ประชากรชายไทยโปรดทราบ UNLOCKMEN รู้ดีว่าตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมาจนถึงกลางปีนี้เราคงต้องเจออุปสรรคมากมายในชีวิตให้ข้ามผ่าน ตั้งแต่รถติด งานมีปัญหา แฟนงอน ชีวิตทุกอย่างมันประดังเข้ามาให้เกิดอาการ “หัวร้อน” แทบทุกวัน เห็นได้จากการจัดอันดับรายงานความสุขโลก ประจำปี 2018 หรือ World Hapiness Report ที่ UN เขาทำมาเป็นประจำทุกปีที่หนนี้ประเทศไทยโดดลงมาสู่อันดับต่ำกว่าเดิมถึง 14 อันดับ! เพื่อดับอาการหัวร้อนให้อยู่หมัดให้กลับไปใช้ชีวิตกันแบบ productive เราจึงอยากแนะนำวิธีช่วยสลายความหงุดหงิดให้ถูกวิธี เริ่มจากเรื่องแรกที่ผู้ชายส่วนใหญ่อาจกำลังเข้าใจผิดอยู่คือการใช้ตัวช่วยอย่าง “การออกกำลังกาย” ยิ่งโมโหยิ่งวิ่งเข้ายิม ใส่มันให้สุด หยุด! มันตั้งแต่ตอนนี้ เพราะผลวิจัยเขาออกมาเป็นทางการแล้วว่ามันเสี่ยงจะเสียชีวิตไม่รู้ตัว โดยผลของการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยได้สอบถามกับคนจำนวนกว่า 12,000 คน จาก 52 ประเทศทั่วโลก เป็นเพศชายถึง 75 % จากทั้งหมด เกี่ยวกับประสบการณ์หัวใจวายว่าตอนนั้นพวกเขาทำอะไรอยู่และมีอารมณ์ความรู้สึกแบบไหนในวันนั้น คำตอบน่าตกใจที่ออกมาคือ อาการหัวใจวายมันเกิดขึ้นกับคนที่กำลังออกกำลังกายมากกว่ากิจกรรมอื่นถึงสามเท่า และชั่วโมงหวิดดับนั้นพวกเขามักกำลังรู้สึกหัวเสียอยู่สักราว 1 ชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว EXERCISE PARADOX Dermot Phelan ผู้อำนวยการศูนย์โรคหัวใจกีฬาที่ Cleveland
นาฬิกาข้อมือกับผู้ชายถือเป็นเครื่องประดับที่จะห่างกายไปไม่ได้เลย เพราะมันบ่งบอกถึงตัวตน และเล่าเรื่องราวกับคน ๆ นั้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละคนอาจจะชอบนาฬิกาที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ความเหมาะสมของคนที่เลือกเรือนเวลาโดดเด่นมาไว้บนข้อมือ โดย UNLOCKMEN จะนำนาฬิกาสุดเท่ต่าง ๆ มาคอยนำเสนอให้กับหนุ่ม ๆ ทุกคนได้คอยอัพเดทกันเช่นเคย Dress Watch : NOMOS Glashütte Neomatik เรือนเวลาสุดคลาสสิคจากเยอรมนี NOMOS Glashütte ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Baselworld 2018 พร้อมกันถึง 3 รุ่นได้แก่ Tangente, Orion และ Ludwig ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายตามสไตล์ Bauhaus ทำให้ DNA ของการออกแบบที่เป็นจุดยืนหลักที่สำคัญของ Nomos Glashütte เหมาะจะเป็น Dress Watch สำหรับหนุ่ม ๆ สายมินิมอล จุดเด่นของนาฬิกาทั้งสาม คือ ตัวเรือนขนาดพอเหมาะ 41 มิลลิเมตร แถมยังมีความเพียวบาง เมื่อใส่กับชุดสูทจะดูเข้ากันได้อย่างพอดี ควบคุมการทำงานด้วยระบบคาลิเบอร์ DUW 6101 ที่เป็นกลไกเดินสุดเที่ยงตรง
ถ้าพูดถึงผู้นำตลาดเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายในตลาดขนาดใหญ่หลายประเทศ เราต้องนึกถึง Dyson ที่ล่าสุดได้เผยโฉมเครื่องดูดฝุ่น ที่ผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาดแล้วเรียบร้อย ด้วยการคิดค้นใหม่ที่ส่งผลต่อฐานรากและเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการทำงาน ประสิทธิภาพและรูปลักษณ์ที่แตกต่าง และแน่นอนว่า Dyson นำเสนอไอเดียและเทคโนโลยีที่ดีกว่าเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มักถูกมองข้ามไปได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งแน่นอนความพิเศษของตัวใหม่อย่างเทคโนโลยีเครื่องดูดฝุ่น Dyson V8 Carbon Fibre มีล้นหลาม นวัตกรรมล่าสุดในตระกูลเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มาพร้อมประสิทธิภาพพลังการดูดทำความสะอาดสูงถึง 155 AW ตัวเครื่องผนึกอย่างแน่นหนาป้องกันการเล็ดลอดของฝุ่นก่อนผ่านตัวกรอง และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทรงพลังยกระดับการทำความสะอาดบ้านไปอีกขั้น ตั้งแต่ในปี 1999 การเปิดตัวเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับเครื่องดูดฝุ่นเป็นครั้งแรกของ Dyson ช่วยให้ผู้ใช้เป็นอิสระจากเครื่องดูดฝุ่นแบบเสียบปลั๊กที่มีความหนาเทอะทะ นับจากนั้นมา การพัฒนาและปรับปรุงดิจิตอลมอเตอร์และสารประกอบทางเคมีของแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องทำให้เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายมีความสามารถในการทำงานได้นานขึ้น การค้นพบเทคโนโลยีชุดไซโคลน 2 Tier Radial™ (เรเดียล 2 ชั้น) ช่วยเพิ่มอัตราการแยกฝุ่นละเอียดออกจากการไหลเวียนของอากาศ ทำให้เครื่องดูดฝุ่น Dyson มีประสิทธิภาพโดดเด่นเหนือชั้น และด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี ในการสร้างเทคโนโลยีเครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายและความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์อีกกว่า 20 ปี ยืนยันถึงประสิทธิภาพการทำความสะอาดของเครื่องดูดฝุ่นรุ่นล่าสุด Dyson V8 Carbon Fibre ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิตอลมอเตอร์อัจฉริยะ Dyson
‘อยากได้ audi TT ว่ะ’ เชื่อว่าเมื่อถึงช่วงเวลาตัดสินใจซื้อรถใหม่ซักคัน ถ้ามีงบอยู่ที่ 3 ล้านบาทบวกลบนิดหน่อย ต้องมี Choice นี้ติดโผในอันดับรถอยากซื้ออยู่เสมอแน่นอน ต้องยอมรับว่า Audi TT เป็นรถ Coupe ที่มีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวชัดเจน รูปทรงที่ฉูดฉาด บาลานซ์ความสปอร์ตและหรูหราเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แบรนด์โลโก้ 4 ห่วงที่เป็นรถในฝันของใครหลายคน พ่วงด้วยการทำตลาดโดย Audi Thailand เจ้าใหม่ที่ทำราคา Audi TT ได้ดีอย่างน่าใจหาย คำว่า ‘อยากได้ audi TT ว่ะ’ จึงเป็นวลีที่ยิ่งดังกังวาลกว่าในยุคก่อนมาก หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าอักษรย่อ ‘TT’ นั้นมีที่มาจากรายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ Isle of Man TT (Tourist Torphy) ซึ่ง NSU Motorenwerke AG และ DKW (Dampf-Kraft-Wagen) เคยกวาดชัยชนะในรายการนี้มาก่อน และเป็น 2 บริษัทที่ถูก
