ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้สตรีมมิ่งออนไลน์อย่าง ‘Netflix’ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเราไปแล้ว ด้วยจำนวนคอนเทนต์มากมายที่มีให้เลือกเสพ จนบางครั้งเราอาจลืมเพื่อนเก่าอย่างรายการโทรทัศน์ไปเสียสนิท และเมื่อพูดถึง Netflix แน่นอนว่าทุกคนคงต้องนึกถึงซีรีส์หรือละครชุดที่หลายเรื่องโด่งดังจนกลายเป็น Talk of the Town ไม่ว่าจะเป็น Stranger Things, Narcos, Black Mirror และอีกมากมาย แต่จริง ๆ แล้วใน Netflix ยังมีคอนเทนต์อีกประเภทที่หลายคนมองข้าม นั่นก็คือ ‘แอนิเมชั่นญี่ปุ่น’ แม้ช่วงแรกจำนวนแอนิเมชั่นจะมีน้อยมาก แต่ตอนนี้ Netflix ซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาเพิ่ม รวมถึงการออกทุนสร้างเป็น Original Netflix เองด้วย จนตอนนี้จำนวนแอนิเมชั่นก็มีมากจนตามดูไม่ทันแล้ว ในจำนวนแอนิเมชั่นมากมายนี้ เรื่องไหนสนุกคุ้มค่าที่จะเสียเวลาดูบ้าง วันนี้เราจะมาแนะนำทุกคนเอง กับ 5 แอนิเมชั่นญี่ปุ่นโคตรสนุก หาดูได้ง่าย ๆ บน Netflix Baki ปัจจุบัน 1 ซีซั่น 13 ตอน เชื่อว่าผู้ชายทุกคนที่เกิดในยุค 80-90 น่าจะรู้จักมังงะบ้าพลังในตำนานอย่าง ‘บากิ’ เป็นอย่างดี เพราะนี่คือมังงะสายต่อสู้เพียว ๆ
ฝันของมนุษย์ที่จะท่องไปในอวกาศอันเวิ้งว้างเริ่มดูเป็นรูปเป็นร่างและใกล้ความเป็นจริงเข้าไปอีกขั้น เมื่อไอรอนแมนในโลกแห่งความจริงอย่าง Elon Musk อวดโฉมจรวดทดสอบ Starship ที่มีไว้รองรับการเดินทางทัวร์รอบดวงจันทร์สำหรับเหล่ามหาเศรษฐีที่อยากท่องอวกาศ ก่อนหน้านี้บริษัทขนส่งทางอวกาศชื่อดังอย่าง SpaceX ของนักธุรกิจหนุ่มอัจฉริยะอย่าง Elon Musk เปิดตัวโครงการพามนุษย์เดินทางไปดาวอังคารด้วยระบบขนส่งระหว่างดาวแต่ละดวงในชื่อ ITS หรือ Interplanetary Transportation System โดยใช้กระสวยอวกาศชื่อ BFR หรือ Big Falcon Rocket BFR คือยานพาหนะที่จะพาเราท่องอวกาศที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Raptor Engine ที่ใช้พลังงานเป็นมีเทนเหลวมากถึง 42 ตัว เพื่อให้เกิดแรงยกกว่า 126 ล้านนิวตัน เทียบเท่าจรวดรุ่นก่อนหน้าอย่าง Flacon 9 ทั้งหมด 16 ตัว และ BFR สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้กว่า 200 คน เพื่อเดินทางไปยังดาวอังคารและดาวอื่น ๆ ในระบบสุริยะจักรวาล BFR สามารถบินขึ้นจากบริเวณใดก็ได้ในโลกและลงจอดได้ดั่งใจ SpaceX ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถทำได้จริง แม้ขนาดจะใหญ่เทอะทะจนคนเอาไปล้อจาก Big Falcon Rocket เพี้ยนไปเป็น
ขึ้นชื่อว่า “พ่อค้ายาเสพติด”ซึ่งภาพลักษณ์เต็มไปด้วยความเลวร้ายก็ดูไม่มีทางจะไปกันได้กับ “ความดี”หรือ”ความรับผิดชอบต่อสังคม”เลย แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกลุ่มพ่อค้ายาเสพติดกลุ่มหนึ่งดันกลับตาลปัตรใส่ใจปัญหามลภาวะและพยายามคิดหาวิธีขายโคเคนพร้อมกับรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กันโดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Class A ที่สามารถนำกลับมาใช้ในการซื้อยาเสพติดครั้งต่อไปได้อีก