การจะเลือกซื้อรถยนต์แต่ละครั้ง บางคนอาจมองแค่สเปกที่ได้ แต่เรามองว่าการซื้อรถไม่ได้จบแค่รถยนต์หรือบริการหลังการขาย สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่านั้นคือ “ผู้คน” หรือ Community ที่จะรวมผู้ใช้รถยนต์ให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่สร้างมูลค่าให้เราอินกับรถยนต์ค่ายนั้น ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง นี่คือเหตุผลที่เราเลือกรถยนต์ MINI นอกจากความแตกต่างของฟิลลิ่งการขับรถ คาแรคเตอร์ที่โดดเด่นสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้ขับ การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน MINIster คือประสบการณ์ท่ีเจ้าของรถยนต์ MINI ทุกคนต่างประทับใจจนไม่ยอมย้ายค่ายไปไหน ว่ากันว่าหลายคนซื้อรถยนต์ MINI เพราะกิจกรรม Driving Trip ที่จัดขึ้นเป็นประจำ 2 เดือนครั้ง นอกจากจะได้ออกไปทำกิจกรรมดี ๆ ได้พบปะผู้คนเพิ่ม connection ให้ชีวิต ยังเป็นโอกาสที่เพิ่มความสามารถในการขับ และได้ใช้ประสิทธิภาพของรถอย่างเต็มที่ สำหรับ Driving Trip ล่าสุด เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากต้องหยุดไปร่วม 2 ปีเนื่องจากสถานการณ์โควิด เป็นทริปที่เรียกว่า “BIG LOVE STORY” จากกรุงเทพ สู่เขาค้อ ภูทับเบิก เราจึงไม่พลาดที่จะไปร่วมขบวน MINIster ในครั้งนี้ ซึ่งในทริปมีทั้งครอบครัว
สาวก SEIKO คงไม่มีใครไม่รู้จักคอลเลกชั่น ‘Save The Ocean’ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นงาน Special Edition ที่ไม่ได้มีคุณค่าในแง่ของความงามจากลวดลายดีไซน์พิเศษในแต่ละรุ่นเท่านั้น แต่มันยังมีคุณค่าในเชิงอนุรักษ์ด้วยการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของท้องทะเล เพื่อสานต่อจิตสำนึกในการพิทักษ์ท้องทะเลให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์สู่รุ่นลูกหลานของเราสืบไป โดยต้นกำเนิดของคอลเลกชั่น ‘Save The Ocean’ นั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2018 ที่ SEIKO ได้ร่วมมือกับนักสำรวจและนักอนุรักษ์เพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูท้องทะเลอย่างยั่งยืน ซึ่งจุดมุ่งหมายของ ‘Save The Ocean’ นอกจากจะทำหน้าที่สร้างการรับรู้ให้เห็นถึงความสำคัญของท้องทะเลผ่านดีไซน์เฉพาะตัวของเรือนเวลาแต่ละรุ่นแล้วนั้น ทาง SEIKO ยังนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายนาฬิกา SEIKO PROSPEX ‘Save The Ocean’ กลับไปช่วยฟื้นฟูท้องทะเลให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เช่นเดิมอีกด้วย และเป็นที่น่ายินดีว่าคอลเลกชั่นแห่งการอนุรักษ์ท้องทะเลนั้นมีการตอบรับที่ดีจนเดินทางมาถึงลำดับที่ 8 ของซีรีส์ ซึ่ง SEIKO PROSPEX ‘Save The Ocean’ Special Edition ประจำปี 2022 นั้นจะหยิบยกเอารุ่นเด็ดรุ่นไหนมาเติมเต็มความงดงามจากเสน่ห์แห่งท้องทะเลลงไป เชิญติดตามรับชมไปพร้อมกันได้เลย การกลับมาของ SEIKO PROSPEX ‘Save The Ocean’ Special
