เม็กซิโกถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ยังต้องเผชิญกับปัญหายาเสพติดและการคอร์รัปชันมายาวนาน การปราบปรามตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้รัฐยึดทรัพย์จากผู้กระทำผิดได้จำนวนมาก โดยหนึ่งในทรัพย์สินเหล่านั้นนั้นคือซูเปอร์คาร์และรถราคาหรูราคาแพงระยับจำนวนมากจึงเป็นโอกาสดีที่รัฐฯ จะนำรถหรูเหล่านั้นออกประมูลเพื่อนำเงินที่ได้มาไปพัฒนาชุมชนยากจนในประเทศต่อไป รัฐบาลเม็กซิโกภายใต้การนำของ Anders Manuel Lopez Obrador (แอนเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์) ประธานาธิบดีคนที่ 58 ที่กำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนด้อยโอกาสในประเทศ หนึ่งในหนทางการพัฒนานั้นคืองานจัดประมูลรถหรูกว่า 80 คันที่ยึดมาได้จากพ่อค้ายาเสพติดและบุคคลฉ้อโกงที่ถูกยึดทรัพย์ โดยเงินทั้งหมดมีแผนจะนำไปพัฒนาชุมชนที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในประเทศ ณ รัฐ Oaxaca (โอคาซากา) รายชื่อรถยนต์ทั้ง 82 คันในลิสต์การประมูลประกอบไปด้วยคันที่น่าสนใจอย่าง Lamborghini Mucielago ปี 2007, Ford Mustang ปี 1965, Chevrolet Corvette C7 ปี 2014, Ford Shelby F-150 รวมไปถึงตัวคลาสสิกอย่าง Volkswagen Beetle ปี 1951 นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย Chevrolet Suburban แบบกันกระสุนอีก 25 คันซึ่งเป็นรถแบบเดียวกันกับที่แรปเปอร์อย่าง 50
แม้หลายแบรนด์แฟชั่นจะผลิตรองเท้าคอลเลกชันใหม่มาประจันหน้ากันไม่หยุดหย่อน แต่ถ้าพูดถึงความคลาสสิกและความร่วมสมัยที่ถูกใจผู้ชายอย่างเรา คงไม่มีแบรนด์ไหนโค่นล้ม GUCCI ไปได้แน่นอน คราวนี้ GUCCI กลับมาทวงบัลลังก์เจ้าพ่อแฟชั่น slide sandal อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรองเท้าแตะสองคอลเลกชันใหม่สุดเท่ LOGO LEATHER RUBBER SLIDE และ GG CUT-OUT RUBBER SLIDE ที่ดีไซน์พื้นรองเท้าให้นุ่มเบาสบายเหมาะสำหรับใส่ในช่วงร้อน ๆ ฝน ๆ แบบนี้ เสริมความเฟี้ยวด้วยหนังคุณภาพ 2 แบบ 2 สไตล์ สะท้อน DNA แบรนด์ไฮเอนด์ที่คงความร่วมสมัยมาตั้งแต่ยุคแรกของวงการแฟชั่น LOGO LEATHER RUBBER SLIDE รองเท้าแตะสีดำแบบคาดที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดกีฬาย้อนยุค ผลิตด้วยหนัง embossed leather ผ่านการตกแต่งผิวให้เรียบเนียนก่อนจะนำไปเคลือบและอัดลายตามแม่พิมพ์ เพิ่มความแข็งแรงทนทานในการยึดเกาะด้วยสายรัด velvro คุณภาพเยี่ยม ด้านหน้าออกแบบลายปั๊มนูนสีส้มเขียนว่า “GUCCI” ใช้ฟอนต์ย้อนยุคสไตล์ SEGA-esque house จากบริษัทผลิตวิดีโอเกมสัญชาติญี่ปุ่น ก่อนจะล้อมรอบลายปั๊มนูนสีส้มอีกชั้นด้วยลายเส้นสีขาวบางให้ดูคลาสสิกและร่วมสมัยตามแบบฉบับ GUCCI GG CUT-OUT RUBBER
