ยกระดับการเล่นเกม PlayStation 4 ให้มันส์ไปอีกขั้นด้วย ‘RAZER RAIJU ULTIMATE PS4’ คอนโทรลเลอร์ระดับพรีเมียมที่ทำให้การควบคุมเกมแม่นยำและสะดวกขึ้น Razer ดีไซน์ขนาดและรูปร่างมาพอ ๆ กับ Xbox One และ Nintendo Switch Pro แต่จะใหญ่และมีน้ำหนักมากกว่าเล็กน้อย ทำให้มีพื้นที่วางมือกว้างขึ้น ช่วยในการยึดเกาะและทำให้ผู้เล่นจับจอยได้ถนัดมือกว่าเดิม RAZER RAIJU ULTIMATE PS4 เป็นคอนโทรลเลอร์ไร้สายที่ remap ปุ่ม multi-function และปรับแต่งปุ่ม adjusting sensitivity ผ่านแอปพลิเคชัน Razer ในสมาร์ตโฟนได้อย่างง่ายดาย หรือจะปรับจูนแรงสั่นของ analog เพิ่มก็ยังได้ เรียกได้ว่าปรับแต่งตัวเครื่องได้ตามความถนัดในการเล่นของหนุ่ม ๆ แต่ละคนเลย เพิ่มโหมด hair trigger เพื่อให้กดสั่งงานไวขึ้น ดีไซน์ปุ่มให้กว้างกว่ารุ่นก่อน กดง่าย และมีสปริงตีกลับทันที เหมาะกับเกมแข่งรถหรือเกมที่ต้องใช้การยิงอย่างรวดเร็ว นอกจากปุ่ม L1, L2, R1 และ R2
ในโลกของกีฬามอเตอร์สปอร์ต สิ่งสำคัญที่คนในวงการต่างให้ความสำคัญก็คือเรื่องของ “ความเร็ว” เพราะมันคือหัวใจหลักที่จะตัดสินผลแพ้ชนะในการแข่งขัน และเป็นเรื่องที่ทั้งตัวนักขับ ทีมวิเคราะห์ ทีมเทคนิค รวมไปถึงทีมช่างทุกคนต่างทำงานอย่างหนักเพื่อให้รถยนต์จากทีมของพวกเขาเร็วที่สุด เพื่อจะทะยานแซงรถทุกคันเข้าสู่เส้นชัยเป็นอันดับ 1 ถ้าพูดถึงทีมมอเตอร์สปอร์ตชั้นนำจากเอเชียชื่อของ BMW Team Studie คืออีกชื่อที่ผู้รักความเร็วทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจ เพราะพวกเขาคือทีมแข่งขันของ BMW จากประเทศญี่ปุ่นที่มีทั้งนักขับมือฉมังและทีมงานมืออาชีพซึ่งทำงานภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือการเป็นเจ้าความเร็วในทุกสนามที่ลงแข่งขัน รายการ Blancpain GT Series Asia 2019 (บลองค์แปง จีที ซีรีส์ เอเชีย) พวกเขาก็พร้อมมาร่วมล่าแชมป์ด้วย BMW M4 GT4 ที่มากับลวดลายชุดแข่งใหม่ที่จะสะกดสายตาทุกคู่ในสนาม สำหรับ Blancpain GT Series Asia 2019 เป็นการแข่งขันรถยนต์ประเภท Grand Tourer ระดับโลกของทวีปเอเชียที่จัดโดย SRO MotorSport เป็นซีรีส์แข่งขันที่เต็มไปด้วยทีมมอเตอร์สปอร์ตชั้นนำจากทั่วทั้งทวีป แข่งขันแบบเก็บสะสมแต้มจากทั้งหมด 6 สนาม สนามแรกจัดที่ Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย ทีม
สำหรับลูกผู้ชายอย่างเราพ่อคือต้นแบบของการกระทำหลาย ๆ อย่าง เขาทำให้เราอยากเก่งแบบเขา อยากเท่เหมือนเขา และอยากแข็งแกร่งให้ได้ครึ่งหนึ่งของเขา ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่หล่อหลอมให้เรากลายเป็น ‘เรา’ ในวันนี้ ส่วนหนึ่งก็ได้มาจากพ่อ แม้จะไม่ใช่คนอุ้มท้อง ไม่ใช่ต้นกำเนิดของน้ำนม และไม่ใช่แม้กระทั่งคนที่นอนให้ซบหน้าอกจนหลับไป แต่เชื่อว่าความรักของพ่อที่มีต่อลูกชายไม่ได้มีน้อยไปกว่าความรักจากแม่แม้แต่น้อย UNLOCKMEN เลยอยากพาลูกชายของคุณพ่อทุกคนไปซึมซับความรักและไปดูอีกมุมหนึ่งของคนผู้เป็นพ่อผ่านคอลเลกชันภาพถ่าย ‘THE FRAGILITY OF FATHERHOOD’ ของ TROY COLBY ที่อาจทำให้คุณรู้สึกเฉย ๆ ทำให้คิดถึงพ่อ หรือทำให้รู้ว่าบางครั้ง ‘พ่อ’ ก็ไม่ได้แข็งแกร่งเสมอไป เมื่อมีลูก ความเครียดและความวิตกกังวลก็ถาโถมเข้าใส่คุณพ่อหลายคนอย่างจัง แม้การมีลูกจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่การเลี้ยงลูกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน สำหรับ TROY COLBY ช่างภาพอเมริกันวัย 43 ปีคนนี้ก็คงไม่ต่างกัน อายุที่เพิ่มขึ้น ความกังวลใจของเขาก็เพิ่มตามมาด้วย เป้าหมายที่จะทำตัวเข้มแข็งและไร้อารมณ์ความรู้สึกใด ๆ กลับไร้ผล เพราะเมื่อมีลูกจริง ๆ ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่าเพศพ่อนั้นอ่อนแอได้เหมือนกัน โลกที่เปิดกว้างจนชายและหญิงเท่าเทียมกันทำให้บทบาทของพ่อในปัจจุบันต่างจากอดีต พ่อไม่จำเป็นต้องหาเลี้ยงครอบครัวและเป็นนักล่าประจำชนเผ่าเหมือนแต่ก่อน และความคิดที่ว่า “พ่อทำอะไรให้ลูกน้อยกว่าแม่” จึงผุดขึ้นในหัวของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะช่างภาพเขาจึงเลือกจะหมุนเลนส์กล้องที่เคยจ่อไปที่ธรรมชาติ ผู้คน
คงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด กับการที่ใครสักคนอยากมีภาพลักษณ์ที่ดูดี แม้กระทั่งหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย ก็ไม่วายที่จะอยากดูหล่อดูเท่ แม้หลายคนจะปฏิเสธว่า “ฉันมันหนุ่มเซอร์ ฉันไม่สนใจอะไรหรอก” แต่เอาเข้าจริงแล้วพวกเราก็ไม่อาจละทิ้งสัญชาตญาณสิ่งมีชีวิตเพศชาย ที่อาศัยภาพลักษณ์ที่ดูดีโดดเด่น ในการดึงดูดเพศตรงข้าม และแสดงถึงอำนาจ รวมถึงความมั่นใจในการรวมกลุ่ม สังเกตง่าย ๆ ได้จากแพนหางสุดดึงดูดของนกยูงตัวผู้ หรือแผงคอของสิงโตจ้าวป่า ที่ยิ่งมีความแตกต่าง โดดเด่นจากตัวอื่นในฝูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเท่านั้น ย้อนกลับมาดูที่มนุษย์เรา แม้จะไม่ได้มีแพนหางสีสันสดใส หรือแผงคออันน่าเกรงขาม แต่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีนั้น ได้ถูกถ่ายทอดออกมายังเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ซึ่งต้องบอกว่าการแต่งตัวนั้นคือ “ศาสตร์” ที่สร้างให้เราแตกต่างจากคนอื่น โดยไม่จำเป็นต้องแคร์ลักษณะทางกายภาพ เรื่องรูปร่างหน้าตา