ชั่วโมงนี้ นอกจาก Ferrari ที่ยังยืนเสียงแข็งว่าจะไม่เข้าร่วมสังคายนาในตลาด SUV ก็ไม่มีแบรนด์รถยนต์ค่ายไหนที่ทนการเติบโตอันหอมหวานของ Segment กลุ่มนี้ได้เลยสักราย ล่าสุดแม้แต่ Lamborghini ก็ส่งตัวแรงเข้าไปร่วมแจม แต่ยังบอกว่าตัวเองนั้นแตกต่างในฐานะที่ Urus เป็น Super-Sport Utility Vehicle (SSUV) ไม่ใช่รถ SUV ธรรมดา ระหว่างที่ทั้งโลกกำลังให้ความสนใจใน Urus ยังไม่ทันน้ำลายแห้ง แบรนด์รถหรูที่สุดในโลกอย่าง Rolls-Royce ก็เตรียมเปิดตัว ‘Cullinan’ รถ SUV ที่ไม่ขอเรียกว่า SUV บ้างแล้วเหมือนกัน เรียกว่ามาเงียบ ๆ แต่พร้อมเปิดตัวเฉย จากที่ล่าสุดมีเพียงภาพรถ Spy shot แบบพลางตัวออกมา สำหรับ Rolls-Royce SUV แต่มาวันนี้กลับมีข่าวอัพเดทจาก Automotive News ออกมาว่า ‘Cullinan Project’ พร้อมเปิดตัวแบบ Exclusive ให้เฉพาะ Potential Buyers ที่รวยจริงจัง
ชื่อของ Ralph Lauren ในสายตาคนทั่วไปอาจจะรู้จักกันในนามของแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้า POLO อันโด่งดัง แต่ใครจะไปรู้ว่านอกจากการเป็นดีไซน์เนอร์แล้ว Ralph Lauren ยังเป็นหนึ่งในนักสะสมรถตัวยง ที่มีคอลเลคชั่นรถหรูส่วนตัว ที่หายากซึ่งมีมูลค่ารวมกันแล้วเกินกว่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ จากการประเมินค่าของ Forbes สำหรับคอลเลคชั่นสะสมรถของ Ralph Lauren นั้นมีมูลค่ารวมมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ นับจากจำนวนรถที่มีเกินกว่า70 คัน ทำให้ Ralph Lauren ถือได้ว่าเป็นคนที่ครอบครองคอลเลคชั่นรถที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ดังนั้นในวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จะขอพาไปส่องรถในคอลเลคชั่นรถของ Ralph Lauren กันดูสักหน่อย ว่าในอภิมหา Garage ของเขานั้นมีของเด็ดคันไหนจอดอยู่บ้าง 1938 Alfa Romeo 8C 2900 Mille Miglia มูลค่า $3,000,000 (ราว 96,000,000 บาท) 1929 Birkin Blower Bentley มูลค่า $5,000,000
ขึ้นชื่อว่าเป็นรถ 4-wheel drive off-road ที่มีความคลาสสิค หลายคนหลงรักในความดิบ ไม่สนใจยุคสมัยของมัน ซึ่งจุดนี้ทำให้ Land Rover Defender มีอายุขัยทำตลาดที่ยาวนานถึง 68 ปี เป็นโมเดลที่พัฒนามาจากต้นแบบของ Land Rover Series ตั้งแต่ปี 1948 ซึ่งในช่วงแรกจะถูกเรียกว่า Land Rover Ninety (1983) บ้างก็เรียกว่า Land Rover One Ten (1984) ตัวเลขเหล่านั้นมาจากระยะฐานล้อที่ต่างกัน (90 นิ้ว และ 110 นิ้ว) กว่าจะมาได้ชื่อ Defender แบบเต็ม ๆ ก็ปาเข้าไปช่วงปี 1990 แต่ก็ถือว่าเป็นรถตระกูลเดียวกันนั่นเอง Land Rover Defender คันสุดท้ายในสายการผลิต “H166 HUE edition” หยุดลงในวันที่ 29 มกราคม 2016