‘วงเปลี่ยนแนว’ ฟังเผิน ๆ เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งนี้แหละคือชนวนใหญ่เบ้งที่ทำให้ศิลปินทุกยุคทุกสมัยเป็นอันกระทบกระทั่งกับแฟนเพลง อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหากแฟนเพลงจะเกิดความรู้สึกไม่พอใจ เพราะพวกเขาอาจเลือกติดตามวง ๆ หนึ่ง ด้วยเหตุผลว่าแนวเพลงถูกใจ วันใดที่วงไม่สามารถตอบสนองตรงนี้ได้ก็อาจจะต้องมีปากมีเสียง (ผ่านทางคอมเมนต์) กันบ้างเป็นธรรมดา ส่วนในมุมของศิลปินที่อยากจะเปลี่ยนแนว ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนไปมากกว่าการเอียนแนวเดิม ๆ ที่ตัวเองทำอยู่ นักดนตรีหัวกะทิหลายคนมักชอบทดลองทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ชอบย่ำอยู่กับที่ แต่พอโดนแฟนเพลงบ่นมากเข้า พวกเขาจึงมักหาทางออกด้วยการหนีไปทำวงอื่นเสียเลย! แต่การทำวงอื่นในที่นี้ ไม่ใช่การยุบวงตัวเองแล้วไปสร้างวงใหม่ แต่คือการทำควบคู่ไปพร้อมๆ กัน (หรืออาจสลับกัน) เพราะนอกจากจะได้ทำสิ่งที่ตัวเองพอใจแล้ว ยังอาจได้ฐานแฟนเพลงใหม่ๆ เพิ่มมาอีก จะเรียกว่าวิถีคนขยันก็ว่าได้ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีศิลปินคนไหนบ้างที่คุณคุ้นเคย แต่อาจไม่รู้มาก่อนว่าเขามีมากกว่าหนึ่งวง! 1. Alex Turner สำหรับหนุ่มเสียงหล่อคนนี้ ใครๆ ก็คงจำเขาได้ดีจากฐานะฟรอนต์แมนวงร็อกสุดเท่อย่าง Arctic Monkeys ถึงแฟนเพลงตัวยงจะทราบดีว่าเขาไม่ได้ทำลิงขั้วโลกแค่วงเดียว แต่ก็ยังมีหลายคนที่ไม่รู้ว่า Alex ยังมีอีกวงที่ทำอย่างจริงจัง นั่นก็คือ ‘The Last Shadow Puppets’ ที่เป็นวง Supergroup คู่กับ Miles
หลังจากเปิดร้านค้าออนไลน์สำหรับเกม PC เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาและปล่อยเกมฟรีมาให้เล่นทุก ๆ สองสัปดาห์ คราวนี้ Epic Games Store คู่แข่งตัวฉกาจของ Steam ก็จัดมหกรรมลดราคาเกมครั้งยิ่งใหญ่ Epic Mega Sale โดยเกมที่มีราคา $14.99 ขึ้นไปจะถูกลดราคามากถึง $10 UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำ 5 เกมดีเกมดังที่ควรค่าแก่การสอยมาเล่นในช่วงที่ Epic Games Store ลดราคากระหน่ำแบบนี้ จะมีเกมเจ๋ง ๆ เกมไหนบ้าง มาดูกันเลยครับ Telltale’s The Walking Dead: The Final Season เมื่อทุกหย่อมหญ้าไร้ซึ่งความปลอดภัยและผู้รอดชีวิตต้องต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดจากภัยคุกคามของเหล่าซอมบี้ บทสรุปของเกมซีรีส์ผจญภัย The Walking Dead ที่เดินเรื่องมานานแสนนานจะจบลง เด็กสาวที่ถูกช่วยชีวิตไว้ในซีซั่นแรกอย่าง Clementine ต้องต่อสู้ ดิ้นรน และเอาตัวรอด เธอเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย จนในซีซั่นนี้เธอกลายเป็นวัยรุ่นสาวอย่างเต็มตัว แม้ผู้เล่นหลายคนจะเชื่อว่าเกมนี้เป็นซีซั่นสุดท้ายของ Clementine ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา
หลังจากที่ทาง Netflix ได้ประกาศวันฉายซีซั่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการของ ‘Black Mirror’ ซีรีส์ Sci-Fi สุดล้ำที่จะมาเผยด้านมืดของเทคโนโลยีในแบบที่คุณไม่คาดคิด โดยปีนี้ก็เข้าสู่ซีซั่นที่ 5 เป็นที่เรียบร้อย แฟน ๆ ทั่วโลกสามารถรับชมพร้อมกันทั่วโลกได้ในวันที่ 5 มิถุนายน 2019 นี้ ซีซั่นล่าสุดนี้เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์หลายระลอกจากทาง Netflix ไม่ว่าจะเป็นการประกาศบทบาทนำแสดงโดยศิลปินสาว Miley Cyrus ที่เป็นแคสต์หลักของเรื่องในตอน ‘Rachel, Jack and Ashley Too’ หรือจะ Andrew Scott (มอร์ริอาตี้ จาก Sherlock) ที่มารับบทนำในตอนที่มีชื่อว่า ‘Smithereens’ ซึ่งความตื่นเต้นยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เพราะในตอน Smithereens นั้นยังได้นักประพันธ์มือดีที่กวาดรางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วนอย่าง ‘ริวอิจิ ซากาโมโตะ’ มาเป็นผู้สร้างสรรค์เพลงประกอบให้อีกต่างหาก หากใครยังไม่คุ้นชื่อ ‘ริวอิจิ ซากาโมโตะ’ ต้องเท้าความก่อนว่าเขาผู้นี้อยู่ในวงการดนตรีมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เป็นสมาชิกวง Yellow Magic Orchestra จนต่อมาเขากลายเป็นคอมโพสเซอร์อัจฉริยะผู้อยู่เบื้องหลังซาวด์แทร็คของภาพยนตร์ดังหลากหลายเรื่อง เรื่องแรกที่ทำให้เขาแจ้งเกิดก็คือ ‘Merry Christmas, Mr. Lawrence’
หากกล่าวถึงความเฟื่องฟูทางดนตรีบนเกาะอังกฤษยุค 80 เชื่อว่าคอเพลงหลายคนคงจะคิดถึง ‘The Smiths’ วงอัลเทอร์เนทีฟอายุสั้น (1982-1987) ผู้มีอิทธิพลต่อดนตรีร็อกและวงการเพลงทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะ ‘Steven Patrick Morrissey’ ฟรอนต์แมนเจ้าปัญหาของวงผู้กลายเป็นไอคอนิคของความเยอะสิ่ง และยังคงมีผลงานเพลงอย่างต่อเนื่องยาวนานมาจนปัจจุบัน ทุกสิ่งของเขาล้วนเป็นที่จดจำไม่ว่าจะเป็นการแต่งเพลงเนื้อหาคร่ำครวญ, แฟชั่น จนไปถึงความงี่เง่าบนเวที มาดูกันดีกว่าว่าจะมี ‘ความมอซ’ อะไรบ้างที่พวกเราควรระลึกถึง! ชายผู้บูชา Oscar Wilde มอร์ริสซีย์ (เรียกสั้นๆ ว่ามอซ) รักและเทิดทูน ‘Oscar Wilde’ นักเขียนแนวเสียดสีผู้โด่งดังเรื่องความฝีปากกล้าท่านนี้สุดหัวใจ โดยเจ้าตัวเองก็ยอมรับว่าเพลงของเขาส่วนมากได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานของ Oscar Wilde นั่นแหละ หากจะให้กล่าวว่ามีอะไรบ้าง ก็อาจจะต้องร่ายยาวไปถึง 3 วัน 7 วัน แต่เอาเป็นว่าคาแรกเตอร์ปากจัดของพี่แกนั้น มาจากการคาแรกเตอร์ของ Oscar Wilde แน่นอน โดยมอซบอกว่า แม่ของเขาผู้มีอาชีพเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์เป็นคนแนะนำให้พี่แกอ่านงานของ Oscar Wilde ตั้งแต่ยัง 8 ขวบเท่านั้น ไม่กินเนื้อสัตว์ (เด็ดขาด)
