จากความสำเร็จอย่างล้นหลามที่ผ่านมา ภายใต้รูปโฉมใหม่ในโทนสีน้ำผึ้ง ของ Maurice Lacroix AIKON Venturer จนมาถึงวันนี้ แบรนด์มอริส ลาครัวซ์ได้เผยโฉมนาฬิกาตัวเรือนบรอนซ์ใหม่ภายใต้เอกลักษณ์ของ Venturer Bronze ที่ผลิตขึ้นเพียง 288 เรือน โดยรังสรรค์ขึ้นมาอย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับภูมิภาคเอเชียเพียงเท่านั้น AIKON Venturer Burgundy Asia Limited Edition ออกแบบภายใต้ตัวเรือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 43 มม. ทำจากบรอนซ์ ที่จับคู่มากับหน้าปัดสีเบอร์กันดีอันโดดเด่น ซึ่งเผยให้เห็นเหลือบสีที่ตอกย้ำถึงโทนสีทองแดงของบรอนซ์ และบางครั้งก็ยังปรากฏเป็นสีทอง ภายใต้แสงที่ต่างกัน การผสมผสานของสีเหล่านี้ได้ผ่านการออกแบบขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน โดยสีแดงนั้นมีความหมายเชื่อมโยงถึงพลังเชิงบวกและความมีชีวิตชีวา ความโชคดีและสนุกสนาน ที่มากไปกว่านั้น ก็ยังเชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้อีกด้วย ด้วยบุคลิกที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างกายในทุกไลฟ์สไตล์ท่ามกลางการผจญภัยของชีวิตเมือง ! เหลือบสีทองของนาฬิกายังเชื่อมโยงถึงพลังและความรุ่มรวย ที่ทำให้มั่นใจได้ว่า ไอคอน เวนเชอเรอร์ เบอร์กันดี เอเชีย ลิมิเต็ด เอดิชั่นนี้จะสร้างความโดดเด่นได้ในทุก ๆ ที่เสมอ หน้าปัดสีเบอร์กันดีถ่ายทอดความเรืองรองของแสงสะท้อนด้วยลวดลาย sunray ขณะที่เข็มชี้ เครื่องหมายขีดหรืออินเด็กซ์ และช่องหน้าต่างแสดงวันที่ยังนำเสนอด้วยโทนสีทองหรูหรา โดยทั้งเข็มชี้และเครื่องหมายอินเด็กซ์ ตกแต่งไว้บนเส้นสายด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova)
การร่วมงานกันครั้งแรกของสองแบรนด์นาฬิกาสุดหรู ผลงานศาสตร์และศิลป์สุดซับซ้อน ความแหวกแนวเริ่มต้นจากหน้าปัดแบบ double-faced chronograph front / back หน้าปัดด้านบนเป็นกระจก sapphire โชว์ movement มีโลโก้ Akrivia โดยตัว V ถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ LV emblem ซึ่งถือเป็นจุดที่น่าสนใจและเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะ LV ไม่เคยถูกนำไปรวมเป็นส่วนนึงของโลโก้ใดมาก่อน เมื่อพลิกด้านหลังจะพบกับหน้าปัด White Grnad Feu enamel เน้นความคลาสสิคสะท้อนจุดเริ่มต้นของเรือนเวลาจาก Louis Vuitton การดีไซน์หน้าปัดแบบ double-faced chronograph นั้นเป็นงานที่ยากมาก ๆ กลไกขับเคลื่อนด้วย tourbillon movement ที่สร้างขึ้นใหม่โดย Rexhep Rexhepi และยังเป็นครั้งแรกที่ออกแบบให้มีเสียง Sonnerie หรือระฆังบอกเวลา ซึ่งเป็นเสียงจากกลไก chronograph function ที่จะดัง “gong” ทุกครั้งที่จับเวลาครบ 1 นาที เรียกว่าซับซ้อนบนซับซ้อนไปอีกขั้น LVRR-01 นอกจากที่สุดของ