เมื่อลูกค้าสั่งยาเสพติดปริมาณน้อย พ่อค้ายามักใส่ยาเสพติดในถุงพลาสติกเล็ก ๆ ที่มีซิปล็อก จากนั้นต้องห่อสองชั้นด้วยกระดาษล็อตตารี่และใช้น้ำมันหรือฟิล์มเพื่อยึดห่อยากับกระดาษไว้ด้วยกัน ก่อนจะนำมาส่งให้ลูกค้า การทำบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งยาเสพติดให้ถึงมือลูกค้าแต่ละครั้งนั้นจึงยุ่งยากและสร้างขยะเป็นจำนวนมาก รายงานฉบับหนึ่งในนิตยสาร The Metro ซึ่งลงพื้นที่สำรวจตลาดยาเสพติดท้องถิ่นพบว่ามีตัวแทนจำหน่ายมากกว่าหนึ่งเจ้าเริ่มขายโคเคนในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้นำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพราะการใช้ถุงซิปล็อกแบบเดิมนั้นใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียว ผู้ใช้โคเคนรายหนึ่งในเมืองเบอร์มิงแฮมบอกกับสื่อออนไลน์ว่า ตอนแรกคิดว่าพ่อค้ายาของเขาล้อเล่นตอนที่ยื่นโคเคนหนึ่งกรัมในขวดขนาดจิ๋วมาให้ โดยพ่อค้ายาบอกเขาว่าต่อไปนี้จะไม่ใส่โคเคนในถุงซิบล็อกหรือห่อกระดาษอีกต่อไป แต่ให้เก็บขวดนี้ไว้ เมื่อมาซื้อครั้งต่อไปก็ให้เอาขวดมาแลกกับยา ถึงพ่อค้ายาจะบอกแบบนั้น แต่ผู้ซื้อรายนี้ก็ยังคิดว่าเป็นแค่การล้อเล่น ท้ายที่สุดท่าทีของพ่อค้ายากลับจริงจังจนน่าตกใจ อาจเป็นเพราะการส่งยาแต่ละครั้งพวกพ่อค้าใช้ถุงพลาสติกและกระดาษเป็นจำนวนมาก พลาสติกและกระดาษเหล่านี้จึงมีส่วนสร้างมลภาวะ รวมถึงการใส่ยาในขวดช่วยให้จำหน่ายได้รวดเร็วขึ้นเพราะไม่ต้องมานั่งห่อซ้ำแล้วซ้ำอีก พ่อค้ายายังทิ้งท้ายไว้ว่าเขามั่นใจว่าจะต้องมีลูกค้าหัวใหม่ที่ชอบทั้งโคเคนและชอบแนวคิดรักษ์โลกแบบนี้แน่นอน อย่างไรก็ตามการรักษาสิ่งแวดล้อมของพ่อค้ายาจำนวนหนึ่งคงไม่สามารถชดเชยความเสียหายจากการสร้างมลภาวะได้ทั้งหมด จากการวิจัยเรื่องสิ่งแวดล้อมในปี 2011 โดย State University of New York System พบว่าการผลิตยาเสพติดไม่ว่าจะชนิดไหนก็มีส่วนในการตัดไม้ทำลายป่าโดยเฉพาะกับประเทศโคลอมเบียที่เป็นแหล่งวัตถุดิบเจ้าใหญ่ของโลก นอกจากนี้ Liliana M. Dávalos นักนิเวศวิทยาที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมกล่าวว่าทางตอนใต้ของโคลอมเบียสูญเสียป่าจำนวนมากใกล้กับแหล่งเพาะปลูกต้นโคคาซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตโคเคน ยิ่งมีโคเคนอยู่มากเท่าไหร่ จำนวนป่าก็จะลดลงเท่านั้น แม้การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของยาเสพติดแบบผงจะช่วยลดมลภาวะได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ยังดีกว่าการไม่เริ่มทำอะไรเลยจริงไหมล่ะครับ ที่น่าสนใจคือเรื่องการซ้อนทับระหว่างความเป็นพ่อค้ายาที่ดูจะเป็นผู้ร้ายของสังคมสุด ๆ
สำหรับปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่วงการดนตรีมีความคึกคักมากกว่าปกติ ทั้งศิลปินที่ห่างหายไปนานได้กลับเข้าสตูดิโอเข็นอัลบั้มใหม่แกะกล่องออกมาให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึง หรือแม้แต่ศิลปินที่มีผลงานในขณะนั้นก็ไม่ยอมแพ้ ปล่อยเพลงใหม่ ๆ ออกมาเรียกเสียงฮือฮาเช่นกัน แต่อะไรจะเรียกเสียงฮือฮาได้เท่าการกลับมาของเทศกาลดนตรีเกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งแต่เป็นที่จดจำตลอดไปอย่าง Woodstock 1969 เมื่อ The Bird Of Peace กลับมาโบยบินอีกครั้งหลังจากห่างหายไปถึง 50 ปี มาดูความยิ่งใหญ่ของเทศกาลดนตรีครั้งนี้เมื่อในอดีต The Bird Of Peace เมื่อปี 1969 ช่วงกลางเดือนสิงหาคม Woodstock Music & Art Fair ได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยความตั้งใจของสี่หัวหอกอย่าง Artie Kornfeld, Michael Lang, John Roberts และ Joel Rosenman ผืนแผ่นดินเขียวชอุ่มกว่า 600 เอเคอร์ในฟาร์มของนาย Max Yasgur ณ เมือง Bethel, NY ถูกใช้เป็นพื้นที่ตั้งเวทีและรองรับคนดูที่ต้องตั้งแคมป์สำหรับการกินนอนที่นี่ถึงสามวันสามคืน พื้นที่สำหรับการดื่มด่ำเสียงดนตรีแบบใกล้ชิด
พ่อแม่ลุงป้าที่เคยบ่นเคยห้ามไม่ให้เราติดมือถือมากไป วินาทีหันไปจะคุยกับพวกท่าทีไรกลายเป็นว่า “โถ ติดมือถือหนักกว่าเราไปอีก!” เรียกได้ว่าตอนนี้ผู้สูงอายุใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Line หรือ Facebook ก็ตามแต่ ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือการทำให้ช่องว่างระหว่างวัยของสมาชิกในครอบครัวลดน้อยลง ผู้สูงอายุเหงาน้อยลงและได้ติดต่อกับเพื่อนมากขึ้น แต่ข้อเสียนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเหล่าผู้สูงอายุมักจะชอบแชร์ข่าวสารข้อมูลผิด ๆ ที่ส่งต่อกันโดยไม่รู้ว่าข่าวที่ตัวเองอ่านนั้นเป็นความจริงหรือไม่ การติดมือถือมากไปยังพอเยียวยาได้ แต่ถ้าเป็นกรณีที่หนักขึ้นมาอย่าง การแชร์ข้อมูลเรื่องสุขภาพแบบผิด ๆ ที่จะส่งผลต่อชีวิต หรือข่าวของเหล่าคนดังที่จะส่งผลให้เกิดการปลุกระดมเรื่องของความเกลียดชังอย่างไม่ถูกต้อง ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงไม่น้อย ปัญหานี้ไม่ได้มีให้เห็นแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ในสหรัฐฯ เองก็มีอยู่บ่อยครั้งที่ผู้สูงอายุมักมีแนวโน้มที่ชอบแบ่งปันข่าวปลอมต่าง ๆ ใน Facebook และโซเชียลมีเดียอื่น ๆ กันเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยจาก New York Universitiy และ Princeton Universitiy ได้ร่วมกันค้นหาคำตอบจากการทำวิจัยและสำรวจว่ากลุ่มคนในช่วงอายุใดมักจะแชร์ข่าวปลอมมากกกว่ากัน งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ลงใน Science Advance แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยรวบรวมผู้คนกว่า 3,500 คนที่ใช้งาน Facebook ไม่แบ่งเพศและอายุและขอให้เปิด Public เพื่อให้เหล่านักวิจัยสามารถเข้าถึงฟีดทั้งหมดได้ว่ากลุ่มตัวอย่างนั้นได้แชร์เรื่องราวอะไรกับเพื่อนใน Facebook บ้าง เป็นเรื่องน่าตกใจเมื่อผลสำรวจพบว่าผู้ใช้งาน Facebook ที่มีอายุ
