เวลาเราซุ่มทำบางอย่าง กลั่นกรองความคิดให้มันตกตะกอนออกมาเป็นไอเดียที่เข้าท่า ลงมือทำด้วยทักษะที่เรามี แต่พอถึงเวลาที่ต้องงัดของมาเรียกแขก มักมองไม่เห็นลู่ทางที่ชัดเจนหรือแตกต่างจากสิ่งเดิม ๆ มากนัก ได้แต่เดินทางเดิม ตามสิ่งที่คนอื่นเคยทำมาแล้ว จนของที่เราตั้งใจทำกลายเป็นของที่จมอยู่ท่ามกลางของชิ้นอื่น ไม่มีวี่แววที่จะโดดเด่นขึ้นมาได้ แต่เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับ “คุณวิน – วินัย กิจเจริญจิรานนท์” ที่มองลู่ทางในการนำเสนอผลงานของตัวเองในรูปแบบอื่น ๆ ในคติที่ว่า “กล้าทำก็กล้าขาย” กับผลงานเพลง Nerd Pop ของเขาในชื่อ “The Dumbs” เมื่อทุกอย่างที่สร้างมาด้วยสมอง ทำไมเราถึงไม่กล้าขายด้วยสองมือของเรา พูดคุยกับเขาในประเด็นการมองหาโอกาสและลงมือทำในสิ่งที่รักในตอนที่ยังมีเวลา เห็นชื่อ Garage มาอาจมองหาเรื่องราวดนตรีเน้น ๆ แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องราวการทำเพลงเพียงเท่านั้น เพิ่มโฟกัสเรื่องความพยายามในการทำเพลงแบบไม่มีค่าย หรือแม้แต่ทำการตลาดด้วยตัวเองด้วย คุณวิน ทำงานเป็น Content Creator เพจ TypeThai ไม่ได้มีดนตรีเป็นอาชีพหลักมาตั้งแต่แรก เป็นเพียงแค่งานอดิเรก แต่เขาเลือกที่จะทำมันในตอนที่เขายังมีโอกาส เขาลงมือทำสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจอย่างดนตรี ออกมาเป็น “The Dumbs” ที่มี 5 แทร็กออกมาให้เราได้ฟังกัน จากคนฟังเปลี่ยนเป็นคนทำดนตรี ตอนทำเพลงเองคนเดียวเนี่ย ส่วนมากได้แรงบันดาลใจจากไหน ? “โดยส่วนตัวชอบดนตรีอยู่แล้ว แต่ส่วนมากจะเป็นคนฟัง บวกกับเล่นดนตรีได้นิดหน่อย
เมื่อโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งประกาศทดลองให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวทมาเรียนสัปดาห์ละหนึ่งวันเป็นเวลาหนึ่งภาคเรียนก็กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่ใครหลายคนร่วมแสดงความคิดเห็นและถกเถียงกันจนไฟลุกท่วมโซเชียลมีเดีย มีทั้งคนที่ไม่เห็นด้วยกับการใส่ชุดไปรเวทไปเรียนโดยบอกว่าจะทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบวินัย ผู้เรียนจะสนใจการแต่งตัวมากกว่าการเรียน ที่สำคัญคือความเหลื่อมล้ำจากชุดที่ใส่มาแตกต่างกัน ในขณะที่ฝ่ายเห็นด้วยกับการใส่ชุดอะไรก็ได้ไปเรียนกลับบอกว่าความเหลื่อมล้ำมันมีอยู่จริงและมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ต่อให้แต่งเครื่องแบบเหมือน ๆ กัน แต่กระเป๋า กล่องดินสอ ยี่ห้อปากกา นาฬิกาที่ใส่ ฯลฯ มันก็เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว แทนที่จะซุกความเหลื่อมล้ำไว้ใต้พรมด้วยเครื่องแบบเหมือน ๆ กัน ควรสอนให้รู้จักความเหลื่อมล้ำและหลากหลาย รวมถึงสอนให้เคารพคนไม่ว่าจะต่างกับเราแค่ไหนดีกว่า สารพัดความคิดเห็นและเหตุผล UNLOCKMEN จะไม่ชี้ชัดตัดสินว่าแบบไหนผิดหรือถูก เพราะเราเชื่อในการถกเถียงกันอย่างสุภาพและมีเหตุผล การที่เราได้อ่าน ได้ฟังความคิดเห็นของคนที่ต่างจากเราโดยไม่ได้ต้องการแค่เอาชนะ จะนำมาซึ่งการใช้ตรรกะและเหตุผลในการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม วันนี้ UNLOCKMEN ชวนอ่านความคิดเห็นอันหลากหลายทั้งจากคนที่ยังเรียนอยู่ คนที่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยที่บังคับให้ใส่เครื่องแบบไปเรียนทุกวัน คนที่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยที่บังคับให้ใส่เครื่องแบบแต่แหกขนบไม่ยอมใส่ รวมถึงมหาวิทยาลัยที่ให้เสรีภาพในการเลือกจะใส่หรือไม่ใส่ชุดนักศึกษาก็ได้ และที่พลาดไม่ได้ความคิดเห็นจากศิษย์เก่าจากโรงเรียนเอกชนชื่อดังที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้! เครื่องแบบทำให้เราประหยัดเวลา เริ่มต้นกันที่ความคิดเห็นของอดีตนิสิต คณะมนุษยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่คนคิดว่าต้องเรียนทำนาปลูกข้าวเท่านั้น (เดาไม่ออกก็ต้องเดาออกแล้วล่ะ) โดยมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้นิสิตสวมเครื่องแบบไปเรียนทุกวัน “เราเป็นคนหนึ่งที่ใส่ชุดนิสิตกับกระโปรงพีทตลอด 4 ปี ทั้งที่ปี 2 เขาก็ปล่อยให้ใส่สอบได้แล้ว ข้อดีคือไม่ต้องมานั่งเลือกเสื้อผ้ารองเท้าเวลาออกจากบ้าน อีกอย่างคือเวลาเกิดเหตุอะไรขึ้น การแบ่งชัดเจนว่าเราคือนักเรียนนักศึกษาทำให้เราได้รับการช่วยเหลือก่อน แต่ถ้าใส่ไปรเวทคนมักจะระวังตัว มันก็ไม่แย่หรอกถ้ามีประโยชน์กับตัวเรา” ชุดไม่ใช่สาเหตุความเหลื่อมล้ำ แต่ความเหลื่อมล้ำมันมีอยู่แล้วในประเทศนี้! ในขณะที่อดีตนักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสีเขียวอมฟ้า วิทยาเขตติดวังพูดถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำไว้อย่างน่าสนใจว่า
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จับมือ ห้างสรรพสินค้า Siam Takashimaya จัดงานเปิดตัวบัตรเครดิตใหม่ “บัตรเครดิต สยาม ทาคาชิมายะ (Siam Takashimaya Credit Card)” เจาะกลุ่มคนรักไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “ปลดปล่อยตัวคุณให้สุด กับสิทธิพิเศษในไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่นที่สยาม ทาคาชิมายะ” โดยมอบสิทธิประโยชน์หลากหลายให้สมาชิกบัตรได้เพลิดเพลินและอิสระกับการใช้จ่าย พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 10% และคะแนนสะสมสูงสุด 10 เท่า ณ ร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำมากมายที่ร่วมรายการ จุดเด่นของ Siam Takashimaya Credit Card ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด ในเครือกรุงศรีคอนซูมเมอร์ กับห้างสรรพสินค้า สยาม ทาคาชิมายะ คือการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนที่ชื่นชอบการจับจ่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น โดยมอบอิสระในการใช้จ่ายแบบสุดคุ้ม อาทิ รับส่วนลดสูงสุด 10% ที่ห้างสยาม ทาคาชิมายะ ในไทย, รับคะแนนสะสมสยาม ทาคาชิมายะ พอยท์ สูงสุด 10 เท่า เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการใน
ทำมากี่ปีดีดักก็ยังอยู่ที่เดิม หัวหน้าที่ดีแต่สั่งให้เราทำโน่นทำนี่เอาเข้าจริงก็ไม่เห็นว่าจะเจ๋งกว่าเราสักอย่าง กูนี่แหละมดงานหาเงินเข้าบริษัท นี่เป็นเรื่องที่คุยกันเสมอนอกฤดูโปรโมตตำแหน่งและยิ่งใกล้ช่วงโบนัส เรื่องนี้ยิ่งเดือดระอุขึ้นกว่าเดิม เพื่อไขปัญหาโลกแตกให้กระจ่างว่าทำไมเราทำดีไม่ได้ดี หรือบอสจะตาบอดมองไม่เห็นความสามารถของเราถึงไม่ได้เลื่อนขั้นให้ แต่ดันไปเลือกคนอื่นแทน UNLOCKMEN ได้รวบรวมข้อมูลคลายสงสัยมาแบ่งปันแล้ว ลองดูว่านอกจากการเป็นเจ้าพ่อเทพด้านสกิลการทำงานแล้ว คุณสมบัติเหล่านี้คุณขาดมันอยู่ไหม เพราะถ้าคุณเป็นคนแบบเดียวคำอธิบายด้านล่าง นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้านายไม่เลื่อนให้คุณเป็นหัวหน้ากับเขาสักที ขาด DNA