แม้ว่าช่วงหลังกระแสความนิยมของ YEEZY หรือสินค้าดีไซน์ Made By Kanye West จะดูซบเซาลงไปพอสมควร แต่คนระดับเขาแล้ว จะขยับตัวทำอะไรแต่ละทีต้องไม่ธรรมดาเสมอ ซึ่งหลายคนอาจจะจดจำภาพเขาในแวดวงแฟชั่น จนลืมไปแล้วว่าอาชีพเดิม ๆ ของชายคนนี้คือศิลปินที่ฝีมือจัดจ้าน พร้อมกับเป็นต้นแบบของการคิดโชว์แสดงสด ที่แหกแหวกแนว แตกต่างจากชาวบ้านชาวช่องเขาทำกัน ตัวอย่างเช่นเมื่อปี 2016 ครั้งที่ Kanye West เปิดตัวอัลบั้ม The Life of Pablo เขาได้ฉีกทุกกฎเกณฑ์การแสดงสด ด้วยการนำโชว์คอนเสิร์ตเล่นไปพร้อม ๆ กับแฟชั่นโชว์ของตัว แถมจัดอย่างยิ่งใหญที่สนาม Madison Square Garden ซึ่งคงไม่มีใครบ้าดีเดือดเช่นเขาอีกแล้ว และล่าสุดหลังจากเว้นวรรคผลงานเพลงมากว่า 2 ปี Kanye West กลับมาอีกครั้ง มิสเตอร์ President แห่งวงการแฟชั่นได้ทำการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ที่มีชื่อ ‘ye’ โดยคราวนี้เขาไม่ได้ไปเช่าสนามกีฬาหรือปิดสนามบินอะไรทำนองนั้น ทว่ากลับจัดปาร์ตี้เรียบง่ายแบบส่วนตัว ซึ่งชวนเฉพาะแขกคนสำคัญเท่านั้นให้เดินทางไป Jackson Hole, Wyoming ที่เป็นพื้นที่ชนบทล้อมรอบด้วยป่าเขาลำเนาไพร บรรยากาศสุด Deep
สำหรับผู้ชายอย่างพวกเรา สิ่งที่สาว ๆ มองหาถ้าจะเอามาทำเป็นหัวหน้าครอบครัว นอกจากความใจดี ก็คือความใจถึงและความฉลาดเลือก เพราะต่อให้หล่อเหลาแค่ไหน ก็คงจะสู้ผู้ชายที่รู้จักลงทุนทำกำไร และให้กระเป๋า Hermes Birkin เป็นของขวัญให้พวกเธอได้อย่างแน่นอน ความเจ๋งของมันซึ่งเราอยากให้ผู้ชายหันมาลงทุนซื้อกระเป๋าสุดหรูใบนี้เป็นของขวัญชิ้นต่อไป บอกเธอว่าเราเอามาให้ใช้ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ต่อให้เธอไม่อยู่ข้าง ๆ อย่างน้อยกระเป๋า Birkin ใบนั้นก็เอาไปขายทำกำไรให้สะใจหายเศร้าได้สบาย ๆ นักวิจัยบอกเอาไว้ว่า ดูเทรนด์ 35 ปีที่ผ่านมา Hermes Birkin ให้ผลตอบแทนดีกว่าลงทุนในหุ้นหรือทองซะอีก บอกเลยว่าผลการวิจัยนี้อาจจะขัดใจบรรดาเซียนหุ้นหลายท่าน เพราะมันทำโดย Baghunter.com ดังนั้นแน่นอนว่ามันต้องมีการเอนเอียงไปเชียร์การลงทุนในกระเป๋าอยู่แล้ว (ก็เซียนหุ้นยังเอนเอียงไปทางเชียร์หุ้นเลยนะ) แต่ที่น่าสนใจคือเทรนด์ที่ว่ามันมาจากตัวเลขจริง โดยการดึง Statistic ย้อนหลัง 35 ปี เทียบราคาขึ้นของกระเป๋า Hermes Birkin กับราคาหุ้นเฉลี่ยใน S&P 500 และตลาดทองคำ โดยมีเงื่อนไขว่าถือหุ้นหรือทองคำไว้ยาว 35 ปีแบบไม่มีซื้อขายเก็งกำไร พบว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้น S&P 500 อยู่ที่ 11.6% แต่มี Real
ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กมอปลายที่กำลังไปเรียนพิเศษ เป็นหนุ่มมหาลัยที่กำลังหัวหมุนกับการสอบไฟนอล หรือหนุ่มออฟฟิศที่กำลังเหนื่อยล้า เรามีสิทธิ์พูดคำว่าเหนื่อยกันได้ทั้งนั้น เพราะแม้จะไม่ได้เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจ เหนื่อยจากข้างในมันมีอยู่จริง และหนุ่ม ๆ หลายคนกำลังเผชิญปัญหานี้กันอยู่ทั้งนั้น UNLOCKMEN ขอหยิบ 10 เหตุผลที่ทำให้เหนื่อยจากข้างในให้เรามาดูกันว่าข้อไหนตรงกับเราบ้าง พร้อมทางออกดี ๆ ที่ให้หนุ่ม ๆ เอาไปปรับใช้กับตัวเอง เติมความสุขให้ตัวเองไม่ให้เหนื่อยเกินไป ก่อนที่ความเหนื่อยจะฝังรากลึกลงไปในชีวิตจนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ยอมจัดระเบียบชีวิต ไม่ได้หมายถึงแค่ความเป็นระเบียบของอะไรที่เป็นรูปธรรมอย่าง การจัดห้องนอน โต๊ะทำงาน อะไรแบบนั้น แต่หมายถึงการจัดการชีวิตโดยรวม อย่างการจัดคิวนัดหมาย การลำดับสำคัญของการทำงาน การควบคุมอารมณ์ จัดการความคิด ความสัมพันธ์กับคนรัก ครอบครัว แบ่งเวลาให้ความชอบ ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ล้วนแต่อยู่ในหมวดของการจัดระเบียบชีวิตทั้งสิ้น เราอาจจะหลงลืมข้อใดไปสักข้อหนึ่ง แต่มันกลับส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงชีวิตด้านอื่น ๆ ด้วย เลยทำให้ชีวิตของคุณดูยุ่งเหยิง และจับต้นชนปลายไม่ถูกนั่นเอง ทำยังไงกับมันดี ? ถ้าชีวิตคุณมันยุ่งเหยิงซะเหลือเกิน ลองเริ่มจากการจัดการอะไรง่าย ๆ ไปทีละอย่าง ไม่ต้องใจร้อน เริ่มเป็นเรื่อง ๆ ไป ลองเป็นอะไรใกล้ตัวอย่างจัดลำกับความสำคัญของงานที่ต้องทำในทุกวัน ควรเริ่มทำอะไรก่อนหลัง ลองหัดจัดลำดับให้เป็นนิสัย
หนึ่งในรูปแบบออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมของบรรดาผู้ชายคนเมือง และหนุ่มสไตล์ work hard – play hard ที่ทุกนาทีมีค่าก็คือ HIIT (High Intensity Interval Training) การออกกำลังกายความเข้มข้นสูง ที่เราต้องทำแบบเต็มในระยะเวลาสั้นจนแทบตาย ให้มีอัตราการเต้นหัวใจสูงถึง 85-90 เปอร์เซ็นต์ สลับกันกับการพักเพื่อลด heart rate ลงมา จนครบโปรแกรม แล้วมันดีอย่างไร ? ถ้าพูดถึงการตอบโจทย์ชีวิต แน่นอนว่าการฝึก HIIT นั้นใช้เวลาและพื้นที่น้อย ส่วนประสิทธิภาพของมันนั้น นักวิจัยจาก Human Performance Institute ใน Orlando เปิดเผยข้อมูลว่า แค่เราฝึก HIIT แค่ 7 นาที ก็ช่วยลดไขมันในร่างกายได้ และเกิดภาวะ “after burn” ได้นานสูงสุด 48 ชั่วโมง รวมถึงเพิ่มค่า VO2 Max ที่เป็นตัวชี้วัดความสามารถของร่างกาย ว่าสามารถนำออกซิเจนจากเลือดส่งไปที่กล้ามเนื้อเพื่อใช้เผาผลาญได้สูงสุดแค่ไหน อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนน่าจะทราบข้อดีเหล่านี้แล้วครับ
ทุกวันนี้วิวัฒนาการด้านการถ่ายภาพมันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หากย้อนกลับไปวันที่พวกเราเป็นแค่เด็กชายที่ทำได้เพียงเต๊ะจุ๊ยยิ้มอยู่หน้ากล้องตอนพ่อแม่เรียก หลายคนคงไม่คิดว่าจากกล้องฟิล์มกระดาษที่เคยใช้ป๊อกแป๊ก วันหนึ่งการถ่ายภาพจะเปลี่ยนจากฟิล์มไปเมมโมรี่ในกล้อง compact, DSLR, mirrorless จนถึงกล้องมือถือที่ความละเอียด จับชัตเตอร์สปีดไม่ทิ้งกล้องตัวใหญ่ แถมภาพเคลื่อนไหวก็บันทึกได้คมชัดพร้อมตัดต่อ ทว่าระหว่างการพัฒนาระดับความเร็วแสงที่นับวันจะแข่งกันมาให้เลือกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จู่ ๆ มันก็ดันมีปรากฏการณ์ Come back ของการ “สะพายกล้องฟิล์ม” กลับมาอีกครั้ง UNLOCKMEN จึงตัดสินใจไปตามหาผู้รู้ช่วยไขคำตอบเหล่านี้กันที่ LUCKROOM แล็บครอบจักรวาลด้านการถ่ายภาพที่เพิ่งเปิดเซอร์วิสล้างสแกนฟิล์มน้องใหม่แกะกล่องผุดขึ้นมาในย่านลาดพร้าว ซึ่งมีเจ้าของเป็นแก๊งหนุ่มช่างภาพต่างคาแรคเตอร์ทั้ง 4 คน ซึ่งหนึ่งใน 4 คนนี้ยังเป็นช่างภาพมือเก๋าของพวกเราทีม UNLOCKMEN ด้วย (หนนี้ยอมมาเผยตัวหน้ากล้องกับเขาสักที) WHAT THE LUCK(ROOM)? ก่อนจะไปถามกันมันส์ ๆ ให้เกียรติป้ายกระจกที่แปะสติ๊กเกอร์หน้าร้านว่า “LUCK” สักเล็กน้อย ว่าชื่อนี้มีที่มาจากไหน “มาจากคำว่า Lucky ครับ ผสมกับคำว่า Luck ในภาษาอังกฤษมันพ้องเสียงกับคำว่า ‘รัก’ ภาษาไทย จะเอามาวางหน้าคำไหนก็ได้ความหมายดี เรา 4 คนเลยตกลงกันว่าจะใช้คำนี้” การจะจับช่างภาพ


