McLaren Elva (แมคลาเรน เอลวา) ไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงในตระกูล Ultimate Series เดินทางจากสหราชอาณาจักร มาเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย โดย “นิชคาร์ กรุ๊ป” เปิดรับจองในราคา 200 ล้านบาทในจำนวนจำกัดเพียง 149 คัน หลังจากการเผยโฉม McLaren Elva สู่สายตาชาวโลกครั้งแรก ช่วงปลายปี 2562 และสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการเป็นไฮเปอร์คาร์ 2 ที่นั่ง ไร้หลังคาและกระจกบังลมหน้า โครงสร้างแชสซีและตัวถังขึ้นรูปด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา พร้อมสมรรถนะจากขุมพลัง V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 815 แรงม้า McLaren Elva รถรุ่นล่าสุดในตระกูล Ultimate Series ต่อจากรุ่น F1 Road Car, P1, Senna และ Speedtail กับไฮเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลังอันทรงสมรรถนะ พร้อมโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาที่ถูกถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์มาจากสนามแข่ง ฟอร์มูล่า วัน McLaren
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงมีชีวิตดี ทำธุรกิจอะไรก็ประสบความสำเร็จ ในขณะที่บางคนทำอะไรก็ให้ผลตอบแทนไม่งอกเงยเท่าที่ควร มีผลวิจัยทำสถิติระบุว่า เรื่องนี้อาจอยู่ที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตและมุมมองวิธีคิดของแต่ละคน เช่นคนที่มักจะรายล้อมตัวเองด้วยคน Toxic หรือมองความท้าทายเป็นปัญหาที่ไม่กล้าจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับมัน วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากมาแนะนำพฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยน เพื่อที่จะช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จในชีวิตในการใช้ชีวิตได้มากขึ้น คบคนพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตพาไปหาผล ดูเหมือนว่าคนรอบตัวจะมีอิทธิพลต่อความสำเร็จมากกว่าที่เราคิด ถ้าเราอยู่ร่วมกับคนเก่ง เราจะกลายเป็นคนที่เก่งขึ้น ถ้าเราอยู่กับคนขี้แพ้ เราอาจกลายเป็นคนขี้แพ้ไปด้วย งานวิจัยที่ใช้เวลากว่า 25 ปีของ Dr. David McClelland อาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า ปัจจัยนึงที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเราได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ กลุ่มอ้างอิง (reference group) หรือกลุ่มคนที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วย พูดคุยด้วย หรือ ทำงานร่วมกันเป็นประจำ คนกลุ่มนี้ส่งผลต่อตัวเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนที่เราเลือกคบนั้นจะมีอิทธิพลต่อเราในทุกด้าน Warren Buffet เคยพูดว่าความสำเร็จเกิดขึ้นจากการใช้เวลาร่วมกับคนที่ดีกว่าตัวเอง เลือกเพื่อนที่มีพฤติกรรมดีกว่าเรา เราจะอยากผลักดันตัวเองให้มีพฤติกรรมที่ดีขึ้นไปด้วย ดังนั้น เราควรมีเพื่อนเก่ง ๆ อย่างน้อยสักหนึ่งคนที่สามารถขอคำแนะนำหรือคำปรึกษาในยามที่เกิดปัญหา ในขณะเดียวกัน ตัวเราเองก็ต้องมีความพร้อมในการมองเห็นและยอมรับปัญหาของตัวเอง เพื่อที่จะได้พัฒนาศักยภาพให้ดีขึ้นได้แบบ inside-out เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ คนที่ประสบความสำเร็จมักจะหาความรู้ใส่ตัวตลอดเวลา เพราะเทคโนโลยีและความรู้ในโลกเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
