ถ้าพูดถึงการกลับมาอีกครั้งของ BMW 8-Series กับรหัสตัวถังใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา อาจทำให้หนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนตัวยงของ BMW รู้สึกถึงการเริ่มต้นยุคสมัยใหม่อีกครั้ง เหมือนเป็นการกลับมาสานต่อตำนานที่ยังไม่สิ้นสุดของ THE 8 หลังจากห่างหายไปกว่า 20 ปี แต่นอกจากการกลับมาแห่งเรือธงของค่ายคันนี้แล้ว BMW ยังเฉลิมฉลองวาระนี้ด้วยรถรุ่นพิเศษอย่าง BMW M850i xDrive Coupe “FIRST EDITION” เรื่องราวของ BMW 8-Serie เริ่มต้นในปี 1989 กับรถรุ่นแรกในรหัสตัวถัง E31 ที่ทาง BMW หมายมั่นปั้นมือว่าจะผลิตออกมาเป็นรถยนต์ประเภท Gran Tourer ที่ทันสมัยและหรูหราที่สุดในเวลานั้น ซึ่งต่อมางานออกแบบที่ล้ำหน้าด้านดีไซน์ รวมไปถึงสมรรถนะชั้นเยี่ยมของตัวรถ ก็ทำให้ E31 กลายมาเป็นหน้าตาของค่ายเคียงข้าง 7-Series ก่อนที่จะถูกยกเลิกสายการผลิตลงในปี 1999 เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ซบเซาและถูกแทนที่ด้วย 6-Series ในเวลาต่อมา จนเวลาหมุนมาครบรอบเกือบ 2 ทศวรรษก่อนในปี 2017 ทาง BMW ก็เปิดตัว Prototype ที่ว่ากันว่าเป็นต้นแบบสำหรับการกลับมาของ BMW 8-Series และหลังจากปล่อยให้แฟน ๆ ต้องรอกันมาอย่างยาวนานในที่สุดในปี
ถ้าพูดถึง BMW 3-Series E36 เชื่อว่าผู้ชายหลายคนโดยเฉพาะรุ่นใหญ่วัยสามสิบบวกคงจะคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะถ้าย้อนเวลากลับไปตอนสมัยหนุ่ม ๆ รถยนต์ในซีรีส์ดังกล่าวเป็นเหมือนกับพาหนะในฝันที่หากใครได้มาครอบครอง ก็จะกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคนไปโดยปริยาย เรียกว่าเป็นรถที่ทำให้หลายคนเริ่มเก็บเงินกันอย่างจริงจังเพื่อจะได้ครอบครองเจ้านกแก้วคันนี้ ไม่ต้องแปลกใจหากจะเห็นรถ 3-Series ในรหัสเครื่อง E36 โลดแล่นอยู่บนท้องถนนของบ้านเราจนชินตา รวมถึงบางรุ่นที่ยิ่งกาลเวลาผ่านไป ยิ่งกลายเป็น Collectible Cars เป็นของสะสมที่มีคุณค่าทั้งทางจิตใจและมูลค่าราคาที่แข็งขึ้น ๆ แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ในสายการผลิตดังกล่าวของ BMW ได้รับความนิยมจากหนุ่ม ๆ ทั่วโลก วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ BMW 3 Series E36 สุดเก๋าคันนี้ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม THE BEGINNING OF 3 BMW 3-Series E36 คือรถยนต์นั่งประเภท Compact Executive Car ที่ถูกผลิตขึ้นมาเป็นเจเนอเรชันที่ 3 ของค่าย BMW คือระหว่างช่วงปี 1991-1999 เปิดตัวครั้งแรกในยุโรปช่วงปี 1990 และต่อด้วยในสหรัฐอเมริกาในปีถัดมา โดยรถรุ่นแรกของสายการผลิตคือรถสไตล์ Saloon 4 ประตู ก่อนจะต่อยอดและขยายโมเดลอื่นตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