องค์กร เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ง่ายเอาเสียเลยคือคุณไม่ค่อยมีลมหายใจแบบเดียวกับองค์กรเท่าไหร่ ใส่ใจแต่งานที่ตัวเองทำมากเกินไป ทำให้ต่อให้ผลงานโคตรเด่นแค่ไหนก็ไม่มีวันโตได้มากกว่าเดิม เพราะเจ้านายคิดว่าถ้าเขาโปรโมตคุณขึ้นมา เมล็ดพันธ์ุต่าง ๆ ในองค์กรคงไม่ได้ดอกผลในทางเดียวกันแน่ ๆ เนื่องจากคุณดันไม่เข้าใจวิธีคิดขององค์กร กำไร การวางแผน เป้าหมาย สภาพแวดล้อมที่มีอยู่สักนิด ลองคิดสภาพว่าถ้าองค์กรเป็นคนหนึ่งคน คุณคือ Head ของบริษัท เราให้คุณเป็นส่วนหัวที่กระจายหน้าที่ไปส่วนอื่น แต่คุณดันทำผลงานโดดเด่นเฉพาะของตัวเองเท่านั้น หัวก็จะโตเอา ๆ แต่ตัวด้านล่างลีบเพราะการเติบโตไม่กระจายไปส่วนอื่นเลย มันก็ไม่ต่างจากการทำให้องค์กรเป็นโปลิโอ ขาลีบก็เดินไปไม่ได้ แขนลีบก็หยิบจับอะไรไม่ได้อยู่ดี สู้เขาเอาคนที่ไม่ต้องเก่งเท่าคุณแต่ทำให้องค์กรเติบโตมาทำ ยังไงมันก็ดีกว่าเห็น ๆ สื่อสาร 0 คะแนน ส่วนใหญ่คุณเห็นใช่ไหมว่าผู้นำดีแต่พูด ทว่าทำไม่เก่งเท่าที่คิด เหตุผลเพราะมันคือคุณสมบัติที่ต้องมี
ปฏิเสธไม่ได้ว่าค่านิยมการใช้ยาเสพติดคู่กับการมีเซ็กซ์นั้นเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มาอย่างยาวนาน ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เป็นทั่วทั้งโลก นับวันก็ยิ่งได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเราจึงอยากนำบทความนี้จาก Rooster Magazine มาเผยแพร่ให้ทุกคนได้ทราบ เราไม่ได้ส่งเสริมสนับสนุนความวิเศษของยาเสพติดเมื่อใช้คู่กับเซ็กซ์ แต่เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจเพื่อที่ทุกคนได้รู้เท่าทันพิษภัยของมันและไม่หลงตกเป็นทาสของความสุขสุดขีดแค่เพียงชั่วคราวเหล่านี้ Ecstasy Ecstasy หรือที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีในชื่อ ‘ยาอี’ เป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ทั้งกระตุ้นและหลอนประสาท มีสูตรโครงสร้างคล้ายกับ เมทแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า แต่มีฤทธิ์ที่รุนแรงกว่าถึง 10 เท่า เสพโดยการรับประทาน บ้างนิยมเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน ในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูล จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 “ปัญหาสำคัญของการมีเซ็กซ์ในขณะเสพยาอีนั้น ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง การจะถึงจุดสุดยอดนั้นเป็นเรื่องยาก อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าปกติหลายเท่า ไม่ว่าในขณะนั้นอารมณ์ทางเพศจะพลุ่งพล่านแค่ไหน ดังนั้นทางที่ดีอาจจะต้องจัดการช่วยตัวเองก่อน ให้อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่ ก่อนจะลงสู่สนามจริง” – ชายหนุ่มวัย 27 “สำหรับผม ยาอีมีส่วนช่วยให้อารมณ์ทางเพศเพิ่มขึ้นพอสมควร แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกสนุกสนาน หัวใจเต้นเร็ว จนในบางครั้งก็ยากที่จะโฟกัสกับเซ็กซ์ตรงหน้า และแน่นอนว่าการจะเสร็จสมอารมณ์หมายนั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร บางครั้งอาจใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว” – ชายหนุ่มวัย 23 โคเคน โคเคน หรือในภาษานักเสพมักนิยมเรียกว่า ‘โค้ก’