“สติ” คำง่าย ๆ สั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมายของการใช้ชีวิต มันสามารถกำหนดเส้นทางชีวิตของเราได้ และมันยังสามารถพลิกชีวิตของคน ๆ หนึ่งให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เพียงเสี้ยวนาที ซึ่งเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นให้เห็นอยู่เป็นประจำ และเคสตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ณ เวลานี้ คงต้องยกให้ “เมสัน กรีนวู้ด” กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กรีนวู้ดคือกองหน้าดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากคนหนึ่งของวงการฟุตบอล ด้วยวัยเพียง 20 ปี แต่ทักษะและฟอร์มการเล่นกลับโดดเด่นเกินวัย เขาเป็นนักเตะที่มีทั้งความเร็ว, เทคนิคการเลี้ยงหลบคู่แข่ง รวมไปถึงมีการจบสกอร์ที่เฉียบคม โดยเฉพาะการยิงด้วยเท้าซ้ายที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนนึกถึงโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อดีตศูนย์หน้าชาวดัตช์ของทีมปีศาจแดง กรีนวู้ดคือผลผลิตจากอะคาเดมี่ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโดยตรง เขาเข้ามาสู่ทีมตั้งแต่อายุ 6 ขวบเท่านั้น ก่อนจะเริ่มไล่ติดทีมเยาวชนของทีมจนถึงชุด U-18 และในที่สุดก็ได้กลายเป็นนักเตะของทีมชุดใหญ่สำเร็จด้วยอายุเพียง 17 ปี จนสามารถ ขึ้นมายึดตำแหน่งตัวหลักของทีม และมีผลงานการทำประตูที่น่าประทับใจ รวมไปถึงยังได้รับโอกาสติดทีมชาติอังกฤษไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อนาคตกำลังสดใส, ความฝันกำลังผลิบาน, ชีวิตกำลังดีและมีทรัพย์สินเงินทอง จนใคร ๆ ก็ต้องอิจฉา แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ระหว่างที่พวกเรากำลังเฝ้ารอ Porsche 911 Safari ที่กำลังซุ่มทำการทดสอบอยู่ โดยข่าวล่าสุดบอกว่า off-road version ใหม่นี้อาจจะใช้ชื่อว่า 911 Dakar แต่ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเปิดตัวให้แฟนคลับได้ยลโฉมเมื่อไหร่ ระหว่างนี้หากใครรอไม่ไหว เรามีอีกรุ่นในตำนานมาแนะนำ เป็นตัวโหดพร้อมลุยที่สร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ มันคือ 1991 PORSCHE 911 (964) BAJA PROTOTYPE #1 ซึ่งตอนนี้กำลังประมูลแข่งกันอย่างเมามันส์ที่เกือบ 10 ล้านบาทไปแล้ว 1991 PORSCHE 911 (964) BAJA PROTOTYPE #1 คือผลงานหนึ่งเดียวที่สร้างขึ้นโดย Russell Built Fabrication สำนักผู้เชี่ยวชาญการดัดแปลง Porsche off-road ซึ่งคันนี้เป็น Prototype ที่ได้ชื่อว่าเป็น “the most capable purpose-built luxury off-road 911 possible” สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ 964 Carrera 4
ตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 ในช่วงเบรกหนีหนาวในฤดูกาลนี้ถือว่าคึกคักเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะทีมใหญ่, ทีมกลาง หรือแม้กระทั่งทีมเล็ก ต่างลงทุนเสริมนักเตะเพื่อเพิ่มอาวุธในการต่อสู้กับครึ่งฤดูกาลที่เหลือ เพื่อเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ ซึ่งในบางครั้งก็ต้องมีการแข่งขันกันนอกสนามกันอย่างดุเดือดเพื่อที่จะแย่งชิงคว้าตัวนักเตะที่หมายปองไว้ และนักเตะที่ถูกเล็งไว้จากสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปมีนามว่า “หลุยส์ ดิอาซ” ดิอาซตกเป็นข่าวโยงกับทั้งบาเยิร์น มิวนิค, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ แต่สุดท้ายเป็นลิเวอร์พูลที่กระชากตัวดิอาซมาจากปอร์โต้ได้สำเร็จด้วยค่าตัว 37.5 ล้านปอนด์ และมีแอดออนอีก 12.5 ล้านปอนด์ พร้อมกับเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปี แล้วเหตุผลอะไร? ทำไมทีมหงส์แดงถึงต้องคว้าปีกซ้ายชาวโคลอมเบียวัย 25 ปี มาร่วมทีม เรามีคำตอบให้หลัก ๆ 5 ข้อดังนี้ 1.ความเร็วราวกับรถซุปเปอร์คาร์ หากใครเคยได้ชมดิอาซวาดลวดลายในสนามจะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘นักเตะคนนี้มันไปกับบอลได้เร็วจริง ๆ” ถ้าเปรียบกับเกมวินนิ่ง อีเลฟเว่น ก็คงต้องมอบค่าพลังสปีด 9 ให้ไปได้เลย และความเร็วของดิอาซนี่แหละที่ตอบโจทย์เกมรุกตามสไตล์ของลิเวอร์พูลที่สุด สังเกตได้จากตัวหลักในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโมฮ้มเมด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และดิโอโก โชต้า จากก็เป็นนักเตะที่มีสปีดจัดจ้านด้วยกันทั้งนั้น แถมยังเป็นหัวใจสำคัญในการคุมทีมของเจอร์เกน
ในหนัง Leon: The Professional หนังสุดคัลท์ของผู้กำกับ Luc Besson หลายคนอาจจะนึกถึงบุคลิกอันแสนแปลกแยกของนักฆ่าแปลกแยกผู้เงียบขรึมที่รับบทบาทโดย Jean Reno หรือบทบาทแรกของ Natalie Portman ในบทสาวน้อยที่อยู่ท่ามกลางดงกระสุนและควันปืน แต่ยังมีอีกบทบาทหนึ่งในหนัง ที่ผู้คนไม่เคยลืมเลือนเลย นั่นคือบทบาทของตำรวจสุดโฉด Norman Stansfield ที่รับบทบาทโดย Gary Oldman ที่หลายคนติดตาในความเลือดเย็นและโหดเหี้ยมถึงขีดสุดของเขา Villain with Love ครั้งนี้ จึงขอเสนอความโหดร้ายของตัวละครสุดโฉดคนนี้กัน หนังนักฆ่าที่แสวงหาความแตกต่าง หลังจากที่ Luc Besson ทำหนัง La Femme Nikita (1990) หนังนักฆ่าหญิงที่แปลกและแตกต่างจากขนบหนังแอ๊คชั่นทั่ว ๆ ไป กลิ่นเขม่าดินปินยังคงคุกรุ่นในความทรงจำของเขา จนผลักดันเป็นโปรเจกต์ของนักฆ่าคนใหม่ที่ว่า Leon ขึ้นมา ยังคงเป็นการตั้งคำถามถึงคุณธรรมท่ามกลางอาชีพนักฆ่าอยู่เช่นเดิม ผ่านตัวละครผู้เงียบขรึมและเปลี่ยวเหงา นักฆ่าที่ฝังตัวอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความมีระเบียบแบบแผน และมีคุณธรรมเหนือสิ่งอื่นใด แต่นอกจากการดีไซน์คาแรคเตอร์ตัวนำที่โดดเด่นและแตกต่างแล้ว ตัวร้ายก็ถือเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจไม่ต่างกัน เมื่อ Luc ได้ออกแบบตัวละครที่อยู่คนละขั้วของกับตัว Leon อย่างสิ้นเชิง
ตั้งแต่ปีที่แล้ว เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการรถยนต์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไร้คนขับ รถยนต์บินได้ หรือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แสดงให้เห็นถึงอนาคตที่ไร้ขีดจำกัดของยานพาหนะชนิดนี้ วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากแนะนำเทรนด์รถยนต์ (Automotive Trends) ที่คาดว่าจะมาแรงและน่าจับตามองในปี 2022 ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว เรากำลังเดินทางเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ต้องใช้หมอดูก็เห็นอนาคตที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมาแทนที่เครื่องยนต์เผาไหม้แน่นอน เพราะตอนนี้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่วางขายในตลาดมีคุณภาพไม่แพ้เครื่องยนต์เผาไหม้เลย เช่น Tesla Model 3 หรือ Hyundai Kona Electric ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และยังมีสตาร์ทอัพหลายแห่งที่เริ่มหันมาผลิต EV กันมากขึ้น เช่น Aptera ของ Aptera Motors หรือ Canoo Pickup ของ Canoo รวมถึงคู่แข่งที่พร้อมจะล้ม Tesla และน่าจับตามองอย่าง Rivian, Lucid Air รวมถึงค่าย gadgets อย่าง Sony
เชื่อว่าในตอนนี้หากจะให้พูดถึงเรือนเวลาขั้นสุดของ Seiko หลายคนคงยกให้ GS หรือ Grand Seiko ยืนหนึ่งในมวลหมู่ Seiko ทั้งหลาย แต่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ Seiko คงรู้กันดีว่าในอดีตยังมีอีกหนึ่งรุ่นตำนานอย่าง King Seiko ที่ตีคู่ขับเคี่ยวโชว์ศักยภาพความเป็นเรือนเวลาชั้นยอดมาโดยตลอด เรื่องของเรื่องต้องย้อนไปในช่วงทศวรรษที่ 1960 ซึ่งถือเป็นทองยุคแห่งความก้าวหน้าของ Seiko ทั้งในด้านการพัฒนาเชิงเทคนิคกลไกและความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ จนได้มีการพัฒนา Grand Seiko รุ่นแรกออกมาในปี 1960 ก่อนที่จะส่ง King Seiko ตามมาในปี 1961 ซึ่งเรือนเวลาทั้ง 2 รุ่น ที่มาจาก 2 แหล่งผลิต (Grand Seiko ผลิตที่ Suwa Seikosha / King Seiko ผลิตที่ Daini Seikosha) ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการเป็นสุดยอดเรือนเวลาของ Seiko แม้ตอนนี้จะเหลือเพียง GS ที่ครองตำแหน่งแบรนด์เรือนเวลาเรือธงจาก Seiko แต่เสน่ห์ความเป็นนาฬิกาจักรกลที่ได้รับการออกแบบและขัดแต่งอย่างสวยงามประณีต
นับเป็นความคึกคักอย่างมากในรอบปีที่ผ่านมา สำหรับตลาด Non-Fungible Tokens หรือที่เรียกสั้นๆว่า NFT ชุมชนนักสะสมที่ต้องการครอบครองผลงานที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งแน่นอนว่าวงในตำนานอย่าง The Beatles เองก็ไม่พลาดเช่นกัน โดยครั้งนี้ Julian Lennon ลูกชายของ John Lennon ได้นำสมบัติแห่งความทรงจำให้แฟนของ John Lennon ได้ยื้อแย่งมาครอบครองกัน โดยลูกชายคนโตของศิลปินผู้ล่วงลับ ได้วางแผนที่จะปล่อยคอลเล็กชั่นส่วนตัวของพ่อของเขาผ่าน Yellow Heart โดยจะปล่อยเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ซ้ำแบบและไม่เหมือนใคร ประกอบด้วยคอลเลคชั่นดังต่อไปนี้… เสื้อคลุมสีดำชุดประวัติศาสตร์ที่ John Lennon ใส่เพื่อถ่ายปกอัลบั้ม HELP! ราคาประมูลเริ่มต้นที่ $8,000 เสื้อ Afghan Coat ที่ John ใส่ในหนัง Magical Mystery Tour ราคาประมูลเริ่มต้นที่ $6,000 รวมไปถึงกีตาร์ Gibson อีก 3 ตัว ที่ล้วนเป็นความทรงจำอันงดงามของ Lennon ผู้พ่ออีกด้วย