ความสำเร็จของ BMW M หรือ BMW MotorSport ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงขวัญใจผู้ชายทั่วโลกในปัจจุบันมีที่มาที่ไป พวกเขาถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1972 เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนารถยนต์สำหรับแข่งขันของ BMW ซึ่งมีผลงานโดดเด่นด้วยรถยนต์ที่หลายคนรู้จักดีกับโปรเจกต์แรกอย่าง BMW 3.0 CSL (Coupé Sport Lightweights) ซึ่งประสบความสำคัญอย่างท่วมท้นจากการคว้าแชมป์รถยนต์ประเภท Touring Car ของทวีปยุโรปถึง 7 สมัยและยังเป็นพื้นฐานสำคัญของรถยนต์ที่มีสัญลักษณ์ “M” ในเวลาต่อมา หลังจากเปลี่ยนชื่อมาเป็น BMW M GmbH พร้อมปรับโครงสร้างของบริษัท เพื่อรองรับการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ในปี 1978 พวกเขาก็ได้เปิดตัวรถยนต์คันแรกของค่ายคือ BMW M1 ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นรถแข่งโดยเฉพาะ แต่ด้วยกฎในการแข่งขันที่เรียกว่า Homologation ซึ่งระบุไว้ว่ารถที่ลงแข่งขันได้ จะต้องเป็นรถที่มียอดขายในทะเบียนรถวิ่งบนถนนปกติอย่างน้อย 400 คัน ทำให้ BMW M ผลิต BMW M1 ออกมาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบขนาด 3.5 ลิตร ที่ให้พลังถึง
BMW ส่งรถซีรีส์ 8 ออกมาทักทายโลกเป็นครั้งในปี 1989 ภายใต้โมเดล BMW E31 ก่อนในเวลาต่อมามันจะกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์รถยนต์ประเภท Gran Turismo ที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกจนถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็น Generation 2 และล่าสุดพวกเขาได้เผยโฉมซีรีส์ 8 โฉมใหม่ล่าสุดออกมาแล้วในรุ่น M850i xDrive Convertible ต่อจากรุ่น m850i xdrive coupe ซึ่งเปิดตัวออกมาแล้วก่อนหน้านี้ ภาพรวมของ 8-Series Convertible คือการเดินตามรอยของ 8-Series Coupe ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้าแต่คงความเป็นเอกลักษณ์ของรถประเภท Convertible ด้วยหลังคาเปิดประทุน ซึ่งสามารถพับเก็บเองได้ภายใน 15 วินาที ขณะรถหยุดนิ่งหรือวิ่งในความเร็วไม่เกิน 48 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไม่เพียงแค่นั้นเพราะตัวรถยังมีระบบรักษาความปลอดภัย Rollover Protection System ที่จะมีแท่งอลูมิเนียมแข็งแรงพิเศษ 2 ข้างโผล่ออกมาภายในเสี้ยววินาทีหากรถเกิดพลิกคว่ำ โดยเป็นนวัตกรรมด้านความปล่อยภัยที่ต้องมีในรถยนต์ประเภทเปิดหลังคาได้เพื่อป้องกันศรีษะของผู้ขับขี่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ด้านงานดีไซน์ภายนอก 8-Series Convertible ด้านหน้าเสริมความดุดันด้วยตะแกรงระบายอากาศที่กว้างขึ้น ไฟหน้ารถเป็น LED Laserlight technology พร้อมท่อไอเสียคู่รูปสี่เหลี่ยมคางหมูและล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว
ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนกำลังแข่งขันกันสะสมความสำเร็จ โลกที่ทุกอย่างดูเร่งรีบ แทบไม่มีช่องว่างให้เราหายใจ เคยถามตัวเองบ้างไหม ว่าเราห่างหายจากความสุขที่เคยคุ้นเคยไปนานแค่ไหน ? แล้วทำไมเราถึงห่างจากการ “ใช้ชีวิต” มากขึ้นทุกที ? หลังจากที่ UNLOCKMEN ได้นำเสนอผลงานภาพถ่ายในโปรเจ็กต์ ‘X1 Inspired Art’ by BMW X1 ของช่างภาพ 2 คนแรก คือ ‘หาว 2 how’ – ต่อวงศ์ ซาลวาลา ช่างภาพดิจิทัลแถวหน้า และ ‘หลิน – รินรดา พรสมบัติเสถียร’ ช่างภาพสาวไฟแรงไปแล้ว อีกหนึ่งผลงานภาพถ่ายในโปรเจ็กต์นี้ที่เราจะนำมาเสนอให้ดูกันเป็นของคุณ ‘โต้-วิรุนันท์ ชิตเดชะ’ ช่างภาพมืออาชีพชื่อดัง เจ้าของผลงานนิทรรศการ The Last Light ผลงานที่ถ่ายทอดภาพภูมิทัศน์ ผ่านสถานที่โครงการในพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยผลงานของคุณโต้ในโปรเจ็กต์ X1 Inspired Art นั้น น่าจะทำให้ทุกคนฉุกคิดได้ว่า เราต่างหลงลืมเสน่ห์ที่คุ้นเคย เพราะมุ่งหน้าหาแต่ความสำเร็จ ช่างภาพหนุ่มมาดเท่บอกกับเราว่า แรงบันดาลใจของภาพภ่ายชุดนี้ของเขาคือ ตัวตน ความเป็น BMW X1 และ Bangkok night life ทำให้เราอยากรู้ขึ้นมาเลยว่า
การใช้ชีวิตในแบบเดิม ๆ ใน safe zone ทำอะไรเดิม ๆ ไปแต่ที่เดิม ๆ ก็คงจะไม่ทำให้เราได้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ และไม่มีวันรู้ขีดจำกัดของตัวเอง ยากต่อการปลดล็อกศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ แบบนี้น่าเบื่อแย่ ต้อง GET OUT THERE ซะแล้ว หลายท่านคงจะได้อ่านแนวคิด และชมผลงานบางส่วนของ คุณ ต่อวงศ์ ซาลวาลา หรือ พี่หาว 2 how ช่างภาพอิสระผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการถ่ายภาพดิจิทัล และเจ้าของเว็บไซต์และแฟนเพจ 2how.com ในโปรเจกต์ “X1 Inspired Art” แคมเปญเท่ ๆ ของ BMW ไปแล้วในคอนเทนต์นี้ มาถึงตอนนี้เรามาพูดคุยและดูผลงานของสาวสวยคนนี้กันบ้างดีกว่า เธอคือ “หลิน – รินรดา พรสมบัติเสถียร” ช่างภาพสาวรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีผลงานมากมาย ทั้งงานภาพนิ่ง หนังสั้น และเมกอัพอาร์ติสท์หนังสั้น โดยผลงานล่าสุดของเธอก็คืองานถ่ายภาพนิ่งเบื้องหลังซีรีส์ “SOS skate ซึมซ่าส์” ด้วยความที่คุณหลินเป็นคนรุ่นใหม่ สิ่งที่เธอต้องการนอกจากการสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ออกมา ก็คือ อิสรภาพของการเดินทางและการใช้ชีวิต ซึ่งเธอได้อธิบายความรู้สึกที่ได้ร่วมโปรเจ็กต์นี้ว่ามันโดนใจคนสไตล์เธออย่างไร “นอกจาก
ยิ่งเราอยู่บนโลกนี้นานขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้ว่ายังมีเส้นทางอีกมากที่รอให้เราไปผจญภัย และหากจะให้อยู่เฉย ๆ ใน safe zone แบบไม่โลดโผนเลย ก็คงจะไม่ใช่ผู้ชายสไตล์อย่างเรา ที่ต้องการเต็มที่กับทุกด้านในชีวิต และมองความท้าทายใหม่ ๆ เป็นประสบการณ์สุดล้ำค่า เปรียบทางข้างหน้าดั่งผืนผ้าใบที่ให้เราสร้างสรรค์งานศิลป์ในแบบของเราออกมาให้สวยงาม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้สึกถึงการสร้างสรรค์ชีวิตที่เหนือชั้นอย่างไม่เหมือนใครในสไตล์ของ BMW