ผู้ชายกับ Supercar มันเกิดมาคู่กันแบบยากจะแยก บางคนชื่นชมผลงานการออกแบบทุกเส้นสาย บางคนก็ถึงขั้นอยากออกแบบสร้างมันขึ้นมาเองซะเลย ซึ่งถ้าพูดถึงการทำอะไรต้องสุดทาง คงไม่มีใครเกินคนญี่ปุ่นเป็นแน่ และคนที่มีชื่อเสียงสุด ๆ มีความอินกับรถ Supercar สุด ๆ ไล่ตามความฝันไปถึงขั้นเคยเป็น head of designer ให้กับ Ferrari และ Pininfarina ออกแบบรถสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์อย่าง Ferrari Enzo และ Maserati ‘birdcage 75th’ ก็เป็นผลงานของผู้ชายสายเลือดบูชิโดที่ชื่อ Ken Okuyama Ken Okuyama ชายผู้ผันตัวมาสร้างสรรค์ผลงานน่าตื่นเต้นใหม่ ๆ ถูกใจเศรษฐีญี่ปุ่นกันมาแล้วก่อนหน้านี้ไม่นาน กับรหัส Kode9, the 1960’s italian racing cars ที่ผสมผสานกลิ่นอายของ Italian Supercar ให้เข้ากับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว มาถึงผลงานชิ้นล่าสุด Kode57 ที่อยู่ตรงข้ามกับความเรียบง่าย หันไปเน้นความฉูดฉาดจากพื้นฐานของ Ferrari แต่ถูกปรับแต่งดีไซน์ลายเส้นใหม่ให้ดูเก๋าสไตล์ Race car
ต้องยอมรับในข้อหนึ่งว่าบรรดาคนดังนั้นล้วนมีส่วนสำคัญในการชักจูงใจให้เราอยากทำตัวเลียนแบบตาม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมล้วนขอให้เหมือนกับไอดอลในดวงใจไว้ก่อน เพราะจากความเชื่อของผู้ชายที่คิดว่าบุคคลต้นแบบนั้นมีความเท่ คูลอยู่แล้ว หากเราทำตามก็จะดูดีไปด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งรองเท้าผ้าใบที่เราเชื่อว่าชาว UNLOCKMEN หลายคนเองก็มักจะเลือกซื้อตามไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบ ดังนั้นเราจะพามาดูว่าคนดังคนไหนเคยใส่รองเท้ารุ่นอะไรแล้วทำให้เกิดเป็นกระแสให้คนอยากไปซื้อมาใส่ตามจนฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองกันบ้าง Kurt Cobain = Converse All Star , Jack Purcell ราชาเพลงกรันจ์ผู้เป็นตำนานไม่ว่าจะเป็นเรื่องสไตล์การแต่งตัว หรือดนตรี ที่ตัวของเขาชื่นชอบการใส่รองเท้า Convers Chuck Taylor All Star และ Jack Purcell เป็นชีวิตจิตใจแม้กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเขาเองก็ยังสวมใส่รองเท้า Converse ความนิยมของ Kurt ถึงขั้นทำให้ผู้ชายทั่วโลกต้องเลือกซื้อรองเท้า Converse เพราะว่าอยากจะแต่งตัวตามเขา ซึ่งตัวของ Kurt Cobain เองก็จะสวมใส่เพียงรองเท้าสีดำเท่านั้น แล้วนำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับกางเกงยีนส์ขาด ๆ เสื้อยืดเซอร์ จนเกิดเป็นสไตล์กรันจ์ที่แม้ว่าเวลาจะผ่านมากว่า 20 ปี เวลานึกถึง Converse ก็จะนึกถึง Kurt Cobain เช่นกัน Paul Walker =
เราเชื่อว่าผู้ชายทุกคนคงเคยเดทในชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน บางคนสมหวังสามารถเอาชนะใจผู้หญิงได้ตั้งแต่เดทแรก แต่บางครั้งก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ซึ่งเราเคยสงสัยไม่ว่าทำไมพอหลังจากเดทแรกปุ๊ป ฝ่ายหญิงถึงตีตัวออกห่าง หรือทำตัวเหมือนไม่อยากคุยกับเราแล้ว แม้เราจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องความรัก แต่สาเหตุทั้งหมดน่าจะมาการพฤติกรรมการเดทของคุณ เพราะเคยมีคนบอกว่าเดทแรกจะสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาได้ ยิ่งเมื่อเวลาที่เราอยู่ใกล้กับคนที่ตัวเองชอบมากเท่าไหร่ ผู้ชายก็ยิ่งคาดหวัง พยายามอยากจะทำแต้มพิชิตใจเธอ จนบางทีอาจเผลอทำอะไรที่ไม่เข้าท่าออกไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นวันนี้ทีมงานจะขอมาแชร์พฤติกรรมที่ชาว UNLOCKMEN ควรระวังอย่าเผลอทำในเดทแรก เพราะถ้าหากทำแล้วผู้หญิงอาจจะร้องยี้ได้ ห้ามมองผู้หญิงคนอื่น แน่นอนในเมื่อคุณมาเดทกับเขา แต่ดันไปมองผู้หญิงคนอื่น มันเท่ากับว่าเป็นการเสียมารยาทอย่างมากที่สุด ซึ่งเราก็เข้าใจว่าบางทีก็มีเย้ายวนใจให้คุณหันไปมองอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยเราควรจะเก็บอาการนิดนึง อย่าแสดงออกมากนัก เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด หากเธอเห็นว่าคุณมีสายตาที่ล่อกแล่ก อาจทำให้เสียแต้มในการเดทครั้งนี้ได้ ดังนั้นพยายามโฟกัสกับคู่เดทของเราถ้าไม่อยากให้รักล่ม เป็นผู้ฟังที่ดี อย่าพูดเรื่องตัวเองเยอะ ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครชอบมาฟังเรื่องของเราหรอก เพราะถ้าพวกเธออยากรู้อะไรเกี่ยวกับเราเดี๋ยวก็ไปหาวิธีสืบเอาเองจนได้ ดังนั้นวิธีง่าย ๆ คือการเป็นผู้ฟังที่ดี คอยรับฟังในทุกเรื่องที่เธอกำลังพูดแม้คุณจะไม่เข้าใจมันเลยก็ตาม แล้วอย่าลืมเอาคำเชื่อมประโยคต่าง ๆ ไปด้วย เวลาที่ผู้หญิงเล่าอะไรมาจะได้ดูเหมือนว่าเราให้ความสนใจ และมีการโต้ตอบกับพวกเธอ ใจดีสปอร์ต ช่วยเพิ่มแต้มต่อให้กับคุณเห็น ๆ ธรรมเนียมแบบอเมริกันแชร์นั่นใช้ไม่ได้สำหรับสังคมไทยจงลืมไปซะ อีกทั้งขึ้นชื่อว่าเดทแรกแล้ว จนเตรียมเงินอะไรไปให้พร้อม หากไม่แน่ใจจริง ๆ กรุณาเช็คข้อมูลราคาของร้านอาหารที่เรากำลังจะไป เพราะบางทีการไปกินร้านอาหารที่ไม่รับบัตรเครดิต แล้วเราขอยืมตังผู้หญิงไปจ่ายก่อน ต่อให้เราจะจ่ายคืนทันทีที่เจอตู้ ATM แต่นั้นก็ทำลายภาพลักษณ์ของเราไปเรียบร้อยแล้ว
เวลาที่เราต้องไม่อยู่บ้านรู้สึกกังวลใจกันบ้างไหมครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่สารพัดสิ่งอย่างในบ้านให้ห่วงเวลาต้องออกเดินข้างนอกตลอด ไม่ว่าจะสัตว์เลี้ยงจะอยู่ได้ไหม จะมีขโมยขึ้นบ้านหรือเปล่า หรือจะลืมปิดน้ำ ถอดปลั้กปิดไฟยังนะ เลยพาลให้เวลาออกไปไหนแทนที่จะมีความสุข กลับต้องมาห่วงเล็กห่วงน้อยแทบจะตลอดเวลา เดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนหน่อย เราสามารถติดกล้องวงจรปิดบริเวณที่ต้องการได้และดูออนไลน์ทางไกลให้ไม่ต้องกังวลใจ แต่ว่าเราก็คงไม่สามารถติดได้ทุกจุดในบ้านอยู่ดี เพราะยิ่งหลายตัวก็ยิ่งราคาเพิ่มขึ้นทั้งตอนติดตั้งและค่าบำรุงดูแล UNLOCKMEN เลยจะมาแนะนำกล้องวงจรบินอัจฉริยะที่จะลบข้อจำกัดด้านจุดอับ เก็บภาพไม่หมดทิ้งไปซะ Aire เป็นหุ่นยนต์บินได้ที่จะมาช่วยเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่บ้านได้อย่างชาญฉลาด เพราะสามารถบินสำรวจได้ด้วยตัวเอง พร้อมกับกล้องแบบ 360 องศา ให้เราได้เห็นทุกมุมมองภายในบ้าน ไม่พลาดแม้แต่มุมอับของบ้าน และยังสามารถบินหลบสิ่งกีดขวางได้ด้วยตัวเองอีกด้วย ระหว่างที่ Aire บิน จะมีเสียงรบกวนให้ระดับต่ำ (ไม่ดังเหมือนพวกโดรน) รองรับการสั่งงานด้วยเสียงและผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟนได้จากทั่วทุกที่ ซึ่งเทคโนโลยีที่ถูกใส่เข้ามาใน Aire เป็นแบบเดียวกับพวกรถยนต์ไร้คนขับที่คาดว่าจะมาปฏิบัติวงการกล้องวงจรปิดแบบเก่าให้ตายไปเลยทีเดียว เพราะใส่ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะอย่างพวก Alexa , Google Home เข้ามาในตัวเครื่องอีกด้วย ส่วนฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัย มีตั้งแต่ช่วยสอดส่องและสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นและแจ้งเตือนให้กับเจ้าของได้รับรู้ อย่างเช่นมีคนแปลกหน้า เข้ามาตอนที่เราไม่อยู่บ้าน เครื่องจะทำการสั่งบินตรวจสอบและแจ้งเตือน เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น ด้านการบิน ใส่เซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางให้บินได้ปลอดภัยภายในบ้าน ไม่ว่าบ้านเราจะใหญ่โตหรือหลายชั้นขนาดไหน Aire ก็สามารถบินทำงานและพาตัวเองกลับมาที่ฐาน (Dock) ของตัวเองได้สบาย ตัวกล้องตามที่เราได้บอกไว้คือสามารถเก็บภาพได้ 360
เราเคยอ่านงานวิจัยว่าด้วยความลับในจิตใจของมนุษย์ 1 ใน 13 ความลับที่ทุกคนล้วนมีตรงกันคือเรื่อง “SEX” แม้ทางหนึ่ง SEX จะเป็นสิ่งที่ต้องถูกเก็บให้พ้นสายตาคนด้วยเหตุผลเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่เราก็เชื่อว่าความต้องการ ความปรารถนา ความหลงใหลที่จะแสดงออกซึ่งความเย้ายวนเป็นสิ่งที่เราล้วนต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง และแสดงมันออกมาในรูปแบบสิ่งของที่จะไว้สร้างความสุขให้กับตัวเราเองบ้าง นั่นจึงเป็นเหตุผลให้วันนี้ UNLOCKMEN พาแหวกม่านแห่งความปรารถนา แหวกความต้องการทางเพศเข้าสู่ตู้ลับที่ใคร ๆ ก็อยากเก็บไว้ไม่ให้ใครรู้ แต่ทุกคนล้วนมีความปรารถนาเดียวกัน UNLOCKMEN จึงขอนำคุณเข้าสู่ ‘The Hidden Closet’ตู้ลับแห่งความต้องการของมนุษย์ แสงสีแดงสดอาบไล้เรือนร่างทีมงาน UNLOCKMEN ทุกคนทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน ‘The Hidden Closet’ ให้ความรู้สึกร้อนเร่าแค่ก้าวเท้าเข้ามา ถ้าจะให้เราบรรยายบรรยากาศที่เราเห็นตอนนี้ก็คงนิยามได้ว่านี่คือห้องลับที่ไว้แสดงความปรารถนาทางเพศอย่างมีชั้นเชิงที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา แต่ถ้าให้บอกง่าย ๆ คร่าว ๆ นี่คือร้านขายของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ได้มีสินค้าฮาร์ดคอร์เหมือนญี่ปุ่นหรือประเทศที่มีของเล่นเหล่านี้ขายได้อย่างถูกกฏหมาย แต่ถ้ากำลังพลิกโลกหาของเล่นทางเพศทุกชนิดที่ไม่ละเมิดกฏหมายบ้านเรา UNLOCKMEN ขอกระซิบให้ความมั่นใจเต็มเปี่ยมเลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว แต่ในฐานะที่ที่นี่มอง SEX เป็นศิลปะ และ Fashion การจัดวางและเหตุผลที่ทำร้านนี้จึงไม่ใช่นำเสนอแค่เรื่อง เพศ เพศ เพศ อย่างเดียวจนเราแทบสำลักเพราะความล้นเกิน แต่ที่นี่จะให้ความสุนทรีย์กับคุณแบบที่คุณไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อน เรามาคุยกับเจ้าของร้านไปพร้อม ๆ
หันไปทางไหนตอนนี้ ก็เริ่มเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในด้านความก้าวหน้าของเทคโนโลยี อย่างเช่นการเปลี่ยนอุปกรณ์หลายตัวไปสู่ระบบไร้สายแบบเต็มตัว ถ้าเป็นเมื่อ 5-10 ปีก่อนคงไม่มีใครกล้าเสี่ยงสักเท่าไหร่ เพราะตัดสายทิ้งมันจะส่งสัญญาณได้ดีกว่ามีสายได้ยังไงกัน แต่ในตอนนี้กลับกลายว่ามันเป็นเรื่องปกติทั่วไปซะแล้ว ยกตัวอย่างเช่นเรา ก็เลือกมองหาอุปกรณ์ที่ใช้งานไร้สายซะเป็นส่วนใหญ่ เพื่อความสะดวกสบายในการพกพาอุปกรณ์ ยิ่งสมัยนี้คนเราไม่ได้เกาะยึดติดอยู่กับที่ตลอดเวลา เพราะงั้น UNLOCKMEN จะมาแนะนำอุปกรณ์ชาร์จไร้สายสุดเจ๋ง ที่รองรับระบบไร้สายได้อัจฉริยะกว่ารุ่นอื่น ๆ ในตลาดได้แบบชิดซ้าย โดยที่เรากำลังจะพูดถึงนี่เป็น Pi ที่ชาร์จไร้สายสุดเจ๋ง แบบที่ไม่ต้องวางบนแท่นชาร์จเหมือนกับเจ้าอื่น ๆ (แบบที่ต้องวางไว้บนแท่นชาร์จมันไร้สายก็จริง แต่ก็ต้องอยู่ในตำแหน่งที่จัดเตรียมของเครื่องชาร์จ) แต่เจ้าตัว Pi สามารถวางห่าง 1 ฟุตก็ยังชาร์จไฟได้แบบปกติ ไม่ต้องมีแท่นชาร์จให้กวนใจ Pi เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจากบริษัท Startup ทีมศิลป์เก่า MIT ที่ระดมหัวช่วยกันคิดค้นแท่นชาร์จไร้สายแบบตั้งโต๊ะที่ไม่ว่าจะเป็น Tablet หรือ SmartPhone ก็สามารทชาร์จไฟได้ปกติแม้จะทิ้งระยะว่างห่างจากตำแหน่งที่แท่นตั้งอยู่ก็ตาม แม้ว่าจะไม่มีแท่นชาร์จแต่ก็ต้องใส่เคสที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับตัวเทคโนโลยีการชาร์จแบบ Resonant Induction โดยหลักการทำงานของเทคโนโลยีมีเบื้องหลังก็คือ Algorithm Beam-Forming ที่จะทำการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องการชาร์จไฟได้โดยตรง ไม่ว่าจะอยู่ในทิศทางหรือตำแหน่งไหนรอบด้าน ก็สามารถชาร์จได้ ซึ่งก็ทำให้เราเห็นข้อดีของมันได้แบบชัดเจนคือ
ไม่ใช่แค่คอลเลคชั่นใหม่ธรรมดา ๆ แต่ครั้งนี้พิเศษกว่า เพราะเป็นการ คอลแลบบอเรชั่นกับ JW ANDERSON แบรนด์แฟชั่นชื่อดังระดับโลกจากลอนดอน โดยคอลเลคชั่นสำหรับซีซั่นส์ Fall/Winter 2017 ประกอบด้วยสินค้า 33 รายการทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน เป็นต้นไป UNIQLO and JW ANDERSON Fall/Winter 2017 นำเสนอเสื้อผ้าชิ้นคลาสสิกของอังกฤษที่ผสานสุนทรียภาพจากลวดลายกราฟิกอันโดดเด่นซึ่งเป็นเสมือนลายเซ็นของ JW ANDERSON เข้ากับความยอดเยี่ยมของยูนิโคล่ ทั้งในเรื่องเนื้อผ้า รูปทรง และการใช้งาน จนได้ผลลัพธ์เป็นคอลเลคชั่นที่มอบความล้ำเลิศที่สุดในสไตล์อังกฤษทั้งสไตล์ดั้งเดิมและสไตล์โมเดิร์นในเวลาเดียวกัน และยังเป็นทางเลือกในชีวิตประจำวันให้กับไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัย โจนาธาน แอนเดอร์สัน ผู้ก่อตั้ง JW ANDERSON กล่าวถึงการเปิดตัวไลน์ซึ่งเป็นที่คาดหวังอย่างสูงในครั้งนี้ว่า “สำหรับผม ประเด็นของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ตรงที่ว่า ผมเชื่อเรื่องความเสมอภาคในโลกของแฟชั่น และสิ่งที่ผมหวังว่าน่าจะบรรลุผลได้คือการทำให้คนทุกกลุ่มอายุมีสิ่งที่จะสามารถเลือกนำไปใช้ และพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างในคอลเลคชั่นนี้ที่เชื่อมโยงกับพวกเขา การได้ทำงานกับยูนิโคล่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก มันหมายถึงว่าคุณจะได้สร้างสรรค์เสื้อผ้าที่มีความเป็นสากลและแปลกใหม่น่าสนใจ” ดีไซเนอร์ชื่อดังเสริมเพิ่มเติมว่า “ผมคิดว่าสิ่งที่ยูนิโคล่และ JW ANDERSON มีเหมือนกันก็คือความคิดที่จะ “สร้าง ผลิตภัณฑ์ใหม่” ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีมนต์เสน่ห์อยู่เสมอ ความคิดที่จะลดทอนบางสิ่งบางอย่างลงให้เหลือเพียงแก่นแท้ของมันนั้นเป็นแนวทางที่สะท้อนวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
แม้ชีวิตในเมืองจะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิถีชีวิตในเมืองใหญ่มักถูกจํากัดไว้ด้วยความเร่งรีบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินทาง หน้าที่การงานอันบีบคั้นซึ่งต้องแข่งขันกับเวลา บ่อยครั้งที่ Urban Men อย่างเรา ๆ ต้องจัดสรรชีวิตเผื่อให้กับภาระกิจรอบด้าน จนไม่เหลือพื้นที่สําหรับความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนตัว แค่จะหาความสุขจากการเริ่มต้นเติมพลังชีวิตในเช้าวันใหม่ ด้วยการดื่มกาแฟดี ๆ สักแก้ว ก่อนออกไปผจญความวุ่นวายในเมือง ยังดูเป็นสิ่งที่ทําได้ลําบาก เพราะคงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงนัก หากจะต้องตื่นเช้าขึ้นอีกชั่วโมง สองชั่วโมง บากบั่นดั้นด้นเดินทางในช่วงเวลาเร่งรีบเพียงเพื่อจะแวะจิบกาแฟแก้วโปรดที่ร้านประจําระหว่างทาง ก่อนที่จะตาลีตาเหลือกไปเข้างานให้ทัน โดยที่ยังไม่ได้ละเลียดรสชาติกาแฟให้เต็มที่เสียด้วยซํ้า จะดีกว่าไหมหากเราสามารถสร้างพื้นที่ความสุข ดื่มด่ำรสชาติของกาแฟด้วยการชงกาแฟสดจากเมล็ดคั่วบดดื่มเองจากที่บ้าน ฉีกข้อจํากัดของเวลาที่เร่งรีบ ด้วยเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Nespresso Essenza Mini ผู้ช่วยสําคัญที่จะมาสร้างช่วงเวลาสุนทรีจากการดื่มกาแฟ ซึ่งผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีเพื่อตอบสนอง Lifestyle คนเมืองได้ถูกจุด ตรงใจ กับชีวิตที่ไม่เพียงแค่ถูกจํากัดอยู่ในกรอบเวลาอันเร่งรีบ เพราะในเรื่องของพื้นที่อยู่อาศัยภายในเมืองคืออีกหนึ่งข้อจํากัดที่ต้องใช้สอยแทบทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ดูจากชื่อก็รู้ได้ทันทีว่าที่พื้นที่ไม่ใช่ปัญหาของ Nespresso Essenza Mini ด้วยขนาดตัวเครื่องที่เล็กกะทัดรัด ดีไซน์เรียบเท่ร่วมสมัย สามารถแทรกตัวอยู่ในครัว ห้องนั่งเล่น ห้องทํางาน หรือมุมกาแฟเล็ก ๆ ในออฟฟิศได้อย่างกลมกลืน ดูเผิน ๆ
มีหลายคนที่ตอนนี้กำลังอยู่ในออฟฟิศในขณะที่อาการเมาค้างยังคงทำการเหวี่ยงศีรษะไปจนแทบจะอ้วกแตก หลังจากที่ปาร์ตี้ และดื่มสุรามาสารพัดชนิดเมื่อคืนที่ผ่านมา บางคนก็อาจจะรู้มากรีบปิด Tag งดการเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ตั้งแต่ในคืนวันปาร์ตี้ เพื่อจะได้เตรียมการโทรลาป่วยกับเจ้านายในตอนเช้าได้อย่างแนบเนียน แต่อย่างที่รู้ ๆ กันว่า ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่บริษัทไหนบนโลกก็ตามคงจะไม่มีที่ไหนเห็นดีเห็นงามในการลาหยุด ด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อคืนดื่มเหล้าหนักไปหน่อยเลยไปทำงานไม่ไหวครับเจ้านายแน่ ๆ ยกเว้นบริษัทหนึ่งในประเทศอังกฤษที่ทำให้พนักงานของเขาไม่ต้องใช้ข้ออ้างใด ๆ ให้มีเรื่องต้องผิดใจกันกับเจ้านายในภายหลัง บริษัทที่ว่านี้มีชื่อว่า DICE เป็นบริษัทจัดจำหน่ายตั๋วคอนเสิร์ต และเพื่อให้พนักงานในบริษัททุกคนนั้น มีประสบการณ์ และหลงใหลในการเสพดนตรีพวกเขาจึงสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งให้พนักงานออกไปเที่ยวในตอนกลางคืน และดูการเล่นสดของวงดนตรีต่าง ๆ รวมไปถึงการออกไปฟังดนตรีสดตามผับ และบาร์ แน่นอนว่า การออกไปเที่ยวยามราตรีนั้นคงจะหนีไม่พ้นการดื่มอย่างแน่นอน บริษัท DICE ก็ยินดีให้พนักงานที่เมาหนักมาเมื่อคืนลางานได้!! โดยไม่มีความผิด แต่ขอแค่ให้พนักงาน Text หานาย Phil Hutcheon ซึ่งเป็นบอสของพวกเขาด้วย Emoticon ตามที่กำหนดมาได้แก่ Emoticon *music*, *beer* หรือ *sickface* ผ่านทาง WhatApps เท่านั้นเป็นอันรู้กันว่า เมื่อคืนหนักมาแล้ววันนี้ขอลาเพราะเมาค้างอยู่นะครับเจ้านาย Phil Hutcheon อธิบายเอาไว้ว่า “ทีมงานของเราทุกคนต้องอยู่กับเสียงดนตรี และการแสดงสด


