกิดจากทั้งความรู้สึกและเหตุผลควบคู่กัน มันเป็นความรู้สึกพิเศษอะไรสักอย่างที่โดนใจ ไม่จำเป็นต้องมีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ยิ่งอะไรที่ทำให้ผู้คนหลงรักได้มาเป็นเวลานาน ยิ่งพิสูจน์ได้ว่าของสิ่งนั้นต้องมีอะไรดีในตัวและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ไม่มีวันตาย และถ้าถามว่าเบื้องลึกของผู้ชายอย่างเราที่ฝังรากลึกลงไปใน DNA คืออะไร ? คำตอบแรก ๆ ก็คงจะเป็นความซนที่ผู้ชายทุกคน มีในสายเลือด ซึ่งไอ้ความซนของผู้ชายอย่างเรา ๆ ในที่นี้ไม่ได้ความถึงความเจ้าสำราญ ไม่ใช่ความเจ้าชู้ และไม่ใช่ความซนที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่เราต้องปฏิวัติความซนแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นความสร้างสรรค์ สร้างคุณค่าในแบบของตัวเองจากพื้นฐานความสนุก และสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ สู่สังคมยุคใหม่ ที่จริงแล้วผู้ชายทุกคนมี DNA ความซนแบบที่กล่าวไปในตัว เพียงแต่ว่าอะไรที่จะช่วยปลดล็อกความรู้สึกสนุกซนแบบนี้ออกมาได้ สิ่งหนึ่งที่ UNLOCKMEN เชื่อว่าพวกเราน่าจะคิดเหมือนกัน คือการได้ครอบครองรถในระดับตำนานสักคัน กว่า 50 ปีแล้วที่มอเตอร์ไซค์ขนาดกะทัดรัด หรือ มินิไบค์ อย่าง Honda Monkey ได้เข้าไปอยู่ในใจของใครหลายคนที่ได้สัมผัสมัน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ สัมผัส หรือแค่มองก็ดี รวมถึงนักสะสมรถ 2 ล้อที่หลงใหลในความน่ารักและบุคลิกซนๆ ของ Honda Monkey ซึ่งไม่ได้มีดีแค่คาแรคเตอร์อันแตกต่างเท่านั้น แต่ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Honda Monkey กลายเป็นมินิไบค์ที่ใคร
จะเปิดตัวรถเทพให้ยิ่งใหญ่สมฐานะ แค่ตัดริบบิ้น กระชากผ้าคลุมรถ มันก็คงจะบ้าน ๆ เกินไป เพราะนี่คือระดับ BMW 8 Series Coupe ที่ถือเป็น New Luxury Sports Car ของค่ายใบพัดฟ้าขาวทั้งที มันต้องเปิดตัวด้วยการลงแข่งรายการหฤโหดสุดมันส์ เป็นการหวนกลับคืนรายการ Le Mans 24-Hour Race อีกครั้งของ BMW ด้วยรถ BMW M8 GTE ซึ่งเป็นการการันตีความดีงามของรถรุ่นนี้ในทุกด้านได้ดีที่สุด รายการแข่งขัน Le Mans ของฝรั่งเศส เป็นรายการที่เก่าแก่ ขึ้นชื่อด้านความโหดและมันส์ เพราะทุกอย่างต้องถูกเตรียมการเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะรถที่สูง ระบบรถยนต์ที่สามารถซัดต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน รวมถึงตัวนักแข่งที่ต้องรับมือกับความกดดันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายที่สวยงาม ซึ่ง BMW ก็มั่นใจในรถเรือธงคันใหม่ของตัวเอง เป็นการดึงดูดสายตาแฟนรถยนต์และตากล้องทั่วโลกให้จับจ้องมาที่ M8 และยิ่งถ้า BMW สามารถคว้าชัยชนะในรายการ Le Mans ได้อีกด้วยล่ะก็ คงไม่มีจังหวะไหนจะหล่อมากไปกว่านี้อีกแล้วพ่อคุณ