สายสตรีทเตรียมว้าวุ่น กับว่าที่ Rare Item ชิ้นใหม่ 𝗖𝗟𝗢𝗧 𝘅 𝗦𝗘𝗜𝗞𝗢 𝟱 𝗦𝗣𝗢𝗥𝗧𝗦 𝗪𝗔𝗧𝗖𝗛 การร่วมมือระหว่าง CLOT แบรนด์สตรีทแวร์สัญชาติฮ่องกง และ SEIKO ที่นำเสนอโมเดล SEIKO 5 SPORTS ขนาด 42.5 มม. ในภาพลักษณ์เท่จัด ด้วยความคอนทราสต์จากสีดำของสาย, ตัวเรือนสเตนเลส รวมถึงหน้าปัด sun-brushed สีดำ ซึ่งตัดกันกับสีแดงของหลักชั่วโมง / นาที บนขอบตัวเรือนแบบหมุนได้, เข็มวินาที และโลโก้ CLOT ซึ่งประดับอยู่บริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกา และฝาหลังแบบใส เสริมด้วยกระจกครอบหน้าปัด Hardlex ที่ผ่านกระบวนการ half-mirror coating เคลือบสีแดงใส เล่นกับแสงไฟยามที่ขยับข้อมือ นอกจากนี้หน้าต่างแสดงวันที่บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา ยังมีลูกเล่นให้เลือกแสดงผลได้ทั้งภาษาจีน และภาษาอังกฤษ สำหรับ 𝗖𝗟𝗢𝗧 𝘅
“ผมว่า Lambretta มันเป็นรถที่เท่ และมีสีสันความสนุกอยู่ในตัวเอง ย้อนไปตั้งแต่แลมตัววินเทจที่มีเสน่ห์ในเรื่องของการใช้โทนสีจัดจ้านสนุกสนาน ทำให้สีของรถที่เด่น ๆ ในแต่ละรุ่นแต่ละปี มันถูกบันทึกอยู่ในความทรงจำของคนขี่แลม เป็นเหมือน Colors of Time เป็นสีสันที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน” นี่คือมุมมองที่มีต่อ Lambretta ของ ‘จเด็จ คาลายานนท์’ หรือที่หลายคนรู้จักเขาในชื่อ ‘JDED FEDFE’ ผู้ที่หลงใหลในรถแลมวินเทจ ด้วยเสน่ห์ของสีสันและงานดีไซน์ที่เท่จับใจ จนต้องหามาครอบครองเป็นของตัวเองสักคัน “รักแรกที่มีให้กับ Lambretta เป็นเรื่องของรูปลักษณ์และสีสันที่คลาสสิกโดนใจผมมาก พอได้มาเจอแลมสีม่วงคันนี้จอดอยู่หลังร้านของเพื่อน ก็คุยกันว่าอยากได้ เพื่อนเองก็จอดอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ใช้ เลยส่งต่อให้ในราคามิตรภาพ จากนั้นผมก็เอาไปทำต่อจนกลายเป็นรถที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน” “อย่างที่รู้กันสำหรับคนเล่นรถวินเทจว่าได้รถมาแล้วก็ต้องให้เวลา ใช้เวลาเรียนรู้กับมัน เพราะว่ารถพวกนี้มันจุกจิก ถ้าเจอปัญหาก็ต้องรีบคอยซ่อมรีบแก้ไขถ้าแบบปล่อยทิ้งไว้มันก็จะบานปลาย ต้องแบบค่อย ๆ เรียนรู้ไปกับมันครับ ใช้งานไปเรื่อย ๆ แล้วเราจะรู้จักมันเองมากขึ้นว่าเวลาเกิดปัญหาต่าง ๆ จะต้องรับมือยังไง และที่สำคัญคือต้องอินกับการดูแลรักษามันด้วยครับถึงจะมีความสุข เหมือนอย่าง Lambretta คันที่ผมใช้อยู่ก็ต้องใช้เวลาปรับแต่งกับมันพอสมควร กว่าจะกลายเป็นรถคู่ใจตั้งแต่ช่วงโควิดใหม่ ๆ ผมไปไหนไปกันกับคันม่วงนี้ตลอด ขี่เดินสายตัดผม
ปกติมาทรงโหด แต่ไม่ใช่สำหรับ RM 07-01 Colored Ceramics Collection เรือนเวลาในดีไซน์โทนสีสันสดใสขี้เล่นต้อนรับ summer vibes ด้วยแรงบัลดาลใจจากสไตล์การออกแบบของ Memphis Design จาก Italy ยุค ’80s ที่กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งปัจจุบัน RM 07-01 capsule collection มีทั้งหมด 3 เรือน 3 สี Powder Blue, Blush Pink, และ Lavender Pink ตัวเรือนขนาด 31.40 x 45.23 mm เหมาะกับผู้ชายข้อมือเล็กหรือซื้อฝากแฟน เคสผลิตจากวัสดุ TZP biocompatible ceramic (Tetragonal Zirconia Polycrystal) มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานต้านรอยขีดข่วนยิ่งกว่า Sapphire ใน openback ด้านหลังที่เผยให้เห็นเครื่อง Caliber CRMA2 skeletonized
บอกเลยว่าใครถูกใจในงานดีไซน์ และ UI สไตล์ Minimal จากแบรนด์ Nothing น่าจะหลงรัก Smart Watch เรือนนี้ได้ไม่ยาก โดย Watch Pro เป็นผลงานล่าสุดจาก CMF แบรนด์ย่อยของ Nothing มาพร้อมเฟรมตัวเรือน aluminum-alloy ทรงสี่เหลี่ยมขอบมน ใช้จอสัมผัสแบบ AMOLED ขนาด 1.96 นิ้ว ติดตั้งลำโพง และไมโครโฟนมาให้ในตัวเรียบร้อย รองรับการคุยโทรศัพท์แบบคล่อง ๆ นอกจากนี้ยังจัดเต็มฟังก์ชันสุขภาพ ติดตามการออกกำลังได้ 110 ชนิดกีฬา ทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 มี GPS มาให้ครบ พร้อมเซ็นเซอร์วัด Heart Rate แบบออโต้ 24 ชั่วโมง, เซ็นเซอร์วัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด, ระบบตรวจสอบความเครียด, เช็คคุณภาพการนอนหลับ, รวมถึงวิดเจ็ตและความสามารถด้านการแจ้งเตือนอื่น ๆ อีกมากมาย ตามมาตรฐานที่ Smart Watch ยุคนี้พึงมี
แสนสิริเปิดตัว BuGaan Pattanakarn (บูก้าน พัฒนาการ) ความภาคภูมิใจล่าสุดใน Sansiri Luxury Collection เจ้าของตำแหน่งแฟล็กชิพซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่บ้านเดี่ยวโครงการแรก บนทำเลที่ดีที่สุดของพัฒนาการ รองรับการเดินทางสู่ย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำและย่านธุรกิจได้สะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่กลุ่ม Young Successor ซึ่งมีรสนิยมและไลฟ์สไตล์ชัดเจน ด้วยบ้านที่มีเอกลักษณ์และสเปซที่มอบความส่วนตัวสูงสุด รวมถึงฟังก์ชั่นที่ตอบสนองรูปแบบชีวิตที่แตกต่างได้อย่างลงตัว โดย BuGaan Pattanakarn เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนท์ 3 ชั้น ที่ถูกรังสรรค์ผ่านแนวคิด “My Home Speaks for Myself – ให้บ้านบ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณ” มากกว่าความเป็นบ้าน แต่คือ พื้นที่สะท้อนรสนิยมและความหลงใหลของผู้อยู่อาศัย ผ่านดีไซน์ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ ภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก อย่าง Limited Edition & Rare Item: ดีไซน์พิเศษเพียงหนึ่งเดียว เฉพาะ 17 ครอบครัวเท่านั้น The Best Location:ในย่านพัฒนาการ เป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด รายล้อมด้วยสังคมคุณภาพระดับลักซ์ชัวรี่
เมื่อพูดถึงสกู้ตเตอร์ที่ขึ้นชั้นตำนานระดับโลก ชื่อของสกู้ตเตอร์สัญชาติอิตาเลียนอย่าง LAMBRETTA เป็นต้องโผล่มาในห้วงความคิดของใครหลายคนอย่างไม่ต้องสงสัย และภายใต้ความเท่คลาสสิกที่มีประวัติยาวนานกว่า 76 ปี นับตั้งแต่ได้ถือกำเนิดมาในปี 1947 ยังมีข้อมูลน่าสนใจอีกหลายสิ่งที่เราเชื่อว่าชาวแลมทั้งรุ่นเก่า และรุ่นใหม่อาจยังไม่รู้ วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากชวนทุกท่านไปสัมผัสเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในหน้าประวัติศาสตร์ของ LAMBRETTA เพื่อดื่มด่ำกับความเก๋าที่ยังคงสานต่อเรื่องราวมาถึงปัจจุบัน เริ่มต้นด้วยการย้อนเวลาไปสู่จุดเริ่มต้นของ LAMBRETTA กับบริษัท Innocenti ที่ก่อตั้งโดย Ferdinando Innocenti เมื่อปี 1922 ซึ่งทำธุรกิจท่อเหล็กอย่างเป็นล่ำเป็นสัน รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนท่อเหล็กให้กับเครื่องบินรบของกองทัพอิตาลีในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้โรงงานผลิตตกเป็นเป้าหมายที่ฝ่ายตรงข้ามทิ้งระเบิดโจมตีอย่างหนัก หลังสงครามจบลง โรงงาน Innocenti จึงเหลือแต่เศษซากความเสียหาย แต่แทนที่จะท้อใจหมดหวัง Ferdinando Innocenti กลับมองเห็นโอกาสที่จะทำธุรกิจพร้อมไอเดียที่จะช่วยให้ชาว