วันก่อนเราเห็นบทความจากเพจลงทุนแมน สรุปราคาค่าออกแบบโลโก้แบรนด์ดังสนนราคาหลายหลัก รู้สึกทึ่งทั้งงานและราคา เชื่อว่าพ่อแม่คนไหนผ่านมาเห็นและมีลูกเป็นกราฟิกจะต้องยิ้มภูมิใจอย่างแน่นอน ยกเว้น Microsoft กับ CocaCola ไว้สัก 2 แบรนด์เพราะเขาคิดราคาจ่ายไปพร้อมเงินเดือนแล้ว ส่วนโลโก้ Nike ราคานักศึกษาอันนั้นก็คงไม่ต้องพูดถึง ราคาสุดโหดที่จบด้วยงานมินิมัลเหล่านี้ ไม่มีอะไรเป็นบรรทัดฐานตายตัว อยู่ที่ความพอใจกับฝีมือล้วน แน่นอนว่าเบื้องหลังอาจจะมีแนวคิดอัดแน่นกว่าที่เห็นแต่ถ้าไม่เปิดเผยใครจะรู้? แถม “ความสวย” “ความเท่” เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทำให้เกิดช่องว่างราคามหาศาล ในตลาดเลยมีคนออกแบบงานได้ราคาแสนถูกและแพงให้เลือกตามความพอใจ ที่สำคัญวันนี้ยังมี AI เข้ามาเป็นทางเลือกสุดถูกเพิ่มให้อีกตัวด้วย! BRANDCROWD เป็นเว็บไซต์บริการออกแบบโลโก้ที่ใช้ AI ประมวลผลในพริบตาและเคลมว่าตัวเองก็อยู่ท็อป ๆ ของการออกแบบโลโก้เพื่อสร้างแบรนด์ครบวงจร คุณแค่คิดและลงมือพิมพ์ระบุสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่การออกแบบส่วนที่เหลือที่เกี่ยวข้องกับการใช้โลโก้เขาจะเตรียม Artwork พร้อมใช้ให้ได้ทุกส่วน บทความนี้ไม่เหมาะแก่การทุ่มเถียงเอาเป็นเอาตาย ด่า AI ไปก็ใช่เรื่อง เชิญพิสูจน์ความสามารถมันด้วยตาตัวเองแบบเดียวกับเราดีกว่า ใช้เวลาแค่ไม่ถึง 10 นาทีก็ได้โลโก้มาใช้งานแล้ว จากที่เข้าไปใช้ด้วยตัวเอง มันฉลาดกว่าที่คิดและเว็บไซต์นี้ประเมินผลไว และนี่คือ Tutorial เบา ๆ แนะนำการใช้ที่ยืนยันว่ามันง่ายจริงว่ะคุณ 1. พิมพ์ชื่อแบรนด์ที่ต้องการทำ
แม้ในหนึ่งวันเราจะใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าที่ห้อง แต่เชื่อว่าเมื่อกลับห้องไปหนุ่ม ๆ ส่วนใหญ่คงทิ้งตัวนอนแหมะอยู่บนเตียงและแทบไม่อยากก้าวขาออกนอกเขตฟูกเลยแม้แต่น้อย ก็ทำไงได้ล่ะ เตียงมันทั้งนุ่ม สบาย และกว้างขวางมากเสียจนมีพื้นที่ให้เราเกลือกกลิ้งเรือนร่างกำยำ พลิกไปพลิกมา และเปลี่ยนแปลงอิริยาบถได้แทบทุกท่าตามใจนึก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ‘เตียง’ ถึงตอบโจทย์ผู้ชายเราตั้งแต่กิจกรรมทางเพศไปจนถึงกิจกรรมยามว่าง ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและพัฒนาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยก็ยิ่งช่วยยกระดับและรังสรรค์นวัตกรรมเตียงให้มีอะไรมากกว่าแค่เป็นพื้นที่นอนเพื่อฆ่าเวลาแก้เบื่อ Fabio Vinella ดีไซเนอร์หนุ่มร่วมมือกับทีมสถาปนิกชาวอิตาลีออกแบบเตียง HIBED ของแบรนด์ Hi-Interiors ซึ่งเป็นเตียงที่มีแอปพลิเคชันเป็นของตัวเอง ผนวกเฟอร์นิเจอร์ในบ้านและอุปกรณ์อัจฉริยะเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ชายเรา ตัวโครงสร้างเตียงใช้โครงเหล็กพร้อมพื้นผิวไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น ดีไซน์เตียงคล้าย ๆ กระโจมแต่ปราศจากผ้าม่านบดบัง ส่วนบริเวณปลายเท้าติดตั้งหน้าจอโพรเจกเตอร์ 4K และลำโพงขนาด 70 นิ้วที่พับเก็บได้แบบไม่เกะกะ นอกจากอรรถรสที่ได้รับชมภาพยนตร์และซีรีส์เรื่องโปรด เตียง HIBED ยังมีความสามารถในการวิเคราะห์และติดตามรูปแบบการนอนหลับ เพื่อให้หนุ่ม ๆ มีตารางการนอนที่เหมาะสม ซึ่งพวกคุณสามารถตรวจสอบคะแนนการนอนได้ทุกเช้าที่ตื่น เตียงมีระบบ Biometric Parameters ที่พร้อมรายงานคุณภาพอากาศและตรวจวัดอุณหภูมิภายในห้องนอน ทั้งยังวิเคราะห์ระดับเสียงรบกวนหรือแม้แต่น้ำหนักตัวของผู้ใช้ได้อีกด้วย บริเวณหัวเตียงและฐานเตียงสอดแทรกชุดไฟ built-in เพื่อสร้างแสงสว่างในยามค่ำคืนและเอื้อประโยชน์ต่อหนุ่มหนอนหนังสือให้ท่องโลกตัวอักษรได้อย่างสะดวกสบาย เพิ่มระบบการเตือนอัจฉริยะที่จะคอยแจ้งข่าวสารและสภาพอากาศประจำวันให้กับผู้ใช้ เรียกได้ว่าเป็นเตียงนอนที่ครบครัน ทันสมัย และมีฟังก์ชันเจ๋ง ๆ เหมาะกับผู้ชายยุคใหม่อย่างเราเป็นที่สุด ‘HIBED’ ถือเป็นตัวการันตีว่าอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่ง ในรอบหลายศตวรรษของประวัติศาสตร์โดยได้แรงหนุนจากเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและนวัตกรรมล้ำสมัยที่ช่วยให้ชีวิตของผู้ชายเราสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิม
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 ได้เริ่มขึ้นไปแล้ว 1 นัด โดยหลายคนยังไม่รู้ว่าในฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับการแข่งขัน โดยเฉพาะเรื่องของกฏที่ถูกเพิ่มและแก้ไขในฤดูกาลที่จะมาถึงนี้ การเปลี่ยนแปลงกฏในเกมฟุตบอลที่มาจากการอนุมัติของ IFAB (International Football Association Board) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็ได้ถูกนำมาใช้งานกับหลากกฏเกณฑ์ในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลลีกทั่วโลกเช่นกัน โดยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการปรับแก้กฏเกิดขึ้น และก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเช่นกัน มาดูกันว่ามีอะไรใหม่ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่นี้กันบ้าง เพื่ออรรถรสในการรับชมอย่างเข้าใจ VAR มาแล้ว หลังจากที่ถูกใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ค.ศ. 2018 และนำมาทดสอบใช้เบื้องหลังของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ในที่สุด VAR ก็ได้ถูกนำมาประเดิมใช้งานจริง แม้จะเป็นลีกสุดท้ายจาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรปก็ตาม VAR หรือ Video Assistant Referee เป็นระบบที่ช่วยในการตัดสินของผู้ตัดสินหลักที่อยู่ในสนาม โดยมีผู้ตัดสินที่คอยดู VAR และให้คำแนะนำ รวมทั้งมีภาพช้าให้กับผู้ตัดสินหลักได้ชมที่บริเวณข้างสนาม ซึ่งก็จะมีข้อจำกัดด้านเวลาที่สามารถดูได้ และเหตุการณ์ที่สามารถใช้ VAR เพื่อดูได้ เพื่อไม่ให้เกมถูกหยุดไปนานเกินที่มันควรจะเป็น ทั้งนี้ผู้ตัดสินหลักก็จะยังคงมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจสุดท้ายอยู่เหมือนเดิม ทีนี้นอกจากการเพิ่ม VAR