การกลับมาอีกครั้งของแคมเปญตบหน้าสังคมของ Nike หลังประสบความสำเร็จอย่างมากกับ Colin Kaepernick อดีต NFL quarterback ชื่อดังที่มากับ Tagline เงินล้านอย่าง “Believe in something even if it means sacrificing everything.’’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Kaepernick เลือกที่จะแสดงออกเพื่อต่อต้านการไม่เท่าเทียมในสังคมของคนผิวดำ แม้จะรู้ว่าผลที่ตามมาจะรุนแรงถึงขั้นทำให้อาชีพต้องจบลงก็ตาม ซึ่งการที่ Nike เลือกสนับสนุน Colin Kaepernick ก็ทำให้เกิดกระแสต่อต้านมากมาย แต่สุดท้ายดูเหมือนคนชนะจะเป็น Nike เมื่อความเด็ดเดี่ยวนี้กลับสร้างยอดขายได้อย่างมหาศาลชนิดที่ทำ Promotion ยังไม่ได้ขนาดนี้ เหมือนหนังภาคแรกประสบความสำเร็จ ย่อมต้องมีภาคสองตามออกมา กับ Campaign ล่าสุดของ Nike ที่เลือกใช้ Approach เดิมในการยืนหยัดข้างนักกีฬาผิวสีที่โดนกระทำอย่างไม่เสมอภาคอีกครั้ง โดยคราวนี้เป็นเรื่องราวของนักฟุตบอลมากพรสวรรค์แห่ง Manchester City ‘Raheem Sterling’ ที่มีปัญหากับการถูกเลือกปฏิบัติจากสื่ออังกฤษและแฟนบอลอย่างไม่เท่าเทียมกับนักเตะผิวขาวเสมอ Sterling เคยโพส Instagram เปรียบเทียบความไม่เสมอภาคจากการนำเสนอของสื่อ โดยเปรียบเทียบตัวเค้ากับ Phil Foden
“วันนี้ทำงานพลาดว่ะ” คือหนึ่งใน Topic ที่ทำให้เพื่อนที่ไม่ค่อยได้คุย ไม่ได้รวมตัวกันมานานกลับมาคุยกันเพื่อระบายอารมณ์ และไม่ว่าเพื่อนฝูงจะอยู่ระดับไหนของบริษัท เป็นคนตัวเล็กหรือใหญ่ขององค์กรประเด็นนี้ก็จะทยอยมาให้ได้ยินเหมือนกันเสมอ “เป็นลูกน้องที่โดนลูกค้าด่า เป็นเจ้านายที่บริหารงานไม่ดี เป็นเจ้าของที่ไม่สร้างกำไร ฯลฯ” แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการนั่งขยายว่าไปทำผิดอะไรมา หรือสิ่งที่พวกมันต้องจ่ายเพื่อรับผิดชอบความผิดเหล่านั้นตามขนาดความเล็กใหญ่ของเรื่องที่เจอ กลับเป็นเรื่องผลกระทบทางอารมณ์ของพวกมันมากกว่า เพราะบางคนเฟลนาน เฟลไม่จบไม่สิ้น ถึงงานนั้นจะผ่านไปจนเริ่มโปรเจกต์ใหม่ก็ไม่หายจนสุดท้ายต้องล้มเหลวจริงจากการจับจด ขณะที่บางคนแค่บ่น ยอมรับและก้าวต่อไปก็ทำงานได้ดีขึ้น เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงปรัชญาญี่ปุ่นที่เรียกว่า 侘寂 (wabi-sabi) “วาบิ-ซาบิ” หรือการมองเห็นความงามที่ไม่สมบูรณ์แบบของญี่ปุ่น ซึ่งมาจากการรวม 2 คำ ได้แก่ Wabi (侘び) ที่แปลว่า ความเรียบง่าย สมถะ และ Sabi (寂び) ที่แปลว่า ความเงียบสงัด สภาพจิตใจที่สงบนิ่ง และสูงส่ง ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้คือส่วนผสมที่ลงตัวที่ทำให้เราเห็นแง่มุมของการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ซับซ้อน และไม่เจ็บปวด ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะสร้างบาดแผลให้เราไว้มากแค่ไหนก็ตาม เพราะสรรพสิ่งล้วนไม่สมบูรณ์ และทุกความผิดพลาดต่างมีความสวยงาม สูงสุดจากสามัญ Zero be Hero ที่มาของ Wabi-Sabi หรือการมองเห็นความสวยงามจากสิ่งไม่จีรังหลายคนคงเปรยว่าคล้ายกันกับ “อนัตตา” ของศาสนาพุทธเหลือเกิน บอกได้เลยว่า
ดูเหมือนปี 2019 จะกลายเป็นปีที่ดุเดือดแน่นอนสำหรับตลาดของคอมพิวเตอร์พกพาหรือแล็ปท็อป เพราะล่าสุดในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีอย่าง Consumer Technology Association (CES) ได้รวบรวมบรรดา Gadgets ที่น่าสนใจเอาใจมากมายและหนึ่งในนั้นคือ ZenBook S13 แล็ปท็อปรุ่นบางเฉียบซึ่งส่งเข้าประกวดโดยค่าย ASUS การแข่งขันในตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพายังคงร้อนระอุ เมื่อผู้ผลิตค่ายต่าง ๆ ทยอยพัฒนาและเปิดตัวแล็ปท็อปสเปคโคตรโหดในรูปลักษณ์ที่เพรียวบางและกะทัดรัดยิ่งขึ้น ซึ่งล่าสุดเป็นคิวของ ASUS ในการเปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นล่าสุดของค่ายกับ ZenBook S13 ซึ่งมากับความโดดเด่นทั้งงานดีไซน์และสเปคเครื่องที่รองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย Asus ZenBook S13 มาพร้อมตัวเครื่องที่ทำจากอะลูมิเนียมทั้งชิ้นเรียกว่า CNC-Milled chassis ทนทานสุดในตระกูล ZenBook เท่าที่เคยมีการผลิตมา พร้อมจอแสดงผลขนาด 13.9 นิ้ว พร้อมความบางที่ 2.5 มิลลิเมตรซึ่ง Asus เคลมว่ามีขนาดเล็กลงจากรุ่นก่อนหน้า 12.5 เปอร์เซ็นต์และบางสุดในโลกในตอนนี้ โดยเป็นจอความละเอียด Full-HD 1080p กินพื้นที่ 97 เปอร์เซ็นต์ของขนาดเครื่อง ซึ่งจะรับประกันว่าจะได้มุมมองใช้งานที่สบายตามากขึ้นพร้อมความสวยงามของกราฟิกรับประกันโดย NVIDIA GeForce MX150 สามารถรองรับงานออกแบบได้สบายๆ รวมถึงระบบประมวลผลเป็น 8th Gen
หนุ่ม ๆ ผู้หลงใหลในการขับขี่พาหนะ 2 ล้อโดยเฉพาะจากค่าย Harley-Davidson คงต้องเริ่มเตรียมเก็บเงินกันได้แล้ว เพราะในปี 2019 นี้จะเป็นศักราชใหม่ที่พวกเขาจะใช้เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทรงสมรรถนะคันแรกของค่าย ที่หลายคนรู้จักกัน Livewire™ ออกมาในช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้ ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าทุกวันนี้พาหนะที่ใช้พลังงานทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคือหนึ่งในทางเลือกใหม่สำหรับหนุ่มผู้หลงใหลความเร็วทั้งหลาย ที่พร้อมใจหันมาเทคะแนนให้ความสนใจกันมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าช่วงหลายปีที่ผ่านบรรดาค่ายรถต่างพากันพัฒนารถในสายการผลิตของตัวเองสู่เส้นทางนี้มากขึ้น รวมถึง Harley-Davidson ที่ได้วางแผนรวมถึงเริ่มต้นสายการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของตัวเองตั้งแต่ปี 2014 จนในที่สุดโมเดลสมบูรณ์ของมันในชื่อ Livewire™ ก็พร้อมให้ทุกคนได้ทำความรู้จักแล้ว หลังจากพัฒนามาร่วม 4 ปี ในที่สุด Harley-Davidson ก็ถือโอกาสเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกของพวกเขาอย่าง Livewire™ ในงาน Milan Motocycle Show นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่ามีแผนจะวางขายมันโดยโซนแรกที่มีโอกาสได้สัมผัสความพิเศษก่อนใครเพื่อน คือโซนทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปบางประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม Harley-Davidson ก็ยังเก็บรายละเอียดสำคัญอย่างสเปคเครื่องยนต์เอาไว้และมีการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนเท่านั้น Livewire™ มากับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดันตามปรัชญาดั้งเดิมของ Harley-Davidson ด้วยชุดเฟรมอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาแต่ทนทานกับรูปทรงที่ดูปราดเปรียวและอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผล LCD ขนาด 10.9 เซนติเมตร ซึ่งจะช่วยแสดงข้อมูลทั้งความเร็ว ระยะทาง และสถานะของแบตเตอรี่ รวมถึงสามารถให้เราใช้กำหนดโปรแกรมต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทางหรือเครื่องเล่นเพลงที่จะทำให้คุณมีความสุขไปกับการบิดในทุกเส้นทาง


