ยังไม่ทันพ้นช่วงต้นของปี โลกใบนี้ก็ดูจะใจร้ายกับเราถึงขีดสุด ไฟป่าครั้งใหญ่ในดินแดนจิงโจ้ เหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา วิกฤติไวรัสที่ทำอกสั่นขวัญแขวนไปทั่วทั้งโลก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานการณ์ไกลตัวเพราะมันค่อย ๆ กัดกร่อนลุกลามมาถึงธุรกิจของใครบางคนที่กำลังไปได้สวย คนที่เรารักที่อาจต้องเผชิญวิกฤตหนัก โอกาสทางหน้าที่การงานของใครสักคนที่กำลังสว่างไสว แต่ทั้งหมดที่ดูจะแบ่งบานก็คล้ายจะร่วงโรยลงตรงหน้า ตอนยังเด็ก เมื่อเจอเรื่องเสียใจ เราคงแค่วิ่งเข้าบ้าน ร้องไห้ตัวโยนขอกอดโอบอุ่นจากแม่ให้หายตกใจ ขอให้พ่อพาขี่หลังตระเวนเที่ยวจนกว่าจะหายเศร้า หรือขอขนมจากเพื่อน รวมถึงการวิ่งเล่นลืมโลกจนเรื่องทุกข์ร้อนใดก็ไร้ความหมาย แต่เพราะตอนนี้เราไม่ใช่เด็ก ๆ “โตแล้วต้องดูแลตัวเองให้ได้” UNLOCKMEN จึงอาสาส่งกอดแบบผู้ใหญ่ ๆ ให้ก้าวไปข้างหน้าพร้อม ๆ กันด้วย “5 หนังสือปลอบใจในวันที่เป็นผู้ใหญ่แต่โลกทั้งใบร้ายกับเราเหลือเกิน” หนังสือ 5 เล่มนี้คงไม่ได้ช่วยเราสะสางทุกปมปัญหาได้ทันทีทันใด แต่มันมีความหมายในแง่การค่อย ๆ ชะโลมไออุ่น ๆ ให้เรามองเห็นโลกในอีกแบบ เข้าใจความทุกข์ในอีกทาง และเห็นความสุขในอีกมุม วะบิ-ซะบิ Wabi-Sabi Leonard Koren คุณมองความไม่สมบูรณ์แบบด้วยสายตาแบบไหน? ทุกครั้งที่เจอรอยบูดเบี้ยวของชีวิตคุณรู้สึกเช่นไร? มนุษย์จำนวนไม่น้อยที่มองชีวิตเป็นประติมากรรมชิ้นเอก ไร้ร่องรอยแตกหัก สมบูรณ์ทุกกระเบียดดังใจ และเมื่อความไม่สมบูรณ์แบบมาเยือนจึงเจ็บปวดแหลกสลาย ราวกับทั้งชีวิตจะไม่มีอะไรดีหลงเหลืออยู่เลย “วะบิ-ซะบิ (Wabi-Sabi 侘寂)” คือปรัชญาจากแดนปลาดิบที่บอกเราให้โอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบ อยู่กับรอยแผลในชีวิต
ถ้าใครเป็นแฟนคลับแอนิเมชันจากเกาะญี่ปุ่นเราเชื่อว่าจะต้องรู้จักสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ค่ายหนังแอนิเมชันของญี่ปุ่นที่ผลิตผลงานอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับความนิยมในไทยมาตั้งแต่ยุค 90 แถมสมัยก่อนถ้าใครอยากจะดูผลงานของค่ายนี้ก็จะต้องมุดหาดูใต้ดินแบบผิดกฎหมาย ดูวิดีโอเถื่อน แผ่นซีดีเถื่อน เพราะไม่มีใครซื้อมาฉายแบบถูกลิขสิทธิ์สักที แอนิเมชันของสตูดิโอจิบลิมักมีเนื้อหาสะท้อนสังคม ชวนให้ตั้งคำถามถึงศีลธรรมกับจิตใจอันยากจะเดาได้ของมนุษย์ บอกเล่าเรื่องราวผ่านลายเส้นน่ารัก ๆ ที่ซ่อนเนื้อหาหนักเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ด้วยเนื้อหา การเล่าเรื่อง ลายเส้น และดนตรีประกอบกลมกล่อมจนสามารถคว้ารางวัลใหญ่ของวงการภาพยนตร์อย่างออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมมาครองได้ หลังจากมุดใต้ดินกันมานาน ในที่สุดแอนิเมชันของสตูดิโอจิบลิก็ก้าวขึ้นสู่วัฒนธรรมกระแสหลักอย่างเต็มตัว ปัจจุบันเราสามารถดูผลงานของสตูดิโอจิบลิในโรงภาพยนตร์ ดูผ่านระบบสตรีมมิงชื่อดังอย่าง Netflix ที่ในตอนนี้ขนแอนิเมชันกว่า 