หากพูดถึงสำนักแต่งคู่บุญของ BMW แล้วล่ะก็ ทุกคนคงต้องนึกถึง M-Power ขึ้นมาเป็นชื่อแรกอย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรเราก็จะเห็น BMW ตัวแรงทั้งหลายออกมาพร้อมกับสัญลักษณ์นี้อยู่ตลอด แต่นอกจาก M แล้ว อันที่จริงยังมีสำนักแต่งอีกสำนักหนึ่งที่คู่กับ BMW ได้เร็วแรงแซงกระจายได้ไม่แพ้กันมาให้ชมกันด้วยในวันนี้ และนั่นก็คือ สำนักแต่งที่เรียกได้ว่าแรงสุดคลั่งอย่าง G-Power ที่มีประวัติศาสตร์คู่กับ BMW มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี โดยเฉพาะขาโมดิฟายทั้งหลาย ที่ชอบติดเติมเพิ่มเสริมอาวุธหนักอย่างระบบ Super Charger ลงใน BMW แล้วล่ะก็ ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะเราขอรับรองว่าคุณจะน้ำลายไหล อยากได้ของหล่อตรงสเป็ครถ BMW ของ G-Power มาติดอยู่ในรถคุณอย่างแน่นอน ถ้าหากคุณได้อ่านบทความนี้ ไปแล้ว FIRST STEPS 1971 รากฐานของ G-Power นั้น เกิดขึ้นที่ Neu-Isenburg ประเทศ German โดยเริ่มต้นจากการเปิดสถานีน้ำมันเป็นของตัวเอง โดยมีผู้ก่อตั้งก็คือ พ่อลูกตระกูล Grommisch ซึ่งทั้งตัวพ่อ และลูกชายเองนั้น
อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน หลังจากได้เห็นร่าง Camo ของ ALL NEW 2018 MERCEDES-BENZ CLS ที่สื่อทั่วโลกต่างนำภาพขณะพรางตัวทดสอบ กับดีไซน์การออกแบบที่แตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน แม้จะใกล้เปิดตัวอย่างเป็นทางการอยู่วันสองวันนี้แล้วก็ตาม แต่ดูเหมือน Mercedes-Benz จะอดใจรอไม่ไหว ชิงปล่อยภาพหลุดทั้งหน้า หลัง และข้างในแบบชัดเจนเหมือนตั้งใจปล่อยให้เห็นกันแบบเต็มแล้วเรียบร้อย หน้าตาของ ALL NEW CLS นั้น ทำให้เสียงแตกเป็นสองฝั่งอย่างแรง ฝั่งนึงบอกว่าแบบเดิมยังดีกว่า ดูแพงและคลาสสิค มีรสนิยม ส่วนอีกฝั่งบอกว่า ด้านหน้าแบบนี้ก็เฟี้ยวดี ได้กลิ่นอายของ Mercedes-AMG GT R อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกระจังหน้า กันชนหน้า และแนวโคมไฟหน้า ดูสปอร์ตและทะมัดทะแมงขึ้นกว่าเดิมเยอะ ไฟท้ายด้านหลังที่ถูกปรับให้มีสันเหลี่ยมมากขึ้น ดูกลมกลืนกับแนวโค้งของฝากระโปรงหลัง ทำให้ชวนย้อนอดีตไปถึง 1st generation CLS W219 มากกว่ารุ่นที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ด้านท้าย แต่หมายถึงลายเส้นภายนอกโดยรวมทั้งคัน ภายในเป็นสไตล์เดียวกับ Mercedes-Benz e-class coupe และ
อะไรที่เป็นเทคโนโลยี มักจะมาพร้อมจุดอ่อนช่องโหว่ที่ถูกเจาะระบบได้ง่าย ๆ และในกรณีนี้ถือว่าใกล้ตัวมากจนเราต้องรีบนำมาเตือนภัยชาว UNLOCKMEN กันเลยทีเดียว เพราะทีมนักวิจัยชาวจีนพิสูจน์ให้เราดูกับตาแล้วว่า รถยนต์ราคาแพงของเรามีโอกาสถูกโจรขโมยไปได้ง่าย ๆ ด้วยการ hack สัญญาณกุญแจรีโมท โดยเฉพาะรถที่มีระบบ Keyless Entry ผลงานน่าตกใจชิ้นนี้เป็นของทีมนักวิจัยชาวจีนที่เรียกตัวเองว่า