เมื่อเร็วๆ นี้ ออปโป้ ไทยแลนด์ เปิดตัว “OPPO Reno7 Z 5G” รุ่นล่าสุดในแนวคิด “The Portrait Expert” ให้เป็นตัวเองได้ไม่จำกัด ด้วยพอร์ตเทรต ชูฟีเจอร์เด็ด Bokeh Flare Portrait เบลอพื้นหลัง เป็นดวงไฟโบเก้สวยได้โดยอัตโนมัติ มาในดีไซน์ Ultra-Slim Retro Design แบบใหม่ ขอบเหลี่ยม บางเบา ฝาหลังระยิบระยับ มาพร้อม Dual Orbit Lights ไฟส่องสว่างล้อมรอบกล้องหลังทั้งสองตัวตามการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ จัดเต็มประสิทธิภาพเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันในยุค 5G แบบเร็วแรง พร้อมโชว์แกลลอรีภาพพอร์ตเทรตสุดปังที่ชาวโซเชียลต้องอึ้ง โดยมี “ณเดชน์ คูกิมิยะ” พรีเซ็นเตอร์ขวัญใจมหาชน มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน คำจำกัดความของ “การเป็นตัวเองได้ไม่จำกัด” คือการที่เราสามารถเปิดเผยทุกมุมของตัวเองให้โลกได้รู้ โดยเฉพาะในยุคโซเชียลที่ทุกคนมีพื้นที่ที่สามารถเปิดเผยตัวตน ความสามารถ และเสน่ห์ได้อย่างเต็มที่ ออปโป้จึงได้พัฒนาสมาร์ทโฟนที่สามารถบันทึกภาพตัวตนที่ไม่จำกัดของแต่ละคนไว้ด้วย OPPO Reno7 Z 5G รุ่นใหม่ล่าสุดในแนวคิด
จากนักแสดงขวัญใจวัยรุ่นที่ถูกนักวิจารณ์ปรามาสว่า “พอผ่านพ้นช่วงวัยรุ่น ต้องตกอับอย่างแน่นอน” แต่ Robert Pattinson กลับเลือกบทบาทที่แสนท้าทาย จนสามารถก้าวข้ามจากดาราขายหน้าตา เป็นนักแสดงขายฝีมือได้อย่างเหลือเชื่อ จากการรับเล่นหนังที่เน้นขายฝีมือและหนังอินดี้มามากมาย เขาได้แสดงฝีมือไปอีกขั้น กับบทบาทมนุษย์ค้างคาวเวอร์ชั่นใหม่ The Batman ที่ตีความมืดหม่นและสุดกรันจ์ เรามาดูพัฒนาการของผู้ชายคนนี้ แล้วคุณจะต้องทึ่งในบทบาทอันหลากแนวของเขา The Twilight Saga (2008-2012) แจ้งเกิดบทบาทเทพบุตรแวมไพร จากบทบาทเล็กๆที่ได้รับในหนังพ่อมด Harry Potter and the Goblet of Fire ในเวลาต่อมา Robert Pattinson ก็ได้รับโอกาสแบบก้าวกระโดดจากหนังที่สร้างจากนิยายขายดีของ Stephenie Meyer โดยได้รับคัดเลือกให้มารับบท Edward Cullen เทพบุตรแวมไพร์ที่มาหลงรักสาวน้อยปุถุชนคนธรรมดา จนเกิดเป็นสงครามระหว่างแวมไพร์กับแวร์วูล์ฟอีกหลายภาค แม้ว่าหนังจะทำรายได้รวมทั่วโลกทั้ง 5 ภาค สูงถึง 3.3 พันล้านเหรียญ จนกลายเป็นแฟรนไชส์ที่สร้างกำไรและเป็นหมุดหมายสำคัญแห่งยุคสมัยในช่วงกระแสหนังที่สร้างจากนิยาย Young Adult บูมก็ตาม แต่คุณภาพของหนังก็ค่อยๆถดถอยจนเป็นที่ชวนยี้ของเหล่านักวิจารณ์ ขนาด Robert