แต่การแต่งตัวที่มีเอกลักษณ์นั้นสามารถสร้างสไตล์ที่โดดเด่นให้ผู้ชายอย่างเรา ๆ ดูดีได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปเดท หรือประชุมคุยงานกับลูกค้า ลุคเท่ ๆ ที่เรามั่นใจนั้นเป็นอะไรที่สร้างแต้มต่อให้พบกับโอกาสดี ๆ ได้มากมายกว่าที่คิด และอย่างที่บอกไปแล้วว่า ลุคเท่ ๆ ดูดี โดดเด่นนั้น ใจความสำคัญคือความต่าง ถ้าเลือกแต่งตัวเหมือนกันหมด คงเป็นไปได้ยากที่จะสร้างสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร แต่ถ้าจะให้แนะนำเคล็ดลับว่าต้องแต่งตัวอย่างไรถึงจะเท่ ดูดี มีสไตล์ เราคงบอกได้แค่ว่า “เคล็ดลับ
หลังจากสู้งานหนักมาตลอดทั้งเดือน ประคองชีวิตเหนื่อย ๆ มาตลอดทั้งปี การมีช่วงวันหยุดวันพักให้ตัวเองมีเวลาว่างทั้งที หนุ่ม ๆ ทั้งหลายคงถือโอกาสเตรียมการเดินทางพักผ่อนให้กับตัวเองเอาไว้แล้ว บางคนอาจเลือกที่จะบินตรงไปถึงจุดหมายเพื่อความรวดเร็ว แต่สำหรับผู้ชายสาย Road trip ที่ชอบขับรถท่องเที่ยวเองพร้อมนั่งฮัมเพลงสบาย ๆ นี่ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่จะได้เดินทางไปกับรถคันคู่ใจ เพื่อมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับตัวเอง สำหรับขาประจำที่เคยมีประสบการณ์จัดทริปขับรถทางไกลคงรู้ดีว่าการเตรียมตัวและวางแผนให้พร้อม จะช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พัก เส้นทางและจุดหมายสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของน้ำมันที่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับ Road Trip ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะน้ำมันที่ดีเปรียบเสมือนเลือดที่รถยนต์ขาดไม่ได้ ให้อะไรกับรถยนต์และตัวคุณมากกว่าที่คิด วันนี้ UNLOCKMEN เลยถือโอกาสพิสูจน์น้ำมันคุณภาพสูงจาก Caltex ที่มาพร้อมเทคโนโลยี TECHRON ด้วยทริปส่วนตัวของเรา มาดูกันว่าการเดินทางด้วยน้ำมันคุณภาพเต็มถังในครั้งนี้จะมีผลดีต่อรถยนต์และการเดินทางของเรายังไงกันบ้าง กำลังเครื่องยนต์และสมรรถนะที่ดีขึ้น อาการเครื่องยนต์มีปัญหาหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ มีต้นเหตุมาจากการเลือกเติมน้ำมันที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้เกิดการสะสมตัวของคราบสกปรกภายในห้องเผาไหม้ ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มที่และอาจมีปัญหาใหญ่ตามมาในระยะยาว แต่การเลือกเติมน้ำมันคุณภาพสูงจาก Caltex ในทริปครั้งนี้ของเราช่วยลดปัญหาได้เพราะ Polyetheramine หนึ่งในส่วนผสมของน้ำมันสูตรเทครอน ไม่ได้ทำหน้าที่แค่กำจัดคราบเขม่าคาร์บอนที่สะสมในเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังทำความสะอาดคราบสกปรกที่มีผลต่ออัตราการเร่งด้วย