21 เรื่อง แบ่งปล่อย 3 เดือนติดกัน เริ่มจากวันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2020 ให้แฟนหนังได้เลือกดูเรื่องที่ชอบกันจนตาแฉะ UNLOCKMEN ได้รวบรวมรายชื่อแอนิเมชันทั้งหมด 21 เรื่อง พร้อมกับเรื่องย่อของแต่ละเรื่องมาให้คนอยู่บ้านเหงา ๆ เลือกดูกัน บางคนอยากนั่งดูแบบอมยิ้ม ดูแล้วคิดถึงรักครั้งแรก บางคนอยากร้องไห้จนตาบวม หรือบางคนอยากสัมผัสความเหงาหว่อง ก็เลือกกันตามสไตล์ที่อยากดูได้เลยครับ 1 FEBRUARY 2020 PORCO ROSSO (1992)
เสื้อผ้าสำหรับบางคนอาจจะมองว่าเป็นอุตสาหกรรมใส่แล้วทิ้ง สร้างขยะ แต่สำหรับผู้ชายเราที่ไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนบ่อยและไม่ได้ตามเก็บทุกคอลเลกชันของแบรนด์โปรดขนาดนั้น เรารู้ดีว่าเราจะเลือกเสื้อทน ๆ อยู่กันยาว ๆ มากกว่าเสื้อสวย ๆ ส่วนเงินที่เหลือก็เก็บไว้ซื้อ gadgets ล้ำ ๆ หรือ Toy boy ที่ชอบแทน แต่ถ้ามีเสื้อที่ผลิตมาโดยเคลมว่า “มันทนทานอยู่ได้เป็น 100 ปี” ล่ะ เราจะยังกล้าซื้อมาใส่อยู่ไหม เพราะไม่รู้ว่าระหว่างเรากับเสื้ออะไรจะตายจากกันไปก่อน หรือเราจะเบื่อมันก่อนไหม เพราะยังไงเสีย มันก็ไม่มีทางพังในชั่วอายุขัยของเราแน่นอน VOLLEBAK ผู้เชี่ยวชาญการผลิตเสื้อผ้าได้ผลิตเสื้อ “100 Year Hoodie” โดยเริ่มรุ่นแรกตั้งแต่ปี 2017 และรุ่นล่าสุด (รุ่นที่ 3) ใช้เวลาวิจัยกว่า 2 ปี และผลิตชุดอย่างประณีตอีก 40 สัปดาห์ ในที่สุดผลงานเสื้อฮู้ดพันธุ์แกร่งรุ่นที่ 3 ก็ออกมาให้ยลโฉม พร้อมสั่งซื้อไปใช้งาน โดยการันตีความทนทานว่ามันจะอยู่ได้นานเป็น 100 ปีและทดสอบให้เห็นจะจะ ชนิดคนรักเสื้อเห็นแล้วรู้สึกสงสารแทน คุณสมบัติกว่าจะเป็นรุ่นที่ 3 100 Year
Publicis Group (ปับลิซีส กรุ๊ป) เผยผลสำรวจความวิตกกังวลของผู้บริโภคไตรมาส 1 นี้ พบว่ากังวลกับโควิด-19 สูงถึง 92% ส่งผลให้ผู้บริโภคลดพฤติกรรมและการดำเนินชีวิตในที่สาธารณะ ใช้ชีวิตในบ้าน ซื้อของและสั่งอาหารทางออนไลน์มากขึ้น แนะปรับใช้สื่อในบ้านทั้งโทรทัศน์และสื่อออนไลน์เข้าถึงผู้บริโภคได้มากที่สุด นายอติพล อิทธิวัฒนะ, เฮด ออฟ มีเดีย – ปับลิซีส กรุ๊ป (Head of Media – Publicis Group) ในฐานะผู้บริหารสูงสุดธุรกิจกลุ่มธุรกิจสื่อโฆษณา ประกอบด้วย บริษัท สตาร์คอม บริษัท สปาร์ค ฟาวดรีย์ และ บริษัท ซีนิท เผยว่าเนื่องจากตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2563 ประเทศไทยได้เกิดประเด็นสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ภูมิอากาศและสุขภาพ ทำให้สังคมตื่นตัวและเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต แผนก Data Science Analytic & Consumer Research ของบริษัทฯ
