ช่วงปลายปี 2018 โลกของแฟชั่นต้องสั่นสะเทือน เมื่อธุรกิจเครื่องดื่มชื่อดัง Evian จับเจ้าพ่อวงการแฟชั่นอย่าง Virgil Abloh มานั่งเป็นที่ปรึกษาด้านความคิดสร้างสรรค์ และร่วมกันออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ล่าสุด Virgil ได้โชว์ผลงานภายใต้คอนเซ็ปต์ที่มีชื่อว่า Rainbow Inside ก่อนที่จะมีผลงานให้เห็น Virgil กล่าวถึงน้ำแร่ Evian ว่าเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นและน้อยคนที่จะไม่รู้จักน้ำดื่มยี่ห้อนี้ เขาต้องการพาแบรนด์ไปอีกขั้นในรูปแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นผลงานแรกของเขากับเอเวียงอย่าง Rainbow Inside จะเปรียบกับน้ำหนึ่งหยดที่สามารถสร้างรุ้งได้ และเมื่อแสงหักเหผ่านหยดน้ำเผยให้เห็นสีสันหลากหลาย ก็จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับสิ่งอื่นต่อไปอย่างไม่รู้จบ สินค้าในคอลเลกชัน Rainbow Inside ของหนุ่ม Virgil จะใช้ขวดแก้วของบริษัทบรรจุภัณฑ์ชื่อดัง SOMA water ที่มีคอนเซ็ปต์การผลิตเพื่อให้สินค้าใช้ได้นานที่สุด รวมถึงนโยบายเรื่องการกุศลในพื้นที่ทั่วโลกที่กำลังประสบกับวิกฤตน้ำ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนของ SOMA ทำให้ Virgil ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านความคิดสร้างสรรค์ของเอเวียงตัดสินใจร่วมงานกบ SOMA เพื่อสร้างสรรค์ขวดน้ำที่เป็นได้ทั้งแฟชั่นและรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ขวดน้ำคอลเลกชัน Rainbow Inside ขนาด 75cl ทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% ที่ได้มาตรฐานทนทานต่อการกระแทก ฝาขวดทำจากต้นไผ่ไม่ปนเปื้อนสารเคมี พร้อมปลอกซิลิโคนสีขาวประทับชื่อคอนเซ็ปต์ Rainbow
สำหรับใครที่ชื่นชอบและคิดถึงเครื่องเกมคลาสสิกที่เคยเล่นเมื่อครั้งเป็นเด็กอย่าง PlayStation 1 จะต้องถูกอกถูกใจอย่างแน่นอนเพราะ Merchoid พาเครื่องเกมรุ่นตำนานกลับมาอีกครั้งรูปแบบนาฬิกาข้อมือดิจิทัล นาฬิกาข้อมือนี้มีชื่อว่า PlayStation: Loading Times Watch Preorder ทำจากซิลิโคนสีเทาขนาดกะทัดรัด รายละเอียดถอดแบบมาจาก PlayStation 1 ทุกประการ พร้อมดัดแปลงบริเวณฝาเปิด CD ให้กลายเป็นจอแสดงเวลาแบบเรืองแสง เปลี่ยนปุ่ม power และ open ให้เป็นปุ่มตั้งค่าเวลา ถ้าถามว่าเพราะอะไร Merchoid ถึงเลือกรุ่น PlayStation 1 มาสร้างสรรค์เป็นนาฬิกาข้อมือ คำตอบคือเพราะเครื่องเกมรุ่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ถ่ายทอดจินตนาการและความสนุกสนานอย่างเต็มอิ่ม เป็นไอเทมยอดฮิตที่วัยรุ่นยุค 90 ผู้ชื่นชอบการเล่นเกมจะต้องมีติดบ้าน จุดเริ่มต้นของ PlayStation 1 เกิดขึ้นเมื่อบริษัทวิดีโอเกมชื่อดัง Nintendo ยกเลิกสัญญาที่ร่วมพัฒนาเครื่องเกมกับบริษัท Sony กลางคัน และหันไปเซ็นสัญญากับทางฟิลิปแทน ทำให้ Sony ได้รับผลกระทบอย่างหนัก Sony จึงตัดสินใจนำข้อมูลที่เหลือจากโครงการที่ยุบไปแล้วมาพัฒนาต่อ เกิดเป็นเครื่องเกมแบบคอนโซลเดี่ยว การพลิกเกมของโซนี่สร้างความไม่พอใจแก่ Nintendo และฟ้องให้โซนี่ระงับการพัฒนา แต่ผลคือศาลไม่รับฟ้องกรณีดังกล่าว ในที่สุดเครื่องเกม
ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีบิดชีวิตให้เราไปเลื่อนฟีดบนสมาร์ตโฟน ใช้ชีวิตบนโลกโซเชียล หาข้อมูลจากอินเทอร์เนตมากกว่า แต่เราก็ยังเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า “อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์” และ “หนังสือ” ยังคงมีคุณค่าอยู่เสมอ ไม่ว่าตลาดการแข่งขันคอนเทนต์วันนี้จะเป็นเช่นไร วัตถุอนาล็อกอย่างหนังสือก็ยังคงความคราฟต์และคลาสสิกในสายตาเรา ล่าสุดเวทีประกวดหนังสือที่ดีไซน์ดีที่สุดในโลกประจำปี 2019 ที่จัดขึ้นที่ Leipzig ประเทศเยอรมนีได้ประกาศรายชื่อหนังสือที่ได้รับรางวัลประกวดการออกแบบหนังสือที่ดีที่สุดในปีนี้ เป็นหนังสือสีน้ำตาลที่ใช้ชื่อว่า Old Trades of Jiangsu: A Glimpse จากโรงพิมพ์ Jiangsu Phoenix Education Publishing Co., Ltd ถ้ามองผ่าน ๆ อาจจะดูไม่ออกว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงชนะใจกรรมการและกองหนังสือเล่มอื่น ๆ ที่ส่งประกวด เพราะหน้าตาของมันดูบ้าน ๆ เทคนิคการเข้าเล่มก็ไม่ได้เหนือกว่ามากมาย แล้วยิ่งถ้าเจาะเข้าไปจากการสัมผัสเนื้อกระดาษหรือมองด้วยตาเปล่าก็รู้ได้ทันทีเลยด้วยว่ามันไม่ใช่กระดาษคุณภาพและมีราคาแพง แต่เป็นกระดาษถูก ๆ นี่แหละ เพราะขอบข้างของมันก็ดูเปื่อยยุ่ยขนาดนั้น ความจริงของกระดาษราคาถูกที่เพิ่มคุณค่าด้วยเรื่องราวของมัน คือหนึ่งในเหตุผลที่เอาชนะใจกรรมการได้ เนื่องจากเหตุผลสามประการ ข้อแรกกระดาษเหล่านี้คือกระดาษจากร้านขายของชำที่ใช้ห่ออาหาร กระดาษที่ถูกมองข้ามเรื่องการนำมาใช้ในงานพิมพ์ผลิตหนังสือเพราะเป็นกระดาษถูก ทำให้แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เราเห็นมานานแล้วแต่ก็เป็นการพลิกโฉมวงการดีไซน์หนังสือ ข้อที่สอง เนื้อเรื่องภายในเล่ม ชวนสัมผัสและมีเสน่ห์ขึ้นจากวัสดุที่นำมาทำหนังสือ อ่านจากชื่อหนังสือเราจะรู้ว่าภายในเล่มพูดถึงเรื่อง Old trade หรือการค้ายุคเก่าของมณฑลเจียงซู
“Swiss made คือหนึ่งในความนิยมของนักเล่นนาฬิกาทั้งมือเก่ามือใหม่ แต่ SEIKO จะเป็นนาฬิกาเรือนแรก ๆ ที่คนไทยใส่” เรานั่งพูดคุยเรื่องความนิยมกับพี่น้องที่รักและหลงใหลเรื่องนาฬิกา ชื่นชอบเรื่องวัสดุการผลิตสายลึกจนจู่ ๆ ได้ยินประโยคนี้ขึ้นมาระหว่างการพูดคุย จริงหรือเปล่าที่ Seiko เป็นแบบนั้น แต่คงไม่ต้องมองไปไหนไกล เมื่อที่ข้อมือเราเองก็คาดไว้หนึ่งเรือน แม้จะไม่ใช่ Limited Edition ก็ตาม ก็น่าจะจริงอย่างเขาว่า ทำไมแบรนด์นี้ถึงเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่คนไทยคิดถึง และยังเป็นหนึ่งแบรนด์ในดวงใจของชายหญิงผู้มองหาเรือนเวลาสักเรือนมาสวมใส่และสะสม หรือกระทั่ง Brand Heritage เขามีความเป็นมาอย่างไรทำไมถึง survive ข้ามกาลเวลามานับ 100 ปีแล้วก็ยังไม่ตกชั้น UNLOCKMEN จะพาไปดูหลาย ๆ มุมมองเหล่านี้ไปพร้อมกัน THE BEGINNING OF SEIKO Kintaro Hattori คือผู้เขียนตำนานของ Seiko เขาเติบโตในครอบครัวที่ทำอาชีพขายของโบราณและได้รับ DNA เดียวกับพ่อมาเต็มเปี่ยมจึงใฝ่ฝันจะเป็นพ่อค้าตั้งแต่วัยสิบกว่าขวบ ก่อนเริ่มตัดสินใจว่าจะเป็นช่างทำนาฬิกาตั้งแต่อายุเพียง 13 ปีเท่านั้นหลังไปที่ร้าน Kobayashi Clock Shop
ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนเรามั้ย แต่เวลาว่าง ๆ เราชอบเปิดรูปบ้านดีไซน์สวย ๆ จากทั้งในและต่างประเทศขึ้นมาดูเล่น ๆ ไม่มีเหตุผลอะไรพิเศษ ไม่ใกล้เคียงกับการเก็บเป็นไอเดียไว้สร้างบ้านในอนาคต เพราะที่อยู่ปัจจุบันยังเช่าเขาอยู่เลย แต่เอาเป็นว่าดูแล้วมันสบายใจ รู้สึกผ่อนคลาย โดยเฉพาะดีไซน์บ้านจากประเทศ ‘ญี่ปุ่น’ สถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างบอกไม่ถูก มีความ Minimal ไม่ฉูดฉาดหวือหวา แต่เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกแบบเรา และด้วยความที่ประเทศญี่ปุ่นหนาแน่นไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะในโตเกียวที่มีประชากรมากถึง 38 ล้านคน หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศไทยเลยทีเดียว จึงทำให้บ้านแต่ละหลังยิ่งต้องใส่ไอเดียเข้าไป เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุดในพื้นที่จำกัด Vice ได้รวบรวม 10 บ้านดีไซน์สุดคูลในย่านโตเกียวจนถึงฟุกุโอกะจากหนังสือ 411 of Japan’s Most Incredible Modernist Houses. เขียนโดย Naomi Pollock เราจึงอยากนำมาแบ่งปันให้กับชาว UNLOCKMEN เก็บไว้เป็นไอเดียเผื่อว่าใครกำลังมีแผนจะสร้างบ้านใหม่ เราว่าถ้ามีบ้านแบบนี้ในไทยน่าจะเจ๋งไม่น้อยเลย KHT House IRA, Kahoku, Yamagata Prefecture House Snapped, Naf Architect, Saitama, Saitama Prefecture
ตั้งแต่สมัยทำ Presentation ตอนเรียน หลายคนมักจะมี Font สุดแฟนซีที่เราคิดว่ามันเท่ซะเหลือเกิน โผล่มาเป็น Headline ให้เวียนหัวกันเล่น ๆ ใครที่ชอบทำก็ขอให้หยุดเอาไว้ก่อน บางครั้ง Font ที่เป็นทางการหรือเรียบง่าย ดูเหมาะจะใช้งานจริงมากกว่า โดยเฉพาะบนคอนเทนต์ที่ต้องให้คนทั่วไปอ่านเอาใจความจากเนื้อหานั้น ๆ ก็ยิ่งควรเลือก Font ที่สบายตาไว้ก่อน แล้วก็มาเลือกกันอีกทีว่ามันเป็นเนื้อหาที่จริงจังหรือผ่อนคลาย ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่เราอยากจะบอกคือการเลือก Font ให้เหมาะสม มีความสำคัญกับภาพรวมของงานเอามาก ๆ อย่ามัวแต่ใช้ซ้ำไปซ้ำมาเพราะมีของอยู่จำกัด UNLOCKMEN อยากมาแบ่งปัน 5 เว็บไซต์สำหรับแหล่ง FONTS สารพัดสไตล์ ใช้ฟรีไม่มีวันหมด Fontspace ถ้านับเรื่องความใช้ง่าย อยากแนะนำเว็บฯ นี้เลย เมนูไม่ซับซ้อน สามารถเลือกหาฟอนต์ตามประเภทได้ที่เมนู BROWSE บนแถบเมนู แล้วก็เลือกเอาตาม Style Font ที่มีสารพัดให้เราได้เลือก มีทั้งแบบทางการและแฟนซี เท่าที่ดูคร่าว ๆ จะหนักไปทางแฟนซีเสียมากกว่าอย่างหมวด Decorative Styles แบบ Art Deco
โลกส่วนตัวของเราไม่ได้มีอยู่แค่ในความคิดยามที่เราปิดการเชื่อมต่อตัวเองออกจากสิ่งรอบข้าง แต่พื้นที่ที่เป็นของเราอย่าง “บ้าน” หรือ “ห้องส่วนตัว” (พูดถึงในเชิงสถานที่ไม่ใช่บ้านในความหมายของครอบครัว) คืออีกพื้นที่ที่ทำให้เราได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่การปลดปล่อยความคิด อยู่ในอิริยาบถสบาย ๆ แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นระเบียบ ของกระจัดกระจายตามประสาห้องของหนุ่ม ๆ หรือเป็นห้องที่เรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้วก็ตาม หากมันเป็นพื้นที่ที่เราได้เลือกสรรให้เป็นไปอย่างใจ การตกแต่งตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เฟอร์นิเจอร์ทุกมุม ของตกแต่งทุกชิ้น ถูกเลือกให้มาอยู่ในพื้นที่ของเราแล้วล่ะก็ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าโลกส่วนตัวได้แบบเต็มปาก ไม่ว่าห้องนั้นจะเป็นห้องนั่งเล่นที่รวมทุกคนเอาไว้ด้วยกัน ห้องทำงานที่เป็นเหมือนมุมสงบให้เราได้ปลีกวิเวกอย่างเต็มที่ ห้องนอนที่เป็นสุดยอดฐานทัพลับของผู้ชายที่ไม่อาจให้ใครก้าวเข้ามาได้ง่าย ๆ อย่าปล่อยให้มันเป็นห้องที่เลือกอะไรก็ได้มาวางอยู่ในนั้น เมื่อมันเป็นพื้นที่ของเรา ต้องลงมือทำให้มันเป็นของเราโดยสมบูรณ์ หากยังไม่มีไอเดียอะไร ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน UNLOCKMEN ขอแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยนห้องของคุณให้กลายเป็นห้องในฝันด้วยเทคนิคการแต่งห้องแบบคุมโทนด้วยการจับคู่สี ฟังดูเป็นเรื่องซับซ้อน แต่ลองใช้วิธีของเรากันก่อน รับรองว่าง่ายจนคุณอยากจะลงมือทำมันเดี๋ยวนี้เลย คุมโทนไม่ยาก ถ้ารู้จักจับคู่สี การคุมโทนคำพูดง่าย ๆ ที่แสนจะทำยาก ไล่มาตั้งแต่ในไอจีที่พยายามคุมแล้วคุมอีกก็ยังไม่ถูกใจเราเสียที จนมาถึงห้องที่เราเคยเห็นภาพห้องแสนจะคุมโทนอย่างใน Pinterest, Tumblr แต่ไม่เคยทำแบบนั้นได้ ซื้อของให้เหมือน วางเฟอร์นิเจอร์ตามแทบจะทุกมุมแล้ว ก็ยังมีบางอย่างที่ยังไม่เข้าที่เข้าทางและนั่นอาจเป็นสิ่งที่เรามองข้ามไปอย่างเรื่องของสีนี่แหละ ที่ไม่ได้เลือกอย่างพิถีพิถันมากพอ การจับคู่สีไม่ใช่เรื่องยาก แม้ไม่ได้มีหัวด้านศิลปะก็สามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้เหมือนกัน มารู้จักการจับคู่สีกันทีละขั้นตอน อย่างแรกเราอยากให้นึกถึงวงล้อสีที่เราเคยเรียนในตอนประถมศึกษา เจ้านี่แหละที่จะทำให้เราเข้าใจเรื่องสีมากขึ้น
เรียกได้ว่าคึกคักมาก ๆ สำหรับ Paris Fashion Week Men’s 2019 อีเวนต์ใหญ่ประจำวงการแฟชั่นของผู้ชาย ที่แบรนด์ดังทั้งหลายพากันตบเท้ามาร่วมขบวนเพื่อเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ของตัวเอง รวมถึงเหล่าดีไซเนอร์และอินฟลูเอนเซอร์หลายท่านที่มาร่วมงาน ซึ่งนอกจากจะขนแรงบันดาลใจในการออกแบบมาด้วยแล้ว พวกเขายังมาพร้อมรองเท้าคู่ที่ยังไม่เคยเห็นที่ไหนหรือมีวางขายมาก่อน ดังนั้น สนีกเกอร์ปริศนาเหล่านี้อาจเป็นสนีกเกอร์รุ่นต่อไปที่กำลังจะถูกปล่อยมาสู่ตลาดในอนาคตก็เป็นไปได้ แต่คู่ไหนจะมาพร้อมกับดาวดังคนไหนบ้างมาชมกันเลย Virgil