เมื่อคุณหลงใหลและชื่นชอบอะไรบางอย่างมาก ๆ มันจะมีพลังที่จะทำให้คุณยอมทุ่มสุดตัวเพื่อแลกกับสิ่งเหล่านั้นให้ได้มาครอบครอง ประโยคนี้สามารถเห็นภาพได้ชัดเจนเป็นอย่างยิ่งกับกลุ่ม Bosozoku Bike Siam กลุ่มผู้นำวัฒนธรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ของประเทศญี่ปุ่นข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่ท้องถนนในประเทศไทย พวกเขามาพร้อมสไตล์การแต่งรถที่ถอดแบบจากแดนปลาดิบมาทุกตารางนิ้ว ทุกเอกลักษณ์ถูกถ่ายทอดมาจากความรักและแพชชั่นที่มีต่อ Bozosoku Bosozoku Bike Siam ได้ส่ง นนท์ (Kawasaki zephyr 400), โน (Kawasaki zephyr 750), จักร (Honda cb650 Custom) และแพท (Kawasaki zephyr 400) 4 ตัวแทนมาร่วมถ่ายทอดความสุดให้ชาว UNLOCKMEN ได้ทำความรู้จักพวกเขากับบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ครับ จุดเริ่มต้นความชื่นชอบ BOSOZOKU นนท์ : เริ่มแรกมาจากการอ่านการ์ตูน แล้วแบบเฮ้ยมันมีหรอวะ มันมีจริง ๆ หรือเปล่า พอโตขึ้นมาก็เลยศึกษาดู และเห็นรุ่นพี่ที่สุพรรณทำก็เลยติดต่อเขาไป เริ่มคุยกัน จนสุดท้ายได้ไปซื้อจากทางที่ญี่ปุ่นกลับมาทำที่ไทย โน: จุดเริ่มต้นแรกมาจากการบ้ามอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่น เมื่อก่อนจะบ้ารถโกดัง รถสี่สูบเรียง, Superfour พอมาวันหนึ่งเราอ่านการ์ตูนมาก ๆ
หากจะพูดถึงวงการเอนเตอร์เทนเมนต์ในยุคปัจจุบัน คงปฎิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศเกาหลีใต้คือผู้ครองอันดับ 1 บนทวีปเอเชีย สามารถขึ้นไปทัดเทียมระดับโลกได้แบบไร้ข้อกังขา แต่หากมองย้อนไปในช่วง 20 ปีก่อน เราคงต้องยกให้กับ “ฮ่องกง” โดยเฉพาะในพาร์ตของภาพยนตร์ที่สร้างความยิ่งใหญ่ไว้ได้อย่างสง่าผ่าเผย มีนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากมายไม่ว่าจะเป็นโจว เหวินฟะ, หลิว เต๋อหัว, โจว ซิงฉือ เป็นต้น ส่วนแนวภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากฝั่งฮ่องกง เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงนึกถึงแนว “แกงค์มาเฟีย” อย่างแน่นอน ซึ่งภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากคงหนีไม่พ้น “กู๋หว่าไจ๋ (Young & Dangerous)” หรือชื่อไทย “มังกรฟัดโลก” ออกฉายเมื่อวันที่ 26 มกราคม 1996 เพิ่งจะครบรอบอายุ 26 ปีสด ๆ ร้อน ๆ [เนื้อหาไม่มีสปอยล์] กู๋หว่าไจ๋ เป็นภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง Teddy Boy กำกับการแสดงโดย “หลิว เหว่ยเฉียง” นำแสดงโดย “เจิ้ง อี้เจี้ยน” รับบทเป็น “เฉิน เฮ่าหนาน” ตัวเอกของเรื่อง,
ทำยอดขายสถิติสูงสุดกันทุกปี สำหรับ Porsche ที่ทุกโมเดลใหม่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากบรรดานักขับทั่วโลก โดยเฉพาะ Cayenne, Macan และ Taycan ที่ขายดีแซงหน้ารถสปอร์ตต้นตำรับอย่าง 911 ไปไกลหลายเท่าตัว ล่าสุด Porsche ยังมีทีเด็ดสำหรับ 911 เก็บไว้ในกระเป๋าอีกหนึ่งรุ่น นั่นคือ Porsche 911 Safari ตัวแรงยกสูงแบบ all-road ที่วันนี้ไม่ใช่ความลับระดับ top secret อะไร เพราะมีการพบเห็น Porsche ขับเทสอยู่ในสนาม Nurburgring มาตั้งแต่ปีก่อน