Land Rover Defender ได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ SUV ระดับ Iconic ที่โดดเด่นเป็นที่หลงรักของคนทุกเพศทุกวัย ที่ผ่านมามีการเปิดตัว edition พิเศษแบบจำนวนจำกัดออกมาหลายรุ่นย่อย ซึ่งขายหมดอย่างรวดเร็วทุกครั้ง และใน edition พิเศษล่าสุดก็น่าจะถูกใจแฟน ๆ ของ Defener ได้ไม่แพ้กัน Land Rover Defender “URBANIGHT ’22” limited edition โมเดลสุด exclusive ผลิตในจำนวนเพียง 200 คัน สำหรับลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น อัดแน่นด้วยสเปกและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เต็มพิกัด แตกต่างด้วยโทนสีภายนอกเข้มสุดขรึมด้วยสีพิเศษ “Carpathian Gray” และ “Silicon Silver” ตัดกับการตกแต่งรายละเอียดด้วยสีดำรอบคัน ล้อขนาด 22 นิ้วสีดำ กันชน หลังคา ไปจนถึง brake calipers ภายในใส่ของใหม่เข้าไปอัพเกรด หน้าจอ touchscreen infotainment control
Cortina Watch ร่วมเฉลิมฉลองการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ยาวนานกว่า 50 ปี กับผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำของโลก จากสวิสเซอร์แลนด์ อย่าง Patek Phillipe ซึ่งนับเป็นเวลาเดียวกับ Cortina Watch ที่ได้เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1972 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากนักธุรกิจมืออาชีพทั้งสองฝ่ายได้แก่คุณ Anthony Lim และคุณ Henri Stern เมื่อ 66 ปีก่อน และได้พัฒนามาเป็นความสัมพันธ์ในการดำเนินธุรกิจคู่ค้าและช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ในการสร้างแบรนด์ให้โด่งดังไปทั่วทั้งทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก จนทุกวันนี้ Cortina Watch ได้เปิดร้านบูติกเฉพาะร่วมกับ Patek Phillipe ถึง 6 บูติก รวมถึงเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ ทางผู้ผลิตจึงได้ประดิษฐ์นาฬิกาข้อมือรุ่น Limited Edition และประดิษฐ์นาฬิกาตั้งโต๊ะทรงโดม สำหรับการร่วมฉลองในโอกาสในการเป็นคู่ค้าทางธุรกิจของทั้งสองบริษัทกว่า 50 ปี ในทวีปนี้ โดยมีการผลิตนาฬิการุ่น Limited Edition ดังนี้ รุ่นแรก Ref. 5057G-010 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ของรุ่นเดิมคือ Ref. 5057R-001 ที่ได้ประดิษฐ์ขึ้นสำหรับ
เคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่ว่า เราเกิดมาเพื่อจะเป็นแบบคนอื่นหรืออยากจะเป็นตัวของตัวเอง ถ้าคำตอบของคุณคือการเป็นตัวเอง สิ่งเหล่านั้นมันก็จะสะท้อนออกมาจากแนวคิด, การใช้ชีวิต แฟชั่น รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ ไม่เว้นแม้แต่วงการรถจักรยานยนต์ มีอยู่หลาย ๆ คนเลือกที่จะนำรถคันโปรดไปผ่านการคอสตอมจนได้ดีไซน์ออกมาแตกต่างจากใคร ๆ บนท้องถนน และอาจจะมีแค่คนเดียวในโลกด้วยซ้ำ ซึ่งร้านที่ได้รับการยอมรับและได้รับความไว้วางใจในการปรุงแต่งเปลี่ยนโฉมในบ้านเราคงต้องยกให้กับ K-Speed คุณเอก หรือคุณธนดิษ สาระเวก คือเจ้าสำนัก K-Speed ที่ซึมซับความชื่นชอบรถจักรยานยนต์มาตั้งแต่วัยเด็ก คุณเอกได้เล่าให้ฟังถึงจุดกำเนิดแพชชั่นไว้ดังนี้ “ผมคลุกคลีกับรถบิ๊กไบค์มาตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยม ตัวเองก็ขี่มอเตอร์ไซด์มาตั้งแต่ช่วง 14-15 แล้ว