ในขณะที่กองทัพบ้านเรากำลังเล่นการเมืองอย่างหนัก และหันไปโฟกัสการเสริมเขี้ยวเล็บด้วยรถถังพ่วงเรือดำน้ำ แต่ในขณะที่ประเทศฝรั่งเศสได้ก้าวไปอีกหลายขั้น ไม่นานมานี้นาย Emmanuel Macron ได้ประกาศว่าประเทศฝรั่งเศสกำลังจะมีกองทัพอวกาศเป็นของตัวเอง ทั้งนี้เพื่อทำหน้าที่คุ้มกันและดูแลบรรดาดาวเทียมของตน แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการจะยกระดับความปลอดภัยขึ้นไปอีกครั้ง เมื่อรัฐมนตรีกลาโหมของฝรั่งเศสได้ออกแถลงว่าพวกเขากำลังจะสร้างดาวเทียมพร้อมปืนกับเลเซอร์ขึ้น กระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศสเตรียมจัดสรรงบประมาณให้กองทัพเป็นเงิน 700 ล้านยูโร (ราว 24,000 ล้านบาท) เพื่อนำมาใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอวกาศของภาคส่วนทหาร และภายในปีค.ศ. 2025 พวกเขาอาจใช้จ่ายสูงถึง 3,800 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่งในปัจจุบันกองทัพฝรั่งเศสมีเครือข่ายดาวเทียมสื่อสารชื่อ Syracuse ที่กำลังจะถูกปรับปรุงให้มีกล้องคอยตรวจตราดูสภาพโดยรอบ และเพิ่มเติมปืนกลกับเลเซอร์ เพื่อใช้ในการป้องกันตัวเองจากการถูกรุกรานโดยดาวเทียมดวงอื่น Florence Parly รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงความต้องการที่จะพัฒนดาวเทียมขนาดเล็กแบบ Nanosatellites เพื่อขึ้นไปคุ้มกันวัตถุสำคัญของประเทศในอวกาศ เช่น ดาวเทียมของกองทัพ ซึ่ง Nanosatellites เหล่านี้ต้องมีความสามารถพร้อมสำหรับการส่งขึ้นสู่วงโคจร เพื่อไปทดแทนดวงที่มีปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และทางกองทัพก็ต้องการให้มันพร้อมใช้งานเป็นครั้งแรกภายในปีค.ศ. 2030 นี้ ทางฝรั่งเศสอ้างว่าเป้าหมายของการพัฒนาดาวเทียมติดอาวุธเหล่านี้นั้นเป็นมาตรการเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น และจะไม่มีการรุกรานดาวเทียมดวงอื่นก่อน ซึ่งทาง Parly ก็ได้ระบุถึงสนธิสัญญาว่าด้วยการใช้งานอวกาศของสหประชาชาติ ว่าการติดตั้งอาวุธจะไม่เป็นการแหกกฏอย่างแน่นอน เนื่องจากใน Outer Space Treaty นั้นพูดถึงการห้ามนำอาวุธนิวเคลียร์ หรือวัตถุที่มีอนุภาคทำลายล้างสูงไปติดตั้งอยู่ในอวกาศ
ตลาดฟุตบอลในแต่ละปีมีมูลค่ามหาศาลจึงทำให้ Air Jordan แบรนด์กีฬาที่มีจุดเริ่มต้นจากกีฬาบาสเกตบอลเข้ามาตีตลาด เพราะข่าวลือล่าสุดพวกเขาเตรียมจับนักฟุตบอลอาชีพคนแรกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของรองเท้าสตั๊ดที่มีสัญลักษณ์ Jump Man แล้ว ชื่อของ Raheem Sterling นักฟุตบอลจากสโมสร Manchester City กำลังถูกพูดถึง เพราะเขากำลังจะกลายฟุตบอลอาชีพคนแรกในโลกที่เซ็นสัญญากับแบรนด์ Air Jordan ด้วยมูลค่าสัญญาราคา 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสัญญามูลค่ามหาศาลฉบับนี้ จะทำให้เขาได้สวมรองเท้าสตั๊ดยี่ห้อ Air Jordan ลงทำประตูในสังเวียนพรีเมียร์ลีกหากจรดปากกา ศูนย์หน้าวัย 24 ปีของทีมชาติอังกฤษกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกับต้นสังกัด โดยฤดูกาล 2018 – 2019 ที่ผ่านมาเขาโชว์ผลงานได้อย่างสวยหรูด้วยการทำไป 25 ประตูและผ่านบอลให้เพื่อนทำประตู 18 ครั้งจากการลงสนามทั้งหมด 51 นัด ช่วยให้ต้นสังกัดคว้า 3 แชมป์ไปครอง ส่วนฤดูกาล 2019-2020 ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น เจ้าตัวก็เพิ่งซัดแฮตทริกไปในเกมเปิดฤดูกาลที่เจอกับเบิร์นลีย์ ผลงานที่ยอดเยี่ยมนี่เองที่ทำให้ Nike สปอนเซอร์เดิมของเขา กำลังหาทางเจรจาเพื่อให้ได้ตัว Raheem มาเปิดตลาดของแบรนด์ในเครือ Air Jordan ถ้าสัญญาฉบับนี้เกิดขึ้น
