ไม่รู้จริง ๆ ก็ไม่ผิด แต่ตอบไม่รู้บ่อย ๆ ก็อาจดูไม่เป็นมืออาชีพได้
หมั่นตรวจสอบการทำงานของตัวเองบ่อย เป็นอีกวิธีในการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง
เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะไม่ค่อยมองเห็นข้อเสียของตัวเอง โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์จะมีเหตุผลรองรับการกระทำของตัวเอง คิดอะไรเข้าข้างตัวเอง แม้เหตุผลนั้นอาจจะฟังดูไร้สาระ ขาดซึ่งหลักการใด ๆ ในโลกใบนี้ก็ตามที เราถึงมีคำว่า “มึงเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือไง” เกิดขึ้นมาให้ใช้กันอย่างแพร่หลายในสังคมไทยนั่นเอง การเป็นศูนย์กลางจักรวาลนั้น ที่จริงก็ไม่ใช่ความผิดของแต่ละบุคคลซะทีเดียว เพราะมนุษย์มีพื้นฐานสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมความเชื่อในวัยเด็กที่แตกต่างกัน ทำให้การตีความของแต่ละคนนั้นต่างกันออกไปอย่างช่วยไม่ได้ หลายคนจึงทำตามที่ตัวเองอยากทำ โดยมีเหตุผลปลอบใจเข้าข้างตัวเองอยู่เสมอว่า “ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแค่นี้เอง ใคร ๆ ก็ทำกัน” เมื่อเคยตัวมากเข้าก็เริ่มหนักข้อมากขึ้น ก็เริ่มคิดว่า “ช่างมันว่ะ ไม่ใช่บริษัทกู ทำ ๆ ไป เดี๋ยวรอเงินเดือนขึ้น โบนัสออกดีกว่า” ซึ่งแน่นอนครับว่า ยิ่งถ้าเราเผลอทำพฤติกรรมแย่ ๆ ทำตัวชิว ๆ เป็นเวลานาน ๆ อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง นอกจากเงินเดือนจะไม่ขึ้น โบนัสไม่ต้องพูดถึง แถมยังเสี่ยงพร้อมโดนไล่ออกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้วพฤติกรรมศูนย์กลางจักรวาลในหมู่คนทำงานแบบไหนบ้าง ที่ถือว่ามีความเสี่ยงและอาจอันตรายต่ออนาคต แต่กลับเห็นได้มากมายในสังคม และเจ้าตัวมักจะคิดว่าไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก (เหรอ?) ลองมาดูกัน เพื่อปรับกันตอนนี้ยังไม่สาย จักรวาลนินทา ด่าเจ้านาย ขายเพื่อนร่วมงาน คนแบบนี้แปลกตรงไหน
ในโลกปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนมีความเป็นปัจเจก เส้นสมมติที่เคยขีดรอยทางให้เราต้องดำเนินชีวิตตามกระแสหลักที่ใคร ๆ ต่างก็ว่าดี มันค่อย ๆ จางลง มีพื้นที่ซึ่งเปิดกว้างให้เรามีอิสระที่จะคิด ที่จะแสดงออกความเป็นตัวตนออกมาได้อย่างชัดเจนมากขึ้น หากมองในแง่การตลาด นี่คือโจทย์ยากที่จะสร้างแบรนด์ให้สามารถครองใจผู้บริโภคได้ในปัจจุบัน แต่ยังมีอยู่หนึ่งก้อนความคิดที่สามารถสร้างจุดร่วมให้เกิดการยอมรับในตัวแบรนด์ นั่นคือ ‘ให้แบรนด์ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความเป็นตัวตนที่แตกต่าง’ ซะเลย ด้วยแนวคิดนี้ ทำให้ในปัจจุบันเราได้เห็นสื่อโฆษณา รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ใส่ความสนุก และกล้าที่จะแตกต่าง ลงไปในตัวงานมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีในแง่ของการจุดประกายไอเดีย สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ นอกเหนือจากการโฆษณาเพียงอย่างเดียว ซึ่ง U BEER ถือเป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามอง ด้วยความโดดเด่นในการนำแนวคิดที่เป็นตัวแทนของความแตกต่างมาใช้ได้อย่างชัดเจน ด้วยการตอบรับที่ดีจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ พิสูจน์ได้จากกระแสโซเชียลที่ร้อนแรงมาตั้งแต่ปลายปีก่อน และหลังจากที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์เบียร์ขวดไปแล้ว ล่าสุด U BEER ยังได้เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบกระป๋อง ตอกย้ำภาพลักษณ์ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ด้วยดีไซน์ของแพ็คเกจที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความเท่ โดดเด่นด้วยโลโก้ตัว U สีดำ ตัดกับกระป๋องสีเหลืองตัวแทนของความสนุกสดใส และการสร้างจินตนาการอย่างไม่หยุดยั้ง และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวนี้ ยังคงแนวคิดของ U BEER เอาไว้อย่างชัดเจน ด้วยความมุ่งหวังที่ต้องการให้แบรนด์ U เป็นแบรนด์ของ YOU หรือพวกเราทุกคน
ลองตื่นมาใช้ชีวิตตอนเช้าให้เหมือนคนประสบความสำเร็จระดับโลกดูไหม?
