Advertisement
MUSIC

GARAGE : การกลับมาของ MAD PACK IT กับเสียงกู่ก้องร้องเรื่องราวอัดอั้นของประชาชนบน ‘บาทวิถี’

By: NTman September 10, 2020

สำหรับชาวร็อกที่เติบโตมาในยุคอินดี้เฟื่องฟู เราเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ MAD PACK IT เจ้าของเพลงดังในอดีตอย่าง ‘รักในสันดาน’ ‘อยู่เพื่อตัวเอง’ ‘เลิก’ ‘กวนตีน’ และ ‘คำให้การ’  ด้วยเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา ภาษาที่โดนใจ รวมถุงเสียงร้อง เสียงดนตรีที่จัดจ้านทำให้พวกเขาสร้างฐานแฟนเพลงได้ไม่ใช่น้อย โดยผลงานสตูดิโออัลบั้ม 2 ชุด, E.P. อัลบั้มอีก 1 ชุด รวมถึง ‘MAD PACK IT X-TREAM CONCERT’ คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของพวกเขาซึ่งจัดขึ้นในปี 2547 คือสิ่งการันตีความนิยม และความเหนียวแน่นของกลุ่มแฟน ๆ MPI เป็นอย่างดี

จนเมื่อเวลาผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยน เรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้จึงได้กลายสภาพเป็นความทรงจำดี ๆ ยุคอินดี้ ไปพร้อม ๆ กับชื่อเสียงของพวกเขาที่ค่อย ๆ จางหายไปจากวงการเพลงในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมา จะมีก็เพียงผลงานซิงเกิ้ลใหม่ออกมาให้ได้ฟังกันเฉลี่ยปีละครั้ง แต่ถึงกระนั้นบทเพลงเก่า ๆ ของพวกเขาก็ยังคงถูกเปิดอยู่จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเรื่องราวของพวกเขาก็ยังคงถูกพูดถึงในกลุ่มแฟน ๆ ที่ต่างก็คิดถึงการกลับมาของวงดนตรีร็อกนอกกระแสที่เรียกได้ว่าโตมาด้วยกันวงนี้

จนในที่สุดในปีพุทธศักราช 2563 แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนสมาชิกบางส่วน แต่ในที่สุดพวกเขาก็กลับมาอีกครั้งในนาม MAD PACK IT ภายใต้ชายคาค่าย HEAVY ค่ายเพลงน้องใหม่ พร้อมปล่อยซิงเกิ้ล ‘บาทวิถี’ (IN THE NAME OF people) ออกมาให้สาวกได้หายคิดถึง จึงถือเป็นโอกาสดี ๆ ที่คอลัมน์ GARAGE เดือนนี้จะชวน ‘บอล-เจษฎา เลี้ยงเชื้อ’ (ร้องนำ), ‘บอย-เดชา มาลี’ (กีตาร์), ‘โย-ภาคี นาวี (เบส )’, ‘ต่อ-ชนาพล สินธุมาศ (กีตาร์)’ และ ‘กล้วย-ตรีเพชร พึ่งละออ (กลอง) 5 สมาชิกยุคปัจจุบันมาพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่าง ๆ หลังจากหายหน้ากันไปนานหลายปี รวมถึงที่มาของเพลงบาทวิถี บทเพลงที่ทางวงบอกว่ามันคือเสียงสะท้อนจากคนตัวเล็ก ๆ สู่เรื่องราวที่อยากกู่ร้องออกมาในนามบทเพลงของประชาชน

 

ช่วงเวลาที่หายไป

บอล: ช่วงที่หายไปก็แยกย้ายกันไปตามทางครับ บางคนก็กลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดที่อุตรดิตถ์ ส่วนผมก็ยังอยู่ในกรุงเทพฯ ยังเล่นดนตรี ก็ได้มาเจอกับโย แล้วก็คิดจะกลับมารวมตัวทำเพลงกันอีกที คือต้องบอกก่อนว่า สมาชิกดั้งเดิมเลยจะมีผมกับบอย เดี๋ยวให้บอยเล่าให้ฟังว่าช่วงที่หายไป ไปทำอะไรมาบ้าง

บอย: หายไปเรียนหนังสือครับ (หัวเราะ) ไปเก็บเกรดให้มันจบ พอจบก็ทำงานประจำ ก็หายไปเลยจากวงการเพลง แต่ส่วนตัวก็ยังเล่นดนตรีอยู่บ้าง เล่นอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้มีเล่นที่ไหน หรือทำเพลงอะไรจริงจัง จนวันนึงบอลเค้ามาชวนให้กลับมารวมกันอีกที กับโย ต่อ กล้วย นี่แหละครับ

 

MAD PACK IT ณ วันแรกที่ทุกคนรู้จัก vs ปัจจุบัน

บอล: ผมว่ามันมีทั้งสิ่งที่เหมือน และสิ่งที่ต่างนะครับ สิ่งที่เหมือนคือพวกเรา MAD PACK IT ยังคงเป็น Rock Band อยู่ ยังมีความบ้าระห่ำในการเล่นดนตรีอยู่ เรื่องที่พูดผ่านเพลงเรื่องที่อยากจะถ่ายทอดก็ยังคงเป็นเรื่องที่พูดอย่างตรงไปตรงมาเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าวิธีการเล่าเรื่องของเรา ทั้งดนตรี ทั้งเนื้อเพลงมันก็ต้องเปลี่ยนไป

เพราะว่าตอนนั้น ตอนออกอัลบั้มแรกปี 2545 เราสร้างงานศิลปะกันด้วยอารมณ์ของคนอายุประมาณ 20 ต้น ๆ พอตอนนี้มันก็ผู้ใหญ่ขึ้นนะผ่านมาเกือบ 20 ปี วิธีการเล่าเรื่องมันก็เปลี่ยนไป ตอนนั้นอยากพูดเรื่องนี้ ตอนนี้อาจจะอยากพูดอีกเรื่องนึง แต่ว่าภายในหัวใจของพวกเรามันก็ยังคงปะทุด้วยความร้อนแรงที่เราเคยมีอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่เรารู้จักที่จะเล่าเรื่อง รู้จักว่าพ.ศ.นี้ พวกเราควรจะเล่าเรื่องแบบไหนมากกว่า

แต่ถ้าถามว่ามุมมองในการสื่อสารผ่านเพลงของพวกเรา เปลี่ยนไปมั้ย ผมคิดว่ามนุษย์ทุกคนต่างก็อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ที่มีการผันเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ทำให้มนุษย์สามารถคิดในสิ่งที่คิดไม่ได้ในตอนเด็ก ๆ พอโตขึ้น อายุมากขึ้นเราก็จะคิดมากกว่าเดิมในการที่จะทำ หรือไม่ทำอะไร มันเหมือนชีวิตได้ผ่านการตกตะกอนอะไรบางอย่าง

โย: คนเราโตขึ้น ก็เหมือนเราได้เก็บข้อมูล พอรู้อะไรมากขึ้น ความคิดเด็กกับผู้ใหญ่มันก็ต่างกันอะเนอะ ตอนวัยรุ่นเราก็อยากทำอะไรที่ไม่ค่อยได้คิดในบางครั้ง พอมองย้อนกลับไปมันก็จะทำให้บางครั้งรู้สึกว่า เฮ้ย ตอนนั้นทำอะไรไปบ้างวะ (หัวเราะ)

 

การรับมือกับวงการเพลงที่เปลี่ยนไป

โย: ส่วนตัวผมว่าทุกอย่างในโลกมีคนชอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา อย่างตอนนี้ดนตรีมันมีหลากหลาย เยอะขึ้น คนเมื่อก่อนรุ่นเทปก็เหมือนแบบว่าโดนจำกัดให้ฟังเฉพาะงานที่ถูกโปรโมทบนสื่อหลัก พวกตัวเลือก ช่องทางการเสพผลงานมันมีไม่มาก

แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น โลกมันเปิด มีทั้งโซเชียลมีเดีย มีทุกอย่าง มันเลยมีตัวเลือก มีช่องทางมากขึ้น กลายเป็นว่าทุกอย่าง ทุกแนวเพลงมันก็จะมีแฟนของเค้า มีกลุ่มของเค้า โดยไม่ต้องมาจำกัดว่าคนคนหนึ่งมันต้องเป็นอะไรแบบเดียว ชอบอะไรแบบเดียว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของวงการเพลงในยุคปัจจุบันสำหรับเราถือเป็นเรื่องดี ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวที่จะต้องเครียดกับการปรับตัว รับมืออะไรขนาดนั้น เรามองว่ายุคนี้มันมีเสรีภาพทางดนตรี

 

ก่อนจะเป็น ‘บาทวิถี’ บทเพลงในนามของประชาชน

บอล: บาทวิถีมันเป็นเรื่องที่ผมรู้สึกกับสังคม เราอยากจะพูดเรื่องจริงที่มันกำลังเกิดขึ้นในชีวิตของพวกเราทุกคน สารตั้งต้นจริง ๆ มันเกิดจากคำพูดของคุณแม่ผมที่เคยบอกว่า “ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำ เราก็ยังต้องทำมาหากินอยู่ดี” นี่เป็นคำพูดจากคนระดับรากหญ้า หรือไม่ก็เกือบ ๆ คือเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่กลุ่มทุน ที่แทบจะไม่มีสิทธิ์มีเสียง ได้รับประโยชน์จากนโยบายหรืออะไรต่าง ๆ นา ๆ ค่อนข้างน้อยไม่เหมือนกลุ่มคนข้างบน

ส่วนคนตัวเล็ก ๆ ก็ทำได้แค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จากคำพูดนี้ผมก็คิดไปถึงเพลง ‘ฉันคือประชาชน’ ของคาราวาน ที่เคยฟังตอนเด็ก ๆ ผมก็แค่อยากขยายความประสบการณ์สิ่งที่ผมได้รับมาตอนเด็ก ๆ ให้มันอยู่ในเรื่องราวของยุคนี้ ให้มันผนวกเข้ากับดนตรีของ MAD PACK IT ก็เลยเกิดเป็น ‘บาทวิถี’ บทเพลงที่ถ่ายทอดมุมมองความรู้สึก ความเจ็บช้ำ เสียงสะอื้นที่อยู่ในใจของประชาชนคนเดินถนนอย่างเรา ๆ ที่บางครั้งเราอยากเปลี่ยนแปลง แต่ลำดับขั้นทางสังคมมันทำให้เราไม่มีพลังจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก

สำหรับสาวก MAD PACK IT  ทั้งหลายสามารถติดตามผลงานของพวกเขาได้ที่
Facebook: MAD PACK IT, HEAVY
YouTube: HEAVY

 

PHOTOGRAPHER: Krittapas Suttikittibut

NTman
WRITER: NTman
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line