ในวันธรรมดาสามัญวันหนึ่ง เราอาจเดินสวนกับมนุษย์ผู้หญิงสิบคน ร้อยคน พันคน หรือหลายพันคน บางวันเรากลับบ้านไปเพื่อระลึกว่าจำใครไม่ได้สักคน บางวันอาจมีสักคนที่โดดเด่นออกมาด้วยเสื้อผ้า ด้วยทรงผม ด้วยบุคลิกจนเราต้องเหลียวหลังมองและจดจำเธอไว้ แต่หากมีผู้หญิงสักคน สักคนที่ “NO BRA” เดินสวนเราไป โดยอัตโนมัติ โดยสัญชาตญาณ เราจะประหลาดใจ เราจะฉงนฉงาย เราจะเกิดคำถามมากมายในหัว หรือถึงขั้นจ้องมองอย่างไม่เจตนา (หรือเจตนา) เราจะจำเธอไว้ ในฐานะความแปลกปลอม ความไม่คุ้นเคย ความไม่เข้าพวก หรือถึงขั้นมองว่าเธอละเมิดกฎเกณฑ์อันดีงามของสังคม ทำไม? ทำไมเราถึงตื่นตระหนกกับการที่ผู้หญิง No Bra ไม่สวมยกทรง ไม่ใส่เสื้อในได้ถึงขนาดนั้น? เราอาจไม่เคยถามคำถามนี้กับตัวเอง เพราะเราดันเกิดมาในยุคที่ผู้หญิงใส่เสื้อชั้นในเป็นเรื่องปกติ และผู้หญิงต้องเขินอาย ถ้าไม่ใส่มัน แต่ในวันที่โลกหมุนไป หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลง ผู้หญิงเริ่มกลับมาไม่ใส่เสื้อในอีกครั้ง UNLOCKMEN ชวนตั้งคำถามและสำรวจความเห็นไปพร้อม ๆ กันว่า “คุณคิดอย่างไรถ้าผู้หญิงไม่ใส่ยกทรง?” FREE THE NIPPLE! แม้ขบวนการสตรีนิยมในหลายประเทศจะพูดถึงสิทธิเสรีภาพเหนือเรือนร่างของผู้หญิงมาโดยตลอด จนถึงขั้นมีแคมเปญ Free the Nipple ที่พยายามบอกว่า “ที่หัวนมของพวกเรามันดูโป๊ ก็เพราะมีคนบอกว่ามันมีความหมายทางเพศไงล่ะ!?” แต่ถ้าพวกเราเปิดเปลือยให้เห็นเป็นปกติ
หากเอ่ยชื่อ ‘เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ’ หลายคนจดจำเขาในฐานะศิลปิน บ้างก็ในฐานะนักแสดง หรือหากติดตามกันมาอย่างยาวนาน คุณอาจจดจำเขาในฐานะ ‘เป้ Slur’ จากมือกีตาร์ขาเดฟหัวฟูในวันนั้น สู่ชายผู้เรียกได้ว่าหยิบจับมาแล้วแทบจะทุกอย่าง เป็นได้ทุกสิ่งที่วงการบันเทิงจะให้เขาเป็น แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีครั้งไหนที่เป้จะทอดทิ้งความรักที่มีต่อเสียงดนตรี เขายังคงเดินหน้าผลิตงานเพลงใหม่ ๆ และดำรงฐานะ ‘ศิลปิน’ ของตัวเองไว้โดยเสมอมา แม้การฉายเดี่ยวของเขาจะทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย และความตั้งใจก็ถูกจู่โจมด้วยความคิดเห็นเชิงลบ อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เขาคนนี้ไม่ท้อ และไม่เคยถอดใจ? แม้ชีวิตจะของเป้ อารักษ์จะดำเนินไปในเส้นทางไหน ยาวไกลเพียงใด เขาก็พร้อมจะตีวงเลี้ยว เพื่อนำตัวเองกลับเข้าสู่ถนนสายดนตรีอยู่เสมอ วันนี้เราจะขอเชิญชาว UNLOCKMEN มารับฟังบทสนทนาสบาย ๆ ที่แสนตรงไปตรงมาจากปากผู้ชายคนนี้ไปพร้อม ๆ กัน ยินดีต้อนรับเป้สู่การทำเพลงอีกครั้ง! สำหรับชีวิตบนเส้นทางสายดนตรี เข้าปีที่เท่าไหร่แล้ว เป้: คิดว่าน่าจะราว ๆ 14 ปี ประมาณนั้น ถ้านับจากอัลบั้มที่ออกสู่สายตาประชาชนชุดแรก (ในฐานะมือกีตาร์ Slur ) ผมอายุ 21 แต่ถ้าเอาแบบเริ่มทำ Slur จริง ๆ ผมเพิ่งจะ 19-20