วันหยุดทั้งที พักผ่อนอย่างไรให้กลับมาทำงานได้ดีกว่าเดิม
พื้นที่ผืนใหญ่ที่เราคุ้นเคยในชื่อของสวนลุมไนท์บาซาร์ใจกลางเมือง ที่ได้ปิดไปพักใหญ่พร้อมกับคำถาม ความสงสัยมากมายว่าพื้นที่สวยงามแบบนี้จะเปลี่ยนเป็นสถานที่แห่งใด ในวันนี้เราได้คำตอบพร้อมความอลังการอันยิ่งใหญ่ที่พูดได้ว่าเป็น Talk of the town เพราะที่แห่งนี้กำลังจะกำเนิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่มีชื่อว่า “One Bangkok” One Bangkok โครงการแห่งนี้ใช้ชื่อว่า ‘One Bangkok’ (วัน แบงค็อก) มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 120,000 ล้านบาท และเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาคเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย และ จะกลายเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกแห่งใหม่ โดยการพลิกโฉมพื้นที่ขนาด 104 ไร่ ทำเลทองบริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดกับถนนพระราม 4 ติดกับสวนลุมพินี ใจกลางของกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเมืองที่จะเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนจะต้องมาเยี่ยมเยือนให้ได้แห่งหนึ่งของโลก มีความมุ่งหวังให้ความสำคัญในเรื่องคนเป็นศูนย์กลาง เรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตเมืองอย่างชาญฉลาด โดยมีโครงการเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2564 นี้ ภายใน ‘One Bangkok’ (วัน แบงค็อก) คือเมืองแห่งความครบครันที่เป็นเมืองในเมืองกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานที่ล้ำยุค โรงแรมหรูที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ร้านค้าและพื้นที่ทำกิจกรรม ที่หลากหลายครบครันซึ่งจัดสรรไว้ในบริเวณต่าง ๆ ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างแต่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ที่พักอาศัยระดับอัลตราลักชัวรี่ พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจมากมายหลายรูปแบบเพื่อการใช้ชีวิตของผู้คน พื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรม
คนทำงานก็เครียด นักธุรกิจใหญ่ก็เครียด แล้วเขาจัดการความเครียดกันยังไง
เรื่องราวของค่าใช้จ่ายในการปาร์ตี้ สังสรรค์ Hangout กับเพื่อนฝูง รวมถึงการพาสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณแฟนสุดที่รัก หรือในกรณีหนุ่มโสดก็คือการพาหญิงที่เราหมายปองไปออกเดทกระชับความสัมพันธ์ ถือเป็นสิ่งที่หนุ่มๆ ทั้งหลายยากจะหลีกเลี่ยง ไหนจะค่าใช้จ่ายอื่นๆ จิปาถะ ที่กระหน่ำเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว หากใช้จ่ายเพลินโดยไม่ได้วางแผนรับมือเอาไว้ให้ดี เมื่อรู้ตัวอีกที ‘วิกฤติปลายเดือน’ ก็มาถามหาอยู่ที่หน้าประตูเสียแล้ว หากจะดำเนินชีวิตต่อไปโดยวินัยทางการเงินเละเทะ ขาดการตั้งเป้าหมาย ละเลยที่จะวางแผนในการใช้จ่าย คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ วันนี้ UNLOCKMEN จึงขออาสาแนะนำ Tips สำหรับควบคุมค่าใช้จ่ายแบบสบายๆ ไม่ได้เข้มงวดถึงขั้นต้องงดใช้จ่ายกับทุกสิ่งอย่าง แต่จะมาในทางสายกลาง ให้เราสามารถคงไว้ซึ่ง Lifestyle ที่ดี แค่เพิ่มเติมความมีวินัยเข้ามา จะได้ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตารัดเข็มขัด ประหยัดกันแทบตายในช่วงปลายเดือน ขั้นเริ่มต้น ประเมินรายรับ : ก่อนจะเริ่มทำการควบคุมค่าใช้จ่าย แน่นอนว่าเราจะต้องรู้จำนวนรายได้ของเราเสียก่อน โดยคำว่ารายได้นี้จะต้องครอบคลุมไปถึงรายรับจากทุกช่องทาง ทั้งจากเงินเดือน, รายได้จากการทำธุรกิจ รวมถึงรายได้เสริมอื่นๆ ที่มี จะต้องนำมาลงรายการไว้ให้หมด เบื้องต้นเราแนะนำให้ทำลิสต์รายได้ต่อเดือนออกมา เพื่อง่ายต่อการวางแผนควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นเดือนๆ ไป คำนวณรายจ่าย : เมื่อรู้จำนวนรายได้ทั้งหมดต่อเดือนของเราแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาโฟกัสไปที่รายจ่าย ว่าต่อเดือนเราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง ซึ่งในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำ (ผ่อนบ้าน, ผ่อนรถ,
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีบริษัทที่กำลังจะเชื่อมต่อสมองเราเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง


