ประเทศอังกฤษไม่ได้โด่งดังแค่วัฒนธรรมการจิบชายามบ่ายและตำนานสยองขวัญของ Jack The Ripper เท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมตัวของศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและการออกแบบอีกด้วย UNLOCKMEN เลยอยากพาหนุ่ม ๆ ออกไปเสพงานอาร์ตที่ London Craft Week 2019 นิทรรศการที่รวบรวมงานคราฟต์เท่ ๆ จากทั่วทุกสารทิศ โดยฝีมือของนักออกแบบ ช่างฝีมือ ตลอดจนครีเอทีฟจากแบรนด์และแกลเลอรีต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 240 แห่งเอาไว้อย่างจุใจ London Craft Week 2019 ในปีนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8-12 พฤษภาคม 2562 นับเป็นปีที่ 5 ของนิทรรศการสุดสร้างสรรค์ภายใต้ฉากหลังของกรุงลอนดอน เนื่องจากเป็นนิทรรศการที่ไม่พึ่งพาทุนสาธารณะ สถานที่จัดแสดงผลงานจึงกระจายตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยทั่วลอนดอน ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สตูดิโอ หรือพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ ครอบคลุมตั้งแต่ Mayfair ถึง Shoreditch และ Greenwich ถึง Hampstead แถมนิทรรศการกว่าครึ่งยังเข้าร่วมได้ฟรีและไม่ต้องจองล่วงหน้าอีกด้วย วันนี้ UNLOCKMEN เลยรวมงานคราฟต์เจ๋ง
Avengers: Endgame คือหนังที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงเวลานี้ แถมกวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลายและด้วยกระแสที่ร้อนแรงขนาดนี้ทำให้ Casio แบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นร่วมมือกับ Marvel ปล่อยคอลเลกชันพิเศษที่ได้ฮีโร่จากทีม Avengers มาถึงสามคนด้วยกัน การร่วมมือกันครั้งนี้ส่งผลให้เกิดนาฬิกาข้อมือคอลเลกชันพิเศษอย่าง G-Shock x Marvel Avengers Collection ขึ้น SPIDER MAN Peter Parker เจ้าของฉายา Spider man ถูกนำเรื่องราวมาอยู่บนนาฬิการุ่น DW 6500 รหัส DW-5600SPIDER-1PR ตัวเรือนสีดำและจัดสีตรงขอบจอแสดงผลด้วยสีแดงสด เมื่อกดปุ่มเปิดไฟ EL จอแสดงผลจะมีรูปแมงมุมสีแดงปรากฏขึ้นอยู่ตรงกลาง ใช้กระจกแบบมิเนอรัลส่วนบริเวณสายนาฬิกาประทับตราสัญลักษณ์ Avengers และ Spider man พร้อมกับกล่องใส่นาฬิกาสุดเท่ CAPTAIN AMERICA Captain America รุ่น GA-110 รหัส GA-110CAPTAIN-2PR ถือว่าเป็นนาฬิกา G-Shock รุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมกับหน้าปัดขนาดใหญ่ นาฬิกาข้อมือที่ผสมผสานระหว่างกลไก analog กับ
Game Of Thrones ถือเป็นซีรีส์ที่มาแรงที่สุดแห่งยุคด้วยจำนวนทั้งหมด 8 ซีซั่น เป็นเวลากว่า 8 ปี และปีนี้ก็ดำเนินมาถึงบทสรุปสุดท้ายของเรื่องราวอันแสนยาวนานแล้ว ทำให้สารพัดแบรนด์ไม่ว่าจะแบรนด์แฟชั่น เครื่องดื่ม ไปจนถึงเครื่องดนตรีต่างก็นำเรื่องราวของมหากาพย์ GOT มาประดับไว้บนผลงาน แบรนด์ Fender ถือว่าเป็นผู้ผลิตกีตาร์สัญชาติอเมริกาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครั้งนี้ Fender ไม่รอช้าจับมือกับ D.B. Weiss หนึ่งในทีมโปรดิวเซอร์ซีรีส์เพื่อดึงเรื่องราวของ 3 ตระกูลใหญ่แห่งดินแดนเวสเทอรอสจากเรื่อง Game Of Thrones มาอยู่บนกีตาร์คอลเลกชันพิเศษ HOUSE STARK (TELECASTER) Stark ตระกูลใหญ่จากแดนเหนือที่มีสัญลักษณ์ประจำตระกูลสุดเท่อย่างหมาป่าไดร์วูฟ ตระกูลผู้เป็นเจ้าของวลี “Winter is Coming” ที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง แถมยังโดดเด่นด้วยเครื่องแต่งกายและนัยน์ตาสีเทา จึงทำให้กีตาร์ทรง Telecaster ที่เป็นรุ่นแรก ๆ ของแบรนด์ Fender ถูกออกแบบให้มีสีเทาด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นลวดลายบนตัวกีตาร์ถูกออกแบบให้คล้ายกับแผ่นไม้ พร้อมสลักหมาป่าไดร์วูฟเอาไว้ตรงกลาง และวางจำหน่ายในราคา 25,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 800,000
Casio ถือว่าทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ต้นปี ไม่ว่าจะเป็น G-Shock คอลเลกชัน Gundam หรือนาฬิกาที่รับแรงบันดาลใจจากสายรุ้ง และครั้งนี้ในงานนาฬิการะดับโลก Baselworld 2019 ที่ผ่านมา Casio ก็ยังเรียกเสียงฮือฮาอย่างต่อเนื่องด้วยนาฬิการุ่นพิเศษที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของซามูไร คล้ายกับว่าเป็นธรรมเนียมไปแล้วสำหรับ Casio กับงาน Baseworld เพราะในปี 2017 และ 2018 เปิดตัวนาฬิกา G-Shock ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีให้เข้ากับวัฒนธรรมสไตล์ญี่ปุ่นรหัส MRG G2000HA-1A ที่นำขั้นตอนการผลิตดาบของ Biho Asano ช่างตีดาบรุ่นที่สามของตระกูลผู้ผลิตดาบซามูไรมาปรับใช้สำหรับผลิตนาฬิกาข้อมือ ทำให้ราคาพุ่งสูงเกือบสามแสนบาท สำหรับ G-Shock MR-G ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของซามูไรในปี 2019 ก็เรียกความสนใจของเหล่าผู้ชื่นชอบนาฬิกาได้เป็นอย่างดี โดยรุ่นรหัส MRG G2000G-1A จะใช้สีหลักคือสีม่วง ผสมผสานเป็นเนื้อเดียวกับไทเทเนียมและทำให้พื้นผิวของโลหะเป็นลายเฉพาะตัว จากนั้นชุบด้วย AIP (Arc lon Plating) ซึ่งเป็นการเคลือบผิวแบบเดียวกับเครื่องบินเจ็ต ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล หน้าปัดนาฬิกาจะใช้โทนสีเข้มเป็นหลัก จากนั้นใช้สีแดง-ขาว แบบเดียวกับที่อยู่บนธงชาติญี่ปุ่นแต้มตรงขอบ ขีดบอกเวลา และเข็มวินาที โดดเด่นด้วยสีแดงสดให้ง่ายต่อการดูเวลา กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทนทานต่อรอยขีดข่วน
หนุ่ม ๆ ผู้เป็นสาวกของมหากาพย์ภาพยนตร์อย่าง Star Wars คงเนื้อตัวสั่นกันถ้วนหน้า เมื่อมีข่าวว่าจะมีงานประมูลของชิ้นสำคัญจากหนังภาค The Empire Strike Back แถมยังเป็นชุดที่ใช้ถ่ายทำของตัวละครในตำนานอย่าง Darth Vader อีกด้วย WONDERS OF THE GALAXY งานประมูลเกี่ยวภาพยนตร์ Sci-fi ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ Bonham ผู้จัดประมูลชื่อดังและ Turner Classic Movie จะจัดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคมที่กำลังจะมาถึงโดยไฮไลต์ของงานที่ทุกคนสนใจคือของโคตรแรร์จากภาพยนตร์ Star Wars จากภาค The Empire Strike Back (1980 ) ของชิ้นที่ว่าคือชุดของ Darth Vader ที่ใช้สวมใส่เข้าฉากจริงโดย David Prowse ตลอดการถ่ายทำโดยหลังจากการถ่ายทำชุดนี้ไม่เคยถูกย้ายออกจากกล่องบรรจุอีกเลย ภายในชุดประกอบไปด้วยเครื่องแต่งกายตั้งแต่หัวจรดเท้าหลายชิ้น ตั้งแต่หน้ากากและหมวกครอบด้านบนลงมาสู่ส่วนลำตัวที่ประกอบไปด้วยเสื้อด้านใน-นอก แผงวงจรและเกราะโลหะในส่วนหัวไหล่และแขน รวมไปถึงถุงมือและรองเท้า 3 คู่ที่เขียนไว้ว่า MR PROWES สภาพความสมบูรณ์และเรื่องราวของมันทำให้ชุดนี้มีราคาเริ่มต้นไว้ที่ประมาณ
สภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบันนั้นแตกต่างจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง ดิจิทัลเอเจนซี่และสตาร์ตอัพค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดความสำเร็จไปทีละขั้น ในขณะที่มีบริษัทใหม่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดก็ทำเอาโฮมออฟฟิศทวีความนิยมเพิ่มขึ้นตามมา ยิ่งไปกว่านั้นหลากหลายบริษัทเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับออฟฟิศแบบเปิดโล่งโดยหวังจะสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับพนักงาน เติมรสชาติความสนิทสนมและนำไปสู่บรรยากาศการทำงานที่ราบรื่น แต่ในความเป็นจริงแล้วออฟฟิศแบบโล่ง ๆ มันดีจริงเหรอ? ถ้าเราจะบอกว่าออฟฟิศแบบเปิดโล่งก็ส่งผลเสียไม่น้อยต่อคนทำงานอย่างเรา ๆ ล่ะ? ออฟฟิศเปิดโล่งไม่ได้ดีเสมอไป จริงอยู่ที่การทำงานในออฟฟิศเปิดโล่งทำให้เราได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ระดมความคิด และช่วยลดความเคร่งเครียดในการทำงาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใครหลายคนก็ต้องการใช้สมาธิเหมือนกัน บ่อยครั้งที่จะจดจ่ออยู่กับงาน ก็มักจะมีอะไรมาคอยกวนใจอยู่เสมอ มีงานวิจัยเผยว่าพนักงานต้องเสียเวลากว่า 28% จากการหยุดชะงักและถูกรบกวนในขณะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงหัวเราะ เสียงเอะอะโวยวาย หรือแม้แต่เสียงของเพื่อนข้าง ๆ ที่ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ ไม่เพียงแต่จะลิดรอนความกระตือรือร้นในการทำงาน แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย Dorota Węziak-Białowolska, Zhao Dong และ Eileen McNeely 3 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสำรวจพนักงาน 456 คน ที่ทำงานในบริษัทสถาปัตยกรรม 20 แห่งของสหรัฐฯ แล้วได้ข้อสรุปว่าคนส่วนใหญ่ไม่ชอบทำงานในออฟฟิศแบบเปิดโล่ง เพราะขาดความเป็นส่วนตัว เหมือนถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์ มิหนำซ้ำเสียงจากการพูดคุยก็ยิ่งทำให้รู้สึกประสาทเสียและทำให้ความสามารถในการทำงานถดถอย จะเป็นอย่างไร ถ้าในออฟฟิศมีพื้นที่ส่วนตัว Foster + Partners บริษัทชั้นนำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการออกแบบสถาปัตยกรรม
สำหรับผู้ชายอย่างเราเพียงแค่ได้เห็นรถยนต์คันที่ชอบ รุ่นที่ใช่ขับเคลื่อนผ่านไปก็ทำให้หัวใจพองโตได้แล้ว แต่สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบยานพาหนะเป็นทุนเดิม แล้วยังหลงใหลภาพยนตร์หมดหัวใจ เราเชื่อว่านิทรรศการอย่าง Hollywood Dream Machines จะทำให้คุณกลับไปตื่นเต้นเหมือนเด็กอีกครั้งได้แน่นอน เพราะที่นี่รวมเอายานพาหนะที่เราต้องอ้าปากค้างจากภาพยนตร์เรื่องที่เราเคยเสพมาไว้ให้อย่างจุใจ The Petersen Automotive Museum หนึ่งในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นหัวเรือหลักในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ขึ้น โดยร่วมมือกับ Comic-Con เพื่อนำเสนอนิทรรศการจัดแสดงพาหนะที่มาจากโลกภาพยนตร์ในชื่อ “Hollywood Dream Machines : Vehicles of Science Fiction and Fantasy” ในนิทรรศการมีรถในตำนานมากกว่า 40 คันจากภาพยนตร์ที่หลายคนต้องคุ้นตามากกว่า 20 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Back to the Future, Batman, Star wars, Blade Runner, Transformers และ Mad Max : Fury Road รวมถึงหนังของค่ายซูเปอร์ฮีโร่ทั้งค่าย Marvel และ
“คิดจะพัก คิดถึงสีฟ้า” ประโยคนี้ไม่ใช่ประโยคโฆษณาร้านอาหารอีกต่อไป แต่เรากำลังหมายถึง “สีฟ้า” ที่เป็นสีจริง ๆ เพราะ G.F. Smith. บริษัทผลิตกระดาษเขาเพิ่งประกาศให้สีฟ้าเฉด “Navy Blue” เป็นสีที่สร้างอารมณ์ผ่อนคลายมากที่สุดในโลกรองจาก เทอร์ควอยส์ และสีชมพู ความจริงที่ว่าสีสัมพันธ์กับอารมณ์ พูดไปแล้วฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา ใครก็คงรู้ เพราะถ้าเข้าคลาสศิลปะเขาก็สอนเรื่องทฤษฎีสีมานานแล้วว่า สีแบ่งเป็นสีร้อน สีเย็น โทนสีเย็นก็เป็นสีที่ทำให้ผ่อนคลาย เหมาะจะเอามาตกแต่งบ้าน แต่ภายในกลุ่มสีเย็นก็มีอีกหลายสี ทั้งเขียว น้ำเงิน หรือม่วงและเหลืองที่อยู่ในโทนสีกลางระหว่างสองฝั่ง แต่สีไหนล่ะที่ทำให้เราผ่อนคลายที่สุด เรื่องนี้เรายังไม่เคยเห็นใครลุกมาวิจัยหาเฉดสีกันจริงจัง G.F. Smith. ร่วมมือกับ University of Sussex ค้นหาเฉดสีที่ให้ความสงบผ่อนคลายกับมนุษย์มากที่สุด โดยกำหนดผู้เข้าร่วมการศึกษาวิจัยครั้งนี้ไว้มากกว่า 26,000 คนจากหลายประเทศ ทำแบบสอบถามเพื่อวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่สัมพันธ์กับสีที่มองเห็น ด้วยการสอบถามเกี่ยวกับสีที่พวกเขาชื่นชอบ อย่างเช่น เราชอบสีขาว เขาก็จะทำแบบสอบถามรื้อหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบมันและรู้สึกอย่างไรกับมัน Anna Franklin ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก University of Sussex กล่าวถึงการวิจัยว่าสีมักสัมพันธ์กับอารมณ์ เชื่อมโยงกับความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้อื่น ๆ อย่างความสงบ