Linkin Park คือหนึ่งในวงร็อกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในวงการดนตรี พวกเขาประสบความสำเร็จกับทั้งยอดขายของซิงเกิ้ลและอัลบั้ม รวมถึงยังได้ออกเดินทางเพื่อเล่นคอนเสิร์ตไปทั่วโลก ถึงแม้ว่าวันนี้เราอาจจะไม่ได้เห็นการกลับมาของ LP อีกแล้ว แต่ผลงานที่ฝากเอาไว้มันยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง และหลาย ๆ เพลงก็มียอดวิวที่ถล่มทลายเกิน 1 พันล้านวิว เรามาดูกันดีกว่าว่า 10 เพลงที่มียอดวิวในสูงสุดในยูทูปของ Linkin Park มีเพลงอะไรกันบ้าง 1. ”NUMB” 1,749,380,980 views/ Meteora (2003) แม้จะเป็นผลงานจากอัลบั้มที่ 2 แต่ยอดวิวกลับนำโด่งขึ้นมาอยู่อันดับ 1 สำหรับเพลง “Numbs” ที่ตัวดนตรีมาพร้อมสูตรฮิตกดอัลติของวงด้วยเมโลดี้จากคีย์บอร์ดที่กดวนอยู่ไม่กี่ตัวโน๊ต การแบ่งพาร์ตการร้องในเพลงนี้ก็ถูกดีไซน์มาให้จดจำง่าย เข้าสูตรเพลงป๊อปแบบ 100% และเน้นเสียงร้องแบบปกติเป็นหลัก ปราศจากท่อนแร็ปและท่อนสครีม แต่เนื้อหายังคงแสดงความเจ็บปวดในแบบ Linkin Park ได้เป็นอย่างดี จริง ๆ แล้วจะบอกว่าเพลงนี้คือเพลงบัลลาดแห่งยุคนูเมทัลก็คงไม่ผิดแต่อย่างใด 2. ”IN THE END” 1,332,958,650 views/ Hybrid Theory (2000) บทเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้
เปิดตัวไปแล้วกับ LinkBuds (ลิงค์บัด) ในรุ่น WF-L900 หูฟังไร้สายดีไซน์สุดล้ำรุ่นใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ให้เป็นรูปวงแหวนเปิด (Open Ring) ที่ให้ความโปร่งใสของเสียง ให้คุณไม่พลาดการติดต่อสื่อสารทั้งโลกออนไลน์ และออฟไลน์ได้ มีขนาดเล็ก กะทัดรัด สวมใส่สบาย ให้คุณภาพการใช้งานโทรศัพท์ดีเยี่ยมด้วนเสียงที่คมชัด สามารถทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ และมาพร้อมเทคโนโลยีทางด้านเสียงที่ครบครันได้อย่างลงตัว พร้อมมอบประสบการณ์การสวมใส่ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร เชื่อมต่อกับโลกรอบตัวคุณ ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ LinkBuds ให้เป็นรูปวงแหวนเปิด (Open Ring) จะช่วยให้คุณสามารถเปิดรับเสียงจากภายนอกได้ตลอดเวลา โดยไม่กระทบกับการฟังเพลงแต่อย่างใด ด้วยไดรเวอร์แบบเปิดที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ให้มีไดอะแฟรมอยู่ตรงกลางเปิดไว้เพื่อความโปร่งใสของเสียง จะช่วยให้ได้ยินเสียงรอบข้างได้อย่างชัดเจน และรู้ได้ทันทีเมื่อมีคนโทรหา หรือขณะสนทนากับเพื่อนได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกันการออกแบบใหม่ของหูฟังในครั้งนี้ทำให้ LinkBuds เป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย อาทิ การทำงานจากที่บ้าน การเล่นเกม การฟังเพลง ฯลฯ LinkBuds ได้รับการออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ด้วยขนาดที่เล็ก กะทัดรัด และน้ำหนักเบาเพียง 4 กรัม ประกอบกับพื้นผิวของหูฟังได้รับการป้องกัน และครอบคลุมไปถึงไดอะแฟรมของลำโพงซึ่งแตกต่างจากหูฟังทั่วไป โดยจะช่วยประหยัดพื้นที่ได้เป็นอย่างดี รวมถึงตัวหูฟังได้ถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลที่โซนี่ได้ทำการประมวล และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับรูปทรงของหู นับตั้งแต่โซนี่ได้ทำการเปิดตัวหูฟังแบบอินเอียร์ตัวแรกของโลกในปี 1982 ทำให้
Liam Gallagher ฟรอนต์แมนสุดห้าวเป้งอดีตวง Oasis เขาคือฮีโร่ของวัยรุ่นแห่งยุค 90s ที่ถวายจิตวิญญาณให้กับดนตรีบริตป๊อป หลายคนตัดผมแต่งตัวตาม บางคนก็ลักจำเอาท่ามือไขว้หลัง ตั้งไมค์สูง ๆ เชิดหน้าชูคางร้องเพลงตาม หรือบางคนก็ชอบเดินโยกแกว่งแขนตามก็มีเช่นกัน ในช่วงนั้นนอกจากความสามารถในการร้องเพลง อีกหนึ่งความสามารถที่โดดเด่นคือสกิลปากที่พร้อมจะด่ากราดใส่ทุกคนเพื่อสร้างไวรัลบนพื้นที่สื่อแบบที่ไม่ต้องเสียเงินโปรโมตเลยแม้แต่ปอนด์เดียว (วิธียอดฮิตของดาราและบรรดา KOL ไทยวันนี้ชัด ๆ) แต่หลังจากที่วง Oasis แยกย้ายกันไปในปี 2009 สาเหตุจากปัญหาผิดใจกันระหว่าง Liam กับ Noel Gallagher ก็ดูเหมือนว่าบทบาททางสื่อของ Liam ดูจะถดถอยลงไปด้วย ถึงแม้ว่าจะมาทำวงที่ชื่อว่า “Beady Eye” แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร รวมไปถึงเสียงร้องของเขาก็ดูจะดรอปลงไปมาก จนไม่สามารถกลับมาร้องคีย์สูง ๆ ที่เคยแตะถึงได้อีกต่อไป สุดท้ายวงใหม่ของเขาก็ต้องแยกย้ายกันไปในปี 2014 ด้วยปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาตลอดเส้นทางอาชีพศิลปิน ทำให้ภาพจำของ Liam ในสายตาคนทั่ว ๆ ไป คือชายที่หยิ่งยะโสโอหัง, เอาแต่ใจตัวเอง, หาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นไปทั่ว และทำอะไรไม่ค่อยแคร์แฟนเพลง นึกอยากจะลงจากเวทีตอนไหนก็ลงหายไปดื้อ ๆ แบบคนดูงงกันทั้งคอนเสิร์ต แม้บางคนจะบอกว่านี่คือสไตล์ของสาย
ใครที่ทำงานอยู่บ้านแล้วนั่งทั้งวัน ไม่ได้ออกกำลังกายเลยเพราะงานยุ่ง ตอนนี้มีตัวช่วยใหม่ที่ทำให้เราสามารถทำงานไปด้วยและมีสุขภาพที่ดีขึ้นไปด้วย ตัวช่วยนี้มีชื่อว่า Walkolution เป็นลู่วิ่งไม้แบบไม่ใช่ไฟฟ้าที่ทำให้เราวิ่งหรือเดินไปพร้อมกับการทำงานหน้าคอมได้ นวัตกรรมนี้ได้รับการออกแบบโดย Dr.Eric Söhngen และ Frank Ackermann จากประเทศเยอรมัน และช่วยให้คนทำงานสามารถเอนจอยกับการวิ่งได้แม้ในตอน meeting ออนไลน์ เพราะมันเป็นลู่วิ่งอนาล็อกจึงทำให้เกิดเสียงเบามาก แถมตัวลู่วิ่งยังมาพร้อมกับดีไซน์พิเศษที่มีลักษณะเหมือนที่พิงหลัง ช่วยให้เราสามารถพิงหลังได้อย่างสบาย แถมยังช่วยแก้โรคปวดหลังและปวดอกอีกจากการนั่งเป็นเวลานานอีกด้วย นอกจากนี้ การใช้งานลู่วิ่งยังไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้ากีฬา เพราะที่พื้นมีแผ่นบานเกล็ดที่มีคุณสมบัติเด่นเรื่องความยืดหยุ่นคล้ายสปริง เวลาวิ่งบนเครื่องจะให้ความรู้สึกเหมือนเหยียบพื้นป่าอ่อน ๆ ยิ่งไปกว่านั้น การกระดอนกลับและความแข็งหลายระดับของพื้น ยังช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อและเกิดความผ่อนคลายอีกด้วย สิ่งนี้ช่วยป้องกันการเกิดการเจ็บปวดที่เดิมซ้ำ (Repetitive Strain Injury: RSI) ไปพร้อมกับการช่วยพัฒนาการประสานงานและสมดุล แถมพอเราซื้อสินค้า เราอาจมีส่วนช่วยโลกด้วย เพราะเมื่อขายสินค้าได้แต่ละชิ้น ทางบริษัทจะมีการปลูกต้นไม้ทดแทน 10 ต้น เพื่อชดเชยการนำวัสดุไปใช้และการปล่อยก๊าซในขั้นตอนการผลิด ความพิเศษของตัวลูวิ่งยังมีอีก คือ เราไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามัน แถมยังไม่ต้องทาน้ำมัน หรือ หล่อลื่นอีกด้วย ตัวลู่วิ่งทำมาจากบีชและไม้อัดเบิร์ช ส่วน inner frame ทำมาจากเหล็กแข็งที่รองรับน้ำหนักได้มากกว่า 160 กิโลกรัม
บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียล จัดงาน “THAILAND ZOCIAL AWARDS 2022” งานประกาศรางวัลที่รวบรวมเหล่าผู้ทรงอิทธิพลบนโซเชียลทุกสาขาไว้มากที่สุดในประเทศไทยด้วยการประกาศรางวัลโซเชียลกว่า 300 รางวัล ในรูปแบบ VIRTUAL EVENT ครั้งแรกในรอบ 10 ปี สำหรับงาน THAILAND ZOCIAL AWARDS 2022 ใช้เกณฑ์การพิจารณารางวัลจากดัชนีชี้วัดที่เรียกว่า “WISESIGHT METRIC” เพื่อวัดผลประสิทธิภาพการทำงานบนโซเชียลมีเดียของผู้ใช้ในประเทศไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยวัดผลใน 4 ช่องทาง คือ Facebook, Instagram, Twitter, YouTube และแบ่ง METRIC ที่ใช้วัดผลรางวัลในครั้งนี้ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. BRAND METRIC ใช้เป็นเกณฑ์การตัดสินรางวัลกลุ่ม Best Brand Performance on Social Media, 2. ENTERTAINMENT METRIC
ภาพความโหดเหี้ยมของฆาตกรที่ใส่หน้ากากที่ทำมาจากหนังมนุษย์ เผยความเหี้ยมโหดผ่านอาวุธอย่างเลื่อยไฟฟ้า และโลดแล่นไล่ฆ่าบนจอมาแล้วถึง 48 ปีในหนัง The Texas Chainsaw Massacre หรือในชื่อภาษาไทยว่า “สิงหาสับ” นั่นเอง จากเวอร์ชั่นต้นฉบับในปี 1974 จนถึงเวอร์ชั่นล่าสุดปี 2022 ที่แม้จะย้ายความสยองจากจอใหญ่ลงมาสู่สตรีมมิ่งอย่าง Netflix แต่ดีกรีความสยองยังคงไม่ลดราวาศอกเช่นเดิม แต่ใครจะรู้ว่า ภายใต้หน้ากากอัปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความวิปริตนี้ กลับสร้างขึ้นจากเรื่องจริงสุดสยอง ของฆาตกรต่อเนื่องที่ลือลั่นและสร้างความหวาดผวา เรามาทำความรู้จักตำนานที่แท้จริงของฆาตกรผู้เป็นต้นแบบของหนังสิงหาสับด้วยกัน ย้อนกลับไปในยุค 1950s โลกเพิ่งฟื้นคืนความสงบสุขจากสภาวะสงครามโลกที่ยืดเยื้อและยาวนาน อเมริกายังยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูจิตใจ โลกของอเมริกันดรีมยังเต็มไปด้วยความสวยงามและความหวัง แต่ใครจะรู้ว่า ภายใต้ความสวยงามนั้น มีคดีสะเทือนขวัญที่กลายเป็นฝันร้ายต่อเหยื่อผู้ตาย แม้กระทั่งวันนี้ คดีนี้ยังเป็นคดีที่โหดเหี้ยมทารุณที่สุดในประวัติศาสตร์อาชญากรรมจวบจนปัจจุบัน Edward Theodore Gein เกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 1906 ในเมืองลาครอส รัฐวิสคอนซิน เขาเกิดในครอบครัวที่เคร่งศาสนาที่พ่อแม่แยกทางกัน โดยมีแม่บงการชีวิตเขามาตั้งแต่เยาว์วัย Edward จึงเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวและเค้วงคว้าง จากความผิดเพียงเล็กน้อยก็ถูกลงโทษราวกับเขาไปฆ่าใคร ทำให้วัยเด็กของ Edward มักจะใช้ชีวิตด้วยการถูกขังอยู่ในโรงนาเน่าๆกับพี่ชาย และกลายเป็นคนที่ไม่สังคมกับใครเนื่องจากแม่ของเขามักจะหยิบพระคัมภีร์มาอ่านให้เขาฟัง และกรอกหูเขาโดยตลอดว่า “โลกใบนี้มีแต่คนชั่วช้า หญิงสาวส่วนใหญ่คืออีตัว และเหล้าสุราคือเครื่องมือของเหล่ามารที่จะชักจูงให้ผู้คนเสื่อมศีลธรรม”
ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน กระแสดนตรีมีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนถ่ายเทไปมาอยู่ตลอดเวลา มีดนตรีแนวต่าง ๆ เกิดขึ้นมาใหม่มากมาย มีการผสมผสานครอสโอเวอร์ข้ามสายพันธุ์จนเกิดความแปลกใหม่ขึ้นมาให้เสพเสมอ แต่ในบางครั้งบางแนวเพลงที่เคยได้รับความนิยมในอดีตก็ถูกฟื้นฟู (Revival) ให้ฟื้นคืนชีพกลับมาได้รับความนิยมในกระแสหลักอีกครั้ง อย่างเช่นดนตรีแนวโพสต์พังก์ที่เคยได้รับความนิยมในช่วงยุค 80’s โพสต์พังก์ถูกเหล่าวัยรุ่นในยุค 2000’s ปัดฝุ่นหยิบกลับมันมาเล่นอีกครั้ง จนเกิดกระแสตอบรับไปทั่วโลกและถูกขนานนามว่าเป็นยุคแห่ง “Post-Punk Revival” (แม้ว่าดนตรีแนวเรทโทรอื่น ๆ จะตามมาด้วยก็ตาม) เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนก็น่าจะเคยไหลไปกับกระแสนิยมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงและการแต่งตัว เรามาย้อนช่วงเวลาความสนุกเหล่านั้นกับ 10 บทเพลงที่จะทำให้คุณนึกถึงยุครุ่งเรืองของ Post-Punk Revival กันดีกว่าครับ 1. THE STROKES – REPTILIA แม้จะเป็นวงดนตรีจากประเทศสหรัฐอเมริกา แต่การสื่อสารซาวด์แบบฝั่งอังกฤษของพวกเขาทำออกมาได้อย่างแนบเนียนจนทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดได้เลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งวงที่ทำให้วัยรุ่นลุกขึ้นมาแต่งตัวทำผมเลียนแบบกันเต็มไปหมด ส่วนผลงานเพลง “Reptilla” อยู่ในอัลบั้มที่ 2 ‘Room On Fire’ เป็นเพลงที่จังหวะเนิบ ๆ มีริฟฟ์กีตาร์ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แต่แค่นั้นก็เท่โคตรแล้ว ยิ่งพอมาเจอท่อนโซโล่กีตาร์อีกก็ยิ่งเติมเต็มอารมณ์ของเพลงให้เพอร์เฟกยิ่งขึ้น เพลง “Reptilla” ถูกโปรโมตครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ปี


