ต้องยอมรับว่าการเปิดตัวของ iPhone X (ไอโฟน เท็น) ซึ่งเป็นรุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี การถือกำเนิดของ iPhone โทรศัพท์ที่นำพาให้คนทั้งโลกได้เข้าใจคำว่าสมาร์ทโฟนอย่างแท้จริงนั้น สามารถสร้างกระแสฮือฮาให้กับสาวกดั้งเดิมของ Apple รวมถึงยูสเซอร์หน้าใหม่ขาจร ที่ต่างก็ตะลึงในความล้ำของมัน จน iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ที่เปิดตัวออกมาพร้อมกันถูกยัดบทตัวประกอบใส่มือไปแบบงง ๆ ซึ่งใครจะบอกว่า Apple ลำเอียง ก็คงเถียงลำบาก เพราะพี่แกเล่นจัดใหญ่ ใส่เต็มเทคโนโลยีใหม่ ๆ ลงใน iPhone X แบบไม่ปราณีต่อมกิเลสของเหล่าสาวก เริ่มจากหน้าจอสัดส่วนแปลกตา ที่มีคำจัดกัดความเท่ ๆ ตามประสา Apple ว่า ‘The Device is The Display’ พูดง่าย ๆ คือ ทั้งตัวเครื่อง และ หน้าจอมันคือสิ่งเดียวกันไปแล้ว ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ All Screen
งานโฆษณาไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อสำหรับลูกค้า ถ้าชิ้นงานนั้นถูกออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ มันก็จะกลายเป็น CONTENT นึงที่คนยินดีเสพ ซี่งในประเทศไทยก็ขึ้นชื่อเรื่องความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะใน APAC ถ้าใครติดตามการประกวด CANNES LIONS ก็จะรู้ว่า มีชื่อคนไทยคว้ารางวัลใหญ่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่ง UNLOCKMEN ก็มักจะนำ Creative ดี ๆ มาแนะนำเป็นไอเดียอยู่เสมอ เช่นเดียวกับผลงาน CREATIVE BILLBOARD ชิ้นล่าสุดของ VOLVO S90 ใหม่ ที่ทำได้เท่โดนใจจนต้องพูดถึง ป้ายโฆษณาที่ว่านี้ ถูกออกแบบใส่ความ INNOVATION จากธรรมชาติ ใช้สายฟ้าฟาดมาโชว์ประสิทธิภาพของสินค้า โดยที่ไม่มีข้อความอะไรให้ต้องเสียเวลาอ่านมากมาย ก็สามารถสื่อสารให้พวกเราเห็นถึงพลังงานที่ยิ่งใหญ่ของ VOLVO S90 และความเป็นมิตรกับธรรมชาติได้อย่างชัดเจน THE LIGHTING BILLBOARD หรือ บิลบอร์ดสายฟ้าฟาดชิ้นนี้ เป็นผลงานการโฆษณาของ Volvo ที่ต้องการพูดถึงสมรรถนะความแรงของเครื่องยนต์ S90 T8 TWIN-ENGINE PLUG-IN HYBRID พละกำลัง 407 แรงม้า สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว (PURE ECO DRIVE
เชื่อว่าหลายคนฝันที่จะมีโอกาสออกไปสัมผัสความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นที่นอกอวกาศสักครั้งในชีวิต เพราะอยากรู้ว่ามันจะมีความรู้สึกอย่างไร แต่ถึงอย่างไรก็ตามห้วงอวกาศนั้นมันไม่ได้เดินทางกันไปได้ง่าย ๆ เหมือนกับไปเซเว่น และนอกจากนั้นแล้ว สถานที่นอกโลกอย่างอวกาศยังเป็นอะไรที่กว้างใหญ่ และเต็มไปด้วยสิ่งเร้นลับเกิดกว่ามนุษย์อย่างเราจะคาดเดาได้ จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับมัน ได้เพียงแต่นั่งดูรายการสารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราว และความรู้ต่าง ๆ ผ่านทางทีวีเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีมนุษย์คนใดเคยขึ้นไปบนอวกาศมาก่อน เพราะอย่างน้อย ๆ ก็มีนักบินอวกาศจากหลายประเทศที่เคยขึ้นไป และกลับลงมาได้สำเร็จ อีกทั้งยังมาเล่าถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เขาได้พบเจอมาเพื่อเป็นประโยชน์ และความรู้ใหม่ให้กับมวลมนุษย์ชาติอีกด้วย แต่ในตอนนี้ หลายคนที่ฝันอยากจะมีโอกาสได้สัมผัสกับ อวกาศ แต่ไม่สามารถจะบินทะลุนอกโลกไปได้อย่างพวกเราส่วนใหญ่นั้น ฝันของท่านกำลังจะเป็นจริง เมื่อล่าสุดได้มีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาในรูปแบบของเทียนหอมที่สามารถสร้างบรรยากาศ และถ่ายทอดความเป็นอวกาศให้กับคุณแม้อยู่ที่บ้าน ด้วยการส้างกลิ่น ที่ทางผู้ผลิตบอกว่า เป็นกลิ่นของอวกาศ ให้เราได้สูดดมดื่มด่ำบรรยากาศกันง่าย ๆ บนโลก เทียนกลิ่นอวกาศที่ว่านี้ ไม่ได้นั่งเทียนมโนกลิ่มขึ้นมาแต่อย่างใด แต่พวกเขาได้นำกลิ่นอวกาศมาจากตัวของนักบินอวกาศที่เพิ่งกลับลงมาสู่โลก หลังจากที่ออกไปปฎิบัติภารกิจที่ดินแดนอันไกลโพ้นมา ซึ่งพอหลังจากที่นักบินกลับลงมาถึงโลก และถอดหมวกออก ทุกคนต่างรู้สึกได้ถึงกลิ่นที่แตกต่างออกไป และไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้บนโลกมาก่อน พวกเขาจึงได้เอากลิ่นนี้ มาวิเคราะห์แล้วสร้างมันขึ้นมาให้ได้ใกล้เคียงที่สุด และเรียกมันว่า เทียนกลิ่นอวกาศ โดยกลิ่นอวกาศที่อยู่ในเทียนนี้ นอกจากจะให้ความหอมแล้ว มันยังเป็นกลิ่นที่แปลกใหม่ ผ่อนคลาย และทำให้มีสมาธิได้ชนิดอย่างน่าอัศจรรย์อีกด้วย หากใครที่สนอยากได้เทียนหอมไว้จุดที่บ้าน เราขอแนะนำให้คุณลองหา “เทียนหอมอวกาศ”
รถ SUV ถือว่าเป็นรถประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในบ้านเรา ด้วยเหตุผลมากมายไม่ว่าจะทนต่อถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือแม้กระทั่งน้ำที่ท่วมสูงถึงหัวเข่าเป็นประจำทุกปี จึงทำให้หลาย ๆ คน เริ่มที่จะทิ้งรถ Sedan และหันไปหารถไซส์ใหญ่ใจถึงประเภทนี้กัน SUV ได้รับความนิยมมากขึ้นไม่ใช่แค่ในหมู่คนรักการผจญภัยเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมไปถึงเหล่าเฮีย ๆ ไฮโซ ไฮซ้อทั้งหลายด้วย สังเกตได้จากการที่แบรนด์รถ Sport หรือ Supercar ราคาแพงหลายต่อหลายแบรนด์ก็เริ่มมาเอาดีสร้างรถสไตล์ SUV ออกมาเป็นอีกทางเลือกของคนมีสตางค์กัน เช่นเดียวกันกับรถ SUV ที่เราได้นำมาให้ทุกคนได้ดูกันในวันนี้ ที่ต้องบอกเลยว่า เป็น SUV ที่ไม่ธรรมดา เพราะมันเกิดมาจากแบรนด์รถ Sport อีกทั้งยังดีไซน์ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม และถ้าหากใครอยากได้รถ SUV ที่ทันสมัย ดูรุ่นใหญ่ และยังปลอดภัยสุด ๆ แล้วล่ะก็ คุณจะพลาดไม่ได้กับ THE Tank จาก Rezvani คันนี้ Rezvani คือ แบรนด์ที่เรารู้จักกันดี ขึ้นชื่อในเรื่องการสร้างรถสปอร์ตที่ผนวกแชสซีที่แข็งแกร่ง และบอดี้ที่มีการออกแบบได้โหดระห่ำเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งในครั้งนี้ การออกแบบของ Rezvani
หากพูดถึงสำนักแต่งคู่บุญของ BMW แล้วล่ะก็ ทุกคนคงต้องนึกถึง M-Power ขึ้นมาเป็นชื่อแรกอย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรเราก็จะเห็น BMW ตัวแรงทั้งหลายออกมาพร้อมกับสัญลักษณ์นี้อยู่ตลอด แต่นอกจาก M แล้ว อันที่จริงยังมีสำนักแต่งอีกสำนักหนึ่งที่คู่กับ BMW ได้เร็วแรงแซงกระจายได้ไม่แพ้กันมาให้ชมกันด้วยในวันนี้ และนั่นก็คือ สำนักแต่งที่เรียกได้ว่าแรงสุดคลั่งอย่าง G-Power ที่มีประวัติศาสตร์คู่กับ BMW มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี โดยเฉพาะขาโมดิฟายทั้งหลาย ที่ชอบติดเติมเพิ่มเสริมอาวุธหนักอย่างระบบ Super Charger ลงใน BMW แล้วล่ะก็ ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะเราขอรับรองว่าคุณจะน้ำลายไหล อยากได้ของหล่อตรงสเป็ครถ BMW ของ G-Power มาติดอยู่ในรถคุณอย่างแน่นอน ถ้าหากคุณได้อ่านบทความนี้ ไปแล้ว FIRST STEPS 1971 รากฐานของ G-Power นั้น เกิดขึ้นที่ Neu-Isenburg ประเทศ German โดยเริ่มต้นจากการเปิดสถานีน้ำมันเป็นของตัวเอง โดยมีผู้ก่อตั้งก็คือ พ่อลูกตระกูล Grommisch ซึ่งทั้งตัวพ่อ และลูกชายเองนั้น
อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน หลังจากได้เห็นร่าง Camo ของ ALL NEW 2018 MERCEDES-BENZ CLS ที่สื่อทั่วโลกต่างนำภาพขณะพรางตัวทดสอบ กับดีไซน์การออกแบบที่แตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน แม้จะใกล้เปิดตัวอย่างเป็นทางการอยู่วันสองวันนี้แล้วก็ตาม แต่ดูเหมือน Mercedes-Benz จะอดใจรอไม่ไหว ชิงปล่อยภาพหลุดทั้งหน้า หลัง และข้างในแบบชัดเจนเหมือนตั้งใจปล่อยให้เห็นกันแบบเต็มแล้วเรียบร้อย หน้าตาของ ALL NEW CLS นั้น ทำให้เสียงแตกเป็นสองฝั่งอย่างแรง ฝั่งนึงบอกว่าแบบเดิมยังดีกว่า ดูแพงและคลาสสิค มีรสนิยม ส่วนอีกฝั่งบอกว่า ด้านหน้าแบบนี้ก็เฟี้ยวดี ได้กลิ่นอายของ Mercedes-AMG GT R อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกระจังหน้า กันชนหน้า และแนวโคมไฟหน้า ดูสปอร์ตและทะมัดทะแมงขึ้นกว่าเดิมเยอะ ไฟท้ายด้านหลังที่ถูกปรับให้มีสันเหลี่ยมมากขึ้น ดูกลมกลืนกับแนวโค้งของฝากระโปรงหลัง ทำให้ชวนย้อนอดีตไปถึง 1st generation CLS W219 มากกว่ารุ่นที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ด้านท้าย แต่หมายถึงลายเส้นภายนอกโดยรวมทั้งคัน ภายในเป็นสไตล์เดียวกับ Mercedes-Benz e-class coupe และ