เชื่อว่ามีหนุ่ม ๆ จำนวนไม่น้อยที่ชื่นชมผลงานซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ที่ผลิตโดย Bugatti ค่ายรถยนต์สมรรถนะสูงจากประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะรถตระกูล Chiron ที่เคยครองสถิติความเร็วระดับโลกหลายต่อรุ่น ล่าสุดกับรุ่นพัฒนาใหม่ที่แม้ไม่เป็นที่สุดในโลกในเรื่องความเร็ว แต่เชื่อเถอะว่าจากจำนวนแรงม้าที่มี Bugatti คันนี้ก็ไม่มีใครเร่งให้ทันได้ง่าย ๆ แน่นอน เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีของเหล่าสาวก เพราะปลายปี 2020 นี้ Bugatti เตรียมปล่อยไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ของค่ายที่ถูกพัฒนาให้มีศักยภาพมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นขุมพลัง ชุดเกียร์ รวมไปงานดีไซน์ซึ่งช่วยให้ระบบอากาศพลวัตทำงานได้ที่ดีขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะในแต่ละจุดจะเป็นยังไง มาชมไปพร้อมกัน Chiron Pur Sport คือรถยนต์รุ่นพัฒนาล่าสุดจาก Bugatti โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่ขึ้นงานตัวอย่างด้วย VR Technology แทนการใช้ดินเหนียวทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นช่องอากาศด้านหน้ารถรูปเกือกม้าขนาดใหญ่ที่มีกราฟิกเลข 16 ตกแต่งไว้ข้างใน ฝากระโปรงทรง 3 เหลี่ยมที่มาบรรจบกันด้านหน้า พร้อมกับกราฟิกสีดำที่ลากตัดด้านยาวตัวรถ หากมองด้านข้าง Chiron Pur Sport เป็นส่วนผสมระหว่างสีน้ำเงินและสีดำ ไล่ตั้งแต่สเกิร์ตหน้าพาดยาวผ่านช่องลมด้านข้างตัวรถไปบรรจบกันที่ส่วนท้ายของตัวรถ ซึ่งเข้ากับล้อแม็กดีไซน์ดุดันสีดำและยาง Michelin Sport Cup 2R อย่างลงตัว ดีไซน์ด้านหลังของ Pur
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-2019 ในตอนนี้ ทำเอาธุรกิจหลายภาคส่วนต้องหยุดชะงัก หลัก ๆ ที่เห็นผลกระทบกันชัด ๆ ก็จะเป็นเรื่องงานอีเว้นต์ กิจกรรมต่าง ๆ ที่รวมผู้คนเอาไว้มากมาย ต้องถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป เพื่อเป็นหนึ่งมาตรการควบคุมการะบาดของไวรัส แต่ในขณะเดียวกันธุรกิจอีกหลายประเภทก็ยังต้องรันกันต่อ เพราะหากอยู่เฉยสงบนิ่งรอให้ไวรัสหายขาดอาจจะต้องประสบภัยในฐานะผู้ยากไร้ ซึ่งเป็นอะไรที่ปวดใจไม่แพ้ภาวะโรคระบาดสักเท่าไหร่ ดังนั้นในเมื่อยังต้องลุยงานไปพร้อม ๆ กับป้องกันตัวจากการระบาดของ COVID-2019 หลากหลายบริษัทจึงตัดสินใจใช้แนวทาง Work from Home ให้งานยังไปต่อได้ แน่นอนว่าสำหรับบางที่ นี่อาจเป็นเรื่องปกติเพราะ Work from Home กันเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว แต่ที่แน่นอนยิ่งกว่าคือสำหรับอีกหลาย ๆ ออฟฟิศมันถือเป็นเรื่องใหม่มาก ๆ แม้เทคโนโลยียุคนี้จะพร้อมรองรับการทำงานทางไกลหลายรูปแบบ แต่ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ นา ๆ อาจทำให้อีกหลายบริษัท อีกหลาย ๆ องค์กรไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสการทำงานแบบ Work from Home จริง ๆ จัง ๆ จนมาถึงวันนี้ วันที่วิกฤติบีบคั้นให้ต้องลองกันสักที เราจึงมีวิธีเตรียมตัวเบื้องตน
ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องพบเจอความวุ่นวายนับไม่ถ้วน เวลาจำนวนจำกัดที่แกมบังคับให้ต้องใช้ชีวิตรีบเร่ง สุขภาพย่ำแย่จากการสูดดมฝุ่นควันบนท้องถนน และความยากลำบากเมื่อต้องแทรกตัวเข้าไปยังรถไฟฟ้าที่มีคนแน่นขนัด ทั้งหมดนี้ทำให้เราเผลอคิดว่า “ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว” วลีนี้ยังคงใช้สื่อความหมายได้อยู่หรือเปล่า เพราะต่อให้คนเมืองจะได้ใช้ประโยชน์จากโครงข่ายการคมนาคมที่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ถ้ายังต้องติดแหง็กบนถนนกับระบบจราจรป่วย ๆ หรือไม่อาจแก้ปัญหาอื่น ๆ ที่คนเมืองเผชิญได้อย่างจริงจัง เมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ก็คงไม่ได้น่าอยู่สักเท่าไร ถ้าการใช้ชีวิตในเมืองมันวุ่นวายนัก เราแนะนำให้คุณผละตัวออกมาสักนิดและเขยิบเข้าใกล้ชนบทอีกสักหน่อย ละสายตาจากความแออัดยัดเยียดของป่าคอนกรีต หันไปมองทัศนียภาพหนาทึบของแมกไม้และสัมผัสความสงบสบายที่เมืองใหญ่อาจให้คุณไม่ได้ ‘Woodwork Enthusiast’ เป็นผลงานการออกแบบของสตูดิโอ ZMY Design ที่เปลี่ยนโรงงานปูนซีเมนต์เก่าในตะวันออกเฉียงใต้ของจีนให้กลายเป็นบ้านไม้แสนสงบที่มีดีไซน์เฉพาะตัว บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในเมืองเซี่ยเหมิน (Xiamen) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของมณฑลฝูเจี้ยน (Fujian) และสร้างขึ้นเพื่อให้เป็น “Physically Static Place” สถานที่ที่มอบความรู้สึกสงบ คงที่ และเป็นสเปซของธรรมชาติที่ออกแบบแก่ผู้พักอาศัยอย่างแท้จริง จากอาคารทรงกระบอกที่ถูกทิ้งร้างไว้หลายปีและเต็มไปด้วยชิ้นส่วนสึกหรอ ตอนนี้ถูกรีโนเวตให้เป็นพื้นที่พักอาศัยขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ชีวิตครบครัน ภายในดีไซน์แบบ open plan ไม่ปิดกั้นและเชื่อมโยงทุกภาคส่วนของบ้านเข้าด้วยกัน มีทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ ระเบียง และดาดฟ้าชมวิวที่ชั้นบน ด้วยคอนเซ็ปต์ที่อยากสร้างบ้านให้สงบและสบาย ทีมนักออกแบบจึงเว้นระยะห่างจากการเชื่อมต่อของโลกภายนอก เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นเพื่อชูความโดดเด่นภายใน เปิดพื้นที่บางส่วนให้แสงและลมลอดผ่านเข้ามา และใช้ประโยชน์จากธรรมชาติทั้งหมดภายในบ้านสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้พักอาศัย เดิมทีพื้นที่ตรงนี้เป็นโรงงานปูนซีเมนต์เก่าและมีความสูงเพียงสองชั้นเท่านั้น
หากใครได้เรียนประวัติศาสตร์หรือดูภาพยนตร์ต่างประเทศอยู่บ่อย ๆ จะต้องเห็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่คนผิวดำเจอมาตลอด เราเห็นการเหยียดสีผิวผ่านหนัง ได้ยินเรื่องเล่าการเดินทางอันแสนทรหดของทาสที่ถูกล่าอาณานิคม และสุดท้ายก่อให้เกิดการต่อสู้เพื่ออิสรภาพที่ทำให้รู้ว่าคนผิวดำถูกพวกคนขาวกดขี่มาตลอด ภาพยนตร์ที่เราดูมักมีเรื่องราวจากโลกคู่ขนาน เห็นง่าย ๆ จากหนังซูเปอร์ฮีโร่ Marvel มีมหานครนิวยอร์กเหมือนโลกแห่งความจริง มีระบบการปกครองไม่ผิดเพี้ยนจากเรา ต่างก็เพียงมียอดมนุษย์คอยพิทักษ์โลก มีมนุษย์ต่างดาวจ้องทำลายล้างโลก