แต่ก็ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียที อย่างไรก็ตาม ภาพล่าสุดอาจจะทำให้เราได้เห็น 911 Safari ในมุมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดพรางตัวที่ปกปิดเพียงบางจุดสำคัญ บอดี้ของ 992-generation ซึ่งน่าจะเป็น production-ready เต็มที ฝากระโปรงหน้ามีช่องดักอากาศแบบ GT3 กันชนหน้าหลังที่คาดว่าจะเป็นดีไซน์ใหม่ถูกปกปิดไว้พอให้เห็นรายละเอียดสำคัญ โป่งล้อมีส่วนขยายให้ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นปกติ พร้อม rear wing ทรงคลาสสิคจาก 911 Safari ต้นตำรับในอดีต
เวลาใช้งานคีย์บอร์ด ปัญหาที่เราพบเจอกันบ่อย คือ มันมีขนาดที่ใหญ่เกินไปจนขาดพื้นที่ในการวางเม้าส์ แถมคีย์บอร์ดบางยี่ห้อยังทำให้เราเกิดอาการปวดมือได้ง่ายอีกด้วย ตอนนี้มีสตาร์ทอัพที่พยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยการทำให้คีย์บอร์ดสามารถพกพาไดง่ายขึ้น และใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น MoErgo สตาร์ทอัพในประเทศ New Zealand ได้พัฒนา Glove 80 ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดแบบแยก (split keyboard) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากถุงมือ โดยคีย์บอร์ดอันนี้มาในดีไซน์แบบเออร์โกโนมิคส์ (ergonomic) และเลย์เอาท์ (layout) ที่สอดคล้องกับรูปมือมนุษย์ ผู้พัฒนาเผยว่า พวกเขาใช้เวลาพัฒนาคีย์บอร์ดนี้มานานกว่า 6 ปี โดยมีการทำ comparative A/B testing มากกว่า 500 ครั้ง จน Glove 80 ออกมาเป็นคีย์บอร์ดที่มีปุ่มกดที่เหมาะสมกับปลายนิ้วมือของเรา มันมาพร้อมกับปุ่มกด 80 คีย์ (ข้างละ 40 คีย์) และมีรูปร่างเหมือนถุงมือ พร้อมด้วยที่พักฝ่ามือ และขาคียบอร์ดแบบปรับแต่งได้ เพื่อให้คีย์บอร์ดสามารถปรับแต่งได้ตามใจผู้ใช้งานมากที่สุด นอกจากนี้ ดีไซน์ของคีย์บอร์ดยังช่วยให้ ข้อมือ แขน และไหล่อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด เวลาใช้งานจึงเกิดความเหนื่อยล้าน้อยลง
ปัญหาของการพัฒนาอุปกรณ์ VR คือ ผู้ใช้งานมักแยกพื้นที่ในโลกแห่งความเป็นจริงและพื้นที่ในโลกเสมือนไม่ออก จนทำให้เวลาท่องโลกเสมือนซึ่งมีความไร้ขอบเขตไม่เหมือนโลกแห่งความเป็นจริง ผู้ใช้งาน VR อาจเดินชนประตู กำแพง ข้าวของ หรือ สิ่งกีดขวางที่อยู่ในบ้านของตัวเองก็เป็นได้ มีผู้พัฒนาหลายคนพยายามแก้ไขปัญหาอยู่ อย่างตอนนี้ก็มีสตาร์ทอัพแห่งหนึ่งชื่อว่า Ekto VR ที่ออกแบบรองเท้าสุดเท่ที่มีดีไซน์ออกแนว Cyberpunk โดยรองเท้าคู่นี้มีชื่อว่า Ekto One ซึ่งเป็นรองเท้ากลไกขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีพิเศษทำให้ผู้ใช้งานท่องโลก Metaverse ได้โดยไม่เดินชนสิ่งกีดขวางในโลกความเป็นจริง Ekto One เป็นรองเท้าที่ทำจากวัสดุแข็งแรงอย่าง คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber) และช่วยให้เรารู้สึกเหมือนการเดินเท้าบนดวงจันทร์ โดยที่ฝ่าเท้าของรองเท้าจะมีการติดตั้งล้อมอเตอร์ที่หมุนไปในทิศตรงข้ามกับการเคลื่อนไหวไปข้างหน้าของผู้สวมใส่ ทำให้เวลาเดินเหมือนเดินอยู่บนลู่วิ่ง คือ ผู้ใช้งานเดินอยู่กับที่ สำหรับการใช้งาน Ekto One ต้องใช้ร่วมกับหูฟังวีอาร์ (VR headset) ซึ่งเป็นตัวช่วยในการมองภายของโลกเสมือน เมื่อใช้อุปกรณ์ทั้ง 2 อย่างนี้ร่วมกันแล้ว เราจะท่องโลก Metaverse ได้เหมือนกับท่องโลกในชีวิตจริงเลย เป้าหมายเริ่มต้นของรองเท้าคู่นี้ คือ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ใน training simulation หรือ สิ่งแวดล้อมจำลองสำหรับการฝึกฝนบุคลากรในด้านต่าง