คุณอาจจะคิดว่า รถพลังงานไฟฟ้าจะต้องมีหน้าตาล้ำหลุดโลกเท่านั้น แต่ 2 นักออกแบบ Pablo Baranoff Dorn และ Alex Guliyants ไม่คิดแบบนั้น ด้วยความหลงใหลในความ Vintage แต่ก็อยากชุบชีวิตให้มันกลับมาทันโลกทันสมัย จึงเป็นที่มาของ MODEL ELECTRIC CAFE RACER 1 CONCEPT โปรเจคสุดเท่ที่นำสองยุคสมัยมาบรรจบกันได้อย่างงดงามชิ้นนี้ ใครเป็นตัวจริงสิงห์สองล้อ อาจจะรู้สึกคุ้นตา คลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะเคยเห็นมันมาก่อน เก่งมากครับ เพราะ MODEL ELECTRIC CAFE RACER 1 CONCEPT คันนี้คือร่างเวอร์ชันพลังไฟฟ้าของ Honda 125cc Cafe Racer รุ่นคลาสสิคสุดเก๋า ที่ถูกนำเครื่องยนต์สันดาปภายในออกไป หันมาใส่มอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไป ปกปิดเก็บงานได้อย่างแนบเนียน แม้จะไม่ได้เปลือยโชว์เครื่องตามสไตล์ Naked เหมือนต้นแบบ แต่ก็ให้อารมณ์ความเนี้ยบที่ดูสวยงามแบบ minimal ล้ำสมัยได้ฟีลไปอีกแบบ แม้จะเป็นตัวต้นแบบ แต่ก็มีระบุสเปคมาแล้วพอสมควร ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 7500W ส่งพลังงานไฟฟ้าไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ขนาดความจุ 2100 Wh ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง สามารถวิ่งได้ไกล
อะไรที่เป็นเทคโนโลยี มักจะมาพร้อมจุดอ่อนช่องโหว่ที่ถูกเจาะระบบได้ง่าย ๆ และในกรณีนี้ถือว่าใกล้ตัวมากจนเราต้องรีบนำมาเตือนภัยชาว UNLOCKMEN กันเลยทีเดียว เพราะทีมนักวิจัยชาวจีนพิสูจน์ให้เราดูกับตาแล้วว่า รถยนต์ราคาแพงของเรามีโอกาสถูกโจรขโมยไปได้ง่าย ๆ ด้วยการ hack สัญญาณกุญแจรีโมท โดยเฉพาะรถที่มีระบบ Keyless Entry ผลงานน่าตกใจชิ้นนี้เป็นของทีมนักวิจัยชาวจีนที่เรียกตัวเองว่า Unicorn Team ประกอบด้วย Yingtao Zeng, Qung Yang, และ Jun Li ใช้หลักการทำงานของระบบ Smart Entry ที่กุญแจจะส่งสัญญาณไปหารถยนต์เพื่อปลดล็อก และผู้ขับขี่ไม่ต้องหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าหรือกดปุ่มแต่อย่างใด โดยมีเงื่อนไขว่าระยะของกุญแจกับรถต้องใกล้กันค่อนข้างมาก มันจึงมีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า Proximity Key วิธีที่ Unicorn Team ใช้ คือการหลอกรถยนต์ว่ากุญแจอยู่ในระยะที่ปลดล็อกได้ ด้วยอุปกรณ์รับส่งสัญญาณราคาแค่ 600 บาท ประกอบด้วยตัวส่งและรับสัญญาณ ทีมงานคนแรกจะเข้าใกล้เจ้าของรถ เพื่อใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณกุญแจที่อยู่กับเจ้าของรถ ไปที่ทีมงานอีกคนที่อยู่ใกล้รถเป้าหมาย โดยมีระยะหวังผลไกลถึง 300 เมตร และใช้ตัวรับสัญญาณแทนกุญแจตัวจริง เท่านี้รถยนต์ก็เปิดประตูต้อนรับ พร้อมให้โจรขับออกไปได้ทันทีอย่างสง่าผ่าเผยราวกับเป็นเจ้าของรถ หลายคนอาจจะมีคำถามว่า