แม้ในปัจจุบันจะมีรถยนต์มากมายหลายค่ายทยอยกันเปิดตัวเพื่อโชว์สมรรถนะที่ถูกพัฒนาอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าแม้ยุคสมัยจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ความนิยมในโมเดลรถยนต์ที่ระดับตำนานตั้งแต่อดีตก็ยังไม่เคยเสื่อมคลายลง ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาจากรถคันอื่นไม่ได้ หากเอ่ยชื่อโมเดลอย่าง Nissan Skyline GTR (R32) , Mazda MX5 Miata (NA) รวมไปถึง Toyota Supra (A70) หนุ่ม ๆ หลายคนคงคุ้นเคยกันดี ทั้งหมดคือโมเดลในตำนานของค่ายรถจากแดนปลาดิบที่ต่างเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของตัวเองตั้งแต่ช่วงปลายยุค 80’s ไปจนถึงช่วงต้นหรือกลางยุค 90’s ปัจจุบันตำนานแต่ละคันอาจอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์นักเนื่องจากเวลาที่ผ่านพ้นไป แต่ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะฟื้นฟูพวกมันให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากค่ายรถยักษ์ใหญ่กำลังจะกลับมาผลิตชิ้นอะไหล่ของรถรุ่นเก๋าแต่คันอีกครั้ง รวมไปถึงมี Restoration Projects ที่เตรียมฟื้นคืนชีพให้กลับมาอยู่ในสภาพออกจากโรงงานอีกครั้งหนึ่ง เริ่มกันที่ข่าวข่าวดีของผู้ครอบครอง Godzilla หรือ Nissan Skyline GT-R ไม่ว่าจะเป็นรหัสตัวถัง R32 และ R34 ที่ได้ NISMO Heritage Parts กลับมาผลิตชิ้นส่วนทั้ง 160 ชนิดซึ่งจะช่วยคืนชีพตำนานที่อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์แต่ละคันให้กลับมาวิ่งบนท้องถนนแบบเต็มสมรรถนะได้อีกครั้ง ชิ้นส่วนทั้ง 160 ชนิดครอบคลุมตั้งแต่ชิ้นส่วนในห้องเครื่องยนต์ แผงวงจรไฟฟ้าไปจนถึง
Panic บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นเก๋าหันมาเอาดีด้านเกม หลังจากที่สร้างชื่อด้วย Mac Software คุณภาพสูงและเกมผจญภัยบุกป่าฝ่าดงอันโด่งดังอย่าง FIREWATCH ในตอนนี้ Panic กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่หนุ่ม ๆ หลายคนคาดไม่ถึง เมื่อเปิดตัว “PLAYDATE” เกมบอยสีเหลืองแจ๋วที่มาพร้อมหน้าจอขาวดำพรีเมียม เอาใจหนุ่ม ๆ ผู้ชื่นชอบความคลาสสิกกึ่งโมเดิร์นได้เป็นอย่างดี เกมบอย PLAYDATE ถูกดีไซน์ด้วยสีเหลืองเพื่อให้ดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย มีขนาดกะทัดรัดพอ ๆ กับ iPod Nano โดยอยู่ที่ 74×76×9 มิลลิเมตรเท่านั้น ด้านหน้ามีเพียงปุ่มเปิด/ปิด, A, B และปุ่มควบคุมทิศทาง ใช้หน้าจอแสดงผล 2.7 นิ้ว เป็นจอขาวดำ LCD 400×240 low-power ถึงแม้จะไม่มีไฟ backlight แต่ให้ความคมชัดและมีความละเอียดสูงกว่าจอเกมบอยทั่วไป ไม่มีเส้นกริดหรือหรือแม้แต่การเบลอ ต้องบอกว่าเป็นจอขาวดำที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพของจริง อีกหนึ่งจุดเด่นของเจ้า PLAYDATE ที่ไม่พูดไม่ได้ คือด้านข้างของตัวเครื่องจะมีข้อเหวี่ยงคล้าย ๆ เบ็ดตกปลาที่คอยควบคุมทิศทางโดยการหมุนไปข้างหน้าหรือหมุนถอยหลัง นับเป็นการสร้างสิ่งใหม่ให้กับวงการเกมและเชื่อว่าต้องไม่ซ้ำกับเกมบอยเจ้าไหน ๆ เป็นแน่ ส่วนระบบฮาร์ดแวร์ก็ไม่ต้องห่วง
เพราะทุกสิ่งรอบตัวมีเรื่องเล่า ทันทีที่ผู้ชายอย่างเราก้าวออกจากบ้าน เราเลือกได้ว่าจะมองทุกสิ่งรอบตัวเพียงเพื่อให้มันผ่านเลยไปในแต่ละวัน หรือจะเลือกปลดล็อกตัวเองด้วย “ความคิดสร้างสรรค์” หรือ “Creativity” ที่จะทำให้เรามองทุกสิ่งในนิยามใหม่ บันทึกเรื่องเล่าจากสิ่งรอบตัวในมุมต่างออกไปอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน หากจะพูดถึงการใช้ “ความคิดสร้างสรรค์” หรือ “Creativity” มองหาเรื่องเล่าจากสิ่งรอบตัวเพื่อบันทึกและถ่ายทอดจากมุมของเรา คงหนีไม่พ้นการถ่ายภาพแนวสตรีตอย่างแน่นอน เพราะแต่ละภาพแฝงไปด้วยการพลิกมุมมอง การฟังเสียงของสรรพสิ่ง การเห็นในสิ่งที่คนอื่นอาจเผลอละเลย เราจึงพามาหาคำตอบของคำว่า “ความคิดสร้างสรรค์” หรือ “Creativity” กับ คุณพงษ์-ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ช่างภาพสตรีตผู้ได้รับการยอมรับทั้งระดับประเทศและระดับโลก หลายคนอาจสงสัยว่าภาพสุดครีเอทีฟฝีมือคุณพงษ์ที่เราเห็นอยู่นี้มีเรื่องเล่าแบบไหนซ่อนอยู่? ช่างภาพต้องการสื่อสารอะไรกับเรา? และภาพนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? “ผลลัพธ์ของรูปภาพเรา คือ การตั้งคำถามกับคนดู นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยกับโมเมนต์นี้ ทำไมเด็กคนนี้ถึงบินได้ ทำไมลุงคนนี้ถึงกำลังล้ม มันคือความลึกลับ ความตลก นี่แหละมันคือความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้น” การจับโมเมนต์ที่เกิดขึ้นให้ทันนี่เองเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดภาพอันสร้างสรรค์และสามารถถ่ายทอดเรื่องเล่าผ่านภาพได้ แม้นิยามของความคิดสร้างสรรค์จากแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่ในสายตาช่างภาพสตรีตอย่างคุณพงษ์ก็มีความหมายที่น่าสนใจ “สำหรับเราความคิดสร้างสรรค์คือกระบวนการในการออกไปทำอะไรบางอย่างที่มันใหม่ ๆ” อาจพูดได้ว่านิยาม “Creativity” ของคุณพงษ์ช่างภาพสตรีตมากฝีมือคือการหาไอเดียที่ดีควบคู่กับการออกไปเจออะไรใหม่ ๆ ไม่ให้ตัวเองรู้สึกเบื่อหรือวนอยู่กับอะไรซ้ำ ๆ เพราะการออกไปเจอสิ่งที่ต่างออกไป การออกไปทำอะไรใหม่ ๆ จะช่วยจุดประกายความคิดของเราได้ แต่เราก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าโมเมนต์ที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพสตรีตที่ทำให้ได้ภาพสุดครีเอทีฟในสายตาคุณพงษ์คืออะไร? “บางเหตุการณ์มันมีแค่ครั้งเดียวในชีวิต มันมักจะเป็นโมเมนต์ที่พิเศษ