Abloh กับ Off-White x BAPE STA เริ่มกันที่ดีไซเนอร์ชื่อดังจากแบรนด์ Off-White และ Men’s Creative Art Director ของ Louis Vuitton ที่สะกดทุกสายตาด้วยการปรากฏตัวพร้อมกับสนีกเกอร์ประจำเท้าคู่ล่าสุดกับ Off-White x BAPE STA ซึ่งมาพร้อมส่วน Upper สีดำจากหนังจระเข้ โลโก้ BAPE STA สีขาวและเชือกที่มาพร้อมคำว่า “SHOELACES” เอกลักษณ์สำคัญของรองเท้าที่มาคอลแลปส์กับตระกูล Off-white ทำให้เกิดการคาดเดาว่าเป้าหมายต่อไปของดีไซเนอร์หนุ่มวัย 38 ปี คือรองเท้าในโมเดล BAPE STA อย่างไรก็ตามยังไม่มีคำยืนยันออกมาจากปากของทั้งสองฝ่าย เราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะแม้จะบอกว่ารองเท้าคู่นี้เป็นงาน
หลังจากร้อนแรงกว่าคู่แข่งค่ายอื่น ๆ มาตลอดสำหรับตลาดรองเท้าของปี 2018 มาในปีนี้ดูเหมือน NIKE จะยังไม่ยอมหนำใจ กลับมารักษาตำแหน่งผู้นำและความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการประเดิมต้นปีกับคอลเลกชันรองเท้า ที่เตรียมถูกปล่อยออกมาต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งบอกเลยว่า ต้องมีสักคู่ที่ถูกใจหลายคนแน่นอน เพราะพี่แกเล่นขนมาหมดเกือบครบทุกโมเดลยอดนิยม เรียกว่าเอาใจตลาด Asia และคนเชื้อสายจีนกันอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ไม่นานค่าย Swoosh ทำการเรียกน้ำย่อยจากสาวกด้วย Chinese New Year Collection คู่แรกอย่าง Air Vapormax 2019 ก่อนที่จะเปิดตัวภาพชุดเต็มของคอลเลกชันดังกล่าว ที่เรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มลูกค้าผู้จงรักภักดีต่อแบรนด์ได้อย่างแน่นอน ด้วยการขนโมเดลยอดนิยมมาถึง 12 คู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Zoom Pegasus, Air Max 98, Air Force 1 , Air Max 270, Air Vapormax, Blazer Low รวมถึงโมเดลสุดไฮป์จากในค่ายกรุ๊ปเดียวกันอย่าง Converse Chuck Taylor และ Air Jordan 12,
จบลงอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับคอลเลกชันรองเท้าที่สั่นสะเทือนกิเลสของเหล่า Sneakerhead ไปทั่วโลกอย่าง THE TEN หลังชายผู้ร่วมออกแบบอย่าง Virgil Abloh ออกมายืนยันแล้วว่า Off-white x Nike Air Force 1 “BLACK” ที่ลือกันว่าวางขายในช่วงต้นปีหน้าจะผลงานชิ้นสุดท้ายของพวกเขา จุดเริ่มต้นความสำเร็จของ THE TEN เกิดขึ้นครั้งแรกหลังจาก Nike ประกาศว่ากำลังร่วมงานกับ Designer มือทอง พร้อมรูปตัวอย่างผลงานคอลแลปส์ที่เลือกใช้โมเดลในตำนานจากค่าย Swoosh จำนวน 10 รุ่นออกมาเรียกเสียงฮือฮาจากแฟชั่นนิสต้าทั่วโลก ผู้กำลังรอคอยการมาของคอลเลกชันดังกล่าว ก่อนเปิดตัวครั้งแรกด้วย Air Jordan 1 ซึ่งในเวลานั้นบอกได้เลยว่าไม่มีอะไรร้อนแรงเทียบเท่าไอเทมของพวกเขาเลยจริง ๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะในเวลาต่อมา Nike ก็ทยอยปล่อย THE TEN ออกมาครอบครองพื้นที่ทางการตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยโมเดลอย่าง Blazer, Presto, Air Max 97, Air Force, Air Max