Unicorn Team ประกอบด้วย Yingtao Zeng, Qung Yang, และ Jun Li ใช้หลักการทำงานของระบบ Smart Entry ที่กุญแจจะส่งสัญญาณไปหารถยนต์เพื่อปลดล็อก และผู้ขับขี่ไม่ต้องหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าหรือกดปุ่มแต่อย่างใด โดยมีเงื่อนไขว่าระยะของกุญแจกับรถต้องใกล้กันค่อนข้างมาก มันจึงมีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า Proximity Key วิธีที่ Unicorn Team ใช้ คือการหลอกรถยนต์ว่ากุญแจอยู่ในระยะที่ปลดล็อกได้ ด้วยอุปกรณ์รับส่งสัญญาณราคาแค่ 600 บาท ประกอบด้วยตัวส่งและรับสัญญาณ ทีมงานคนแรกจะเข้าใกล้เจ้าของรถ เพื่อใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณกุญแจที่อยู่กับเจ้าของรถ ไปที่ทีมงานอีกคนที่อยู่ใกล้รถเป้าหมาย โดยมีระยะหวังผลไกลถึง 300 เมตร และใช้ตัวรับสัญญาณแทนกุญแจตัวจริง เท่านี้รถยนต์ก็เปิดประตูต้อนรับ พร้อมให้โจรขับออกไปได้ทันทีอย่างสง่าผ่าเผยราวกับเป็นเจ้าของรถ หลายคนอาจจะมีคำถามว่า
“กูเนี่ยนะนอนกรน มึงอย่ามาอำ” เสียงประสานจากกลุ่มคนนอนกรน ที่มักไม่รู้ว่าตัวเองนอนกรน นอนคนเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อต้องแชร์ห้องนอนกับใครที่กรนแรงพอกัน ถึงเริ่มตระหนักว่ามันเป็นอุปสรรคในการนอนสำหรับคนอื่นมากแค่ไหน ถ้าคุณกำลังเป็นห่วงเพื่อนร่วมห้อง ห่วงแฟนสาว หรือภรรยา ที่แชร์เตียงนอนร่วมกันว่าจะต้องทนรับเสียงกรนของคุณทุกค่ำคืน โอกาสทำความดีมาถึงแล้ว รีบเข้าไปกดสั่งซื้อ BOSE SLEEPBUDS อุปกรณ์สกัดเสียงกรน สำหรับคนนอนหลับยากคู่นี้อย่างเร็วไว บางคนอาจจะคุ้นกับเทคโนโลยีคล้าย ๆ กัน ภายใต้ชื่อบริษัท HUSH ที่เคยเปิดตัวในงาน CES2016 แล้วเงียบหายไป ที่จริงแล้วไม่ได้หายไปไหน แต่ถูก BOSE ซื้อไปนั่นเอง ก่อน BOSE จะนำสินค้าไปออกแบบใหม่ให้สวยกว่าเดิม และเปิดตัวให้ตื่นเต้นกว่าตามประสาสินค้า category ใหม่ ด้วยการให้คนที่สนใจเข้าไประดมทุนสั่งซื้อ BOSE SLEEPBUDS ผ่านทาง Indiegogo BOSE SLEEPBUDS คือ gadget สำหรับคนนอนหลับยาก ซึ่งโดยธรรมชาติของคนกลุ่มนี้ แค่เสียงหมาเห่า เสียงลมพัด ก็ยากจะหลับแล้ว ยิ่งถ้าบ้านอยู่ริมถนนใหญ่ อยู่ใกล้ BTS หรือสนามบิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง และที่หนักสุดคือคนนอนร่วมเตียงกรนดังสนั่น กว่าจะหลับแต่ละทีนี่ทรมานสุดชีวิต
เมื่อเอ่ยถึงชื่อแบรนด์ Montblanc (มงต์บลองค์) เชื่อว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง คือ Luxury Brand ที่รังสรรค์ผลิตภัณฑ์หรูคุณภาพสูงหลากหลายชนิดออกสู่ตลาด ด้วยผลงานอันสุดแสนประณีตจากความชำนาญของช่างฝีมือชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตเครื่องเขียน ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี, โรงงานเครื่องหนัง ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี รวมถึงโรงงานผลิตนาฬิกา ที่ภูเขาฌูราฝั่งสวิส ในเมือง โล เลอเคิล และ วิเญอเรต์ การจะบอกว่าชื่อ Montblanc ที่ตีตราอยู่บนสินค้าชนิดต่าง ๆ คือตัวแทนของความมีรสนิยมก็คงไม่ผิดนัก และล่าสุด Montblanc เพิ่งปล่อยไอเท็มยั่วกิเลสผู้ชายอย่างเรา ๆ ออกมา กับนาฬิกาโครโนกราฟที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อโคตร ในชื่อคอลเลคชั่นเท่ ๆ ว่า Montblanc TimeWalker ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณนักแข่ง Motor Sport จากสนามให้มาประทับลงบนข้อมือของเหล่ามนุษย์ผู้ชายที่หลงใหลในความเร็วได้อย่างถึงแก่น ถึงอารมณ์ อย่างที่รู้กันว่านาฬิกาโครโนกราฟเป็นนาฬิกาจับเวลาซึ่งมีกลไกซับซ้อน และได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชายมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่มีนาฬิกาชนิดนี้เกิดขึ้นมาบนโลกก็ว่าได้ อาจเพราะเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับจุดเริ่มต้นที่ใช้ในการจับเวลาการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ แทบทุกชนิด รวมไปถึงกีฬาโปรดของชายหนุ่มอย่าง Motor Sport การแข่งรถที่ใช้ความเร็วสูง ตัดสินกันเพียงเสี้ยววินาที โดยมีนาฬิกาโครโนกราฟเป็นเครื่องชี้ชะตาหาผู้แพ้ชนะด้วยการจับเวลาที่รวดเร็วแม่นยำ ซึ่ง
การรวมตัวของ Segway และ Skateboard เมื่อข้อดีจากทั้งสองสิ่งถูกรวมเข้าไว้ด้วยกัน ความมันส์ของ Skateboarding ที่ติดตรงต้องออกแรงไถไปตลอดทาง เจอทางลาดชันเมื่อไหร่ก็จบข่าว กับความง่ายจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยของ Segway ที่แค่เอียงตัว ก็เคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่ต้องการได้อย่างสบาย ไม่ต้องออกแรงแม้แต่หยดเดียว เราคิดไว้ไม่ผิดว่าต้องมีคนเอา 2 สิ่งนี้มารวมกันเข้าสักวัน และมันก็เกิดขึ้นจริงแล้วในชื่อ ‘StarkBoard’ เหมือนได้แรงบันดาลใจมาจากความไฮเทคของ Tony Stark เราจะเรียก StarkBoard ว่าเป็น Skateboard อัจฉริยะก็ไม่ผิด เพราะรูปทรงของมันยังคงเป็น Skateboard อย่างชัดเจน แต่มีการเพิ่ม weight sensor และ motion sensor เข้าไป ทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้จากการโน้มตัวเช่นเดียวกับที่ใช้ใน Segway ดังนั้นต่อให้เล่น Skateboard ไม่เป็นเลย ก็ไม่มีปัญหา เรียนรู้แค่ไม่กี่นาทีก็เพียงพอที่จะออกไปผจญภัยบนถนนได้ทันที StarkBoard เคลื่อนไหวด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง สามารถเดินทางได้ 20 km ซึ่งเหลือเฟือสำหรับการเดินทางไปมาในเมือง ด้วยความเร็วสูงสุด 32 km/h มอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังสามารถส่งกำลังพาเราขึ้นทางลาดชันได้ถึง
