เดือนธันวาคมคือเดือนที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์หลายวัน การใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุดดูหนังกับคุณพ่อคงจะดีไม่น้อย UNLOCKMEN จึงขอนำเสนอคุณพ่อสุดเท่จากภาพยนตร์ทั้งหมด 5 เรื่อง ที่มีคาแรคเตอร์ทั้งรักและหวงลูกในแบบที่แตกต่างกันไปมาให้ได้รับชมเสริมบรรยากาศความรักอันอบอวลของพ่อกับลูกกันให้เต็มที่ Harry Stamper จาก ARMAGEDDON (1998) ภาพยนตร์ชื่อดังในตำนานที่กินใจใครหลายคนอย่างอาร์มาเกดอน เรื่องราวของคุณพ่อนักขุดเจาะน้ำมันสุดเก๋าอย่าง แฮรรี่ สแตมเปอร์ ที่ไม่ค่อยกินเส้นกับลูกน้องคนหนึ่งในทีม เพราะเจ้าหนุ่มที่ว่าดันเป็นแฟนของลูกสาวสุดเซ็กซี่ แต่อยู่ดี ๆ นาซ่าก็แจ้งข่าวว่าโลกมีเวลาเหลืออีกเพียง 18 วันก่อนอุกาบาตจะพุ่งชนจนดับสิ้น ต้องใช้ทีมที่มีความเชี่ยวชาญในการขุดเจาะของแฮรรี่ในการไปออกไปขุดและฝังระเบิดที่อุกาบาตให้แตกกระจายก่อนจะพุ่งชนโลก ภาพยนตร์จะแสดงให้เราเห็นว่าแฮรรี่คือชายผู้ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้โลกที่ลูกสาวของเขาอยู่ปลอดภัย แม้จะต้องสละชีวิตของตัวเอง ยอมทิ้งทิฐิ และเปิดใจให้กับว่าที่ลูกเขย พร้อมประโยคทิ้งท้ายว่า “หน้าที่หลักของนาย คือการดูแลลูกสาวของข้า” แสดงให้เห็นว่าวาระสุดท้ายของคนเป็นพ่อก็ยังคงนึกถึงลูกเสมอ Sam จาก I AM SAM (2002) เรื่องราวของ แซม ชายผู้มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญาที่ต้องกลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว แต่เขาก็สามารถเลี้ยงลูกสาวน่าตาน่ารักน่าชังอย่างลูซี่มาได้ด้วยดี จนกระทั่งลูซี่อายุ 7 ขวบ และเริ่มมีพัฒนาการทางสมองมากกว่าแซม ทำให้นักสังคมสงเคราะห์มองว่าแซมไม่มีความสามารถพอที่จะเลี้ยงลูกได้ และให้ลูซี่ไปอยู่กับญาติคนอื่น เมื่อลูกสาวที่เขาเฝ้าทะนุถนอม เด็กน้อยที่เขาคอยเล่านิทานให้ฟังทุกคืนกำลังจะจากไป แซมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นพ่อที่เท่เหมือนใคร ๆ
“สมาร์ตโฟนก็เหมือนบ้านหลังหนึ่ง เราจะจัดแต่งมันอย่างไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับการจัดสรรพื้นที่ที่เหลือ” นี่เป็นประโยคเปรียบเทียบที่เราคิดขึ้นเองแต่เชื่อว่าผู้ชายหลายคนคงเห็นด้วยกับมันสุดหัวใจ เพราะทุกวันนี้เราอยู่กับมันเกือบตลอดเวลา และทำแทบทุกอย่างตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างการสื่อสารทั้งเสียงไปถึงวิดีโอ ควบคุมทุกสรรพสิ่งและเข้าถึงเซอร์วิสต่าง ๆ ได้ด้วยก้อนสี่เหลี่ยมในมือเรานี่แหละ แต่ว่าถ้าด้วยตัวเครื่องอย่างเดียวเปล่า ๆ มันคงสร้างฟังก์ชั่นที่เหมาะสมกับเราไม่ได้ แอปพลิเคชั่นก็เลยเป็นเสมือนเฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกใส่ไว้ในบ้านเพื่อใช้งานตามคาแรกเตอร์ส่วนตัว