เป็นเวลากว่า 20 ปี แล้วที่แบรนด์ของเล่นตัวต่อชื่อดัง Lego ร่วมงานกับภาพยนตร์อวกาศ Sci-fi Fantasy ในตำนานอย่าง Star Wars และเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองจึงทำให้ทาง Lego เผยรายละเอียดตัวต่อคอลเลกชันพิเศษและวันวางจำหน่ายของชุดตัวต่อยานอวกาศ Tantive IV ออกมาเป็นที่เรียบร้อย แฟนคลับภาพยนตร์ Star Wars จะต้องเคยเห็นยานอวกาศที่รูปทรงคล้ายกับฉลามหัวค้อนที่ชื่อว่า Tantive IV กันแน่นอน ฉากที่น่าจดจำคือการปรากฏตัวในฉากแรกของ Star Wars: A New Hope ที่ฝ่ายจักรวรรดิได้บุกเข้ามาจับตัวเจ้าหญิงเลอา คุณสมบัติของ Tantive IV สามารถทำความเร็วในชั้นบรรยากาศสูงสุด 950 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมเกราะสะท้อนแบบหนา และมี Hyperdrive Class 2.0 เร็วเท่ากับยาน Star Destroyer ของฝ่ายจักรวรรดิและสร้างขึ้นโดยบริษัทเดียวกันกับยาน Millenium Falcon ของ Han Solo ยานอวกาศ Tantive IV ไม่ได้มีไว้สำหรับกองกำลังฝ่ายต่อต้านเท่านั้นแต่ทางฝั่งจักรวรรดิก็นำยานนี้ไปติดอาวุธเพิ่ม รวมถึงกลุ่มโจรสลัดอวกาศ นักลอบขนสินค้าเถื่อน
นอกจากงานออกแบบใหม่และนวัตกรรมสมัยใหม่ในรองเท้าที่ค่อยขับเคลื่อนวงการสนีกเกอร์ในพัฒนาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องแล้ว มนต์เสน่ห์จากรองเท้ารุ่นเก๋าในอดีตก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ชายผู้รักรองเท้าทั้งหลายหลงใหลไม่แพ้กัน ทั้งจากรูปทรง ดีไซน์ และเรื่องราวเฉพาะตัวที่มีอยู่ในรองเท้าแต่ละคู่ ย้อนเวลากลับไปในช่วงทศวรรษ 1990 เป็นเวลาเดียวกันกับที่บริษัทอย่าง Apple ได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแสดงผลแบบจอสีออกมาวางขายเป็นครั้งแรก ครั้งนั้นพวกเขาเฉลิมฉลองมันด้วยการออกแบบรองเท้าจากวัสดุหนังสีขาวล้วน ที่ตกแต่งด้วยโลโก้สีรุ้งของบริษัทไว้ในส่วนลิ้นและด้านข้างของตัวรองเท้า จากนั้นได้นำไปผลิตและแจกจ่ายให้เฉพาะในกลุ่มพนักงานของบริษัท ทำให้มันกลายเป็นแรร์สนีกเกอร์ที่ไม่เคยมีใครเคยมีโอกาสสัมผัสมาก่อน แต่ภายหลังรองเท้าคอลเลคชันนี้จำนวน 1 คู่ถูกขายต่อให้กับ BitRebels และถูกประกาศขายบนเว็บไซต์ eBay ในปี 2007 ในราคาเพียง 79 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 2,500 บาทเท่านั้น แม้รองเท้าตำนานของ Apple จะหายไปพร้อมกับ BitRebels ด้วยราคาเพียงไม่ถึง 3,000 ในยุคนั้น และเริ่มซาความนิยมในวงการสนีกเกอร์ แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา (2017) การหวนกลับมาคืนจอประมูลอีกครั้งใน Beverly Hills ด้วยสภาพสุดเนี้ยบ สะอาดหล่อและยังขาวใส ก็เด้งราคาเริ่มต้นการประมูลของมันขึ้นมาจากตอนประกาศขายใน eBay ถึง 190 เท่า (15,000$) ก่อนแย่งกันเคาะแล้วปิดลงด้วยราคาถึง 30,000$ หรือประมาณ 950,000 บาทเลยทีเดียว ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบรองเท้าที่คนตามหามากที่สุด จนล่าสุดมีงานออกแบบรองเท้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมันอีกด้วย