ทำให้ทุกครั้งที่เราเหยียบคันเร่งก็ได้สัมผัสถึงอัตราการทำความเร็วที่มีพลังมากขึ้นจากรถยนต์ที่ใช้งานอยู่จนรู้สึกเหมือนรถใหม่ในวันแรกที่เจอกัน การขับขี่ที่ต่อเนื่องและนุ่มนวล หลายคนอาจเคยเจอกับอาการตอบสนองช้าและเครื่องยนต์สะดุดจากรถที่ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างสตาร์ทเครื่องยนต์ ขับขี่และเร่งเครื่อง ซึ่งส่วนใหญ่มักเจอในรถยนต์ที่ใช้งานวิ่งในระยะสั้นเป็นประจำและมีคราบเขม่าอุดตันที่หัวฉีดทำให้อัตราการจ่ายน้ำมันไม่ต่อเนื่อง เป็นสาเหตุให้เกิดอาการจุกจิกต่าง
“Safeplanet” ความหมายของมันคือการเป็นที่ปลอดภัยของพวกเรา เราอยากมีที่ที่เป็นจุดยืนของเราได้ เป็นเหมือนกับแกลเลอรีเล็ก ๆ ที่จะวาดหรือระบายอะไรลงไปในนั้นก็ได้ โดยที่ไม่มีใครมามองว่ามันถูกหรือผิด” ความหมายของชื่อวงดนตรีที่เกิดจากความหลงใหลเสียงเพลงของ เอเลี่ยน-ฐิติภัทร อรรถจินดา (ร้องนำ-กีตาร์) ดอย- อภิวิชญ์ คำฟู (กลอง) และ ยี่-ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ (เบส) จนเกิดเป็นวงดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสียงกีตาร์ลีดและจังหวะเครื่องเคาะ รวมไปถึงเนื้อร้องและทำนองที่ทั้ง 3 คนกลั่นกรองออกมาเป็นเพลงที่พวกเขาเรียกกันว่า “แนวเซฟ” นับตั้งแต่ “กล่องดำ” เพลงแรกที่ปล่อยออกมา จนมาถึง “ข้างกาย” ซิงเกิ้ลล่าสุด พวกเขาต้องลองผิดลองถูกกับอะไรมาบ้างกว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ทั้งสามยังคงยึดถือแนวทางและตัวตนในการเล่นดนตรีแบบ Safeplanet อยู่เสมอ มาทำความรู้จักกับศิลปินวงแรกของ UNLOCKMEN “GARAGE : Live Session” งานดนตรีสดสุดมันส์ แต่บรรยากาศอบอุ่นชิดใกล้เหมือนฟังเพลงที่หลังบ้านใครสักคน เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Safeplanet ให้ฟังหน่อย ดอย : จุดเริ่มต้นของเราเริ่มจากเมื่อก่อนผมกับเอเคยทำวงดนตรีด้วยกันมาก่อน ตอนนั้นใช้ชื่อว่า Shadow Snare ครับ ทำกันมาได้สักระยะมาถึงจุดหนึ่งที่ความคิดไม่ตรงกันวงก็เลยแตกไป ทำให้เหลือกันอยู่สองคน ตอนนั้นเราชอบสไตล์ดนตรีที่เหมือนกัน เอก็เลยชวนผมเริ่มทำวงใหม่ เอเลี่ยน : เริ่มจากที่ดอยเล่ามาครับ ผมกับดอยมาตั้งเป็น Safeplanet ส่วนยี่เป็นรุ่นน้องที่มหิดล