ถ้าหากย้อนไปก่อนหน้านี้สัก 10 ปี เราคงเถียงสุดตัวเวลาที่ใครสักคนบอกกับเราว่า เขาสามารถใช้กล้องที่ฝังอยู่ในโทรศัพท์มือถือมาทำการถ่ายทำ VDO เจ๋ง ๆ หรือแม้กระทั่งนำมาใช้ถ่ายหนังกันเลยก็ยังมี แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และดูทีท่าแล้ว คงจะไม่มีใครยอมหยุดพัฒนาความทันสมัยที่ขายได้ตังค์เหล่านี้อย่างแน่นอน และสุดท้ายก็ทำให้การถ่าย VDO เจ๋ง ๆ จากมือถือเกิดขึ้นได้จริง แต่มันก็ไม่ใช่เพราะว่า เหล่าผู้ผลิต Smartphone เพียงอย่างเดียว ที่สมควรจะได้รับเครดิตในการผลิตโทรศัพท์มือถือที่สามารถถ่าย VDO ได้อย่างคมชัดจนหลายคนเอามาทำเป็นหนังได้ เพราะมันยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ โทรศัพท์มือถือ หรือ Smartphone ในสมัยนี้ บันทึกความทรงจำเป็นภาพเคลื่อนไหวได้อย่างไร้ที่ติ เพราะไม่ว่าจะเป็นกล้อง หรือโทรศัพท์มือถือเอง ต่างก็ต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มความเจ๋งให้กับมันมากขึ้นกันทั้งนั้น อย่างเช่น ไมค์โครโฟน, เลนส์, โปรแกรมแต่งภาพต่าง ๆ ซึ่งจะว่าไปสิ่งเหล่านี้ ทั้งกล้อง และ Smartphone ส่วนใหญ่ก็มีคุณสมบัติเหล่านี้อยู่ในตัวทั้งนั้น แต่มันก็อาจจะดีไม่เท่า กับสิ่งที่ถูกตั้งใจสร้างมันขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งของตัวมันเองโดยเฉพาะ ทำให้เรามักจะเห็นว่า มีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ (Rig) วางขายอยู่มากมายในท้องตลาดตอนนี้ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพการถ่าย VDO ของ โทรศัพท์ Smartphone
สายคอนโซลยังต้องอ้าปากเหวอ เมื่อเจอคลิป NINTENDO ออกมาเปิดวงการการเล่นถอยกลับไปวัยเด็ก ฉีกความล้ำนำเทรนด์ด้วยการใช้กระดาษลังล้วนมาสร้างเป็นเกม ทำเอาเราอดคิดถึงของเล่นวัยเด็กอย่างการประกอบโมเดลบ้านกระดาษจาจาไม่ได้ แต่จาจามันแค่กระดาษแผ่นบาง ๆ อยากจับให้สมจริงเป็นชิ้นเป็นก็ใช้กระดาษลังนี่แหละ รีไซเคิลได้ด้วยง่ายดี NINTENDO LABO เป็น Episode 2 ไว้ขยายการเล่นของ NINTENDO Switch ที่ออกมาวางขายเรียกความคิดถึงยุค 90s เมื่อปีที่แล้ว ด้วยนวัตกรรมล้ำ เฉียบ ฉบับเกมคอนโซล portable ในฝัน ที่สามารถใช้งานทั้งการถอดและเสียบจอยคอนฯ ทั้ง 2 ข้างได้แบบโดน ๆ ซิงค์ร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่างอื่นทั้งที่พอรวมร่างจะเจ๋งขึ้น เช่น จากจอยเล็กในมือสองข้างจะกลายเป็นจอยคอนฯ ชิ้นใหญ่, ใช้สำหรับติดที่จับเสริมสำหรับเล่นเกมออกโมชันการขยับตัวได้เท่ พร้อมทั้งสามารถต่อจอเล็กสู่จอใหญ่ โชว์แสดงผลในหน้าจอทีวีเหมือนตระกูล playstation ก็ได้ โดยคอนเซ็ปต์ “MAKE PLAY DISCOVER” ของ NINTENDO LABO ที่ปู่นินปลุกความเป็นชายสายประดิษฐ์เราให้ลุกโชนมาสร้างเกมเอาเอง ทันทีที่เปิดกล่องมาเราจะเจอกระดาษไดคัตเป็นชิ้นพร้อมปรุให้เรามาประกอบ แบ่งเป็น 2 ชุด คือ Variety Kit