14,922 กิโลเมตร คือระยะทางระหว่างเม็กซิโกกับประเทศไทย เรียกว่าห่างไกลกันคนละซีกโลก แต่ดูเหมือนว่านั่นจะไม่ใช่อุปสรรคต่อการเดินทางของวัฒนธรรมแต่อย่างใด เพราะคนไทยค่อนข้างรู้จักดินแดน ‘จังโก้’ แห่งนี้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวด้านบันเทิง กีฬา หรือแม้กระทั่งอาหาร ที่ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าในบ้านเราจะมีร้านอาหารเม็กซิกันเกิดขึ้นมากมาย เราสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะรสชาติของอาหารที่ไม่แตกต่างกันมากนัก มีความจัดจ้านเหมือนกัน ‘อยากทานอาหารเม็กซิกันจังเลย แต่ไม่รู้จะหาทานได้ที่ไหน’ ใครกำลังประสบปัญหานี้ วันนี้เรามีร้านอาหารเม็กซิกันรสชาติเลิศ บรรยากาศเยี่ยม มาแนะนำด้วยกันทั้งหมด 5 ร้าน The Missing Burro ร้านอาหารเม็กซิกันพันธุ์แท้ย่านทองหล่อ ที่กล้าบอกว่าพันธุ์แท้เนื่องจาก The Missing Burro ก่อตั้งโดยพี่น้องชาวเม็กซิกันที่ย้ายมาอาศัยในประเทศไทยเป็นเวลานาน ดังนั้นรสชาติที่ The Missing Burro นำมาเสิร์ฟจะเป็นรสชาติสไตล์เม็กซิกันแท้ ๆ ไร้การฟิวส์ชั่นใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวร้านเป็นตู้คอนเทนเนอร์ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ในย่านทองหล่อ ซึ่งเราว่ามันดูเหมาะสมกับวิถีชีวิตของชาวเม็กซิกันที่เป็นคนสบาย ๆ เน้นความสนุกสนานเป็นหลัก เรียกว่าเมื่อได้หย่อนตัวนั่งแล้วแทบไม่อยากลุกเลยทีเดียว อาหารที่นี่ก็มีครบครัน เรียกว่ายกแผ่นดินจังโก้มาตั้งในทองหล่อเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นนาโช, ทาโก้, เบอริโต้, Carnitas และอีกมากมาย เลือกสั่งได้เต็มที่เลย ใครอยากนั่งทานอาหารเม็กซิกันแท้ ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ The
แม้เป็นเรื่องยากจะยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเหล่าพ่อค้ายานั้นมีอิทธิพลทั้งในธุรกิจบนดินและใต้ดิน แถมยังมีส่วนในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่บางครั้งกฎหมายก็ยากที่จะต้านทานอำนาจของเม็ดเงินที่เหล่าพ่อค้ายามี แต่ความราบรื่นก็ไม่ได้เป็นของทุกคนที่ทำอาชีพนี้ มีน้อยคนนักที่จะร่ำรวยมหาศาล จำนวนมากต้องล้มตายหรือจบชีวิตลงในคุก UNLOCKMEN จึงจะพาไปทำความรู้จักกับเหล่าพ่อค้ายาที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ว่าเขาได้เงินเหล่านั้นมาจากไหน และเอาเงินเหล่านั้นไปทำอะไรบ้าง 5. KHUN SA ทรัพย์สินราว 5 พันล้านเหรียญ ขุนส่า หรือ จางชีฟูที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ จันทร์ จางตระกูล ราชายาเฮโรอีนผู้ล่วงลับที่ครอบครองเขตพื้นที่แถบสามเหลี่ยมทองคำทางภาคเหนือของไทยและใช้เป็นฐานการผลิตยาเสพติด ได้รับการจัดอันดับให้เป็นพ่อค้ายาที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอันดับ 5 ด้วยเม็ดเงินที่ได้มาจากการค้าฝิ่น เฮโรอีน รวมถึงธุรกิจใต้ดินต่าง ๆ ขุนส่ามีอิทธิพลมากต่อระบบการเมืองของพม่าเพราะเขาคือผู้นำกองทัพเมิงไตที่ร่วมต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชให้กับชนกลุ่มน้อยชาวไทใหญ่ในประเทศพม่า จนกระทั่งลุกลามเป็นสงครามฝิ่น ค.ศ. 1967 ถึงแม้ว่าจะมีรายได้มากมายจากการค้ายา แต่ขุนส่าได้กล่าวถึงธุรกิจของตัวเองว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะต้องการจะปลดแอกตัวเองจากการกดขี่ของกองทัพพม่าตั้งแต่ปี 1947 และเฮโรอีนคือหนทางทำเงินที่รวดเร็วที่สุดเพื่อนำเงินทั้งหมดทุ่มไปกับการซื้ออาวุธสงครามเพื่อต่อสู้ 4. Jorge Luis Ochoa Vásquez ทรัพย์สินราว 6 พันล้านเหรียญ สามพี่น้องตระกูล Ochoa นำโดย Jorge Luis
ชีวิตวัยรุ่นของแต่ละคนอาจมีรสชาติที่แตกต่างกันไป อาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนตอนนี้สักนิดก็ได้ บางคนเป็นเด็กเนิร์ดไม่สนใจใคร บางคนเป็นเด็กแสบซ่า หัวโจกของกลุ่มเพื่อน บางคนเป็นหนุ่มฮ็อตที่สาว ๆ พร้อมใจกันเข้าหาแบบไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มแบบไหนมาก่อน ลองกลับไปสัมผัสชีวิตวัยคะนองไปพร้อมเราใน 5 ซีรีส์ชีวิตวายป่วงของชาว TEENAGER ที่จะกลับมาปลุกความทรงจำของเราในสมัยกางเกงขาสั้นแบบครบทุกรสชาติ ทั้งหนุ่มเนิร์ด หนุ่มแสบ หนุ่มฮ็อต มีพร้อมให้ได้เลือกดูตามความชอบหรือตามคาแร็กเตอร์ของตัวเองในสมัยวัยกระเตาะ อาจไม่เชิงเป็น Coming Of Age แบบเต็มตัวนัก แต่รับประกันความวายป่วงของแต่ละเรื่องที่เราคัดมาให้ ว่าเด็กเหล่านี้แสบไม่แพ้เราในสมัยวัยรุ่นเช่นกัน American Vandal เปิดซีซั่นแรกด้วยเจ้าโลกแบบเต็มตา แต่เป็นเจ้าโลกที่ถูกพ่นอยู่บนรถของอาจารย์โรงเรียนมัธยม Hanover คันแล้วคันเล่าที่โดนประทับตราเจ้าโลกสีแดงเด่นเต็ม ๆ คัน ต้องมีใครสักคนที่รับผิดชอบเรื่องราวน่าขายหน้านี้ และทุกอย่างก็ชี้มาที่ Dylan Maxwell เด็กแสบประจำโรงเรียน ที่แสบทั้งผลการเรียนและพฤติกรรม ผลคือเจ้าหนูโดนเด้งออกจากโรงเรียนไป แต่กลับมีกลุ่มนักเรียนที่เชื่อว่าทุกอย่างมันช่างเหมาะเหม็ง เจาะจงลงไปที่ Dylan แบบผิดสังเกต จึงสวมวิญญาณนักสืบ หาต้นตอความผิดปกติของเรื่องนี้และเพื่อพิสูจน์ว่าไอ้เด็กแสบ Dylan กลายเป็นแพะแบบเต็ม ๆ Elite คอซีรีส์ไฮสกูลอย่าได้พลาดเรื่องนี้ เรื่องราวโรงเรียนไฮโซของสังคมชั้นสูงอย่าง Las Encinas จะได้เห็นเรื่องราวเสียดสีของสังคมคนรวย การเหยียดชนชั้น หรือแม้แต่เชื้อชาติ ครบรสชีวิตวัยรุ่นเลือดร้อน
จบลงไปแล้วสำหรับงานประกาศผลรางวัล Golden Globes Awards 2019 ซึ่งผลที่ออกมาก็อาจถูกใจหลายคนโดยเฉพาะแฟนของวง Queens และภาพยนตร์ Bohemian Rhapsody ที่คว้ารางวัลใหญ่อย่าง Best Motion Picture ไปครอง รวมถึงพระเอกอย่าง Rami Malek ที่คว้ารางวัลในสาขา Best Performance by an Actor in a Motion Picture – Drama มาด้วยเช่นกัน แต่นอกจากฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมที่มีแล้ว Rami Malek ยังถือเป็นผู้ชายที่มีสไตล์การแต่งตัวจัดจ้านอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ลุค Smart Casual และแนว Formal เพื่อออกงาน นอกจากนี้ตัวเขายังเป็นหนุ่มผิวสองสีที่มาพร้อมกับส่วนสูง 170 เซนติเมตรบวกกับอีกนิดหน่อย ซึ่งเราเชื่อว่ารูปแบบการแต่งตัวของเขาจะสามารถนำมาปรับใช้กับหนุ่มไทยได้เป็นอย่างดี แต่จะมีสไตล์ไหนบ้างมาดูกันเลย Denim Mania เรามักจะเห็น Rami Malek ปรากฏตัวในชุดทางการอยู่บ่อยครั้ง แต่นอกเวลาออกงานเขามักปรากฏตัวในลุค Casual สบาย ๆ พร้อมกับ Denim


