ในช่วงแต่ละยุคแต่ละสมัยดนตรีมักจะมีอิทธิพลแฝงอยู่ในห้วงเวลาเหล่านั้นอยู่เสมอ มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปและอีกหนึ่งยุคที่ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากคือยุค 90’s ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย โดยเฉพาะในสายของร็อกที่แตกแขนงออกมาได้อย่างน่าสนใจ วันนี้เราขอหยิบ 11 เพลงร็อกเด็ด ๆ ฝั่งอเมริกาจากยุค 90’s มาให้ทุกคนได้เสพหรือยัดใส่เพลย์ลิสต์ไว้ฟังมันส์ ๆ กันครับ *ปีของเพลงจะนับจากวันที่ถูกโปรโมต NIRVANA – SMELLS LIKE TEEN SPIRIT (1991) ผลงานจากอัลบั้ม “Nevermind” ของวง Nirvana ที่เปลี่ยนให้ทั้งโลกก้าวเข้าสู่ยุคของดนตรีกรันจ์และอัลเทอร์เนทีฟอย่างเต็มตัว ตัวดนตรีไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ซัดกันแบบตรงไปตรงมา เต็มไปด้วยอารมณ์ทางดนตรีที่ก้าวร้าว แต่เมื่อรวมกันแล้วมันกลายเป็นเพลงที่โคตรทรงพลัง จึงไม่น่าแปลกใจที่สุดท้ายแล้วเพลง “Smells Like Teen Spirit” จะกลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ของเพลงร็อกยุค 90’s ที่ใคร ๆ ก็ต้องนึกถึงเป็นเพลงแรก นี่คือมรดกสุดแสนล้ำค่าที่บ่งบอกความรุ่งเรืองในอดีตของดนตรีกรันจ์ได้ดีที่สุดเพลงนึงของโลก METALLICA – ENTER SANDMAN (1991) ซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้มปกดำของ Metallica ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงแนวดนตรีเพื่อเจาะกลุ่มตลาดกว้างด้วยสไตล์เฮฟวี่เมทัลที่ฟังง่ายมากกว่าเดิมมาก มีการวางโครงสร้างเพลงแบบเพลงป๊อปอย่างชัดเจน “Enter Sandman” มาพร้อมกับจังหวะหน่วง ๆ
เทรนด์การไปคาเฟ่ในเวลานี้ไม่เพียงเป็นการเสาะหาสถานที่ใหม่ ๆ เพื่อพบปะ สนทนา หรือทำคอนเทนต์ลงโซเชียลเท่านั้น แต่สำหรับผู้ชายหลายคน คือการได้ลิ้มรสกาแฟแบบใหม่ ๆ ในบรรยากาศที่ชอบ หาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และหนึ่งในใจคงหนีไม่พ้นคาเฟ่สไตล์คอนกรีตที่มีเอกลักษณ์คือความดิบ เท่ ราวกับกำลังเปิดเปลือยทุกเรื่องราว นอกจากจะถูกใจผู้ชายแล้ว สาว ๆ ที่ไปด้วยกันก็อาจจะได้รูปสุดคูลไปลงโซเชียลอีกเพียบ วันนี้เราจึงอยากแนะนำคาเฟ่สไตล์คอนกรีต ดิบ เปลือยทั่วไทย ลองมาดูว่ามีที่ไหนน่าไปกันบ้าง Labyrinth Cafe คาเฟ่สไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์สุดเท่ที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของ Shophouse1527 อาคารเก่าแก่อายุมากกว่า 80 ปีที่รักษาไว้ทุกความคลาสสิกและเต็มไปด้วย passion จากคนรักกาแฟ เสน่ห์สุดดึงดูดคือบาร์กาแฟยาวที่ร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟและสับเปลี่ยนหมุนเวียนกาแฟ Special Blend จากประเทศต่างๆ มาให้หนุ่มๆ ผู้หลงใหลกลิ่นหอมและรสชาติของกาแฟได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นวัฒนธรรมการสนทนาของคนรักกาแฟที่กลมกล่อมจนอยากจะมาซ้ำๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นพื้นที่ของศิลปะและดนตรี จึงมีอีเวนต์สุดเท่ที่รอให้ทุกคนมาแจมอยู่เรื่อยๆ ที่อยู่: 1527 ถนนพระรามที่ 4 แขวง วังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์: 061 529