ในยุคนี้คงไม่มีใครสามารถหลบกระแสของ Hiphop ที่มาแรงได้ เพราะไม่ว่าจะกดโทรทัศน์ไปช่องไหน หรือฟังวิทยุคลื่นอะไรก็จะต้องได้ยินเพลงแรปหรือเพลง Hiphop ผ่านหูผ่านตาไปสักเพลงอย่างแน่นอน UNLOCKMEN มีโอกาสได้พูดคุยกับแรปเปอร์รุ่นเก๋าคนหนึ่งคือ “เวย์-ไทเทเนียม” หรือในอีกชื่อคือ “DABOYWAY” และทำให้เราได้เห็นแง่มุมของคนที่อยู่ในวงการ Hiphop มาอย่างยาวนาน ได้รู้ว่าพวกเขาคิดอะไร และรู้สึกดีแค่ไหนที่ได้เห็นเหล่าแรปเปอร์รุ่นใหม่กำลังพยายามก้าวตามความชอบและความฝันบนเส้นทางสาย Hiphop อย่างที่เวย์ได้เคยผ่านมาแล้ว เมื่อไม่สามารถหนีกระแส HIPHOP ให้พ้นได้ จึงนำมาสู่การกลายเป็นคนทำเพลง HIPHOP จุดเริ่มต้นที่ทำให้เวย์สนใจเพลง Hiphop มันเริ่มมาจากตรงไหน ? ตอนอยู่ที่อเมริกา เพื่อน ๆ ทุกคนในโรงเรียนฟังครับ ตั้งแต่ผมอายุ 6-7 ขวบ ฟังพวก MC Ren, Kris Kross, Dr. Dre, Snoop Dogg, Wu-Tang Clan, Nas และ Jay-Z ไล่มาเลย ช่วงนั้น Hiphop เป็นของใหม่ ดังแค่ในกลุ่ม underground แต่เวลาผ่านไปช่วงต้นยุค
สนีกเกอร์สีขาวถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยตกยุคไปไหน ไม่ว่าเมื่อไหร่เรามักจะเห็นผู้คนจำนวนไม่น้อยสวมใส่สนีกเกอร์สีขาวกันเต็มไปหมด เพราะสีขาวคือความคลาสสิก ส่วนลวดลายสุดเฉพาะตัวอย่างหนังงูคือตัวแทนความหรูหรา ก็ยิ่งทำให้สนักเกอร์เรียบหรูและโดดเด่นไปพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ Nike ปล่อยสนีกเกอร์สุดวินเทจที่นำสีขาวและหนังงูมาเจอกัน แรงบันดาลใจจากความหรูหราที่ห่างหายกันไปพักใหญ่กับ Nike Blazer Mid Vintage หยิบแรงบันดาลใจจากรองเท้าของเหล่านักบาสเกตบอลจากยุค 70 ให้สนีกเกอร์เต็มไปด้วยดีไซน์สุดวินเทจที่เห็นเมื่อไหร่ก็ชวนให้ย้อนกลับไปสัมผัสความเท่ในวันเก่าก่อน แต่ตัดเย็บโดยคำนึกถึงความต้องการของนักบาสเกตบอลยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ Nike Blazer Mid Vintage ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนีกเกอร์สำหรับใส่เล่นบาสเกตบอลแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ยังสามารถใส่ไปเล่นสเกตหรือใส่ไปเดินเที่ยวก็ได้ทั้งนั้น เพราะพื้นโฟมถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทก แถมยังมีน้ำหนักเบา คงไว้ด้วยสไตล์วินเทจแต่ก็ทันสมัยมีสไตล์ไปพร้อมกัน ในตอนนี้ Nike Blazer Mid Vintage ก็กลับมาอีกครั้งให้หายคิดถึงพร้อมกับลายงูสุดเท่ สัตว์ร้ายที่เต็มไปด้วยพิษสงที่จะส่งให้ลุคดูดีเรียบหรูเมื่อสวมใส่ สไตล์วินเทจและหนังงูมีเสน่ห์ดึงดูดด้วยการใช้สีขาวเป็นหลัก โดดเด่นจากหนังงูที่บริเวณ swoosh สัญลักษณ์อันแสนคุ้นตาของแบรนด์ ประกอบกับลายหนังงูที่พาดผ่านสนีกเกอร์มายังบริเวณส้นรองเท้าเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดีมีระดับ ที่เด็ดอยู่ที่คู่นี้เล่นสีเอิร์ธโทนของหนังงูที่นำมาวางบนพื้นสีขาวเพราะตามปกติหนังงูที่เราเคยเห็นมีหลายแนวหลายสี แต่ Nike ตั้งใจเลือกสีเอิร์ธโทน น้ำตาลอ่อน และน้ำตาลเข้ม เข้ากันได้ดีกับหนังสีขาวของบริเวณลิ้นรองเท้าที่แต้มสัญลักษณ์ swoosh ด้วยสีแดงสด ดีเทลจัดจ้านนี้มีส่วนทำให้เราเห็นรองเท้าคู่นี้มาแต่ไกล จากความใส่ใจที่น้อยแต่มาก คู่สีลงตัวทุกสัดส่วนอย่างนี้ ทำให้การหาเสื้อผ้ามาสวมเข้าชุดกันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ชายเรา NIKE BLAZER MID VINTAGE
การสื่อสารและเชื่อมต่อที่ไร้พรมแดนแห่งยุคโลกาภิวัตน์ มอบความบันเทิงและพาเราหลงระเริงกับโลกโซเชียลความเร็วแสง นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าเทคโนโลยีดิจิทัลได้ผูกโยงเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนโดยสมบูรณ์แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าแทบทุกชั่วโมง ผู้ชายเราเองก็มักจะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็กนับสิบข้อความที่ถาโถมแจ้งเตือน และต้องสละเวลาเพียงไม่กี่วินาทีนั้นเพื่อตอบข้อความกลับไป แต่ต่อให้ภาษาไทยจะมีวรรณยุกต์และเดินหน้าสู่ความวิบัติมากแค่ไหน ตัวหนังสือเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอที่จะสื่อถึงความรู้สึกทั้งหมด ทำให้บางครั้งเราต้องหยิบ Emojis เข้ามาเติมเต็มในส่วนนั้นแทน แม้ Emojis จะถูกคิดค้นมาเพื่อให้การสื่อสารผ่านข้อความอิเล็กทรอนิกส์ง่ายต่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น แต่หนุ่ม ๆ รู้อะไรไหม? ว่าผู้ชายที่ชอบกดใช้ Emojis บ่อย ๆ ในการแชต สะท้อนว่าพวกคุณมีแนวโน้มจะมี ‘เซ็กซ์’ มากกว่าผู้ชายที่สนทนาด้วยตัวอักษรเพียงอย่างเดียว จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLoS ONE อ้างว่าผู้ชายที่โปรดปรานในการใช้ Emojis นอกจากจะมีเซ็กซ์บ่อยขึ้น ยังเป็นผู้ชายแอ็กทิฟ และมีแน้วโน้มจะประสบความสำเร็จในการออกเดตมากกว่าผู้ชายคนอื่น ๆ บทสรุปครั้งนี้เกิดจากสองนักวิจัยจาก The Kinsey Institute และ Lake Forest College ที่วิเคราะห์ข้อมูลผ่านการสำรวจชาวอเมริกัน 5,327 คน ในช่วงอายุ 18-94 ปี ว่าทำไมพวกเขาถึงใช้ Emojis และใช้บ่อยแค่ไหน พร้อมยิงคำถามเกี่ยวกับชีวิตคู่และเรื่องเซ็กซ์ตามมา มี 38% บอกว่าไม่เคยใช้
ปีศาจความเร็วคันใหม่ที่ชื่อ Bugatti Centodieci ถือเป็นไฮเปอร์คาร์คันล่าสุดจากค่าย Bugatti ที่เผยโฉมครั้งแรกแบบเป็นทางการในงาน Pebble Beach ไปสด ๆ ร้อน ๆ โดยผลิตขึ้นมาฉลองวาระครบรอบ 110 ปีการของการก่อตั้ง นับตั้งแต่ Bugatti Automobili S.p.A ก่อตั้งขึ้นในปี 1909 มาจนถึงปัจจุบัน ตลอดระยะเวลากว่าร้อยปีเรียกได้ว่าค่ายรถจากเมืองน้ำหอมได้ผลิตรถยนต์ที่มีความเร็วเป็นสถิติโลกมากมายในหลายยุคสมัย นับตั้งแต่ไฮเปอร์คาร์ยุคบุกเบิกอย่าง Bugatti EB 110 ต่อด้วย Bugatti Veyron จนมาถึงยุคสมัยล่าสุดที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Bugatti Chiron ทั้งหมดนี้กลายเป็นต้นแบบให้กับไฮเปอร์คาร์ฉลองวันเกิด 110 ปีของขายที่ถือกำเนิดในชื่อ Bugatti Centodieci Bugatti Centodieci ถูกผลิตออกมาเพียง 10 คัน เป็นรถรุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจาก Bugatti Chiron แต่มีน้ำหนักเบากว่าประมาณ 20 กิโลกรัม โดยได้แรงบันดาลใจในการสร้างจาก Bugatti EB 110 ไฮเปอร์คาร์ยุคแรกเริ่มของค่ายที่ผลิตออกมาในปี 1991
เบื่อไหมครับ? กับการลดน้ำหนักที่ตรากตรำทำมาตลอดหลายเดือน ทั้งคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือยกเหล็กจนแขนแทบหัก แต่ดูท่าความพยายามจะไร้ผล เพราะผู้ชายพุงพลุ้ยหลายคนเริ่มท้อแท้และสิ้นหวัง จนเผลอคิดเตลิดไปว่า “ถ้าลดน้ำหนักมันยากนัก กูยอมอ้วนต่อไปก็ได้วะ” แต่อย่าเพิ่งหมดศรัทธาไปครับหนุ่ม ๆ เพราะวันนี้ UNLOCKMEN เอาเคล็ดลับการลดน้ำหนักง่าย ๆ มาฝากเหล่าสุภาพบุรุษทุกคน เพียงแค่ดื่มกาแฟดำวันละ 3 แก้ว ก็ช่วยเผาผลาญแคลอรี่และเป็นผู้ชายที่หุ่นดีได้ไม่ยากเลย! วิวัฒนาการของความเชื่อเรื่องกาแฟ มีข้อถกเถียงมากมายเกี่ยวกับประโยชน์และโทษของกาแฟ แล้วเหล่าผู้เชี่ยวชาญก็ยังคงต่อล้อต่อเถียงเชิงทฤษฎีกันมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในยุค 70s และ 80s จะมีนักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่ากาแฟเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาด้านสุขภาพ แต่นั่นคือก่อนที่งานวิจัยจะหยั่งลึกลงไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระที่ซ่อนอยู่ในเมล็ดกาแฟ สารต้านอนุมูลอิสระเป็นสารประกอบที่ช่วยป้องกันและชะลอความเสียหายของเซลล์ ซึ่งหลากหลายงานวิจัยยืนยันแล้วว่ากาแฟไม่ได้แค่ป้องกันโรค หากยังเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ปรับปรุงหน่วยความจำ เพิ่มพละกำลังในการออกกำลังกาย หรือแม้แต่ช่วยให้หนุ่มพุงพลุ้ยลดน้ำหนักได้ในฐานะอาหารไดเอต ดื่มกาแฟช่วยลดความอ้วนได้จริงเหรอ? ศาสตราจารย์ Bob Arnot อายุรแพทย์ชื่อดังเจ้าของหนังสือ The Coffee Lover’s Diet เผยว่าการดื่มกาแฟดำ 3 แก้วต่อวัน โดยปราศจากครีม น้ำตาล และนม นอกจากจะช่วยป้องกันโรคแล้ว ยังทำให้คุณเผาผลาญไขมันได้ดีอีกด้วย เพราะปริมาณคาเฟอีน 400
ผู้ชายอย่างเราแต่ละคนต่างมีมุมมองในการเลือกซื้อรองเท้าแรงแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นตัวรุ่นหรืองานดีไซน์ รวมถึงสีสันบนรองเท้าแต่ละคู่ที่ดึงดูดให้เราเป็นเจ้าของ ขณะเดียวกันกระแสความนิยมของสนีกเกอร์ทั่วโลกทำให้แบรนด์จำนวนมากดีไซน์ออกมาหลากหลายสีสัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในโทนทีมาแรงที่สุดในปีคือ “โทนสีเขียว” ทั้งโทนเข้ม โทนสว่างเรืองแสง ด้วยความนิยมที่กำลังเพิ่มมากขึ้น วันนี้ UNLOCKMEN อยากแนะนำรองเท้า สายเขียว ที่น่าครอบครองในปีนี้ซึ่งจะมีจากค่ายไหนรุ่นอะไรกันบ้าง มาดูกันเลย Nike ZoomX Vaporfly NEXT% “Volt” เริ่มคู่แรกกันกับรองเท้าสายวิ่งจากค่าย Swoosh กับ Nike ZoomX Vaporfly NEXT% “Volt” สีเขียวเรืองแสง อาวุธคู่กายคู่ใหม่ของหนุ่ม ๆ ผู้รักการออกกำลัง พร้อมความนุ่มสบายที่มากกว่าเพราะเพิ่มการใช้โฟม ZoomX ขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ มาพร้อมอัปเปอร์แบบ Flyknit ที่ระบายอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะใส่เดินหรือวิ่งก็ตอบโจทย์ความสบายในการใช้งานทั้งสองแบบ ค่าครอบครองโดยประมาณ : 11,000 บาท Pharrell x Adidas NMD Hu Gum “Solar Yellow” ต่อยอดรองเท้าตระกูล
ตอนที่เราเคยคิดจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง มีคนเคยบอกเราว่า ถ้าอยากทำธุรกิจที่ไม่ต้องกังวลเรื่องขายได้ไม่ได้ “ของกิน” นี่แหละเสี่ยงเจ๊งน้อยที่สุด เพราะยังไงคนก็ต้องกิน ถ้าเทียบกับของสิ้นเปลืองอื่นที่จะใช้ก็ได้ไม่ใช้ก็ได้ เศรษฐกิจฝืด ๆ แบบนี้ เรื่องกินยังเป็นเรื่องใหญ่ที่เรายอมจ่าย หลังจากออกไปทำงานเยอะ ๆ เข้า มีโอกาสเจอคนในวงการอาหารจริง ๆ แล้วพูดคุยกัน ความจริงที่เห็นมันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะการแข่งขันสูง คนก็เอาใจยากขึ้นเยอะ เราเลยเปลี่ยนใจหันหลังให้กับการจับตะหลิวมากอดคีย์บอร์ดแทน มองความเปลี่ยนไปของวงการอาหารจากมุมนอกและทำเรื่องที่ถนัดกว่าอย่างการสั่งมากิน แต่ถ้าวันนี้มีใครสักคนถามเราว่า วงการอาหารยังมีที่ว่างเหลือไหม เราจะพูดว่า “มี” ถ้าคุณเตรียมตอบโจทย์การตั้งคำถามที่ว่า “แล้วเราจะได้อะไร?” จากฝั่งลูกค้าได้มากขึ้นหรือดีกว่าจากสิ่งที่ทั่วโลกกำลังทำอยู่ตอนนี้ และนี่คือคำตอบของนักธุรกิจที่เรารวบรวมมาให้ ทั้งแบบที่เกี่ยวข้องแบบร้านอาหารโดยตรงและคนที่ไม่ได้ลุกขึ้นมาปรุงอาหารเองแต่ก็ขอมีเอี่ยวกับสายนี้ด้วยคน ดังต่อไปนี้ “หิว” แต่ไม่รู้จะกินอะไร ร้านอาหารดี ๆ มีเยอะ อยู่ในตรอกซอกซอยเต็มไปหมด แค่เฉพาะในเมืองหลวงกรุงเทพฯ ยังมีหลายร้านที่เราไม่เคยไปสักครั้งหรืออาจจะไม่โดดเด่นเท่าแบรนด์ดัง วิธีการที่ดีที่สุดที่หลายคนทำคือวิ่งเข้าหน้า Feed และโฆษณาอย่างมีชั้นเชิง หนึ่งในวิธีเรียกร้องความสนใจไปให้คนหิวก็คือการไปเคาะหน้าตาจอถึงที่ เช่นเดียวกับที่ร้านขายเบอร์เกอร์ในต่างประเทศอย่าง Wendy ใช้ คือการโปรโมตร้านผ่านเกม Fornite เกมต่อสู้ยอดนิยม โดยสร้างตัวละครคาแรกเตอร์หญิงเข้าไปทำลายตู้แช่แข็งเบอร์เกอร์ เพราะ Wendy ที่ทนไม่ได้กับการแช่แข็ง