Italian สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากขึ้นแม้ในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่และถนนที่พังเสียหาย เหลือเพียงทางเล็ก ๆ ให้วิ่ง เป็นที่มาของการสร้างยานพาหนะสองล้อที่ราคาไม่แพง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย สวยงาม และต้องขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกสภาวะถนนและอากาศ ซึ่งเจ้าตัวได้แรงบันดาลใจจาก Cushman Scooters ซึ่งเป็น Military motor bikes
จากการผนึกกำลังอันน่าจดจำที่ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2021 TAG Heuer และ Porsche ร่วมกันเป็นหุ้นส่วนระดับโลก เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์และคุณค่าในคุณภาพ นวัตกรรม และศักดิ์ศรี ซึ่งได้จับมือกันอย่างภาคภูมิใจในการนำเสนอนาฬิการุ่นใหม่อย่าง TAG Heuer Carrera Chronosprint x Porsche ที่มาพร้อมกับดีไซน์ 2 รูปแบบ การเปิดตัวครั้งนี้นับว่าเป็นการแสดงความเคารพในช่วงวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของคอลเล็กชั่น TAG Heuer Carrera และ Porsche 911 (เดิมถูกเรียกว่า 901) การผนวกรวมองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งจากนาฬิกาและรถยนต์ ทำให้ออกมาเป็นนาฬิกาเหล่านี้ ที่จะมอบประสบการณ์การบอกเวลาที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยการเผยโฉมครั้งใหม่นี้ รวมถึงการนำความเร็วและความแม่นยำมาบรรจบกัน ได้เป็นการจารึกถึงแก่นแท้ของความสำเร็จที่น่าประทับใจของ Porsche 901 รุ่นดั้งเดิม จากอัตราเร่งถึง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 9.1 วินาที นับเป็นก้าวสำคัญที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ประวัติศาสตร์ของ 911 ได้รับการเปิดเผยมา พลังแห่งความแม่นยำ นับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างทลายขีดจำกัดในปี 1963 Porsche
Blancpain X Swatch “Scuba Fifty” เผยโฉมแล้วสำหรับการ collaboration ครั้งยิ่งใหญ่ของสองแบรนด์ในเครือ Swatch Group หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจาก Omega x Swatch เรียกว่าเป็น Blancpain Fifty Fathoms ในรูปแบบของ Swatch Blancpain X Swatch สดุดีนาฬิการุ่น Fifty Fathoms นาฬิกาเพื่อนักดำน้ำเรือนแรกที่แท้จริง นาฬิการุ่นนี้รังสรรค์โดยนักดำน้ำลึกที่มีใจรักเมื่อ 70 ปีที่แล้ว นับเป็นการปฏิวัติวงการการทำนาฬิกา ด้วยการเป็นเรือนแรกที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมดของนักสำรวจใต้น้ำได้สำเร็จ นาฬิการะบบจักรกลทั้งห้ารุ่นในคอลเลกชัน Bioceramic Scuba Fifty Fathoms คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของตำนานแห่งวงการการทำนาฬิกาแบบสวิสอย่างครบถ้วน พร้อมหยิบยืมจุดเด่นของนาฬิกา SCUBA ตระกูลนาฬิกาเพื่อการดำน้ำของเราเอง นาฬิกาแต่ละรุ่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากใต้ท้องทะเลลึก เป็นการสดุดีมหาสมุทรทั้งห้า รวมถึงสิ่งมีชีวิตอันสวยงาม สีสันสดใสอย่างทากทะเล (nudibranch) ที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเลลึก โดยมีทั้งหมด 5 สีจาก 5 ocean-themed The Atlantic