ในปี 2021 ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Drive My Car หนังอาร์ตจากแดนอาทิตย์อุทัยที่มีความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง คือปรากฏการณ์สำคัญที่สะเทือนวงการภาพยนตร์ ที่ไม่ใช่เพียงปลุกกระแสของหนังญี่ปุ่นให้เจิดจรัสบนเวทีโลกเท่านั้น แต่ยังพาตัวเองไปได้ไกลถึงเวทีใหญ่สุดอย่างออสการ์โดยเข้าชิงถึง 4 รางวัล โดยเฉพาะรางวัลใหญ่สุดอย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เพราะอะไร ในยุคที่เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าแต่ความยาวของหนังเกือบ 3 ชั่วโมง ซ้ำยังไม่ใช่หนังที่หมู่คนดูแมสจะสนใจง่าย ๆ กลับกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ใครต่อใครต่างพูดถึง Drive My Car คือ 1 ในเรื่องสั้น Men without Women (แปลไทยในชื่อว่า ชายที่คนรักจากไป) ของนักเขียน Haruki Murakami ที่รวมความช้ำรักอันหลากหลายของชายหนุ่มที่ถูกพลัดพรากจากคนรัก ไม่จากเป็นก็จากตาย ซึ่งชื่อหนังสือ Men without Women นั้นได้มาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นของ Ernest Hemingway อีกที ส่วน Drive My Car ตัว Murakami ก็อ้างอิงจากชื่อเพลงของ The
ใครเสพติด Crypto เข้าเส้นเลือด ทุกอย่างในร่างกายต้องมีกลิ่นอายความเป็น Crypto ซ่อนอยู่ เราขอแนะนำเรือนเวลารุ่นพิเศษ Hublot Big Bang Unico Ledger Crypto Wallet Set นาฬิกาเซ็ทสุดเท่ที่มาพร้อม Crypto hardware wallet จากการจับมือกับ Ledger digital platform Hublot Big Bang Unico Ledger ตัวเรือนสีดำขนาด 42 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยขอบ bezel ที่ผลิตจาก Electrum โลหะสุดหายากจากการผสมของทองและเงินซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีตัวอักษรคำว่า “Vires in Numeris” หรือแปลว่า “Strength in Numbers” ซึ่งเป็นคำคมในภาษา Latin สลักไว้ด้านข้างของขอบ bezel ไม่ใช่แค่นั้น ในเซ็ทยังมี crypto hardware wallet สีดำดีไซน์สุดเท่โดย Ledger
ถ้าถามว่าชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดในการแต่งตัวของผู้ชายคืออะไร? เราบอกเลยว่ามันคือ “กางเกง” กางเกงยีนส์ เปรียบเสมือนเพื่อนแท้ในทุกสถานการณ์ ถือเป็นรากฐานช้ินสำคัญที่มีผลกับลุคทั้งหมดว่าจะออกมาดังหรือดับ และเป็นกางเกงที่ได้รับความนิยมสูงสุด ทนทาน ดูแลรักษาง่าย สวมใส่ได้เข้ากับทุกลุค เป็นชุดเก่งที่พร้อมลุยได้ทุกโอกาส จะงานหรู งานหล่อ หรืองานชิว ๆ สบาย ๆ แต่ไม่ใช่แค่นั้น กางเกงยีนส์ ยังมีผลเป็นอย่างมากต่อสุขภาพ อารมณ์ และความมั่นใจของผู้สวมใส่อีกด้วย! ลองนึกการใส่ยีนส์ผ้าดิบที่ทั้งแข็งและรัดจนเคลื่อนไหวไ่ม่สะดวก นั่งนาน ๆ แล้วอึดอัดทรมาน หายใจติดขัด