แม้ Kobe Bryant สุดยอดนักบาสเกตบอลจะอำลาวงการยัดห่วงไปแล้ว แต่ผู้คนยังนิยมและสนใจรองเท้า Signature ประจำตัวเขาอยู่เสมอ ล่าสุด UNDEFEATED ค่ายจอมคอลแลปส์ก็เตรียมหยิบ Zoom Kobe 4 โมเดลสุดงามมาดีไซน์ใหม่อีกครั้ง หลังจากเคยประสบความสำเร็จจาก Kobe 1 Protro มาก่อนหน้านี้ UNDEFEATED ถือเป็นแบรนด์ที่จับรองเท้าคู่ไหนมา Collaboration ก็ได้รับความนิยมตลอด ในปี 2018 พวกเขาเคยจับโมเดลรองเท้าบาสเกตบอล Kobe 1 Protro มารีดีไซน์ใหม่ จนสี “Flight Jacket” และ “Purple” กลายเป็นของแรร์และเป็นรองเท้าที่มีราคาสูงระดับท็อปของตลาด ในปีนี้พวกเขาจึงกลับมาอีกครั้งด้วย UNDEFEATED x Nike Kobe 4 Protro Pack UNDEFEATED x Nike Kobe 4 Protro Pack แบ่งออกเป็น 4 สี แต่ละสีมาจากทีมใน NBA ได้แก่ Milwaukee Bucks, Phoenix Suns, San Antonio Spurs รวมถึงสีม่วง-เหลืองตัวแทนของต้นสังกัดของ
“Live fast, die young, and make a beautiful corpse” แต่ละคนต่างก็มีคติในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป สำหรับเหล่านักซิ่งฝรั่งเศสในยุค 1970 ก็มีคติเป็นของตัวเองเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่กลัวความตาย หลงใหลการขับขี่บนมอเตอร์ไซค์ที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจ และแตกสลายยากจะเยียวยา ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจและไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม Biker วัยรุ่นชายขอบของปารีส UNLOCKMEN จะพาย้อนเวลาไปยังวันเก่าก่อน กลับไปสู่ยุค 70 เพื่อสัมผัสความเท่ของสิงห์นักบิดผู้มีความคิดเป็นของตัวเอง เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในปี 1970 ที่มหานครปารีสอันเต็มไปด้วยกลุ่มวัยรุ่นที่มีความคิดเป็นของตัวเอง เมื่อช่างภาพชาวฝรั่งเศสนาม Yan Morvan สนใจวิถีชีวิตของเหล่านักบิดหนุ่มสาวที่ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่กับครอบครัวในย่านชานเมืองปารีส เขาจึงมุ่งหน้าไปยังชายขอบของเมืองหลวงเพื่อสัมผัสความคิดและวัฒนธรรมของเหล่าวัยรุ่นที่ฝากชีวิตไว้บนมอเตอร์ไซค์ กลุ่มวัยรุ่นที่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ถูกผู้คนทั่วไปเรียกว่าแก๊ง Biker พวกเขาจะชอบออกมารวมกลุ่มกันในคืนวันเสาร์พร้อมกับออกตะลุยไปตามเส้นทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนสายประวัติศาสตร์ชื่อก้องโลกอย่าง Champs-Elysees ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก หรือขี่รถเล่นกันเป็นกลุ่มรอบย่าน Bastille เมืองที่มีคุกบัสตีย์อันโด่งดัง เพื่อสัมผัสบรรยากาศของปารีสยามค่ำคืน Yan Morvan ใช้เวลาเกือบสามปีเข้าไปคลุกคลีอยู่ในแก๊งนักบิด บันทึกทุกเรื่องราวผ่านภาพถ่ายให้ได้รับรู้ถึงไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของพวกเขา ว่านอกจากจะขี่รถไปทั่วแล้วเวลาว่างที่เหลือเหล่าวัยรุ่นทำอะไรกันบ้าง และก็ได้รู้ว่ากิจกรรมในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่นอกจากออกไปซิ่งรถคือการต้มเหล้ากินเอง ปาร์ตี้ เสพยา ตีกับแก๊งคู่แค้น และเดินเล่นรอบเมืองพร้อมกับพกมีดสวิตช์ไปไหนมาไหน เหล่านักบิดที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนมักมีงานอีเวนต์หรือปาร์ตี้ครั้งใหญ่เรียกว่า BFF Party
