นับเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับ 2 อัลบั้มในตำนานที่มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่มีวาระในการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่คล้าย ๆ กัน นั่นคือการเชิญชวนศิลปินมากหน้าหลายตา ทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ มาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานด้วยการตีความบทเพลงอมตะให้เป็นเพลงเวอร์ชั่นใหม่ ที่ทั้งแปลกและเต็มเปี่ยมด้วยความสร้างสรรค์ เรามาดูกันว่า 2 อัลบั้มนี้ ในสมัยที่วางจำหน่ายใหม่ ๆ ได้สร้างคุณูปการอะไรให้กับวงการเพลงบ้าง และจวบจนปัจจุบัน เมื่อกาลเวลาผ่านไป อัลบั้มทั้ง 2 ชุดนี้ ได้มอบอะไรให้กับประวัติศาสตร์ทางดนตรีกันบ้าง Metallica – The Black Album หนึ่งในทัพหน้าของวงการเมตัล ที่ปัจจุบันยังคงเป็นวงดนตรีผู้ทรงอิทธิพลที่คว้าทั้งเงินทั้งกล่อง และยืนหยัดอยู่แถวหน้าโดยไม่มีใครสามารถโค่นลงได้มาตลอดระยะเวลา 40 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งวงในปี 1981 โดยอัลบั้ม Metallica หรือที่สาวกหูเหล็กขนานนามอัลบั้มนี้ตามอัตลักษณ์ของปกที่ดำสนิทว่า The Black Album เป็นอัลบั้มชุดที่ 5 วางจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 12 สิงหาคม ปี 1991 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของซาวด์ที่แตกต่างจาก 4 อัลบั้มแรก ที่หนักหน่วงระดับ Trash Metal แต่ The
ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม และคนไทยเองก็รู้จักหลายอย่างของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ดนตรี หรือ แม้แต่นักรบยุคคลาสสิกอย่าง ‘ซามูไร’ ก็ยังแสดงความเท่ให้พวกเราเห็นผ่านภาพยนตร์ หรือ มังงะ อยู่เสมอ UNLOCKMEN จึงอยากจะมาแนะนำหนังซามูไร 5 เรื่องที่มีเนื้อหาน่าสนใจ และมีความสนุกสนานมากพอที่จะทำให้เราอินกับวิถีแห่งดาบมากขึ้นหลายเท่า ไปดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้าง Twilight Samurai (2002) หนังซามูไรเรื่องแรกที่เราอยากแนะนำให้รู้จัก คือ Twilight Samurai ผลงานชิ้นโบว์แดงของ โยจิ ยามาดะ ผู้กำกับหนังซามูไรที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น โดยหนังเรื่องนี้จะเล่าถึงญี่ปุ่นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 (ก่อนหน้ายุคฟื้นฟูเมจิ) ผ่านตัวละครหลักที่ชื่อว่า อิงุจิ เซเบย์ ซามูไรยศต่ำต้อย ผู้มีฝีไม้ลายมือในการฟันดาบที่ยอดเยี่ยม และมีความจงรักภัคดีต่อโชกุนอย่างมากคนหนึ่ง Twilight Samurai ถือเป็นหนังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพการันตีจากการกวาดรางวัลงาน Japanese Academy Awards ได้มากถึง 12 รางวัล ควรค่าแก่การดูสักครั้งในชีวิต The Blind Swordsman: Zatoichi (2003) เรื่องต่อมา
เพราะโลกใบนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันตรายแต่ก็มีเสน่ห์น่าค้นหา ที่เย้ายวนใจให้ผู้ชื่นชอบความเสี่ยงได้ลองไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต แต่ “ความท้าทาย” อาจจะเป็น “ความท้าตาย” แทนที่จะได้ประสบการณ์อันตื่นเต้น กลับได้เป็น “ประสบการณ์เฉียดตาย” โดยที่คุณไม่รู้ตัว มีภาพยนตร์มากมายนำความตื่นเต้นของสถานที่ หรือสถานการณ์สุดดิบเถื่อนนี้มาทำเป็นภาพยนตร์เพื่อเติมเต็มทุกความสะใจ หรือไม่ก็เป็นการส่งสัญญาณบอกคนดูกลาย ๆ ว่า มันคือสถานที่อันตราย…ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว เรามาดูกันว่ามีที่ไหนกันบ้างที่คุณไม่ควรจะไป Chernobyl Diaries (2012) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ประเทศยูเครน คืออนุสรณ์สถานที่สะท้อนความหละหลวมของรัฐในการจัดการรับมือเหตุร้าย เมื่อเกิดเหตุระเบิดโรงไฟฟ้า นำมาซึ่งการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสี กลายเป็นหายนะที่กลืนกินชีวิตของผู้อาศัยในย่านนั้นที่ต่างพากันบาดเจ็บล้มตาย จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมประวัติศาสตร์คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 4,000 ราย และเป็นสถานที่รกร้างที่ห้ามทุกคนเข้าไป แม้เหตุการณ์จะผ่านไปกว่า 35 ปีแล้วก็ตาม แต่มันกลับเป็นสถานที่ยอดฮิตที่กลุ่มวัยรุ่นท้าตายชอบพาตัวเองไปสัมผัสความอันตรายนี้โดยไม่สนใจข้อห้ามใด ๆ และ Chernobyl Diaries คือหนังที่เล่าถึงแก๊งวัยรุ่นทั้ง 6 ที่ชอบออกเดินทางไปรอบโลก โดยมีเชอร์โนบิล เป็นหนึ่งใน The Bucket List ที่อยากไปสัมผัสความเสียวสยองด้วยตาตนเอง พวกเขาและเธอจ้างไกด์เถื่อนให้พาไปยังเมืองร้างที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง กะจะแค่ถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยลแล้วกลับ แต่ความซวยก็เกิดเมื่อรถของไกด์เถื่อนเกิดเสีย และค่ำคืนนั้น สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญมันยากจะอธิบายว่ามันเป็นผีหรืออะไร ปัจจุบัน
ผู้ชายมักต้องแบกรับภาระมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่าบ้าน ค่าเลี้ยงดูครอบครัว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ฯลฯ ถ้าวันใดซวยป่วยไข้แล้วต้องเจอกับค่ารักษาพยาบาลอีก เราคงจะเหนื่อยกันมากเกินไป UNLOCKMEN จึงอยากมาแนะนำวิธีการป้องกันปัญหาด้านสุขภาพที่มักเจอบ่อยในหมู่ผู้ชาย เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างแฮปปี้ยาวนานกันร่างกายและการเงิน โรคหลอดเลือดและหัวใจ (Cardiovascular Disease) โรคหลอดเลือดและหัวใจ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปเป็นจำนวนมาก องค์การอนามัยโลกพบว่าในปี 2019 คนจำนวนกว่า 17.9 ล้านคน เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดและหัวใจ (CVDs) เช่น โรคหัวใจวาย หรือ โรคหลอดเลือดสมอง คิดเป็น 32% ของการตายทั่วโลกเลยทีเดียว โรคนี้มักถูกเรียกว่าเป็นนักฆ่าเงียบ (Silent Killer) อีกด้วย เพราะผู้ป่วยที่คอเลสเตอรอลอุดตันในเส้นเลือด มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก แถมยังมีการศึกษาและพบว่าผู้ชายเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิงอีกด้วย มันจึงเป็นโรคที่อันตรายสำหรับชาวเรามาก และจะดีที่สุดถ้ารู้จักป้องกันมันตั้งแต่ต้น วิธีป้องกันโรค: ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกายให้เพียงพอ (2.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับการออกกำลังกายปานกลาง หรือ 75 นาทีต่อสัปดาห์สำหรับการออกกำลังกายหนัก) และถ้าคุณเป็นสิงห์อมควันหรือผู้ชื่นชอบแอลกอฮอล์ตัวยง ควรลดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง หรือถ้าเลิกได้จะดีมาก โรคเบาหวาน (Diabetes)