มีผลวิจัยว่ามันมีผลต่อการไหลเวียนของเลือด และทำให้ปวดหลังระยะยาวได้จริง ที่สำคัญยังกังวลว่ายีนส์จะรัดจนพุงยื่นโดยเฉพาะหลังทานข้าว หมดกันทั้งความมั่นใจและความสบาย เราเข้าใจ Pain Points จากการใส่ยีนส์ที่ว่ามาเป็นอย่างดี ที่จริงแล้วยังมีอะไรอีกมากในโลกของกางเกงยีนส์ รู้หรือไม่ว่าเราสามารถใส่ยีนส์ทรงสวย คุณภาพดี ทั้งเท่ดูดีมีสไตล์ โดยที่ยังให้ความสะดวกสบาย ยืดหยุ่นไม่อึดอัดได้อีกด้วย วันนี้เราจึงขอแนะนำ 4 ยีนส์รุ่นใหม่จาก “UNIQLO JEANS COLLECTION” ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมแนะนำไอเดียการ mix เสื้อผ้า 5 ลุคจากเทรนด์ล่าสุดที่เหมาะกับหุ่นผู้ชายเอเชีย รับรองว่าดูดีแน่นอน SLIM
เมื่อวันเวลาเปลี่ยนผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับรองเท้าสนีกเกอร์สุดคลาสสิคอย่าง The Chuck Taylor All Star ของแบรนด์ Converse ที่มีการพัฒนาต่อยอดมาสู่เจเนอร์เรชั่นใหม่แล้วในชื่อ The all-new Chuck Taylor All Star CX ภายใต้คอนเซปต์ “Step In And Go” การเปลี่ยนแปลงของ Chuck Taylor ถือเป็นเรื่องฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะทาง Converse ได้หยิบเอาเทคโนโลยี FlyEase ของรองเท้า Nike มาเบลนด์เข้ากับสนีกเกอร์รุ่นใหม่ของพวกเขา พร้อมมีการปรับรูปทรงใหม่ที่มองผ่าน ๆ คงไม่มีใครคาดคิดว่านี่คือรองเท้าของแบรนด์สัญลักษณ์รูปดาวอย่างแน่นอน FLYEASE คืออะไร? สำหรับคนที่เล่นรองเท้าสนีกเกอร์ของ Nike อยู่แล้ว อาจจะพอคุ้นหูคุ้นตากันอยู่บ้าง แต่สำหรับคนทั่ว ๆ ไป อาจจะยังไม่ทราบข้อมูลดังกล่าวมาก่อนว่าเทคโนโลยีของ FlyEase มันถูกออกแบบมาให้คนสามารถสวมใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาลงไปนั่งผูกเชือกแต่อย่างใด เทคโนโลยี FlyEase ถูกเปิดตัวเมื่อปี 2015 มันเริ่มมาจากทาง Matthew Walze
เชื่อว่าสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชีวิตผูกติดอยู่กับความบันเทิง ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรก็ขาดไม่ได้ที่จะมีไอเทมให้ความบันเทิงชุดใหญ่ติดตัวไปด้วยทุกที่ คงเคยประสบปัญหาการเป็นบ้าหอบฟาง ต้องพกพาอุปกรณ์มากมาย ไหนจะหน้าจอ ไหนจะลำโพง ไหนจะอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ฯลฯ และในหลาย ๆ ครั้งยังต้องติดกับข้อจำกัดของสถานที่ ที่อาจจะไม่ได้เอื้ออำนวยให้เล่นใหญ่ ดูหนัง ฟังเพลง ได้สะใจอะไรขนาดนั้น แต่ต้องบอกเลยว่าทุกวันนี้ข้อจำกัดทั้งหลายที่เคยประสบพบเจอมานั้นจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป กับสุดยอดไอเทมอย่าง The Freestyle จาก SAMSUNG อุปกรณ์เพื่อความบันเทิงในรูปแบบของหน้าจอขนาดพกพา ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันการใช้งานแบบ 3-in-1 ทำหน้าที่เป็นโปรเจ็กเตอร์ ลำโพงอัจฉริยะ และอุปกรณ์ Ambient Lighting ในเครื่องเดียว จะใช้งานในห้องนั่งเล่น, ห้องนอน, เอาไปเปิดดูคลิปสอนออกกำลังในยิม, พกไปพรีเซนต์งานในห้องประชุม