หนุ่ม ๆ ผู้ชื่นชอบสนีกเกอร์คงจะรู้จัก Adidas Consortium กันดีอยู่แล้ว เพราะมันคือการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ดังอย่าง Adidas กับร้านแฟชั่นที่ทางแบรนด์เลือกเพื่อร่วมกันดีไซน์ผลงานแฟชั่นที่น่าสนใจ และในครั้งนี้ร้านรองเท้าชื่อดัง Nice Kick ที่เป็น Adidas Consortium ปล่อยผลงานใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ฮิปปี้และงานเทศกาลสุดโหด Woodstock Woodstock ถือเป็นงานเทศกาลดนตรีที่โด่งดังที่สุดงานหนึ่งของโลก ด้วยจุดประสงค์ตอนแรกเริ่มคือการรวมตัวกันของคนคอเดียวกันกับกิจกรรมกลางแจ้งสนุก ๆ อย่าง กางเต็นท์ เล่นโยคะ ปาร์ตี้กันทั้งวันทั้งคืน และมีคนกว่าครึ่งแสนแห่แหนกันมายังเทศกาลดนตรีนี้ แต่ภายหลังจุดมุ่งหมายเดิมของการจัดงาน Woodstock ได้เปลี่ยนไป เพราะกระแสของสังคมที่ต่อต้านสงครามเวียดนาม ต้องการความสงบและสันติภาพ ทำให้เหล่าวัยรุ่นที่มาฟังเพลงกลายเป็นกลุ่มฮิปปี้ไปได้อย่างไรก็ไม่รู้ บวกกับความล้มเหลวครั้งใหญ่ในปี 1999 ที่เปลี่ยนให้งานดนตรีกลายเป็นแหล่งอาชญากรรม ทำให้เทศกาลดนตรีหายไปจากโลกอยู่พักใหญ่ และในตอนนี้งาน Woodstock ก็กลับมาอีกครั้งในช่วงกลางเดือนสิงหาคมปี 2019 บวกกับเรื่องราวสุดโหดของเทศกาลดนตรีที่ก้าวผ่านกาลเวลามาตั้งแต่ปี 1969 ร้านแฟชั่นชื่อดังอย่าง Nice Kick จึงยกเรื่องราวทั้งหมดมาอยู่บนรองเท้า UltraBOOST Nice Kick นำเสนอเรื่องราวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสไตล์ของกลุ่มบุปผาชนหรือฮิปปี้ด้วยสีสันบนผ้ามัดย้อม หนึ่งในสัญลักษณ์อันแสนสำคัญของฮิปปี้ เกลียวของสีที่อยู่บนผ้าส่งให้สนีกเกอร์ UltraBOOST โดดเด่น สีเจ็บจี๊ดบนผ้าจะถูกประกอบเข้ากับพื้นรองเท้าและเชือกรองเท้าสีขาวได้อย่างลงตัว
วงดนตรีที่ดีไม่จำเป็นต้องมีสมาชิกเยอะเสมอไป จริงอยู่ที่ว่าเครื่องดนตรียิ่งเยอะ ยิ่งเพิ่มความอลังการให้ซาวด์ แต่วงร็อกสไตล์ดูโอหลายวง แม้จะมีสมาชิกถาวรเพียง 2 คนเท่านั้น พวกเขาก็เคยพิสูจน์ในหน้าประวัติศาสตร์วงการร็อกมาแล้วว่าสามารถออกแบบโชว์ให้สนุกสนาน และน่าสนใจได้ไม่แพ้วงใหญ่ ๆ เลย สำหรับยุคนี้ เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง ‘Twenty One Pilots’ สองคู่หู Tylor Joseph และ Josh Dunn จากรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา เจ้าของเพลงฮิตอย่าง Stressed Out, Ride, Heathens และ Jumpsuit อีกทั้งพวกเขายังเป็นเจ้าของรางวัลใหญ่ Grammy Award สาขา Best Pop Duo/Group Performance เมื่อปี 2017 อีกด้วย ทั้งคู่มีแนวทางดนตรีที่ชัดเจน หากแต่ยากจะนิยามว่าเพลงของพวกเขาเป็นแนวอะไรกันแน่ โดย Tyler Joseph จะรับหน้าที่ร้องนำ สลับสับเปลี่ยนเครื่องดนตรีที่เล่นบนเวทีไปเรื่อย ๆ (ส่วนมากจะเป็นเบสและเปียโน) และ Josh Dunn รับหน้าที่ตีกลอง พวกเขานำเอาดนตรีหลากหลายประเภททั้ง ร็อก ฮิปฮอป อิเล็กทรอนิกส์