X1 ยนตรกรรม SAV ที่พร้อมพาสู่เส้นทางใหม่ ๆ ที่ไม่เคยไปมาก่อน ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีจึงได้สร้างแคมเปญ “X1 Inspired Art” ขึ้นมา โดยการชวนช่างภาพชั้นนำในบ้านเรา 3 คนมาถ่ายทอดมุมมองทางศิลปะของพวกเขาและเธอที่มีต่อ BMW X1 แน่นอนว่างานแต่ละคนนั้นล้วนมีเอกลักษณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน ช่างภาพสุดเท่ที่เราจะพูดถึงงานของเขาเป็นคนแรกก็คือ คุณ ต่อวงศ์ ซาลวาลา หรือ พี่หาว 2 how ช่างภาพอิสระ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการถ่ายภาพดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เจ้าของเว็บไซต์และแฟนเพจ 2how.com ที่หลายคนรู้จัก และเราก็อยากรู้แล้วว่า คุณต่อวงศ์มอง BMW X1 เป็นงานศิลปะแบบไหน ? “ผมมองมันเป็นงานออกแบบในรูปแบบสิ่งของครับ เหมือนนาฬิกา เป็นนาฬิกาเรียบๆ ดู
ถือเป็นข่าวดีสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบในรถยนต์และรักในการชมภาพยนตร์ โดยเฉพาะแฟนของบีเอ็มดับเบิลยู (BMW) เพราะไม่นานมานี้มีแฟนคลับที่หลงใหลในรถยนต์ของค่ายใบพัดฟ้าขาว ได้ทำการ Remastered หนังสั้นของ BMW Films ทั้งหมด 10 ตอน อัปโหลดให้ทุกคนได้ชมฟรีผ่านทาง YouTube กันแล้ว BMW Films เป็นหนังสั้นที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างยุค 90’s – 00’s ถือเป็นผลงานทรงคุณค่าที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างวงการภาพยนตร์และโลกยนตรกรรมที่หลายคนอาจไม่เคยรับรู้ แต่ก่อนจะได้พิสูจน์เรื่องราวทั้งหมดด้วยตาตัวเอง วันนี้มาทำความรู้จักที่มาและรายละเอียดของ BMW Films รวมถึงเหตุผลที่ไม่ควรพลาดหนังทั้ง 10 ตอนนี้ ไปพร้อม ๆ กัน จุดเริ่มต้นของ BMW Films เกิดขึ้นในช่วงต้นยุค 2000 ในขณะนั้นทางบีเอ็มดับเบิลยู สหรัฐอเมริกา ยังไม่มีการเปิดตัวรถยนต์ครั้งใหญ่ในตลาด และหัวหน้าฝ่ายการตลาดอย่าง จิม แม็คโดเวล ก็ต้องการทดลองใช้กลยุทธ์ใหม่เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ผู้ชอบความท้าทายและหลงใหลในการขับขี่ ให้ได้มากขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์รถยนต์ของพวกเขาให้กลายเป็นที่รู้จักมากกว่าเดิม และได้ข้อสรุปว่า “เรามาทำหนังสั้นสำหรับปล่อยบนโลกออนไลน์กันเถอะ!” อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นของยุค 2000 การเผยแพร่วิดีโอผ่านทางอินเทอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียวยังคงเป็นเรื่องใหม่
ระยะหลังตลาดรถยนต์ในบ้านเรามีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีค่อนข้างมาก จากเมื่อก่อนที่เราได้แต่มองรถยนต์รุ่นเทพ ๆ วางขายในต่างแดนตาปริบ ๆ ส่วนโมเดลที่วางขายในประเทศไทยมักจะเป็นรุ่นพื้นฐานที่เน้นยอดขาย เพราะส่วนใหญ่รุ่นเจ็บ ๆ มักจะราคาขายพุ่งแรงจนฐานลูกค้าเหลือไม่มาก แต่ปัจจุบันตลาดรถบ้านเราเปิดตัวแทบจะพร้อมกับตลาดโลก และมีการนำรุ่นท็อป ๆ เข้ามาวางขายเป็นทางเลือกนักเลงรถตัวจริง โดยเฉพาะแบรนด์ BMW ที่มีการวางขายรถตระกูล M มากขึ้นในระยะหลัง เรียกเสียงตื่นเต้นและสร้างยอดขายจากกลุ่ม Beemer ในประเทศไทยได้ไม่น้อย ล่าสุดในงาน Motor Show 2018 ก็เป็นอีกครั้งที่ BMW ประกาศศักดาทั้งความหรูและความแรง เปิดตัวรถยนต์โมเดลน่าสนใจหลายรุ่นพร้อมกัน แต่ที่เราจะนำมาเน้นกันวันนี้ก็คือ BMW X2, BMW M4 CS, BMW M5 และ BMW 530i Touring ล้วนเป็นรุ่นเจ็บ ๆ ที่เราไม่คาดคิดว่า BMW Thailand จะนำเข้ามา เพราะปกติใครอยากได้โมเดลพวกนี้ ต้องไปสั่งจาก Importer เท่านั้น ซึ่งจะเสียเปรียบเรื่องการซ่อมบำรุงไป ดังนั้นปีนี้จึงเป็นโอกาสดีสำหรับสาวก BMW ที่ต้องการครอบครองรถรุ่นเทพ
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลในความเร็วและห้วงอารมณ์การขับขี่รถยนต์ที่ท้าทาย ในชีวิตที่เกิดมาเพียงครั้งเดียวคงไม่มีประสบการณ์ใดล้ำค่าไปกว่าโอกาสในการขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูงบนสนามที่ขึ้นชื่อว่าท้าทายที่สุดในโลก หากสนามอย่าง Nurburgring (นูร์เบอร์กริง) ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสนามแข่งรถทางเรียบที่ขึ้นชื่อว่าท้าทายมากที่สุด ที่สามารถดึงดูดผู้ชายที่หลงใหลการหลั่งอะดรีนาลีนจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกัน ทางฟากฝั่งของสนามขับรถบนผิวหิมะคงไม่มีสนามไหนที่จะท้าทายและน่าสนใจไปกว่าสนาม Arctic Driving Center, Rovaniemi สนามขับรถบนหิมะสุดแรร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเรากำลังจะพาชาว UNLOCKMEN ทุกท่านไปทำความรู้จักสังเวียนดริฟต์อุณหภูมิติดลบแห่งนี้ไปพร้อมกัน สนาม Arctic Driving Center, Rovaniemi เป็นสนามขับรถที่ตั้งอยู่ในเมืองโรวาเนียมิ ประเทศฟินแลนด์ เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านเกิดของซานตาครอส โดยสนามแห่งนี้มีช่วงเวลาพิเศษสำหรับเปิดใช้งานซึ่งต้องรอให้ถึงช่วงที่มีอุณหภูมิเหมาะสมในฤดูหนาวที่หนึ่งปีเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น โดยสนามหิมะแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในทิวป่าสนที่สวยงามและตั้งอยู่ห่างจากเส้นสูงสุดไม่เกิน 10 กิโลเมตร ทำให้มีอุณหภูมิในฤดูหนาวอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง -8 องศาเซลเซียส แน่นอนว่าสภาพอากาศหนาวเหน็บแบบนี้มันคือสิ่งที่จะมากระตุ้นให้การขับขี่ท้าทายขึ้นกว่าเดิม และในปีนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษสำหรับชาวไทยเพราะบีเอ็มดับเบิลยูได้จัดทริป JOY GO ICE DRIVING EXPERIENCE – Rovaniemi ที่จะพาผู้เข้าร่วมเดินทางทุกคนได้สัมผัสห้วงอารมณ์ของการขับขี่รถยนต์บนสนามหิมะ มาชมบรรยากาศที่น่าสนใจในทริปนี้ไปพร้อมกัน สมาชิกทริป JOY GO ICE DRIVING EXPERIENCE – Rovaniemi เป็นคนกลุ่มแรกที่เดินมาประเดิมสนาม