หรือยัดใส่กระเป๋าไปแคมป์ปิ้ง เอาไว้ดูหนังนั่งก่อกองไฟยามค่ำคืนก็ทำได้สบาย เรียกได้ว่าพร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงได้ทุกที่ทุกเวลาแบบฟรีสไตล์ไร้ขีดจำกัดสมชื่อ ซึ่งมันจะตอบโจทย์ชีวิตฟรีสไตล์ของทุกคนได้แค่ไหน วันนี้เราจะพาไปรู้จัก SAMSUNG The Freestyle ให้มากขึ้น สิ่งแรกที่ Bold ให้คำว่า ‘FREESTYLE’ จาก The Freestyle เครื่องนี้โดดเด้งออกมามากกว่าอุปกรณ์อื่นในท้องตลาด คือเรื่องของขนาดเล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบา
ชื่อ Morgan น่าจะเป็นที่คุ้นหูเหล่า Car Enthusiasts กันเป็นอย่างดี เพราะนี่คือค่ายผลิตรถยนต์เลือดอังกฤษที่สร้างตำนานมาตั้งแต่ปี 1910 โดย Henry Frederick Stanley Morgan ชายอัจฉริยะที่ออกแบบและสร้างรถยนต์ด้วยตัวเองตั้งแต่ปี 1909 นอกจากการดีไซน์ของรถยนต์ที่หรูหราและคลาสสิค ไม่ว่าจะเป็น Morgan Plus Four, Plus Six โมเดลล่าสุดจากปี 2020 ค่ายนี้ยังมีอีกจุดเด่นคือรถตระกูล 3-wheeler ซึ่งเป็นโมเดลสร้างชื่อรุ่นแรกสุดให้ Morgan และปัจจุบันก็ยังมีรถตระกูล 3-wheeler ทำตลาดอยู่ ล่าสุด Morgan ได้เปิดตัว “Super 3” รถยนต์ 3-wheeled รุ่นใหม่เพื่อสานต่อตำนานประวัติศาสตร์ 113 ปี เป็นรุ่นที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่หมดตั้งแต่โครงสร้าง โดยยังคงคาแรคเตอร์ที่แตกต่าง ขับสนุก และจิตวิญญาณของ Morgan ดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน Morgan Super 3 ใช้โครงสร้าง aluminum monocoque platform แบบเดียวกับที่ใช้ใน
การจะเลือกซื้อรถยนต์แต่ละครั้ง บางคนอาจมองแค่สเปกที่ได้ แต่เรามองว่าการซื้อรถไม่ได้จบแค่รถยนต์หรือบริการหลังการขาย สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่านั้นคือ “ผู้คน” หรือ Community ที่จะรวมผู้ใช้รถยนต์ให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่สร้างมูลค่าให้เราอินกับรถยนต์ค่ายนั้น ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง นี่คือเหตุผลที่เราเลือกรถยนต์ MINI นอกจากความแตกต่างของฟิลลิ่งการขับรถ คาแรคเตอร์ที่โดดเด่นสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้ขับ การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน MINIster คือประสบการณ์ท่ีเจ้าของรถยนต์ MINI ทุกคนต่างประทับใจจนไม่ยอมย้ายค่ายไปไหน ว่ากันว่าหลายคนซื้อรถยนต์ MINI เพราะกิจกรรม Driving Trip ที่จัดขึ้นเป็นประจำ 2 เดือนครั้ง นอกจากจะได้ออกไปทำกิจกรรมดี ๆ ได้พบปะผู้คนเพิ่ม connection ให้ชีวิต ยังเป็นโอกาสที่เพิ่มความสามารถในการขับ และได้ใช้ประสิทธิภาพของรถอย่างเต็มที่ สำหรับ Driving Trip ล่าสุด เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากต้องหยุดไปร่วม 2 ปีเนื่องจากสถานการณ์โควิด เป็นทริปที่เรียกว่า “BIG LOVE STORY” จากกรุงเทพ สู่เขาค้อ ภูทับเบิก เราจึงไม่พลาดที่จะไปร่วมขบวน MINIster ในครั้งนี้ ซึ่งในทริปมีทั้งครอบครัว


