ต้นปีคือช่วงแห่งความฮึกเหิม ผู้ชายอย่างเรากระหายการเริ่มต้น ความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาตัวเองแบบที่ช่วงอื่น ๆ ของปีไม่อาจให้เราได้ ถ้าความฮึกเหิมพุ่งกระฉูดกับเราไปนาน ๆ ก็คงดีไม่น้อย แต่น่าเศร้าที่ความพลุ่งพล่านนี้มันจะค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงไปตามจำนวนเดือนที่เพิ่มขึ้น กระทั่งท้ายปีมาถึง จากที่ฝันถึงยอดเขาสูงใหญ่กลับไปได้แค่เนินดินลูกเล็ก เหลือเพียงตัวเรากับความว่างเปล่าและความรู้สึกล้มเหลวไร้ค่าว่าเราไม่อาจทำอะไรให้สำเร็จได้สักอย่าง เหตุผลอย่างหนึ่งก็เพราะความฮึกเหิมผลักให้เราตั้งเป้าไกล แต่แค่เพราะเป้าถูกวางไว้ไกลและยิ่งใหญ่ไม่ได้แปลว่าเราจะทำสำเร็จ กุญแจสำคัญคือความสม่ำเสมอ ความต่อเนื่อง ซึ่งถ้าเรามีแต่เป้าหมายสูงใหญ่ ไม่มีการวางแผนการก้าวเดินไปถึงจุดนั้น ความฮึกเหิมก็ไม่อาจพาเราไปถึงยอดเขา UNLOCKMEN จึงรวบรวม 5 สิ่งเล็ก ๆ ที่เราอาจมองข้ามและไม่คิดจะทำมัน เพราะมันดูง่ายเกินไปและดูเป็นก้าวเล็กเกินไป แต่ถ้าลองเริ่มทำตั้งแต่วันแรก ๆ ของปีและทำต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่หยุด รับรองว่าสิ่งที่เรามองข้ามเหล่านี้จะทำให้เราเข้าใจว่าความสำเร็จจากการทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ไม่ยาก อ่านหนังสือทุกวัน เราไม่ต้องฝันถึงหนังสือกองเท่าภูเขาหรือตั้งเป้าว่าจะอ่านหนังสือให้จบ 40 เล่มภายในหนึ่งปี แค่บอกตัวเองว่า “เราจะอ่านหนังสือทุกวัน” แล้วทำต่อเนื่องเรื่อยไปอย่าหยุด แค่นั้น การอ่านหนังสือตลอด 365 วันต่อให้อ่านแค่วันละ 3-4 หน้าก็เชื่อเถอะว่าข้อมูล ความรู้ หรือแม้แต่จินตนาการจากหนังสือที่เราอ่านจะหล่อหลอมหรือเปิดทางให้เราเห็นมุมมองใหม่ ๆ ในชีวิต หรือแม้แต่แรงบันดาลใจที่จะก้าวไปข้างหน้าได้มากอย่างที่เราไม่เคยคิดมาก่อน
ส่งสัญญาณให้หนุ่มสายสตรีทไว้ตั้งแต่ปลายปีสำหรับงาน Collaboration ชุดล่าสุดจากสองแบรนด์สตรีตสัญชาติญี่ปุ่นทั้ง BAPE และ NEIGHBORHOOD ที่ร่วมมือกันปล่อยคอลเลกชันให้เราเตรียมเสียเงินตั้งแต่ต้นปี แต่นอกจากจะมีเครื่องแต่งกายและของสะสมรวมเอาไว้มากมายแล้ว ยังมีรองเท้าคู่พิเศษจาก Adidas Original เพิ่มมาเอาใจคอรองเท้าอีกด้วย คอลเลกชัน BAPE x NEIGHBORHOOD ถูกสร้างขึ้นเพื่อฉลองวาระครบรอบ 10 ปีของ HOODS Hongkong รีเทลสายสตรีทซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของ NEIGHBORHOOD ในฮ่องกงและประเทศจีน แถมยังเลือกใช้แร็ปเปอร์อย่าง Rea Sremmurd มาเป็นแบบให้อีกด้วย และตอนนี้ Full-Look ของไอเทมทุกชิ้นก็ถูกปล่อยออกมาครบแล้วไม่ว่าจะเป็น T-Shirt, Crewnecks, Jacket, Sweatpant, Shark Hoodie และ Denim Jacket โดยเฉพาะสองชิ้นหลังที่ถูก Shinsuke Takizawa หัวเรือใหญ่แห่งอาณาจักร NBHD เนรมิตให้ออกมาในรูปแบบสีทูโทนซึ่งแปลกตาแต่น่าสนใจมากทีเดียว โดยแต่ละชิ้นจะถูกใจชาวสตรีทในบ้านเราแค่ไหนไปชมกันได้เลย นอกจากเสื้อผ้าแล้ว บรรดาเครื่องประดับและของสะสมทั้งหลายก็น่าครอบครองไม่แพ้กัน เพราะมีตั้งแต่เข็มกลัดและกระถางธูปสุดครีเอทที่สร้างขึ้นมาเป็นผู้ชายใส่ Shark Hoodie แบบเต็มใบ โดยแขนด้านซ้ายจะสกรีนว่า BAPE ส่วนด้านขวาจะเป็น NBHD