มาเช็กแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนรับต้นปีกันหน่อย เพราะ Forbes เขาจัดอันดับความเด็ดของแอปพลิเคชันเพื่อให้คุณเคลียร์เมมให้ว่างไว้รอ Install ตัวช่วยที่ใช่ถึง 13 ตัวเข้าไปในเครื่องให้เลือกใช้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ชายทุกสายตามด้านที่แต่ละคนสนใจดังต่อไปนี้ ชาว UNLOCKMEN ลองไปเช็กดูกันว่ามีแล้วหรือยัง? ด้านผลิตภาพและการจัดการ 1: Evernote (Free) เคลมตรงมาว่า Evernote นี่มันแสนจะเป็น perfect เมโม ที่ใช้แปะเตือนความจำบนหน้าจอได้ดี ฟังก์ชั่นอื่นก็เยี่ยมเพราะไม่ได้มีไว้พิมพ์โน้ตจดไว้เฉย ๆ แบบโพสต์อิท แต่มันยังบันทึก Voice Memos หรือบันทึกเสียงไว้เป็นเมโมได้ด้วย จุดเด่นไม่ซ้ำใครที่ทำให้ต้องแนะนำแอปฯ นี้อีกอย่างก็อยู่ที่ความสามารถในการจัดการพวกบันทึกได้ในระดับท็อปฟอร์มจากการเข้าไปในฟีเจอร์หลักของแอปฯ ที่ชื่อว่า “notebook” ทำให้เสิร์ชบันทึกที่เคยเซฟไว้เจอได้ง่าย ๆ สุดท้ายสิ่งที่ชวนประทับใจคือแอปฯ นี้ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้ ไม่ว่าจะซิงค์ ถ่ายโอนเท่าไรก็ง่ายสุด ๆ โดยเฉพาะพวก List to Do ทั้งหลาย เช่น ถ้าเราอยากซื้อของแล้วมีลิสต์ในมือแต่เกิดไปไม่ได้กะทันหันเลยจะฝากเพื่อนไปแทน แค่แชร์ให้เพื่อนไปซื้อไปเช็กให้ครบ แค่นี้ก็ไม่พลาด 2. Habit Tracker (Free) ตัวช่วยพัฒนาเชิงลึกระดับนิสัยและพฤติกรรม แอปฯ นี้ทำหน้าที่พี่เลี้ยงที่จะคอยเตือนเป้าหมายของเรา
ในฐานะที่เราเองก็เป็นคนชื่นชอบมอเตอร์ไซค์ ครั้งแรกที่ได้เห็นชื่อ คุณณัฐพัชร์ จรรยาพาณิชย์ ในงานเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ที่จัดโดย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า นอกจากความตื่นเต้นกับดีไซน์สวยงามของรถรุ่นใหม่ที่กำลังเปิดตัวบนเวที อีกสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นกว่านั้น คือชื่อของคนที่ออกแบบมอเตอร์ไซค์ที่เรากำลังมองตาค้างอยู่นั่นเอง “คุณณัฐพัชร์ จรรยาพาณิชย์ ดีไซน์ โปรเจกต์ ลีดเดอร์” พิธีกรบนเวทีพูดชื่อพร้อมแนะนำตำแหน่งของเขาใน ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เซ้าท์อีสท์ เอเซีย เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าในบริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่างฮอนด้า จะมีคนไทยเป็นดีไซน์เนอร์อยู่ในนั้นด้วย และยังเป็นถึงระดับโปรเจกต์ ลีดเดอร์อีกต่างหาก พร้อมคิดในใจว่าอยากนั่งพูดคุยเกี่ยวกับแนวคิดที่น่าสนใจกับผู้ชายคนนี้สักครั้ง และวันนึงเราก็มีโอกาสได้พูดคุย ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่คิดไว้ มีมุมมองดี ๆ และประสบการณ์ที่น่าสนใจมากมาย น่าจะถ่ายทอดแรงบันดาลใจให้เราไล่ตามความฝันได้ไม่ยากเลยครับ อะไรที่ทำให้เลือกมาเป็นดีไซน์เนอร์สายอุตสาหกรรมยานยนต์ ‘เพราะเป็นคนชอบเรื่องของยานพาหนะมาตั้งแต่เด็ก ๆ ชอบขับรถ จริง ๆ ชอบยานพาหนะทุกอย่างเลยครับ พอตอนจะเข้ามหาลัยเลยเลือกคณะสถาปัตยกรรม โปรดักส์ ดีไซน์ ศิลปะอุตสาหกรรม ซึ่งจริง ๆ ก็จะแยกเป็นหลายแขนง แต่ผมเลือกยานยนต์’ รู้ตัวว่าอยากออกแบบมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ช่วงเรียนเลยไหม ‘ถ้าหมายถึงจุดเริ่มต้นที่อยากออกแบบรถมอเตอร์ไซค์จริง ๆ คือตอนเรียนปี 5 ครับ ตอนนั้นยังเรียนไม่จบ อยู่ในช่วงทำธีสิสผมกำลังอินกับมอเตอร์ไซค์ แล้วได้เจอรุ่นพี่คนหนึ่งที่ได้เข้าไปทำงานออกแบบของฮอนด้า เล่าให้ฟังว่าการได้ทำงานออกแบบรถมอเตอร์ไซค์แล้วได้เห็นคนใช้งานมันจริง ๆ เห็นคนที่ชื่นชอบและหลงใหลไปกับสิ่งที่เราออกแบบมันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก
บางทีพวกเราก็อยากรู้ว่ามีอะไรบ้างประกอบกันอยู่ในรถยนต์ของเรา สำหรับบางคนที่มีสกิลช่างระดับเทพ ก็คงแกะเข้า แงะออกได้สบาย ไม่มีปัญหา แต่สำหรับอีกหลายคน ต้องบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย ต่อให้เป็นรถบ้านที่ส่วนประกอบไม่ซับซ้อนอะไรมากมายก็ตาม ยิ่งถ้าเป็น 12 Iconic Car ระดับโลก ที่มีความซับซ้อนของเทคโนโลยีอยู่ข้างใน ถ้าไม่ใช่คนพิเศษจริง ๆ คงไม่มีทางได้พบเห็นในชาตินี้ แต่โชคดีที่มักจะมีศิลปินรับผิดชอบงานด้านนี้โดยเฉพาะ ค่อย ๆ ศึกษาชิ้นส่วนแต่ละอย่างของ Supercar ก่อนจะค่อย ๆ วาดมันออกมาให้เหมือนจริงที่สุด ซึ่งขั้นตอนการวาดถือว่าเป็นขั้นตอนที่ง่ายไปเลย ถ้าเทียบกับการแพลนล่วงหน้าว่าจะนำเสนอยังไงให้คนดูเข้าใจง่าย เพราะภาพวาดพวกนี้มันจะต้องนำเอาใช้ใน Catalogue, Manual รถคันนั้น ๆ และนี่คือ 12 ผลงาน Cutaways ที่สวยงาม ดูง่าย และน่าตื่นเต้นจนเราต้องนำมาฝากกัน เพราะนอกจากรูปสาว ๆ แล้ว ก็เป็นระบบที่สวยงามของรถ Iconic Car นี่แหละ Ford GT40 Mk. IV by James Allington Lancia
แบรนด์นาฬิกาคลาสสิกที่สร้างชื่อเสียงจากการผลิตนาฬิกาชั้นนำมาตั้งแต่แรกเริ่มอย่าง ลองจินส์ (Longines) สำหรับหลายคนอาจยังไม่ทราบประวัติความเป็นมาของ แบรนด์นาฬิกาคลาสสิกนี้ ลองจินส์ (Longines) แบรนด์นาฬิการะดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นที่เมือง แซงต์ อิมิเยร์ เมื่อปีค.ศ. 1832 เชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาที่มีดีไซน์ สง่างาม เปี่ยมไปด้วยมาตรฐานด้านคุณภาพ และการทำงานทรงประสิทธิภาพ นับตั้งแต่อดีต ลองจินส์ได้รับเลือกให้เป็นผู้จับเวลาการแข่งขันกีฬาระดับโลกมากมาย รวมถึงเป็นพันธมิตรกับสมาพันธ์กีฬานานาชาติ ทำให้ชื่อของลองจินส์เป็นส่วนหนึ่งของโลกกีฬามาโดยตลอด นอกจากนี้ ลองจินส์ ยังเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท สวอทช์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำระดับโลก ที่โดดเด่นในด้านการสร้างสรรค์นาฬิกาที่มีความสง่างาม ดังตราสัญลักษณ์รูปนาฬิกาทรายพร้อมปีกสยายของแบรนด์ที่ยืนยงมานานกว่า 150 ปี และยังคงเป็นแบรนด์นาฬิกาที่ได้รับความไว้วางใจและคงอยู่ในกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง Longines Master Collection คือภาพสะท้อนของความร่วมสมัยของแบรนด์ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2005 ผสมผสานความสง่างามแบบคลาสสิกและความเป็นเลิศในการผลิต ซึ่งล่าสุดลองจินส์ได้นำเสนอ Longines Master Collection หน้าปัดเฉดสีใหม่เพิ่มเติม นั่นคือ เฉดสีน้ำเงิน เพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่หลงใหลในนาฬิกาคุณภาพได้เลือกกัน นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2005 Longines Master Collection ก็กลายเป็นคอลเลกชั่นขายดีของแบรนด์ โดยประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและครองความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการผลิตนาฬิกาคุณภาพของลองจินส์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาลองจินส์ได้เพิ่มตัวเรือนขนาดต่าง
ชาว UNLOCKMEN สายถ่ายภาพทั้งมือสมัครเล่นและมือโปรเตรียมยิ้มหวานกับการประกาศอย่างเป็นทางการให้สะเทือนวงการภาพ เมื่อบริษัทยักษ์ล้มเจ้าดังอย่าง KODAK ลุกมาจับมือกับ Wenn Digital บุกตลาดค้าภาพลุกมาสร้างสกุลเงินกลางสายดิจิตอลสำหรับนักถ่ายที่หวังจะดึงอำนาจการสื่อขายถ่ายโอนภาพให้ได้ดังใจ KODAKCOIN สกุลเงินใหม่มีไว้ทำไม? หลายคนสงสัยว่าเมื่อมีสกุลเงินดิจิตอลชื่อดังอย่าง Bitcoin แล้ว ทำไมยังต้องมี KODAKCOIN มาเพิ่มอีก คำตอบง่าย ๆ ก็คือไอ้ระบบสกุลเงินดิจิตอลเนี่ย Bitcoin มันอาจจะดังที่สุด แต่มันก็เป็นแค่หนึ่งในสกุลเงินเท่านั้น และช่วงนี้ก็เป็นขาขึ้นของ cryptocurrency จึงไม่แปลกที่ KODAK เองจะสนใจ หันไปปล่อย Currency ของตัวเอง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ Portfolio ด้วยความเชื่อมั่นในระบบ Blockchain และรู้ว่านี่ยังเป็น Blue Ocean ที่จะทำเงินได้ แถมการใช้ชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่อย่าง KODAK ย่อมทำให้ค่าเงินของตัวเองมีมูลค่าน่าสนใจกว่าเจ้าไหน ๆ ในตลาด คนใช้ได้จะได้อะไร? KODAK เขาก็ออกมาเผยข้อดีว่าแพลนนี้มันดีนะยูวววว มันช่วยเปิดมิติการซื้อขายรูปอย่างเท่าเทียมขึ้นมา ช่างภาพอยากขายภาพก็เทรดตรงไปเลยระหว่างคนซื้อคนขาย จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เพราะการซื้อขายทุกวันนี้ที่มันมีช่องว่างของพ่อค้าคนกลางมาเอี่ยวบ้าง หรือบรรดาคนซื้อหัวหมอที่ซื้อครั้งเดียวใช้ไปรัว ๆ ทุกช่องทาง หรือมุกหนูไม่รู้ที่หยิบเอาช่องว่าระหว่างพรมแดนมาบอกบ่อย
ต้องบอกว่าเทคโนโลยีเสมือนจริงในยุคปัจจุบัน นับวันมันยิ่งเหมือนโลกแห่งความจริงเข้าไปทุกที ล่าสุด HTC VIVE™ บริษัทผู้พัฒนาระบบเทคโนโลยีเวอร์ชวลเรียลลิตี้โลกเสมือนจริงแบบ Room-scale ที่ก้าวล้ำที่สุด ประกาศเปิดตัวแว่นเสมือนจริงตัวอัพเกรดล่าสุดรุ่น Vive Pro และรุ่น Vive Wireless กับสุดยอดประสบการณ์เสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) เหนือระดับสุดพรีเมี่ยมแก่พวกเรา พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์ม Viveport VR และ Vive Video รูปแบบใหม่สำหรับใช้ในการค้นหาและเลือกซื้อคอนเทนต์ VR ต่าง ๆ ที่เพิ่มความสะดวกและเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานให้ง่ายและตอบโจทย์ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น Vive Pro (ไวฝ์ โปร) Vive Pro ตัวแว่นเสมือนจริงที่ได้ทำการอัพเกรดตัวจอป้อนภาพ (Head-Mounted Display หรือ HMD) มอบประสิทธิภาพการแสดงผลและระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบ ด้วยหน้าจอแสดงผล OLED ขนาด 3.5 นิ้วเพื่อมุมมองที่กว้างเป็นพิเศษ และมีความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลสูงถึง 615 ppi พิกเซลเพิ่มมากกว่ารุ่นปัจจุบันถึง 37 เปอร์เซ็นต์ ออกแบบเฉพาะสำหรับเหล่าเกมเมอร์และลูกค้าองค์กรธุรกิจ
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า นอกจากเจนีวาแล้ว เมืองเบียล ก็เป็นอีกต้นกำเนิดแห่งวิถีประเพณีดั้งเดิมแห่งการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตเรือนเวลามาจนถึงทุกวันนี้ ก้าวแรกของแบรนด์นาฬิกาอิสระอย่าง Azimuth ก็เริ่มต้นขึ้นที่นี่เช่นกัน ด้วยคอนเซ็ปต์ในการเป็นนาฬิการูปแบบเฉพาะตัวที่ผสานดีไซน์อันยอดเยี่ยม นวัตกรรมอันทันสมัย และประเพณีดั้งเดิมแห่งการประดิษฐ์เรือนเวลาของสวิส เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับใครที่รู้สึกว่าชื่อแบรนด์ไม่ค่อยคุ้นหู ที่จริงแล้วเรือนเวลาแบรนด์นี้มีประวัติและเทคโนโลยีการผลิตที่ละเอียดอ่อนไม่แพ้แบรนด์ไหนในโลก แม้จะเป็นนาฬิกาสวิส แต่ผู้ให้กำเนิดแบรนด์และก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกา Azimuth ขึ้นที่เมือง เบียล ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 เป็นต้นมานั้น ไม่ใช่ชาวสวิส แต่เป็นชายผู้หลงใหลในเครื่องบอกเวลาชาวเอเชีย 2 ท่าน Alvin Lye กับ Christopher Long ทั้งสองท่านนี้เป็นผู้คร่ำหวอดมากประสบการณ์ในวงการนาฬิกา ทั้งในแง่ของการสะสม และการเป็นผู้จำหน่าย ซึ่งไม่เพียงพอสนองความต้องการที่แท้จริงของเขาทั้งคู่ได้ เพราะทั้งสองต่างประสงค์ที่จะสร้างนาฬิกาในอุดมคติขึ้นมาเอง ด้วยความที่ไม่มีนาฬิกาแบรนด์ใดตอบโจทย์คุณสมบัติที่พวกเขาต้องการให้มีได้ โปรเจ็คต์การก่อตั้งแบรนด์และโรงงานนาฬิกาของพวกเขาจึงก่อกำเนิดขึ้นโดยเลือกคำว่า Azimuth ซึ่งเป็นชื่อเรียกระยะคำนวณของเส้นขอบฟ้าจากตำแหน่งใด ๆ บนโลก มาเป็นชื่อแบรนด์ ด้วยเป็นความหมายแห่งการแสวงหาความรู้ทางปัญญาของมนุษย์ อีกทั้งคำนี้ยังมาจากรากศัพท์ภาษาอารบิก ที่หมายถึงเส้นทางที่นักเดินทางข้ามผ่านซึ่งก็เป็นความหมายที่โดนใจพวกเขาเช่นกัน ส่วนโลโก้ของแบรนด์มาจากลักษณะของแฮร์สปริง ที่เปรียบได้กับการเต้นของหัวใจแห่งกลไกจักรกล ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการผลิตแต่เพียงนาฬิกาจักรกลได้อย่างตรงประเด็นที่สุด ความต้องการสร้างสิ่งที่แตกต่างนั้น คือวัตถุประสงค์หลักในการสร้างนาฬิกา Azimuth ดังนั้นนาฬิกาจาก Azimuth จึงแตกต่างจากนาฬิกาที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป พวกเขาให้อิสระกับทีมออกแบบ