“กูเนี่ยนะนอนกรน มึงอย่ามาอำ” เสียงประสานจากกลุ่มคนนอนกรน ที่มักไม่รู้ว่าตัวเองนอนกรน นอนคนเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อต้องแชร์ห้องนอนกับใครที่กรนแรงพอกัน ถึงเริ่มตระหนักว่ามันเป็นอุปสรรคในการนอนสำหรับคนอื่นมากแค่ไหน ถ้าคุณกำลังเป็นห่วงเพื่อนร่วมห้อง ห่วงแฟนสาว หรือภรรยา ที่แชร์เตียงนอนร่วมกันว่าจะต้องทนรับเสียงกรนของคุณทุกค่ำคืน โอกาสทำความดีมาถึงแล้ว รีบเข้าไปกดสั่งซื้อ BOSE SLEEPBUDS อุปกรณ์สกัดเสียงกรน สำหรับคนนอนหลับยากคู่นี้อย่างเร็วไว บางคนอาจจะคุ้นกับเทคโนโลยีคล้าย ๆ กัน ภายใต้ชื่อบริษัท HUSH ที่เคยเปิดตัวในงาน CES2016 แล้วเงียบหายไป ที่จริงแล้วไม่ได้หายไปไหน แต่ถูก BOSE ซื้อไปนั่นเอง ก่อน BOSE จะนำสินค้าไปออกแบบใหม่ให้สวยกว่าเดิม และเปิดตัวให้ตื่นเต้นกว่าตามประสาสินค้า category ใหม่ ด้วยการให้คนที่สนใจเข้าไประดมทุนสั่งซื้อ BOSE SLEEPBUDS ผ่านทาง Indiegogo BOSE SLEEPBUDS คือ gadget สำหรับคนนอนหลับยาก ซึ่งโดยธรรมชาติของคนกลุ่มนี้ แค่เสียงหมาเห่า เสียงลมพัด ก็ยากจะหลับแล้ว ยิ่งถ้าบ้านอยู่ริมถนนใหญ่ อยู่ใกล้ BTS หรือสนามบิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง และที่หนักสุดคือคนนอนร่วมเตียงกรนดังสนั่น กว่าจะหลับแต่ละทีนี่ทรมานสุดชีวิต
เมื่อเอ่ยถึงชื่อแบรนด์ Montblanc (มงต์บลองค์) เชื่อว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง คือ Luxury Brand ที่รังสรรค์ผลิตภัณฑ์หรูคุณภาพสูงหลากหลายชนิดออกสู่ตลาด ด้วยผลงานอันสุดแสนประณีตจากความชำนาญของช่างฝีมือชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตเครื่องเขียน ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี, โรงงานเครื่องหนัง ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี รวมถึงโรงงานผลิตนาฬิกา ที่ภูเขาฌูราฝั่งสวิส ในเมือง โล เลอเคิล และ วิเญอเรต์ การจะบอกว่าชื่อ Montblanc ที่ตีตราอยู่บนสินค้าชนิดต่าง ๆ คือตัวแทนของความมีรสนิยมก็คงไม่ผิดนัก และล่าสุด Montblanc เพิ่งปล่อยไอเท็มยั่วกิเลสผู้ชายอย่างเรา ๆ ออกมา กับนาฬิกาโครโนกราฟที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อโคตร ในชื่อคอลเลคชั่นเท่ ๆ ว่า Montblanc TimeWalker ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณนักแข่ง Motor Sport จากสนามให้มาประทับลงบนข้อมือของเหล่ามนุษย์ผู้ชายที่หลงใหลในความเร็วได้อย่างถึงแก่น ถึงอารมณ์ อย่างที่รู้กันว่านาฬิกาโครโนกราฟเป็นนาฬิกาจับเวลาซึ่งมีกลไกซับซ้อน และได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชายมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่มีนาฬิกาชนิดนี้เกิดขึ้นมาบนโลกก็ว่าได้ อาจเพราะเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับจุดเริ่มต้นที่ใช้ในการจับเวลาการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ แทบทุกชนิด รวมไปถึงกีฬาโปรดของชายหนุ่มอย่าง Motor Sport การแข่งรถที่ใช้ความเร็วสูง ตัดสินกันเพียงเสี้ยววินาที โดยมีนาฬิกาโครโนกราฟเป็นเครื่องชี้ชะตาหาผู้แพ้ชนะด้วยการจับเวลาที่รวดเร็วแม่นยำ ซึ่ง
การรวมตัวของ Segway และ Skateboard เมื่อข้อดีจากทั้งสองสิ่งถูกรวมเข้าไว้ด้วยกัน ความมันส์ของ Skateboarding ที่ติดตรงต้องออกแรงไถไปตลอดทาง เจอทางลาดชันเมื่อไหร่ก็จบข่าว กับความง่ายจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยของ Segway ที่แค่เอียงตัว ก็เคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่ต้องการได้อย่างสบาย ไม่ต้องออกแรงแม้แต่หยดเดียว เราคิดไว้ไม่ผิดว่าต้องมีคนเอา 2 สิ่งนี้มารวมกันเข้าสักวัน และมันก็เกิดขึ้นจริงแล้วในชื่อ ‘StarkBoard’ เหมือนได้แรงบันดาลใจมาจากความไฮเทคของ Tony Stark เราจะเรียก StarkBoard ว่าเป็น Skateboard อัจฉริยะก็ไม่ผิด เพราะรูปทรงของมันยังคงเป็น Skateboard อย่างชัดเจน แต่มีการเพิ่ม weight sensor และ motion sensor เข้าไป ทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้จากการโน้มตัวเช่นเดียวกับที่ใช้ใน Segway ดังนั้นต่อให้เล่น Skateboard ไม่เป็นเลย ก็ไม่มีปัญหา เรียนรู้แค่ไม่กี่นาทีก็เพียงพอที่จะออกไปผจญภัยบนถนนได้ทันที StarkBoard เคลื่อนไหวด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง สามารถเดินทางได้ 20 km ซึ่งเหลือเฟือสำหรับการเดินทางไปมาในเมือง ด้วยความเร็วสูงสุด 32 km/h มอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังสามารถส่งกำลังพาเราขึ้นทางลาดชันได้ถึง
หลังจากที่ครั้งก่อนทางค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง BMW Motorrad ได้เปิดตัว Concept Bike ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายโดยใช้ชื่อว่า BMW’s Vision Motorrad Next 100 Motorcycle ไปเป็นที่เรียบร้อย แถมดูเหมือนว่า แฟน ๆ ของ BMW Motorrad ทั่วโลกจะถูกอกถูกใจกันเป็นอย่างมากอีกด้วย และอาจจะด้วยคำชื่นชมจากมวลประชาที่แห่กันแซ่ซ้องทุกครั้งที่มีรูป Concept Bike ของ BMW หลุดออกมา จึงทำให้มี Designer มากมาย พยายามที่จะขายไอเดียของตัวเองออกมาเป็นชิ้นงานภายใต้ภาพลักษณ์ของ BMW Motorrad ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้มีรูป Concept Bike ที่น่าตื่นตาตื่นใจถูกเผยโฉมออกมา โดยมีการพาดหัวรถคันนี้ว่า ‘รถจักรยานยนต์ที่ถูกส่งตรงมาจากโลกอนาคต’ เพราะมันทั้งเจ๋ง ทั้งล้ำสมัย แถมยังดูเท่ถูกใจผู้ชายที่ฝันอยากจะมีรถหน้าตาโหด ๆ ล้ำ ๆ ในสไตล์เดียวกับรถ Batmobile ของ Batman เลยทีเดียว พูดมาขนาดนี้แล้ว เชื่อว่าทุกคนคงอยากจะเห็นโฉมหน้าของมันจนแทบทนไม่ไหวแน่ ๆ ดังนั้น ตอนนี้เราไปดู