วงการแฟชั่นเป็นวงการที่มีการฟ้องกันไปมาไม่น้อยกว่าวงการไหนในโลก ถ้าสังเกตดี ๆ เราจะเห็นลวดลายการดีไซน์ที่คล้ายกันมากในแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบ กระเป๋า และเสื้อผ้า ด้วยกระแสเสื้อวงที่กำลังฮิตไปทั่วโลก ทำให้บรรดา Fast Fashion Brand ต่างรีบหยิบยืมลายกราฟฟิคหรือ Iconic ต่าง ๆ จากวงดนตรีชื่อดังมาดัดแปลงกันเต็มไปหมด ซึ่งบางครั้งการก็รอดตัวไป แต่บางทีถ้าทำโฉ่งฉ่างเกินไปก็อาจโดนฟ้องได้ เช่นเดียวกับกรณีล่าสุดที่ Nirvana เป็นฝ่ายยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกับ Marc Jacobs แบรนด์แฟชั่นหรูที่นำโลโก้หน้ายิ้มของวงไปใช้แบบเต็ม ๆ แฟนเพลงของ Nirvana ต้องคุ้นตากับลวดลาย Smiley Face สีเหลืองกันดี ซึ่งกราฟฟิคที่ว่าไม่ใช่แค่ลวดลายธรรมดา แต่ถือเป็น Logo ที่ออกแบบโดย Kurt Cobain และ Nirvana ได้ทำการจดลิขสิทธิ์ไว้ตั้งแต่ปี 1992 แต่ทาง Marc Jacobs กลับนำไปใช้ใน ‘Bootleg Grunge T-Shirt’ collection ล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจากดนตรี Grunge ซึ่งดูจากเจตนาก็ชัดเจนว่า Marc Jacobs
ออกมาแล้วกับผลรายงานไตรมาส 4 ของปี 2018 กับรายชื่อแบรนด์แฟชั่นที่มีคนค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรกคือ Gucci, Nike Off-White, Balenciaga และ Polo Ralph Lauren ซึ่ง UNLOCKMEN จะมาวิเคราะห์กันว่าเพราะไอเท็มเด็ดชิ้นไหน รวมถึงมีเรื่องราวอะไรบ้างทำให้แบรนด์เหล่านี้ Hot ที่สุดในปี 2018 รายงานที่ว่านี้ถูกจัดอันดับโดย Lyst แพลตฟอร์มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องแฟชั่นระดับโลกรายใหญ่ ได้เปิดเผยรายงานแบรนด์แฟชั่นยอดฮิตแต่ละไตรมาส โดยมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลการค้นหาบนโลกออนไลน์ของผู้บริโภคกว่า 5 ล้านครั้ง และพฤติกรรมการซื้อสินค้าของนักช้อปจนได้อันดับแบรนด์ที่ถูกค้นหามากที่สุดดังนี้ 1. GUCCI Gucci คือแบรนด์แฟชั่นที่ครองความนิยมสูงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่วนหนึ่งเพราะการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของ Sir Elton John ในชื่อว่า Farewell Tour จำนวนกว่า 300 รอบทั้ง 5 ทวีป ที่เสื้อสูทของแบรนด์ก็ไปโผล่อยู่ในงานเสมอ รวมถึงแบรนด์สตรีทแฟชั่นประจำย่าน Harlem อย่าง Dapper Dan ที่ร่วมงานกับ Gucci ในด้านของผลงานได้ออก
ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลกันแล้ว สำหรับกรณีที่แบรนด์สเก็ตบอร์ดรุ่นเก๋าอย่าง Vans กำลังเดินหน้ายื่นเรื่องฟ้องค่ายรีเทลชื่อดัง ซึ่งถูกพวกเขากล่าวหาว่ามีรองเท้าหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ถูกปล่อยออกมา ได้ลอกเลียนแบบลวดลายของ Side-stripe อันโด่งดังของรองเท้าในโมเดล Old Skool รองเท้าโมเดลในตำนานซึ่งพวกเราทุกคนรู้จักกันดีอย่าง Style36 OLD SKOOL ถูกปล่อยออกมาครั้งแรกเมื่อปี 1977 ในฐานะรองเท้าสเก็ตบอร์ดคู่แรกที่มีการใช้วัตถุดิบหนังในการผลิต เพื่อเพิ่มประโยชน์ในด้านความแข็งแรงทนทานของรองเท้า พร้อมกับลวดลายข้างรองเท้าที่ออกแบบโดย Paul Van Doren ซึ่งเดิมทีถูกเรียกด้วยชื่อ Jazz Stripe ก่อนเวลาต่อมามันจะได้รับความนิยมไปทั่วทุกมุมโลก ส่งผลให้ Side-stripe ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของ Vans ไปโดยปริยาย ซึ่งถ้าจะปล่อยให้ใครใช้เอาไปใช้หากินง่าย ๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะล่าสุด Vans ตัดสินใจยื่นเรื่องฟ้องแบรนด์รีเทลยักษ์ที่ชื่อ Target โดยบอกว่ารองเท้าในรุ่น Target Camella Lace-Up ซึ่งถูกวางขายในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีการลอกเลียนแบบลวดลาย Side-stripe อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของพวกเขา พร้อมระบุเหตุผลว่า “ Tatget เลือกที่จะเลียนแบบสัญลักษณ์ของพวกเราอย่างจงใจ ซึ่งอาจสร้างความสับสนในกลุ่มลูกค้าทั่วโลกได้” นอกจากนี้ยังมีข้อความจากกลุ่มลูกค้าที่สนใจซื้อรองเท้าในรุ่นดังกล่าว ได้มาเขียนรีวิวสุดกวนไว้บนเว็บไซต์ของทางรีเทลชื่อดัง ยกตัวอย่างเช่น “VANS ปลอมคู่นี้ก็ดูเท่ดีนะ” โดยทั้งหมดเป็นการแสดงออกจากกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน ว่าพวกเขาเองก็เข้าใจว่ารองเท้ารุ่นดังกล่าวเป็นของที่ทำลอกเลียนแบบขึ้นมา โดยอาศัยการดัดแปลงลวดลาย Side-Stripe ถูกดัดแปลงให้ต่างออกไป แต่สุดก็ไม่พ้นสายของ VANS อยู่ดี
ในปี 2018 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีกปีที่เกิดเรื่องราวความเคลื่อนไหวขึ้นมากมายในทั้งในแวดวงไอทีและวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศร้าสะเทือนใจอย่างการสูญเสีย ‘Stephen Hawking’ นักคิด นักปรัชญาคนสำคัญแห่งศตวรรษ เรื่องสั่นสะเทือนความมั่นคงชาวโลกอย่างเรื่องข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้หลายสิบล้านคน Facebook รั่วไหลจน Mark Zuckerberg ต้องรีบออกมาแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรส หรือแม้กระทั่งเรื่องน่ายินดีอย่างเรื่องยาน InSight สามารถลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารได้สำเร็จ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราจะพูดถึงในวันนี้ สิ่งที่เราจะพูดถึงในวันนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แต่เป็นสิ่งเล็ก ๆ รอบตัวที่ทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้นด้วยไอเดียแปลกใหม่ผสมผสานเข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนเกิดเป็น ‘Gadgets’ เจ๋ง ๆ มากมาย ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้แล้ว Anki Vector Robot Sidekick นี่คือหุ่นยนต์เพื่อนคู่ใจขนาดจิ๋วที่เปิดตัวออกมาในปีนี้ ที่ความเจ๋งของมันเปรียบเสมือนหลักไมล์สำคัญอีกหนึ่งจุดที่บ่งบอกว่าการที่มนุษย์จะเป็นเพื่อนกับ AI นั้นไม่ใช่เรื่องในอนาคตอันไกลอีกต่อไป Anki Vector Robot Sidekick มาพร้อมกับบุคลิกสนุกสนานขี้เล่น ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินในการพูดคุยโต้ตอบกับมันได้ทั้งวัน นอกจากนั้นมันยังฉลาดพอที่จะเล่นเกมกับคุณได้อีกด้วย และความเจ๋งอีกอย่างของมันก็คือกล้องบริเวณดวงตา ที่จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเนวิเกเตอร์บอกทางมันให้มุ่งหน้าไปยังแท่นชาร์จด้วยตัวเองเมื่อแบตเตอรี่เริ่มอ่อน เจ้าหุ่นยนต์จิ๋วเพื่อนรักตัวนี้สนนราคาอยู่ที่ 174 เหรียญหรือประมาณ 6,000 บาท เท่านั้น หนุ่มขี้เหงาคนไหนสนใจสามารถสั่งซื้อได้ ที่นี่ The Cup Cooler The Cup Cooler คือชื่อของเจ้าอุปกรณ์วิเศษนี้ มันไม่ได้ออกมากจากกระเป๋าหน้าท้องโดราเอมอน แต่ออกแบบและสร้างโดย Howar Geng of allocacoc ซึ่งจุดเริ่มต้นของไอเดียเกิดจากการที่เขาอยากดื่มอะไรเย็น ๆ
ช่วงเทศกาลหลายคนก็อยากหาความสนุกกับเสียงเพลงมันส์ ๆ แต่หลายคนก็เบื่อจะโยกหัวไปกับเพลงตื๊ดที่ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา หรืออยากนอนอยู่บ้านนับ สาม สอง หนึ่ง แบบชิล ๆ ลองเอนหลัง แล้วปล่อยสมองผ่อนคลายไปกับ Playlist นี้ของเราที่คัดเพลง DREAMPOP มาขับกล่อมให้คืนข้ามปีของคุณ ได้เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายสมกับเป็น Holiday อย่างแท้จริง ตามไปเสพเพลงสุดชิลในคืนข้ามปีกันได้ที่ Playlist บน Spotify เหมือนเดิม George Clanton – Dumb The Undercover Dream Lovers – Come Home Foliage – It’s Time Say Sue Me – Dreaming Barrie – Tal Uno The KVB –
ช่วงคาบเกี่ยวระหว่างการประมวลผลถึงสามร้อยหกสิบกว่าวันที่ผ่านไป และการนับหนึ่งใหม่ในเดือนแรกของปฏิทินที่กำลังจะมาถึง คงจะเป็นช่วงสิ้นปีนี้ที่เป็นเหมือนรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง (อย่างน้อยก็ตัวเลขของปี) เป็นยังไงกันบ้าง หากมันเป็นปีที่แย่ก็อย่าเพิ่งท้อไป เรากำลังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ที่รอเราอยู่ข้างหน้าในอีกไม่กี่อึดใจ เรารู้แล้วว่าปีหน้าเราต้องปรับปรุงอะไร ในทางตรงกันข้ามหากมันเป็นปีที่โคตรเจ๋ง แล้วปีหน้านี้เราจะทำอะไรดีล่ะถ้าไม่ต้องมาคอยซ่อมเรื่องพัง ๆ จากปีที่แล้ว ? แม้จะเป็นปีที่เจ๋ง อาจจะเจ๋งที่สุดที่เคยมีมา แต่ยังมีเรื่องอีกมากมายให้เราได้ทำ มาดูกันว่ามีอะไรให้เราตะลุยผ่านด่านของปีหน้ากันบ้าง BE BETTER ตอนต้นปีเราต่างมี New Year’s Solution ไว้ในใจกันทั้งนั้น อาจจะสำเร็จทั้งหมดหรือสำเร็จแค่บางอย่าง พอเริ่มต้นปีใหม่ ก็ต้องมาเริ่มลิสต์ New Year’s Solution กันใหม่อีกครั้ง เบื่อมั้ยที่จะทำแบบนั้น ลองล้วงลึกดูดี ๆ ว่าปีนี้เราได้ทำอะไรเจ๋ง ๆ ลงไป