นิสัยแย่ ๆ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กจนโต ถือเป็นอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตของใครหน้าไหนก็ตามพังอยู่เสมอ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาชนะหรือเปลี่ยนแปลงกันได้ง่าย ๆ เรามักต้องใช้พลังงาน ความอดทนอดกลั้น หรือ ความพยายามอย่างแสนสาหัสในการเปลี่ยนแปลงนิสัยเหล่านี้ ส่งผลให้หลายคนเริ่มท้อใจทุกครั้งที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง UNLOCKMEN เลยจะมาแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ทุกคนสร้างนิสัยใหม่ได้สำเร็จตลอดรอดฝั่ง ซึ่งวิธีเหล่านี้มีหลักวิทยาศาสตร์มารองรับด้วย บอกเลยว่ามีประสิทธิภาพมากพอที่จะช่วยทุกคนสร้างนิสัยใหม่แน่นอน คนเราใช้เวลาเท่าไหร่ในการเปลี่ยนนิสัยตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนิสัยที่เราคุ้นชินมานาน ต้องใช้ความพยายามหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนตัวเอง ความคิดริเริ่มในการทำพฤติกรรมใหม่ และการทำพฤติกรรมใหม่ซ้ำไปซ้ำมาเป็นเวลานานจนกลายเป็นนิสัย มันจึงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่อาจต้องสูญเสียเวลาหลายอาทิตย์หรือหลายเดือน กว่ามันจะกลายเป็นนิสัยใหม่ งานวิจัยบางชิ้นบอกว่า คนเราอาจใช้เวลาตั้งแต่ 18 ถึง 254 วัน ในการทำให้พฤติกรรมใหม่กลายเป็นสิ่งที่เราทำโดยอัตโนมัติ และอาจใช้เวลาโดยเฉลี่ย 66 วันในการทำให้พฤติกรรมใหม่กลายเป็นนิสัยที่เราทำมันแบบไม่รู้สึกฝืนใจ นอกจากนี้ ยิ่งพฤติกรรมใหม่เป็นเรื่องที่ทำได้ยากหรือมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ เราจะยิ่งต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงนานขึ้นเท่านั้น เทคนิคที่จะช่วยให้เราเปลี่ยนตัวเองง่ายขึ้น เมื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายาม พลังงาน และเวลา เราเลยอยากมาแนะนำเทคนิคที่จะช่วยให้ทุกคนมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเองมากขึ้น จนสามารถเลิกทำนิสัยเดิม ๆ และกลายเป็นคนใหม่ในที่สุด ซึ่งมีทั้งหมด 5 วิธีดังนี้ ทำซ้ำไปซ้ำมา การทำพฤติกรรมใหม่ซ้ำไปซ้ำมาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เราเกิดการสร้างนิสัยใหม่ (Habit
ยานพาหนะรูปทรงคุ้นตาที่พวกเราเคยเห็นในการ์ตูนและภาพยนตร์ Sci-Fi หลายเรื่อง ถูกนำมาดีไซน์ให้เป็นรูปเป็นร่างแล้ว นี่คือ “Honda BAIKU” concept ใหม่ของการเดินทางแห่งโลกอนาคต Honda BAIKU ยานพาหนะแบบ One-wheeled พลังงานไฟฟ้า ออกแบบโดย Nacho Alfonso ได้แรงบันดาลใจมาจากความนิยม Scooter ไฟฟ้าและ Monowheel ของคนเมืองที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ถูกพัฒนาให้สามารถเดินทางได้อย่างจริงจังและปลอดภัยมากขึ้นด้วยรูปแบบของ Self-balancing electric scooter ควบคุมด้วยการนั่งบนตัวถังที่สร้างบนล้อขนาดเท่ารถมอเตอร์ไซค์ มีแฮนด์ควบคุม พักเท้าช่วยบังคับทิศทางเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน การเคลื่อนที่ทำได้อย่างง่ายดายด้วยเทคโนโลยี Gyroscope เซนเซอร์ตรวจจับการองศาการเคลื่อนไหวของตัวรถ ทำงานคู่กับ Accelerometers sensors สำหรับเร่งหรือลดความเร็วตามการเอียงของทิศทางนั้น สามารถทรงตัวปรับบาลานซ์ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ล้ม เบาะนั่งสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งานเพื่อความกะทัดรัด Honda BAIKU มีรูปทรงเป็นกล่อง ด้านหน้ามีไฟ LED daytime running light ทรงสี่เหลี่ยมเพื่อส่องสว่างในเวลากลางคืน ส่วนด้านหลังมีแผงจอแสดงผล digital พาดยาวถึงด้านบน สำหรับดูค่าความเร็ว อุณหภูมิ แผนที่ และมีช่องสำหรับ connect
แค่พูดคำว่า Honda NSX ในบ้านเรา ในหัวจะรู้สึกถึงจำนวนเงินหลายล้านบาทบวกกับความหายากสุดแรร์โผล่ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ สำหรับคนทั่วไปอาจจะรู้สึกว่ามันไม่คุ้ม แต่สำหรับคนที่หัวใจเต็มไปด้วย JDM จากยุค 90s มันคือแพชชั่นที่ประมวลเป็นตัวเงินไม่ได้ ซึ่งไม่ว่าสำหรับคนกลุ่มไหน Honda NSX ก็ถือเป็นรถทรงคุณค่าที่มักจะจอดอยู่ใต้ผ้าคลุมมากกว่าเอาออกมาขับบนท้องถนน แต่ไม่ใช่สำหรับ Chris Cut ชายผู้บ้าคลั่ง Honda NSX อย่างหนักจนหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตสาย Camping โดยการนำ Supercar ค่าย Honda มาดัดแปลงเป็น Targa Top Cross Country และติดตั้ง Tent เข้าไปบนหลังคามาแล้วในปีก่อน ใจมันรัก ก็ต้องไปให้สุด ต้องยอมรับว่าการใช้ Honda NSX ติด Tent เอาไปลุยป่า ย่อมมีปัญหาเรื่องพื้นที่ใช้สอยอันน้อยนิด ทางออกของ Chris Cut คือ เพิ่มรถพ่วง Trailer เข้าไปอีกคัน และมันก็จะเป็นรถรุ่นอื่นไปไม่ได้นอกเสียจาก Honda NSX ที่ผ่านการตัดเหลือแค่ส่วนหลังและดัดแปลงเป็น
“ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับครอบครัวและคนรักของ Joey ในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ ศิลปะ พรสวรรค์ และจิตวิญญาณของ Joey Jordison ไม่สามารถกักขังตัวตนของเขาไว้ได้ การจากไปของเขาส่งผลกระทบต่อ Slipknot, ชีวิตของพวกเรา และดนตรีที่เขารัก อย่างไม่สามารถประเมินค่าได้ ไม่มีJoey ก็คงไม่มีพวกเรา ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียของเขากับครอบครัว Slipknot ทั้งหมด เรารักนายมาก… Joey” ถ้อยแถลงของวง Slipknot ที่มีต่อมือกลองอัจฉริยะ Joey Jordison สมาชิกคนสำคัญผู้ก่อตั้ง Slipknot ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวง รวมไปถึงโปรเจกต์อันหลากหลายที่เขามีส่วนเกี่ยวข้อง การจากไปของเขานั้น นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของมหาอำนาจแห่งวงการ Nu-Metal มือกลองในตำนานผู้จากไปก่อนวัยอันควร ผลงานได้ยอดเยี่ยม และศิลปินที่นักดนตรีทั่วโลกยกย่องในฝีไม้ลายมือของเขาตลอดช่วงเวลาแห่งการทำงาน พระเจ้าช่างใจร้ายที่พรากเขาไปในช่วงเวลาอันแสนสั้นด้วยวัยเพียงอายุ 46 ปี หากแต่อายุขัยในวงการดนตรีนั้น ตลอด 22 ปีในวงการ Joey มอบผลงานดีประดับไว้ให้กับวงการเมตัลยุคใหม่มากมาย และบทเพลงเหล่านี้ คือ 9 เพลงยอดเยี่ยมที่บ่งบอกถึงความยอดเยี่ยมของตัวเขา ที่เราอยากแนะนำให้คุณหวนกลับมาฟังเพื่อรำลึกถึงการจากไปของผู้ชายคนนี้ มือกลองอัจฉริยะแห่งโลกเมทัลที่จะอยู่ในใจตลอดกาล Surfacing (from
หลายคนอาจจะงงที่เห็นชื่อ Italdesign สำนักดีไซน์ Supercar มาสร้างสรรค์ผลงานมอเตอร์ไซค์พลังไฟฟ้าให้ Ducati แต่นี่คือความฝันของผู้ก่อตั้งอย่าง Giorgetto Giugiaro ชายที่หลงใหลในดีไซน์คลาสสิคของเรือธง 1974 Ducati 860 GT ที่ตัวเองเคยออกแบบไว้ในอดีต 1974 Ducati 860 GT เป็นรถสไตล์ tourer เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับขี่ทางไกล ตัวรถดีไซน์ให้มีความเหลี่ยม “Square” แบบ Naked โชว์เครื่องยนต์ air-cooled 90° V-twin 864 cc SOHC 4 จังหวะ ไฟหน้าทรงกลม เบาะ duck-tail seat แม้ผู้คนในยุคนั้นจะมองว่ามันไม่ค่อยสวยจนยอดขายตกฮวบ ต้องรีบปรับดีไซน์ใหม่ในเวลาแค่ 2 ปี แต่มันกลับแสดงให้เห็นดีไซน์ที่คลาสสิคเมื่อกาลเวลาผ่านไป และแม้ว่า Ducati จะไม่ได้มีแผนจะสร้างมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกมาเร็ว ๆ นี้ แต่หลังจากเห็นผลงานการตีความดีไซน์ใหม่โดย Italdesign บางที Ducati ควรจะคิดสร้างมันขึ้นมาจริง
ในช่วงนี้ เรื่อง เศรษฐกิจ หรือ สังคม น่าจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกไม่สบายใจ และเครียดไม่มากก็น้อย ซึ่งเรามองว่า ความเครียดเป็นปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่สำหรับมนุษย์ เพราะมันสามารถทำร้ายเราได้ทั้งกายและใจ UNLOCKMEN อยากให้ทุกคนออกจากความเครียดให้ได้โดยเร็ว จึงอยากแนะนำวิธีการผ่อนคลายจากความเครียดที่ทำได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน แต่ก่อนอื่นเลย เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจในเรื่องของ ‘ความเครียด’ ก่อน เพราะพอได้ยินคำนี้แล้ว หลายคนอาจเริ่มทำหน้าบูดบึ้ง หวนนึกถึงประสบการณ์แย่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น ชีวิตการทำงานที่มีความกดดันสูง หรือ ชีวิตคู่ที่ไม่มีความสุขสมหวัง แต่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงความเครียดประเภทหนึ่งที่เรียกว่า ความเครียดเรื้อรัง (chronic stress) เท่านั้น ซึ่งสาเหตุหลักของความเครียดประเภทนี้ เกิดจากการอยู่ในสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดเป็นประจำ บางเคสรู้สึกอยากหนีก็หนีไม่ได้ ต้องทนอยู่ต่อไป ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจได้รับความเสียหายอย่างหนัก เราจึงเรียกความเครียดประเภทนี้ว่าเป็น ‘ความเครียดเลว’ และบทความนี้จะโฟกัสไปที่การเอาชนะความเครียดประเภทนี้เป็นหลัก นอกจากความเครียดเรื้อรังแล้ว ยังมีความเครียดประเภทอื่นอีก 2 ประเภท ได้แก่ ยูสเตรส (eustress) ซึ่งเป็นความเครียดประเภทที่เราเรียกกันว่า ‘ความเครียดดี ’ มันช่วยให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา และรู้สึกตื่นเต้นในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต เราจะมียูสเตรสกันก็ตอนที่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าตื่นเต้น เช่น ตอนเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ หรือ ตอนแข่งขันกับเพื่อนร่วมงาน
Mercury Prize หนึ่งในงานแจกรางวัลอันทรงเกียรติให้ศิลปินคุณภาพ เพื่อให้กำลังใจกับศิลปินโดยไม่แบ่งแยกว่าศิลปินเบอร์ไหน อินดี้ เมนสตรีม เข้าหรือไม่เข้าชาร์ท ขอเพียงแค่เป็นวงสัญชาติอังกฤษหรือในสหราชาณาจักร และทำงานคุณภาพที่มีความโดดเด่น คุณก็สามารถขึ้นแท่นรับรางวัลนี้ได้แล้ว โดยงานนี้จัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1992 และครั้งนี้ก็นับเป็นครั้งที่ 30 จึงนับเป็น รางวัลที่ศิลปินอังกฤษต่างปรารถนาจะคว้ามาเป็นเกียรติให้กับชีวิต ซึ่งในปีนี้ อัลบั้มที่คาบเกี่ยวระหว่างครึ่งปีหลังของปี 2020 และครึ่งปีแรก 2021 นั้น ก็เต็มไปด้วยอัลบั้มหลากแนวที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังสร้างสรรค์อย่างเหลือเชื่อ โดย 10 ใน 12 อัลบั้ม ล้วนเป้นผู้เข้าชิงครั้งแรก และนับเป็นปีที่น่าสนใจที่มีงานหลากหลายแนวที่สุดในรอบหลายปี เป็นตัวบ่งชี้ว่าวงการดนตรีในยุคนี้นั้นมีความวาไรตี้มากกว่าที่ผ่านมา เรามาดูกันว่า 12 อัลบั้มที่โดดเด่นนั้นมีอัลบั้มอะไรกันบ้าง Arlo Parks – Collapsed in Sunbeams เพชรเม็ดงามแห่งวงการ Bedroom Pop ในกาลปัจจุบัน Arlo Parks คือลูกเสี้ยว ไนจีเรีย/แคนาดา/ฝรั่งเศส ที่พำนักอยู่ในลอนดอนตะวันตก ท่ามกลางความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความแปลกแยกทางชนชั้น เธอจึงใช้เสียงเพลงของเธอละลายอคติที่คนชอบมอง Gen-Z ว่าหุนหันพลันแล่น ด้วยการทำเพลงเย็น
“ความเหนื่อยแม่งเหมือนผี มึงไม่โดนของเข้าสักครั้งก็คงไม่รู้” ช่วงนี้คนบ่น “เหนื่อย” กันเยอะ และวลี “I hate Monday.” กับ “ Thanks god. It’s Friday” ก็มีให้เห็นบนหน้าสเตตัสบ่อย ๆ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเรามักจะเจอเพื่อนบางคนที่น้ำเสียงเนือย ๆ พูดกับเราแม้จะเป็นคืนศุกร์ที่สังสรรค์กัน เติมทั้งเบียร์ เชียร์ทั้งสาว ๆ ให้แล้วก็ยังคอตก แล้วก็พูดว่า “กูเหนื่อยว่ะมึง” แต่พอถามว่าเหนื่อยอะไร ช่วงนี้ทำอะไรอยู่ มันดันบอกว่า “กูไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กูเหนื่อย” เผลอ ๆ ก็หนักถึงขั้นว่า “กูไม่อยากลืมตาแล้ว” ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่พูดประโยคนั้นเสียเองหรือว่าเป็นคนที่ได้ยินมา ถึงเวลาแล้วที่ UNLOCKMEN จะพาคุณไปหาความจริงว่ามันเป็นเพราะอะไร แต่บอกได้เลยว่าสิ่งที่คุณได้ยินมันอาจจะไม่ใช่ความขี้เกียจและไม่ใช่สิ่งที่แก้ได้ด้วยคำว่า “นอนแล้วเดี๋ยวก็หาย” อย่างแน่นอน เหนื่อยแบบไร้สาเหตุ ว่ากันด้วยคนที่สงสัยว่า กูเหนื่อยอะไรก็ไม่รู้ หรือเพื่อนกูเหนื่อยอะไรนักหนาก็ไม่รู้ก่อน ทั้งที่มันก็ชีวิตดี มีเวลาว่างแท้ ๆ นอนเยอะกว่ากูอีก ฯลฯ บางทีถ้าปัญหามันเกิดจากสิ่งที่ไม่มีปัญหาอะไรอย่างนี้ หรือตรวจร่างกายหมดแล้วแต่ปรากฏว่าผลมันคลีนสุด ๆ