หลังจากที่ครั้งก่อนทางค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง BMW Motorrad ได้เปิดตัว Concept Bike ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายโดยใช้ชื่อว่า BMW’s Vision Motorrad Next 100 Motorcycle ไปเป็นที่เรียบร้อย แถมดูเหมือนว่า แฟน ๆ ของ BMW Motorrad ทั่วโลกจะถูกอกถูกใจกันเป็นอย่างมากอีกด้วย และอาจจะด้วยคำชื่นชมจากมวลประชาที่แห่กันแซ่ซ้องทุกครั้งที่มีรูป Concept Bike ของ BMW หลุดออกมา จึงทำให้มี Designer มากมาย พยายามที่จะขายไอเดียของตัวเองออกมาเป็นชิ้นงานภายใต้ภาพลักษณ์ของ BMW Motorrad ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้มีรูป Concept Bike ที่น่าตื่นตาตื่นใจถูกเผยโฉมออกมา โดยมีการพาดหัวรถคันนี้ว่า ‘รถจักรยานยนต์ที่ถูกส่งตรงมาจากโลกอนาคต’ เพราะมันทั้งเจ๋ง ทั้งล้ำสมัย แถมยังดูเท่ถูกใจผู้ชายที่ฝันอยากจะมีรถหน้าตาโหด ๆ ล้ำ ๆ ในสไตล์เดียวกับรถ Batmobile ของ Batman เลยทีเดียว พูดมาขนาดนี้แล้ว เชื่อว่าทุกคนคงอยากจะเห็นโฉมหน้าของมันจนแทบทนไม่ไหวแน่ ๆ ดังนั้น ตอนนี้เราไปดู
ชื่อ Aston Martin เป็นชื่อที่ฟังดูขลัง มีเรื่องราวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นความเก่าแก่หรือการเป็นรถยนต์คู่ใจสายลับสุดเท่อย่าง Sean Connery โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยี และดีไซน์การออกแบบที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวเกือบทุกรุ่น นั่นก็ดูจะเป็นความยากของทีมนักออกแบบของ Aston Martin เพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะสร้างรถโดยยึดความคลาสสิคของเส้นสายในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ 1960s พร้อมบวกความทันสมัยที่สง่างามเข้าไปตามยุคสมัย แต่ดูเหมือนว่า Aston Martin Vantage คันนี้จะเป็นผลงานที่การันตีฝีมือของทีมงานนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า Aston Martin Vantage สุดเท่คันนี้ ถือเป็นรถรุ่น entry level ของ Aston Martin ด้วยราคาเริ่มต้นราว $150,000 หรือ 5,000,000 บาทไทยเท่านั้น ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องการออกแบบหรือเทคโนโลยี ถ้าเปิดมาในบ้านเราราคานี้ เชื่อว่าถนนต้องเต็มไปด้วย Vantage แล้วแน่นอน แต่แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น มันก็มาพร้อมความแรงระดับ 503 แรงม้า ฉุดกระชากลากถูด้วยแรงบิด 505 pound-feet ทำความเร็วสูงสุดที่ 312 km/h จากเครื่องยนต์ 4.0-liter twin-turbo
ขึ้นชื่อว่ากล้อง Leica จะสะพายตัวไหนก็ดูกลายเป็นคนมีรสนิยมขึ้นมาได้ทั้งนั้น ถ้าตระกูล M จะหล่อมากเป็นพิเศษ แม้จะโฟกัสเองยากนิดหน่อยก็ตาม ตระกูล Q ก็ดูดี ชีวิตง่าย สำหรับสายยกถ่าย และก่อนหน้านี้ Leica ก็เปิดตัว TL2 กล้อง Mirrorless ตัวเล็ก ราคาย่อมเยา (สำหรับ Leica) ซึ่งก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แน่นอน เพราะมีคนใช้กล้องอยากได้ Leica ไว้ในครอบครองอยู่ไม่น้อย