ภายในพื้นที่ที่เรามี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราตามข่าวเรื่องแอปฯ มาอัปเดตเสมอ ล่าสุด Google ออกมาจัดทำลิสต์แอปฯ ที่ดีที่สุดใน Google Play ปี 2018 เราเลยไม่พลาดมาส่งต่อ เผื่อใครอยากเปลี่ยนแอปฯ จากอันเดิมมาเป็นแอปฯ ใหม่ที่ใช่กว่าเพื่อใช้งาน ลองมาเลือกดูไปพร้อมกัน จากทั้งหมด 19 แอปพลิเคชั่นนี้ หมวด MOST INTERESTING เริ่มที่หมวดแอปฯ น่าสนใจ ยกให้ทั้งหมดจาก 5 แอปฯ นี้ ที่ทำหน้าที่หลากหลายแต่ก็เน้นเรื่องความบันเทิงตามชื่อหมวด ครบเครื่องทั้งฟังทั้งเล่น Vimage แอปพลิเคชั่น สร้าง cinemagraph ที่คุณสามารถเพิ่มสร้างแอนิเมชั่นจากภาพนิ่งได้ No Draw แอปฯ ระบายสียอดฮิต ที่ใช้งานง่ายด้วยการระบายสีลงไปในลายพิกเซล เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ทุกคนที่ต้องการความบันเทิง Neverthink แอปฯ
ถ้าพูดถึงจักรวาลของเศรษฐีระดับโลก ชื่อของ Bill Gates มักไปโผล่อยู่ในนั้นเสมอ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลยแม้แต่น้อยทว่าเขายังคงทำต่อเนื่องและน่าจะไปเอาดีทางนี้ด้วย คงเป็นเรื่องทูตนักอ่านหนังสือนี่แหละ เพราะหลายคนเฝ้ารอว่าเขาจะพลิกเล่มไหนอ่าน เผื่อเราจะถอดรหัสวิธีคิดของเขาออกมาได้บ้าง นี่คือ 5 เล่มในปี 2018 นี้ที่ Bill Gates หยิบจับพลิกไปมาในมือ ใครที่อยากอ่านหนังสือดี ๆ สักเล่มจากบิดา Microsoft ในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะถึงนี้ เตรียมตัวไปหาซื้อหรือยืมมาอ่านกันได้เลย Bad Blood: Secrets and Lies in a Silicon Valley Startup, John Carreyrou เล่มแรกที่วางไม่ลงต้องยกให้เล่มนี้ เพราะมันเป็นหนังสือสารคดีจากเรื่องจริงที่มีเนื้อหาเชือดเฉือนไปมาสุดฤทธิ์ของสตาร์ทอัพประวัติศาสตร์อย่าง Theranos ที่สามารถแหกตา Silicon Valley ได้อยู่หมัด จากผลงานของ Elizabeth Holmes – CEO หญิงหน้าสวย อายุน้อยที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่นด้วยการสวมเสื้อคอเต่าแบบเฮีย Steve Jobs กับการพูดด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ ที่หลอกขายฝันคนใน Sillicon Valley
หลังจากที่ภาพยนตร์จบลง คุณเคยตั้งใจนั่งดูรายชื่อเครดิตผู้มีส่วนร่วมที่ไหลผ่านหน้าจอหรือเปล่า? ถ้าคุณไม่เคย (เราก็เช่นเดียวกัน ยกเว้นภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวหลัง End Credit) นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คุณจะไม่รู้จักอาชีพ ‘Foley Artist’ มาก่อน เพราะเราเองก็เพิ่งรู้ว่ามีอาชีพนี้อยู่บนโลก Foley Artist คืออะไร? มีส่วนร่วมยังไงในหนังหนึ่งเรื่อง? มีวิธีการทำงานยังไง? คนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ดีที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่ทำอาชีพนี้อยู่จริง ๆ เราจึงไม่รอช้า ตัดสินใจติดต่อพูดคุยกับ ‘บิ๊ก-ศุภวิชญ์ โพธิ์วิจิตร’ หนุ่มวัย 27 ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับอาชีพ Foley Artist เต็มที่ เมื่อถึงเวลานัดหมาย พวกเราบุกไปหาเขาถึงห้องทำงาน แค่เห็นห้องทำงานเราก็รู้สึกทึ่งแล้ว เพราะมันเต็มไปด้วยอุปกรณ์นับไม่ถ้วน เราจินตนาการไม่ออกเลยว่าสิ่งเหล่านี้มันเกี่ยวข้องกับการสร้างเสียงยังไง ก่อนอื่นเลย ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ “ชื่อศุภวิชญ์ โพธิ์วิจิตร ชื่อเล่นชื่อบิ๊กครับ ตอนนี้เป็น Foley Artist อยู่ที่ Kantana Sound Studio ครับ” Foley Artist? “Foley Artist ก็คือคนที่ทำ Foley ครับ ซึ่งก็คือองค์ประกอบหนึ่งในเสียงของภาพยนตร์ โดยในภาพยนตร์หนึ่งเรื่องก็จะมีทั้งเสียงไดอะล็อก, บรรยากาศ,
เมื่อคุณมีพ่อเป็นดวงดาวที่เฉิดฉายของฮอลลีวู้ด คุณคิดว่าตัวเองคงได้เป็นเด็กน้อยที่ใช้ชีวิตแสนสบาย เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ห้อมล้อมไปด้วยความ Luxury ใช้ชีวิตกับพี่เลี้ยงเพราะคุณพ่อมีเวลาเพียงน้อยนิด การใช้ชีวิตแบบนั้นก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่นั่นคือสิ่งที่ Chris Hemsworth ไม่ได้ต้องการให้เกิดกับลูก ๆ ของเขา เขาคือพ่อคนหนึ่งที่เชื่อว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด เขาเลยให้ครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญและสมบูรณ์ที่สุด หน้าที่ของการเป็นพ่อที่ดีสำหรับเขาจึงไม่ใช่แค่การให้ลูกได้โม้ว่ามีพ่อเป็นดาราดัง หรือการประเคนเงินให้ลูกใช้แบบอันลิมิต มาดูกันว่าหนุ่ม Chris เขาเลี้ยงลูกของเขาได้เท่ขนาดไหน ชอบอย่างไหนทำอย่างนั้น เรามักจะคุ้นเคยกับภาพที่เขาใช้เวลากับลูก ๆ ทั้งสาม ไม่ใช่เรื่องการขับเคี่ยวให้ลูกกลายเป็นอัจฉริยะด้านใด แต่เป็นการปล่อยให้ลูก ๆ ได้เล่นตามใจ ส่วนมากจะเป็น Outdoor Activity ที่เขาเองก็ชื่นชอบ เพราะเขาและลูก ๆ มักจะแลกเปลี่ยนความชื่นชอบ ผลัดเปลี่ยนกันทำกิจกรรมที่แต่ละคนชอบกัน ไม่ว่าจะเป็นคริสเล่นกับลูก ๆ เหมือนกับเขาเองเป็นเด็กด้วยเช่นกัน ปล่อยให้ลูกสาวทาเล็บเท้าของเขา แม้จะไม่เข้ากับ Look ของเขาเลยก็ตาม หรือลูก ๆ ออกไปผจญภัย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่พวกเขามักจะใช้เวลาในวันหยุดด้วยกัน นั่นทำให้เขาและลูก ๆ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเสมอ แม้จะฟังดูเป็นการตามใจลูกเกินเหตุ แต่เรื่องระเบียบวินัย พื้นฐานของการใช้ชีวิตร่วมกัน เขาเองก็สอนลูกเหมือนกับบ้านอื่นเช่นกัน เขาไม่ยอมปล่อยให้ลูก ๆ กินขนมหวานมากเกินไป
ธรรมเนียมส่งท้ายปีอย่างหนึ่งคงหนีไม่พ้นการจัดอันดับและการรวบรวมสารพัดลิสต์น่าสนใจ ตลอดเดือนธันวาคมนี้ UNLOCKMEN ก็ไม่พลาด จะทยอยรวมหมัดเด็ดแห่งปีของสรรพสิ่งทุกแขนงมาไว้ให้เสพ แต่เราเชื่อว่าไม่ใช่แค่หนัง เพลง หนังสือ หรือวัตถุทางสังคม วัฒนธรรมเท่านั้นที่สะท้อนตัวเราตลอดหนึ่งปี การเมืองก็เป็นอีกหมุดหมายที่จะช่วยให้ผู้ชายอย่างเราเข้าใจตัวเองและสิ่งรอบตัวมากขึ้น การได้ไล่เรียงว่าปีหมานี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะคสช. ได้เอ่ยวาทะเด็ดทะลวงใจอะไรเอาไว้บ้างก็ยิ่งย้ำเตือนว่าผู้นำประเทศแบบพลเอกประยุทธ์ ชาตินี้คงไม่มีใครเหมือนอีกแล้ว … “ผมพร้อมจะลาออก อยากจะลาออกทุกวัน” ข้อความเต็ม: “ผมพร้อมจะลาออก อยากจะลาออกทุกวัน แต่เห็นประชาชนเดือดร้อนทนไม่ได้ และไม่ได้อยากอยู่เกินแม้แต่วันเดียว ทุกวันนี้ผมสู้รบทุกวัน ในบ้านกลับมาก็ทะเลาะกับเมีย เมียถามว่าทำไมอันนี้ไม่ทำ ผมบอกทำแล้ว บางเรื่องทำไม่ไหวก็หงุดหงิด สรุปว่าผมไม่มีความสุข ทุกคนไม่มีความสุข ผมจึงต้องคืนความสุขให้ประชาชน และได้รับความทุกข์แทนไง” ที่เกิดเหตุ: พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากล่าวตอนมอบนโยบายให้เอกอัครราชทูตไทยในยุโรป และ ผู้ช่วยทูตทหารประเทศในยุโรป ณ งานเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงแรม สตาร์ โฮเตล โรซ่า แกรนด์ นครมิลาน ประเทศอิตาลี สิ่งที่ไม่น่ามีใครเหมือน: ไม่ว่าจะอยากลาออกแค่ไหน แต่นายกฯ ก็อยู่ยาว ๆ มาได้ตั้ง 4 ปี
เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสบินลัดฟ้าไปกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อร่วมงานปาร์ตี้สุดเจ๋งอย่าง Tiger Roar โดย ไทเกอร์เบียร์ ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีดีแค่ดนตรี หรือความเมามันส์ตามประสาปาร์ตี้ทั่ว ๆ ไป แต่มันถือเป็น Art Exhibition ขนาดย่อม ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะภายในงานคือการรวมพลเหล่าเสือซ่อนเล็บ กลุ่มคนมีของจากหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นดนตรี การเต้น แฟชั่น ศิลปะ เทคโนโลยี รวมถึงการทำอาหาร ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความเป็นศิลปินที่มีพลังสร้างสรรค์อัดแน่นอยู่เต็มร่าง และต่างก็รอวันฉายแสงระเบิดฟอร์มผลงานอันยอดเยี่ยมออกมาให้ทั้งโลกได้ประจักษ์แก่สายตา โดยงาน Tiger Roar นั้นถูกจัดขึ้นเพื่อเปิดตัวแคมเปญระดับโลกอย่าง Tiger Roar Collective ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ไทเกอร์เบียร์พร้อมเปิดโอกาสให้กับเหล่าศิลปินหน้าใหม่ผู้มากความสามารถ ได้ร่วมกันทำงานและเผยศักยภาพการสร้างสรรค์ของผลงานของตัวเองในรูปแบบที่ฉีกขนบเดิม ๆ ด้วยมุมมองของแบรนด์ไทเกอร์เบียร์ ที่เชื่อว่าความคิดที่ยอดเยี่ยม ไม่ได้เกิดในห้องประชุมเท่านั้น แต่อาจได้มาจากถนนหนแห่งต่าง ๆ ในโลก จนเป็นที่มาของการมุ่งผลักดันศักยภาพอันซ่อนเร้นของศิลปินหน้าใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานตนเองในวิถีที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบ (Uncaged) และความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกในอนาคต และพิกัดสำหรับปลดปล่อยเสียงคำรามแห่งพลังสร้างสรรค์ที่เราได้มาเยือนในครั้งนี้ก็คือ เกาะลอยน้ำเซบิทซอม (Sebitseom) ซึ่งเป็นศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมสำหรับจัดแสดงงานศิลปะและการแสดงร่วมสมัย ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยในงานนี้ถือเป็นครั้งแรกของไทเกอร์เบียร์ในกรุงโซล ที่ได้มีการนำผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินหน้าใหม่ผู้มากความสามารถหรือเรียกว่าเหล่า Talent ทั้งหมด
ในขณะที่บ้านเรากำลังฮือฮาจากการเปิดตัว Nissan Leaf generation ที่ 2 ด้วยราคา 1.9 ล้านบาท บ้างก็ว่าราคาแพงเกินไป แต่บางคนก็เข้าใจว่าโดนกำแพงภาษีวางยามา ก็เราอยู่ในประเทศที่รัฐบาลถือหุ้นบริษัทน้ำมัน ครั้นจะให้รถพลังงานไฟฟ้าขายราคาดีเกินไปคงจะผิดหลักการทำกำไรของนักธุรกิจบางคน แต่ถ้าเห็น Nissan Leaf เวอร์ชั่นสุดโหดจากแดนอาทิตย์อุทัยที่ผ่านมือการโมดิฟายโดย Nismo มา หลายคนอาจจะลืมเรื่องราคาและคว้า Leaf มารอแต่งตามกันเลยทีเดียว หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า Nismo Leaf ไม่ใช่พึ่งมีครั้งนี้ครั้งแรก แต่เคยมีการจับ Leaf พลังงานไฟฟ้ามาจูนมอเตอร์ให้แรงครั้งนึงแล้วในปี 2011 ด้วยขุมพลัง 80-kilowatt AC electric motor 107 แรงม้า และแรงบิด 207 lb-ft แถมยังการันตีความเสถียรของรถ EV จากค่ายด้วยการจับแต่งเพื่อส่งลงแข่ง 24 Hours of Le Mans ครั้งที่ 79 ล่าสุด Nismo ได้เปิดตัวแรงพลังงานไฟฟ้าคันใหม่ “NISSAN LEAF NISMO RC”
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเวทีล่าฝันของเหล่าสายแดนซ์ สำหรับการแข่งขันเต้นระดับโลก Juste Debout ที่โด่งดังมาตั้งแต่ปี 2002 โดยในปีนี้ประเทศไทยคว้าลิขสิทธิ์เป็นผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรายการ Juste Debout Bangkok 2019 (จัส เดอบู แบงค็อก 2019) เพื่อเปิดฟลอร์ให้ ผู้ที่มีใจรักการเต้นแนว Street Dance ได้มีพื้นที่แสดงความสามารถกันอย่างเต็มที่ โดยใช้ศาสตร์การเต้น 4 ประเภทคือ Hiphop, Locking, Popping และ House มาประชันศึกกันอย่างดุเดือด ในวันที่ 19 มกราคม 2562 ที่ MCC HALL เดอะมอลล์บางกะปิ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักเต้น 4 ทีมสุดท้าย จากผู้สมัครทั้งหมด 250 ทีม เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันชิงแชมป์โลกในรายการ “Juste Debout Paris 2019” ที่ประเทศฝรั่งเศส งานนี้นอกจากจะยกเวทีคุณภาพมาให้สายแดนซ์ได้โชว์ศักยภาพกันแล้ว ยังเป็นการมอบโอกาสสุดพิเศษให้เยาวชนและน้องๆ เด็กด้อยโอกาสกว่า 1,000 คนในประเทศไทยได้เข้าชมและสัมผัสประสบการณ์จริงที่ตื่นเต้นเร้าใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจพร้อมกับการสานฝัน