เคยนับบ้างไหมว่าเราหมดเวลาไปกับการทำงานกี่ชั่วโมงต่อวัน? หากคิดเล่น ๆ คงประมาณหนึ่งในสามของวันเลยละมั้ง ตั้งแต่เรียนจบและเริ่มชีวิตการทำงานอย่างจริงจัง งานและชีวิตประจำวันก็ผูกโยงกันโดยสมบูรณ์ ถึงจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในออฟฟิศมากกว่าบ้านก็เถอะ แต่คงไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกที่จะทำงานอย่างผาสุกสวัสดี งานกองมหึมาที่ว่ายากดูเป็นเรื่องขี้หมาไปเลยถ้าเทียบกับคนและวัฒนธรรมองค์กร ไหนจะเอาเปรียบ ไหนจะความเละเทะของระบบบริหาร หรือแม้แต่ความจู้จี้จุกจิกน่ารำคาญของหัวหน้า ทั้งหมดนี้ทำให้เรามีทัศนคติเชิงลบกับองค์กร และเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหามากมายที่บ่มเพาะให้คุณกลายเป็นพนักงานในคราบตัวร้ายทำลายองค์กร แล้วพฤติกรรมไหนควรทิ้งไป ทัศนคติใดควรลบกันแน่? “งานนี้ให้คนอื่นทำเถอะครับ ผมคงไม่เหมาะ” การเลี่ยงจากหน้าที่และความรับผิดชอบ อันเนื่องมาจากความคิดว่าตนไม่สามารถทำงานบางอย่างได้ นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไร อย่าลืมว่าเราต้องฝึกฝนและทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย แม้งานที่เคยทำจะมีข้อผิดพลาดหรือถูกตำหนิอยู่บ่อยครั้ง แทนที่จะก่นด่าองค์กรแล้วผละความรับผิดชอบออกไปให้คนอื่น จะดีกว่าไหมถ้าคุณเปิดใจยอมรับและนำข้อผิดพลาดในอดีตมาปรับปรุงงานปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าทุกสังคมการทำงานจะยอมรับคำว่า “ไม่อยากก็ทำก็ไม่ต้องทำ” เสมอไป การเลี่ยงงานยาก ๆ และนั่งเป็นพระราชาอยู่ในคอมฟอร์ตโซนต่อไป คงไม่ทำให้ทั้งคุณและองค์กรของคุณเติบโตขึ้นได้ “ถ้าไม่นับงาน ผมก็ชอบทำทุกอย่างในออฟฟิศ” อีกหนึ่งนิสัยที่แก้ไม่เคยหายคือความขี้เกียจทำงาน และความขยันขันแข็งกับอะไรที่ไม่ใช่งาน แม้อยู่ในชั่วโมงงานแต่เวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการฟังเพลง เล่นเกม ตอบแช็ต หรือแม้แต่แสร้งพิมพ์ดีดมัน ๆ พร้อมสีหน้ามุ่งมั่นปนเครียดเพื่อให้หลายคนคิดว่าคุณกำลังทำงานอย่างหนัก คุณมักจะนั่งเหม่อลอยในห้องประชุม มาสายจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ หรือแม้แต่บ่นเป็นหมีกินผึ้งกับเรื่องหยุมหยิม หากทั้งหมดที่กล่าวมานี้บ่งบอกถึงความเป็นคุณ หนุ่ม ๆ อาจต้องพิจารณาตัวเอง แล้วรีบแก้ไขมันซะ! ก่อนที่จะสายและบ่อนทำลายองค์กรมากไปกว่านี้ “โคตรไม่ชอบขี้หน้าไอ้แว่นนี่เลยว่ะ” แม้การติฉินนินทาจะไม่ใช่เรื่องที่หลายคนสันทัด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังมีให้เห็น จริงอยู่ที่การพูดคุยจะทำให้งานราบรื่นและนำมาซึ่งการทำงานร่วมกันอย่างสันติ