ว่าแล้วก็เลยจัดการแบ่งร่างอัพเกรดไลน์ใหม่ที่เหนือกว่า TL2 อีกขั้นเล็ก ๆ ในชื่อ CL พร้อมความสามารถระดับ 24.2-megapixel APS-C mirrorless เพิ่มเติมคือดีกรีถ่ายวีดีโอ 4K 30p จุดเด่นของ Leica CL คงเป็นเรื่องของรูปทรง body ที่ดูคลาสสิค สวยงาม ดูใกล้เคียงกับรุ่นพี่ Full Frame อย่าง M มากขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจการดีไซน์จาก Leica IIIg (Leica
การเลือกหูฟังให้กับตัวเองสักอันหนึ่งนั้น ไม่ต่างจากการเลือกคนที่ใช่มาเป็นแฟนเลยแม้แต่น้อย เพราะเวลาเราเลือกหูฟังนั้น นอกจากหน้าตารูปลักษณ์ของมันแล้ว เรายังต้องมองหาคุณภาพรวมไปถึงคาแรคเตอร์ของหูฟังแต่ละอันว่าเข้ากับการใช้ชีวิตของเราได้หรือไม่อีกด้วย หูฟังได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปโดยที่เราไม่รู้สึกตัว เราใช้มันฟังเพลงตอนทำงาน ตอนเดินทาง หรือแม้แต่ตอนก่อนนอน ดังนั้น การที่คนเราจะเลือกหูฟังดี ๆ ที่เข้ากับเราจริงนั้น มันจึงเป็นอะไรที่พวกเราไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด เราชื่อว่าบางคนคงเคยเจอกับความรู้สึกน่าหงุดหงิดใจหลาย ๆ อย่างเมื่อซื้อหูฟังมาแล้วใช้งานมันจริง ๆ ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะชอบเสียงของมัน แต่มันก็ดันมีสายน่ารำคาญคอยเกะกะกวนใจ หรือคุณอาจจะชอบหูฟังรุ่นใหม่ Bluetooth อันใหม่นี้มาก แต่พอใส่ทีไรมันชอบหลุดหล่นหายทุกที แต่วันนี้ ปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับหูฟังของคุณจะหมดไป ด้วยวิธีการเลือกซื้อหูฟังที่ใช่ และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวคุณมากที่สุดที่เรานำมาให้ทุกคนได้อ่านกันในวันนี้ Step 1 : Decide What You Want การตัดสินใจเลือกหูฟังที่ชอบ! ฟังดูเหมือนง่าย ซึ่งก็จริงตามนั้น เพราะคุณไม่จำเป็นต้องดูระบบการทำงานรวมไปถึงฟังก์ชั่นต่าง ๆ เหมือนตอนเลือกซื้อ Laptop เพียงแต่เราอยากให้คุณคำนึงอยู่ 3 สิ่งต่อไปนี้ เพราะมันจะทำให้คุณได้หูฟังที่ยอดเยี่ยมสำหรับตัวเองอย่างแน่นอน สิ่งแรกคือ คุณภาพเสียง สิ่งต่อมาก็คือ การพกพา และสุดท้ายก็คือ ราคาที่คุณสามารถจ่ายได้โดยไม่เดือดร้อน แล้วนำสิ่งเหล่านี้มาใช้เป็นหลักในการพินิจพิจารณาหาหูฟังตัวโปรดในอนาคตของคุณอีกทีหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น
ว่ากันว่า ผู้ชายอย่างเราต่อให้โตแค่ไหนก็ยังคงมีความเป็นเด็กผู้ชายในอดีตติดตัวอยู่เสมอ อย่างตอนเป็นเด็ก ของเล่นที่เด็กผู้ชายโปรดปรานก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง อาจจะเป็นรถของเล่น หรือปืนของเด็กเล่น ที่ดูเหมือนว่าจะฝังอยู่ในจิตใจ ส่งผลให้ผู้ชายอย่างเราสนใจในของสองสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าในชีวิตประจำวันจะไม่จำเป็นต้องมีมันไว้ในครอบครองก็ตาม วันนี้เราจะพาผู้ชายทุกคนย้อนวัยไปในเรื่องของอาวุธอย่าง ปืนพก แถมยังไม่ใช่ปืนพกธรรมดา ๆ ทั่วไป แต่มันเป็นปืนพกที่มาจากภาพยนตร์ชื่อดังที่ถ้าหากใครเคยดูก็คงจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ กันว่า “เชร้ดด..ปืนอะไรทำไมโคตรเท่!?” นั่นก็คือ Romeo+Juliet นั่นเอง เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องของความรักที่เกิดขึ้นระหว่างสงคราม และความบาดหมางของ 2 ตระกูลดังอย่าง Capulet และ Montague โดยหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย ก็มีคนมากมายที่มีอาวุธปืนเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ได้นำเอาอาวุธคู่ใจตรงดิ่งไปที่ร้านแต่งปืนเพื่อทำการ Custom ให้ปืนของพวกเขามีสภาพเหมือนในหนังกันมากมาย นั่นก็เพราะความสวยของปืนแต่ละกระบอกนั้น มันยากจะบรรยายจริง ๆ วันนี้เราจึงได้นำเอาปืนพกเจ๋ง ๆ ที่ปรากฎอยู่ในหนังมาให้ได้ดู และรู้จักกันว่า จริง ๆ มันมีชื่อมีหน้าตา รวมไปถึงมีความเป็นมาอย่างไร ก่อนที่มันจะถูกโมดิฟายจนสวยเฉียบขาดบาดตาอยู่ในหนัง ก่อนอื่นต้องขอบอกให้รู้เอาไว้ก่อนว่า Romeo+Juliet ในเวอร์ชั่นนี้นั้น ถูกดัดแปลงมาจากบทประพันธ์อมตะของ William Shakespeare และเข้าโรงภาพยนตร์มาตั้งแต่ปี 1996 ดังนั้น มันจึงถูกประยุกต์ให้ทันสมัยใกล้เคียงโลกความจริงในปัจจุบัน
เปิดตัวกันไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ “NEW MG ZS” รถเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย MG ที่มาพร้อมรูปลักษณ์โดดเด่นสะกดสายตาด้วยเอกลักษณ์ดีไซน์ภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่ให้ความหรูหราทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น ห้องโดยสารเพียบพร้อมความสะดวกสบาย กว้างขวาง พร้อมระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System 9 ระบบ ที่ครบครันยิ่งกว่า นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของการพัฒนา NEW MG ZS คือการนำเสนอ ‘สมาร์ทคาร์’ หรือ ‘รถยนต์อัจฉริยะ’ รุ่นแรกของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ไม่เพียงตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร้ขีดจำกัดเท่านั้น แต่ยังสร้างมาตรฐานใหม่ในแบบที่ไม่เคยมีบริษัทรถยนต์รายใดเคยทำมาก่อน เราจึงติดตั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะใหม่ล่าสุด i-SMARTไว้ในรถยนต์ NEW MG ZS ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ขับสามารถควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆภายในรถยนต์ ด้วยการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย รวมถึงรองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบด้วยอีกขั้นของความล้ำสมัย สะดวกสบายและความปลอดภัยที่เหนือกว่าความคาดหมายของลูกค้า โดยเราคาดการว่า NEW MG ZS จะมียอดจำหน่ายมากกว่า