เปลี่ยนแปลงตัวเองยังไงบ้าง อะไรที่เราไม่เคยได้ทำมาก่อน แล้วเพิ่งเริ่มทำในปีนี้ หรืออะไรที่เราหัดทำแล้วเราเก่งขึ้น อย่าเพิ่งหยุดสิ่งเหล่านั้นไว้เพียงเพราะได้ลงมือทำแล้ว พอใจแล้ว ไหน ๆ เราก็ได้ทุ่มเทเวลาให้มันไปหนึ่งปีแล้ว หยิบมันมาสานต่อให้เราเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นไปเลย ให้มันกลายเป็น Skill ติดตัวเราที่สามารถเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ อย่าหยุดความพอใจไว้ที่การได้ลงมือทำ เดินต่อไปให้สุด BE A SUPPORTER
บราหรือเสื้อชั้นในคือปราการด่านสุดท้ายท่อนบนที่ปกปิดเนินอกสาว ๆ ยอมรับตามตรงว่าบราที่ดีไซน์ดีมันก็ชวนลุ่มหลง กระตุ้นให้เรารู้สึกฮึกเหิมปลุกความกระหายของเสืออย่างเรา แต่อีกด้านก็เป็นศัตรูตัวฉกาจตอนเข้าด้ายเข้าเข็มด้วยเพราะความยากในการปลดเพื่อเผยเนื้อนุ่มเนียน ถ้าคุณคือผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบให้สาวโนบรามากกว่าแต่ยังไม่รู้ว่าจะบอกเธออย่างไรให้ดูไม่เหมือนหนุ่มหื่นที่อยากขย้ำกวางน้อยเสียเต็มประดา UNLOCKMEN ของเสิร์ฟเหตุผลดี ๆ เหล่านี้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจาก University of Besancon ประเทศฝรั่งเศสเขาออกมายืนยันจากการทดลองกับกลุ่มอาสาสมัครจำนวน 330 คนในช่วงอายุตั้งแต่ 18-35 ปี ว่า “บราไม่ใช่ของจำเป็น โยนทิ้งไปได้แล้ว” บราพยุงเต้าต้านความเหี่ยวไม่ได้ อกถุงกาแฟคือสิ่งที่พวกเธอพยายามลี้หนีมัน แต่ทางสรีรวิทยาและกายวิภาคเขาบอกไว้ว่าการใส่บรามันไม่ได้มีประโยชน์อะไร ตรงข้ามมันยังไปเร่งความเหี่ยวหย่อนให้เร็วขึ้น ขณะที่ถ้าเปลือยเต้าไม่ใส่บราเขาลองทดสอบวัดกันแล้วว่ามันจะช่วยยกกระชับขึ้นถึงปีละ 7 มิลลิเมตร และทำให้พวกรอยแตกต่าง ๆ จางหายไป สำหรับเหตุผลของการใส่บราที่จะทำให้เนินอกของเธอคล้อยก่อนเวลาอันควร นักวิจัยให้คำอธิบายว่าเกิดจากการสวมบราที่ตัวขวางการเติบโตของเนื้อเยื่อเต้านม ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อที่รองรับหน้าอกเสื่อมสภาพ ถ้าถอดมันออกแล้วกล้ามเนื้อพยุงเหล่านั้นจะทำงานได้มากกว่า บราไม่ได้ช่วยให้หายปวดหลัง ไม่ใส่แล้วจะถ่วงหน้า เดี๋ยวพวกเธอจะปวดหลังได้ อันนี้ก็เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะจนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชิ้นไหนที่เชื่อมโยงได้ว่าบราคือตัวช่วยเยียวยาการปวดหลังได้อย่างแท้จริง แถมการถอดมันยังทำให้เธอยืดหลังได้เต็มเหยียด ยืนตรงขึ้นและปวดหลังน้อยลงด้วย (จากการสอบถามผู้เข้าร่วมวิจัย) ถอดบราแล้วหายใจโล่งคล่อง อีกเหตุผลที่น่าเชื่อว่ามันเป็นได้แบบสุด ๆ คือถอดบราแล้วจะหายใจได้สะดวกขึ้น เรื่องนี้หนึ่งในผู้ทดลองสาวที่ไม่สวมบรามาติดต่อกันถึงสองปีเขาให้ข้อมูลไว้ ซึ่งแน่นอนเรื่องนี้เราเชื่อว่าสาว ๆ ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันเพราะไม่ว่าอะไรถ้ามารัดร่างกายเราเป็นเวลานาน ๆ ก็ย่อมอึดอัดเป็นธรรมดา