ภายใต้ใบหน้าที่ที่ปูดโปนชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อผสมเลือดของไอ้หนุ่มม้าคึกชาวอิตาเลียน แม้การชกจะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ให้กับนักชกรุ่นใหญ่ที่ใหม่และสดกว่า แต่ Rocky กลับชนะใจนักดูหนังมาตลอด 46 ปี จนได้รับฉายาว่า “นักแพ้ผู้ยิ่งใหญ่” ที่ไม่เพียงจะกลายเป็นหนังในดวงใจของใครต่อใครมากมาย แต่ยังกลายภาคต่ออันทรงคุณค่า และเดินหน้ากวาดรางวัลใหญ่อย่างออสการ์มาแล้ว เรามาลั่นระฆังที่ความรู้จักกับนักชกแห่งโลกภาพยนตร์ผู้เกรียงไกร ที่ความพ่ายแพ้ชนะใจผู้ชมตลอดกาล “ROCKY” ยกที่ 1: จากนักชกธรรมดาสู่ซูเปอร์สตาร์แห่งโลกฮอลลีวู้ด หนัง Rocky เล่าเรื่องราวของนักมวยที่แสนจะธรรมดา Rocky Balboa เติบโตในย่านแหล่งเสื่อมโทรมของเมืองฟิลาเดลเฟีย อาชีพหลักของเขาคือการเป็นนักมวยในสังเวียนท้องถิ่นที่แพ้บ้างชนะบ้างตามยถากรรม ส่วนงานรองของเขาคือการตามทวงหนี้ แม้งานทวงหนี้จะเป็นงานที่ไร้เกียรติ แต่เขาก็แทบไม่เคยใช้กำลังกับลูกหนี้เลยสักครั้ง เขามีความรักกับ Adrian Pennino สาวผู้เก็บตัวเงียบที่อยู่ในร้านขายสัตว์เลี้ยง จนชีวิตพลิกผันเมื่อนักชกสุดฮ็อต Apollo Creed แชมป์เฮฟวี่เวทที่ไม่เคยพ่าย ได้คัดเลือก Rocky นักชกโนเนมขึ้นสังเวียนที่เปลี่ยนเขากลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืน แต่เพราะความกดดันที่ถาโถม รวมไปถึงความรักที่เขามีต่อ Adrian อย่างหมดหัวใจ ทำให้เขาทุ่มเทอย่างเต็มที่ในศึกครั้งนี้ แม้ชัยชนะจะดูริบหรี่ก็ตาม เสน่ห์ของหนัง Rocky คือการนำเสนอภาพ Loser ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามอันแสนรันทดใจ แต่กลับประกายความหวังอันเรืองรองในฐานะหนังที่สร้างกำลังใจให้ผู้แพ้หรือคนตกอับ ให้ลุกขึ้นสู้ยิบตา แม้ว่าจะปราชัย แต่ชนะใจคนดูอย่างท่วมท้น แต่กว่าที่หนัง
อดีตมักจะมีแรงดึงดูดบางอย่างที่มักจะทำให้เราได้นึกถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีและไม่ดี สังเกตในระยะหลังมานี้มีการพูดถึงวัฒนธรรมยุค 90’s กันสนั่นโซเชียล มีการถกเถียงกันหลาย ๆ ประเด็นเนื่องจากมีข้อมูลบางอย่างที่ผิดพลาด บางอย่างก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในยุค 90’s แต่กลับกลายเป็นในช่วงยุค 2000’s แทน ทาง Unlockmen จึงขอนำเสนอ 10 สิ่งที่บ่งบอกว่าคุณคือเด็กยุค 90’s อย่างเต็มตัว มาให้ทุกคนได้ลองทบทวนว่าตนเองคือเด็ก 90’s ของจริงหรือไม่ 1.ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ปัจจุบันโทรศัพท์สาธารณะแทบจะหมดความหมายไปแล้ว นับตั้งแต่การเข้ามาของโทรศัพท์มือถือจนพัฒนามาเป็นสมาร์ตโฟน กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีพกติดตัวและเป็นปัจจัยจำเป็นแบบที่ขาดไปชีวิตคงรู้สึกแปลก ๆ แต่สำหรับคนที่เติบโตมาในช่วงยุค 90’s ตู้โทรศัพท์สาธารณะเป็นสิ่งที่มีความหมายมาก ๆ ตู้กระจกทรงยาวสูงกับพื้นที่ความกว้างที่ไม่น่าจะถึงเมตร ความสูงราว ๆ 2 เมตรนิด ๆ มันได้กลายเป็นห้องที่ใครหลายคนใช้เวลาไปกับมันแทบไม่ต่างจากห้องนั่งเล่นภายในบ้านเพื่อโทรคนรู้ใจ, ติดต่อธุระ, คุยเล่นกับเพื่อน หรือมีเหตุเร่งด่วนที่ต้องติดต่อกลับบ้านเมื่ออยู่นอกสถานที่ แต่ก่อนจะเข้ามาใช้บริการคุณจะต้องทำการแลกเหรียญซะก่อน ไม่ว่าจะเป็นเหรียญบาท, เหรียญห้าบาท หรือเหรียญสิบบาท สามารถใช้ได้ทั้งหมด ถ้าเอาล้ำขึ้นมาหน่อยก็ใช้เป็นบัตรโทรศัพท์เสียบแทน เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เหลือแค่ลุ้นว่าคิวการใช้บริการจะยาวขนาดไหน บางพื้นที่ที่เป็นแหล่งคนพุกพล่านเราอาจจะเจอคนต่อแถวยาวเป็น 10 คน ซึ่งก็ต้องมานั่งลุ้นอีกว่าแต่ละคนจะโทรนานขนาดไหน 2.โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์บ้านคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
Dr.Dre หรือ Andre Romelle Young แฟนเพลงสายฮิปฮอปคงไม่มีใครไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ ชายผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตกับเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งในฐานะการเป็นโปรดิวซ์เซอร์,การทำค่ายเพลง Aftermath Entertainment และ Death Row Records, เจ้าของบริษัทหูฟัง Beats, นักแสดงภาพยนตร์ และในฐานะศิลปินโดยเฉพาะกับอัลบั้ม “2001” (แต่วางจำหน่ายปี 1999) ที่ทำยอดขายรวมกันทั่วโลกเกิน 10 ล้านก็อปปี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างมองเห็นในตัว Dr.Dre กันเป็นอย่างดี แต่ความสำเร็จมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากความทุ่มเท, ความเข้าใจในดนตรีฮิปฮอปอย่างถ่องแท้ และที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือสายตาอันเฉียบแหลมของ Dr.Dre ทำให้เขาสามารถสร้างความยิ่งใหญ่ของวงการเพลงฮิปฮอป จนประวัติศาสตร์ต้องจารึกกับการค้นพบเพชรเม็ดงามที่มีนามว่า “Snoop Dogg” และ “Eminem” เพชรเม็ดแรก : SNOOP DOGG แร็ปเปอร์สายเขียว Snoop Dogg หรือชื่อจริง Calvin Cordozar Broadus Jr. ส่วนชื่อฉายาได้มาจากตัว Snoopy ตัวการ์ตูนเรื่องโปรดในวัยเด็ก ซึ่งคุณแม่ของเขาเป็นตั้งให้
Ford Bronco เป็นรถยนต์ SUV พันธุ์แกร่งที่พร้อมปะทะทุกค่ายด้วยดีไซน์และตำนานที่หลายคนต่างหลงรัก และนี่คือเวอร์ชันร้อนแรง “Ford Bronco Raptor” ผลงานการปรับแต่งให้ดุดันสะใจจาก Ford Performance ด้วยความแรงระดับ 400 แรงม้าจากขุมพลัง twin-turbo 3-liter EcoBoost Ford Bronco Raptor ใช้ช่วงล่าง high-performance Raptor HOSS 4.0 race-ready suspension เพิ่มความสูงให้มี ground clearance เพิ่มเป็น 13.1 นิ้ว สูงกว่าเดิมถึง 4.8 นิ้ว พร้อมเสริมความแข็งแกร่งตัวถัง อัพเกรด intercooler และระบบไอดีไอเสียเพื่อรองรับความร้อนแรงจากสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น มี Drive mode ให้เลือกใช้งานได้มากถึง 7 รูปแบบ ล้อถูกเปลี่ยนมาใส่ Ford Performance แบบ Beadlock ขนาด 17 นิ้ว