สำหรับใครที่ตามอ่านแฟชั่นของ UNLOCKMEN มาตลอด ในช่วงนี้ก็มักจะเห็นไอเทมพิเศษที่นำเรื่องราวของ Gundam มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาแบรนด์ต่าง ๆ รองเท้ากีฬา และเสื้อหลากสไตล์ รวมถึงแบรนด์สนีกเกอร์สัญชาติจีนอย่าง 361° ที่นำโมบิลสูทยอดฮิตมาอยู่บนรองเท้ากีฬาด้วยเช่นกัน 361° (Three-Sixty-One Degree) เป็นแบรนด์รองเท้ากีฬาจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยช่วงตั้งต้นจะมุ่งเน้นไปยังการพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์เหล่านักกีฬาโดยเฉพาะกับบาสเกตบอลและการวิ่ง และเริ่มเป็นที่จับตามองของโลกเมื่อซาราห์ เคราซ์ นักวิ่งมาราธอนสามารถวิ่งเข้าเส้นชัยชิคาโกมาราธอน ถือเป็นนักวิ่งหญิงสัญชาติอเมริกันคนแรกที่เข้าเส้นชัยในงานวิ่งนี้ โดยตอนที่เธอแข่งขันได้สวมใส่รองเท้าวิ่ง 361° ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น 361° เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในแวดวงนักกีฬาต่างชาติที่ไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศจีน ช่วงหลังมานี้เหมือนว่าทางแบรนด์ก็หมั่นออกแบบสนีกเกอร์เท่ ๆ มากขึ้น เพื่อให้รองเท้าสำหรับการออกกำลังกายเป็นรองเท้าที่โดดเด่นทุกโอกาส ซึ่งเห็นได้ชัดจากครั้งนี้ที่หยิบโมบิลสูทจากการ์ตูนญี่ปุ่นยอดฮิตอย่าง Gundam มาสร้างสรรค์รองเท้าคู่พิเศษ โดยได้โมบิลสูทยอดฮิตอย่าง RX-78-2 มาเป็นแบบ สนีกเกอร์ 361 x Gundam คู่นี้จะมีดีไซน์วินเทจ ประกอบด้วยแผ่นหนังสีขาวซ้ำซ้อนทับกันและตาข่ายสีขาว พร้อมกับซ่อนสัญลักษณ์ของ Amuro Ray นักบินคนแรกที่ปรากฏตัวในการ์ตูน Gundam เอาไว้ ส่วนพื้นรองเท้าบริเวณสีแดงและสีน้ำเงินทำจาก TPU (Thermoplastic Polyurethan) ยืดหยุ่นง่ายไม่เสียรูปทรง และไม่ลืมเพิ่มความโดดเด่นให้กับสนีกเกอร์ด้วยสีเหลืองตัดขอบดำที่ได้แบบมาจากดวงตาของ
หากพูดถึงคำว่า Britpop เชื่อว่าแฟนเพลงหลายคนจะต้องคิดถึงชื่อของ Oasis หรือ Blur ขึ้นมาทันทีแบบไม่ต้องคิด ในช่วงกลางปี 1990 เพลง Alternative Rock จากอังกฤษกลายเป็นคลื่นวัฒนธรรมลูกใหญ่ที่สาดซัดไปทั่วโลก มี 4 วงดนตรีแถวหน้าที่ผงาดง้ำกว่าใคร นั่นก็คือ Oasis, Blur, Suede และ Pulp พวกเขาถูกผู้คนเรียกว่า Big Four แห่งยุค 90 เกิดการช่วงชิงตำแหน่งบนชาร์ตและพื้นที่สื่อกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ Oasis และ Blur ดูจะเป็นที่นิยมมากกว่าในบ้านเรา ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงวง Blur กัน พวกเขามีเพลงฮิตเหนือกาลเวลามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Song2, Girls and Boys, Tender หรือ Parklife แต่เราจะไม่พูดถึงเพลงเหล่านั้น เพราะนี่คือเพลย์ลิสต์รวมเพลงอื่น ๆ ที่ไม่ดังแต่ฟังดีของ Blur สำหรับสาวกก็อาจจะฟังกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ใครที่ไม่ได้ฟังวงนี้บ่อยนัก บอกตรง ๆ ว่าเราไม่อยากให้พวกคุณพลาดของดีที่กำลังจะกล่าวถึงในต่อไปนี้…