และมีชาวแอฟริกันผู้กุมเทคโนโลยีล้ำยุคหลบซ่อนอยู่ในเมืองลับแลไกลจากสายตาของชาวโลก UNLOCKMEN เจอซีรีส์ที่มีเนื้อเรื่องน่าสนใจไม่น้อย โดย Noughts + Crosses (2020) ดัดแปลงมาจากนวนิยายชุด Noughts & Crosses ของ Malorie Blackmen ที่ขอให้ผู้ชมลืมประวัติศาสตร์แบบเดิมที่เคยร่ำเรียนกันมาให้หมดสิ้น เพราะเรื่องราวของโลกในนี้จะถูกเขียนโดยคนแอฟริกันพื้นเมืองที่ได้เปรียบทางด้านกำลังคน การศึกษา และเทคโนโลยีที่เหนือกว่าพวกคนขาว ชาวผิวดำเข้มแข็งจนสามารถล่าอาณานิคมคนขาวยึดยุโรปให้อยู่ภายใต้การดูแลของตัวเองได้สำเร็จ โลกอีกใบคนขาวกลายเป็นทาสแรงงาน ถูกเหยียดหยามโดนกดภายใต้คนผิวดำ เรื่องราวในซีรีส์จะเล่าว่าคนแอฟริกันครองโลกมานับร้อยปี และสังคมปัจจุบันได้เลิกทาสไปเรียบร้อยแล้ว แม้กฎหมายแรงงานไม่เป็นธรรมจะถูกลบไปจากหน้าประวัติศาสตร์ แต่การเหยียดผิว ความไม่เท่าเทียม การแบ่งแยกชนชั้นด้วยสีผิวก็ยังคงอยู่ เราจะเห็นเด็กเสิร์ฟในงานรื่นเริง คนงาน คนสวน พลทหารชั้นผู้น้อยล้วนเป็นคนขาว ส่วนผู้ดีมีการศึกษาหรือทหารยศนายพลล้วนเป็นชาวแอฟริกัน ชาวพื้นเมืองของอังกฤษในโลก Noughts + Crosses จะถูกเรียกว่า Noughts ไม่ได้ถูกเรียกว่า ‘ผู้ดีอังกฤษ’ เหมือนโลกของผู้ชม
“มีวงประชุมระดมไอเดีย แต่ไม่มีใครเสนอไอเดียสักคน” นี่คืออีกหนึ่งปัญหาโลกแตกที่หลาย ๆ องค์กรต้องเผชิญ หรือไม่ต้องถึงระดับองค์กร แต่ถ้าเราคิดจะเริ่มโปรเจกต์ใหม่ ๆ หรือเวิร์กชอประดมไอเดียสำคัญเพื่อทำอะไร แล้วนัดคนมาประชุมร่วมกัน แต่ผลที่ได้คือทุกคนมองหน้ากันเขิน ๆ พยักเพยิดไปมาว่าคุณพูดก่อนสิ คุณเอาเลยครับ การประชุมก็จะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ยิ่งในระดับองค์กรด้วยแล้ว การประชุมโดยไม่มีใครนำเสนอไอเดียของตัวเองออกมาเลย องค์กรจะไปสู่ทางตันได้ง่าย ๆ เนื่องจากไอเดียที่มาจากทุกคนนั้นย่อมมีประสิทธิภาพกว่าการที่คนคนเดียวบอกว่า “เดี๋ยวผมคิดเองหมดเลยก็ได้ครับ” ท้ายที่สุดแม้จะคิดได้ แต่เมื่อนานวันไปไอเดียก็จะไม่สดใหม่ หรือตันคิดอะไรไม่ออก วนซ้ำ ๆ และหายนะจะตามมาในที่สุด CREATIVE RISK มีจริง! เพราะการเสนอไอเดียมีความเสี่ยง สาเหตุสำคัญที่มนุษย์ทั่ว ๆ ไปไม่กล้านำเสนอไอเดียของตัวเองในที่ประชุม แม้หลาย ๆ ครั้งจะมีไอเดียลอยฟ่องอยู่เต็มหัว คือ “กลัวพูดออกไปแล้วจะดูโง่” นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทุกคนมองหน้ากันไปกันมาในห้องประชุมแล้วก็รอให้มีใครสักคนลองเสนอก่อน แต่หลายครั้งเมื่อไม่มีใครกล้าเปิดก็เงียบกันไปทั้งห้อง แย่กว่านั้นหากมีใครกล้าเปิดเป็นคนแรก คนที่กล้าพูดไอเดียของตัวเองออกมา มักจะถูกวิจารณ์ก่อนเป็นคนแรก จึงไม่แปลกที่คนจะรู้สึกว่ายิ่งเสนอไอเดีย ก็ยิ่งสุ่มเสี่ยงที่จะถูกวิจารณ์ โดนปัดตก หรือโดนคนอื่นบอกว่าไอเดียของเรายังดีไม่พอ การพูดไอเดียจึงมีความเสี่ยงมากกว่า ในขณะที่การนั่งเฉย ๆ เงียบ ๆ สงวนท่าทีนั้นปลอดภัยกว่ามาก เพราะการโดนบอกว่าไม่ค่อยเสนอไอเดียสำหรับหลายคนก็ดีกว่าการเสนอไอเดียบ่อย