มีคุณพ่อทำธุรกิจนำเข้ารถเก่าของญี่ปุ่นเข้ามาขายในบ้านเราด้วย ทำให้เราได้ซึมซับความชื่นชอบมาเรื่อย ๆ คอยศึกษาดูการแต่งรถจากพวกหนังสือ จนได้มาเริ่มลองแต่งรถด้วยตัวเองตามหนังสือจากประเทศญี่ปุ่น แต่สุดท้ายเราก็ต้องมานั่งหาลายเซ็นของตัวเองจนทำมันออกมาได้สำเร็จครับ” K-SPEED สถานที่สำหรับชาว 2 ล้อ แต่กว่าที่คุณเอกจะกลายเป็นมือวางอันดับ 1 ในการ Custom รถจักรยายนต์ เริ่มแรกเลยร้าน K-Speed เปิดเป็นร้านจำหน่ายอะไหล่สำหรับตกแต่งมาก่อน ซึ่งดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ Diablo มาตั้งแต่ปี 2002 จนมาถึงปัจจุบัน และมีวางจำหน่ายกระจายไปทั่วโลก จนกระทั่งเมื่อช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมาจึงมาเริ่มงาน Custom
“Ars Longa Vita Brevis – ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” คือภาษิตของฮิปโปเครติส บิดาแห่งการแพทย์ในยุคกรีกโบราณ ที่เชื่อว่าพวกเราทั้งหลายน่าจะคุ้นเคยกับวลีนี้จากคำสอนของ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย และหนึ่งในบุคคลที่ไม่เพียงรู้จัก แต่ยังตกผลึกกับวลีอมตะดังกล่าว คือ ‘เข้-จุฬญานนท์ ศิริผล’ คนทำหนังฝีมือดี ที่ Vespa Thailand ได้ชักชวนให้ร่วมออกเดินทางไปพูดคุยกับคนขี่เวสป้าทั่วประเทศ จนเขาได้ตระหนักถึงความผูกพันของผู้คนกับความหมายของสกู๊ตเตอร์อย่างเวสป้าที่เป็นมากกว่าพาหนะ ด้วยจิตวิญญาณของศิลปะ รวมถึงความอิสระเสรีที่แฝงอยู่ในเวสป้า ที่ถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นผ่านชั่วอายุของชาวไทยมายาวนานกว่า 75 ปี ด้วยเหตุนี้ ‘ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น’ จึงถูกเลือกให้เป็นชื่อภาพยนตร์สารคดีเรื่องใหม่ของผู้ชายคนนี้ กับสารคดีเรื่องแรกที่เล่าถึงต้นกำเนิดและความผูกพันระหว่างคนไทยกับเวสป้า และพร้อมจะพาทุกคนออกเดินทางท่องไปในความทรงจำที่มีทั้งใหม่ และเก่าปะปนกันไปจากคำบอกเล่าของผ่านผู้คนมากมายที่แตกต่างกัน แต่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกระลึกถึงวันวานอันอบอุ่นที่มีกับเวสป้า ผ่านมุมมองของผู้กำกับอย่าง ‘เข้-จุฬญานนท์’ ที่เชื่อว่า “ทุกความทรงจำมีจุดเริ่มต้น แต่ยังไม่มีจุดจบ ตราบเท่าที่ศิลปะชิ้นนี้ยังคงอยู่” และเพื่อให้ผู้ชม และกลุ่มคนรักเวสป้าได้เข้าถึงแก่นแท้ของเรื่องราวในสารคดี ‘ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น’ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมาทาง Vespa Thailand
Avril Lavigne ศิลปินสาวสายป๊อปพังก์จากแคนาดา ที่คอเพลงสากลยุค 2000’s ต่างรู้จักเธอกันเป็นอย่างดี ฝากเพลงดังเอาไว้บนโลกใบนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Complicated”, “Sk8er Boi”, “My Happy Ending”, “Girlfriend” และอีกมากมาย นอกจากนั้น Avril ยังมีหน้าตาที่น่ารัก โดดเด่นด้วยการกรีดอายไลเนอร์สีดำเข้ม, สีผมที่แสบตา, มีแฟชั่นการแต่งตัวที่ผสมแนวพังก์อันจัดจ้าน แถมเธอมีความทะเล้นแบบน่ารักอยู่ในตัว แค่นี้ก็เป็นเสน่ห์ดึงดูดแฟนเพลงได้ทุกเพศทุกวัย ความสำเร็จใน 3 อัลบั้มแรก Let Go (2002), Under My Skin (2004) และ The Best Damn Thing (2007) ทำให้เธอถูกยกย่องให้เป็นราชินีแห่งวงการเพลงป๊อปพังก์ แต่หลังจากที่กระแสเพลงร็อกซบเซาลงไปทำให้แนวเพลงที่เราคุ้นเคยจากเธอได้เปลี่ยนตามไปด้วย ใน 3 อัลบั้มถัดมา ได้แก่ Goodbye Lullaby (2011), Avril Lavigne (2013) และ Head Above
“ดนตรี” คือสิ่งที่อยู่คู่กับเราในทุกจังหวะชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้า, เพลงเร็ว, เพลงเศร้า, เพลงอกหัก, เพลงโลกสดใส หรืออะไรก็ตาม มันเปรียบเสมือนซาวด์แทร็กประจำตัวที่คอยบันทึกความทรงจำและความรู้สึกของช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตเอาไว้ และแน่นอนมันยังเป็นสิ่งที่มอบความบันเทิงให้กับเราได้อยู่เสมอ แต่นอกเหนือจากสิ่งที่ได้เกริ่นมา ดนตรียังสามารถใช้ในการจัดการอารมณ์และสภาวะจิตใจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตัวเราได้อีกด้วย มาลองทำความเข้าใจและใช้ดนตรีให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ ๆ กันดีกว่าครับ ใช้ดนตรีปรับสภาวะอารมณ์ หากไม่ใช่แนวเพลงที่ชอบคุณอาจจะรู้สึกรำคาญใจในการฝืนฟังมันต่อไปเรื่อย ๆ นอกจากนั้นแล้วมันยังส่งผลให้มีอารมณ์ด้านลบและความเครียดเกิดขึ้นมาได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะส่งต่อไปกระทบต่อสภาพจิตใจโดยตรง แต่ในทางกลับกันถ้าเมื่อไหร่ที่ได้ฟังเพลงที่กระตุ้นให้คุณรู้สึกอารมณ์ดี นั่นหมายความว่าคุณกำลังเจอแนวเพลงที่ใช่และเหมาะกับคุณแล้ว ตัวอย่างเช่น หากคุณชื่นชอบเพลงเมทัลและเข้าใจบริบทของมันเป็นอย่างดี มันก็จะช่วยให้คุณสามารถฟังเพลงไปแบบชิล ๆ พร้อมกับสร้างบรรยากาศที่เราเอนจอยกับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ได้ ณ ขณะนั้น ทั้งนี้องค์ประกอบของแนวเพลงที่แตกต่างกันออกไปก็มีผลต่อสมองในรูปแบบที่แตกต่างออกไปเช่นกัน คุณก็ควรเลือกแนวเพลงให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่คุณต้องการจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ใช้ดนตรีสร้างความผ่อนคลาย ดนตรีถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการพาตัวเองเข้าสู่โหมดความผ่อนคลายสลายความเครียดที่ต้องเผชิญมา เรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่เรารู้สึกไปเอง เพราะมีนักวิจัยได้ทดลองและพบว่าดนตรีเป็นสิ่งที่ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลายได้ในระยะเวลาอันสั้น พวกเขาได้ทดลองใช้การมิกซ์เสียงที่หลากหลาย, ทดลองใช้คลื่นความถี่ และทดลองใช้แอมพลิจูด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ว่าดนตรีประเภทไหนสามารถทำให้ผู้ทดสอบรู้สึกสงบลงและผ่อนคลายไปในเวลาเดียวกัน และก็เป็นแนวเพลงคลาสสิคเช่นผลงานของโชแปง ที่ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนน่าจะพอคาดเดากันได้ ใช้ดนตรีสร้างสมาธิ หลาย ๆ คนอาจจะเคยเผชิญอาการหลุดสมาธิในระหว่างการทำงาน สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการฟังเพลงเช่นกัน นักวิจัยได้ค้นพบว่าบทเพลงของโมสาร์ทหรือแนวดนตรีที่ใกล้เคียงกันสามารถช่วยเพิ่มสมาธิให้กับเราได้ เนื่องจากดนตรีเหล่านี้จะส่งอิทธิพลไปยังพื้นที่สมองที่รับผิดชอบในเรื่องของการจดจำได้โดยตรง
คำว่า Cryptocurrency วันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวพวกเราอีกต่อไป เทียบกับเมื่อหลายปีก่อนที่ผู้คนพึ่งจะได้รู้จักกับเทคโนโลยี Blockchain ได้เห็นการเติบโตของมูลค่าเหรียญต่าง ๆ ได้เห็นการต่อยอดไปสู่การใช้งานมากมายนับไม่ถ้วน รอบตัวพวกเราวันนี้ ไม่ใช่แค่นักลงทุน แต่คนที่เข้ามาเทรดคริปโทเคอร์เรนซีจะพบเห็นได้ตั้งแต่เด็กนักเรียน คนทำงาน ฟรีแลนซ์ ไปจนถึงผู้ใหญ่มีอายุ แม้แต่ดารานักแสดงชื่อดังอย่างคุณอนันดา เอเวอริงแฮม ก็ยังหันเข้าสู่โลกของคริปโทเคอร์เรนซีอย่างจริงจังมากขึ้น ในมุมมองของเรา คิดว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดการแพร่หลายของคริปโตอย่างรวดเร็วในบ้านเรานั้น คือความเข้าใจแเละมั่นใจในเทคโนโลยี จุดเปลี่ยนของการใช้ชีวิตที่ผู้คนมองหาอิสรภาพทางการเงิน และเวลามากขึ้น สถานการณ์โควิดที่ทำให้คนมีเวลาว่างในการศึกษาอย่างลึกซึ้ง และยังเป็นเพราะมีแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตในไทยที่ปลอดภัย อย่างเช่น Bitazza (บิทาซซ่า) ได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกระทรวงการคลังแห่งประเทศไทย รวมถึงความน่าเชื่อถือที่มีผู้ใช้งานจากทั่วโลก และบิทาซซ่ายังได้ประกาศผลประกอบการในปี 2564 ผ่านทางช่องทางโซเชียลมีเดียของบิทาซซ่า เช่น เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ โดยมียอดธุรกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์มกว่าแสนล้านบาท และผู้ใช้งานที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของบิทาซซ่าแล้วกว่า 500,000 คน จากการรายงานสถิติยอดจำนวนดาวน์โหลดแพลตฟอร์มบิทาซซ่าผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือของบิทาซซ่า ซึ่งนับเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นมาถึง 20 เท่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่เราได้เจอและพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่หลายคนอยากรู้ นั่นคือ “จุดเริ่มต้นของการสร้างบิทาซซ่า” แพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตกับ คุณอาท กวิน พงษ์พันธ์เดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งของบิทาซซ่า และการเลือกชีวิตอิสระ


