ย้อนไปในปี 1986 ภาพยนตร์เรื่อง TOP GUN ได้สร้างตำนานให้กับจอเงินแบบที่คนทั่วทั้งโลกลืมไม่ลง ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่ครบรสและถูกกับจริตแมน ๆ ของผู้ชายเราเป็นที่สุด นอกจาก TOP GUN จะทำให้ Tom Cruise แจ้งเกิดในวงการฮอลลีวูดอย่างเป็นทางการ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังอัดแน่นด้วยฉากแอ็กชันเอฟเฟกต์ผาดโผนบนอากาศ นำเครื่องบินรบและเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ มาเข้าฉากลำเป็น ๆ ให้ได้เห็นกันเต็มสองตา แถมสไตล์ความเนี้ยบเท่ของพระเอก Maverick ที่รับบทโดย Tom Cruise ก็กลายเป็นกระแสนิยมของผู้ชายในยุคนั้นด้วย ทั้งการสวมแว่นตากันแดดทรงหยดน้ำ ขี่บิ๊กไบค์คันเท่ หรือแม้แต่ใส่แจ็คเก็ตหนังหล่อ ๆ ล้วนเป็นแฟชั่นอมตะแห่งยุค 80s ที่ยังคงมีให้เห็นจวบจนทุกวันนี้ TOP GUN (1986) ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงเรื่องราวของเสืออากาศรหัสลับ Maverick นักบินขับไล่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงที่สงครามเหนือน่านฟ้าของอเมริกาและโซเวียตกำลังคุกรุ่น จนวันหนึ่งที่ Maverick ขับเครื่องบินขับไล่รุ่น F-14 Tomcat ทำภารกิจกับคู่หูตามปกติ แต่แล้วดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้เข้าต้องเข้าร่วมการฝึกในศูนย์ฝึกสอนยุทธการทางอากาศ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ‘TOP GUN’ สุดยอดโรงเรียนที่เคี่ยวกรำเหล่านักบินขับไล่ให้เชี่ยวชาญการรบทางอากาศ ที่ Naval Air
หากพูดชื่อ Flume คอเพลงที่ไม่ใช่สายดีเจอาจจะยังไม่คุ้นเคย แต่หากลองเปิดเพลงฮิตอย่าง Never be like you, Say it (feat.Tove Lo) หรือ Drop The Game ฟังก็อาจจะพอคุ้นหูกันอยู่บ้าง รู้หรือไม่ว่าในเวลาสั้น ๆ จากปี 2011 จนถึงปัจจุบัน และด้วยวัยเพียง 28 ปี เท่านั้น เขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศิลปินสายอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รางวัลการันตีมากมาย แถมยังอยู่เบื้องหลังผลงานศิลปินชั้นนำระดับโลกหลายต่อหลายคน วันนี้ UNLOCKMEN จะขุดเอาเบื้องลึกเบื้องหลังของชายผู้นี้มาตีแผ่ให้คุณได้รู้จัก เขาเป็นใคร เก่งมาจากไหน เราจะได้รู้ไปพร้อม ๆ กัน! WHO IS FLUME? Flume มีชื่อจริงว่า Harley Streten อายุ 28 ปี เติบโตมาในย่าน Northern Beaches มหานคร Sydney ประเทศ Australia ที่มาของชื่อ ‘Flume’ นี้เขานำมาจากชื่อเพลง Flume
ตั้งแต่ภาพยนตร์ Bohemian Rhapsody ปลุกกระแสวง Queen และเพลงร็อก 70 ให้กลับมาฟีเวอร์อีกครั้ง บรรดาหนัง Biopic ของศิลปินคนอื่น ๆ ก็ถูกประกาศสร้างตามกันมาเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะ The Dirt หนังสารคดีวง Motley Crue ที่ลงฉายทาง Netflix, Rocketman หนังสารคดีชีวิต Elton John ล่าสุดก็เพิ่งมีการประกาศทำหนังสารคดี Elvis Presley ไปหมาด ๆ เรียกได้ว่าเป็นยุคที่อุดมหนังเพลงจริง ๆ แล้วแบบนี้จะขาดเรื่องราวของวงดนตรียิ่งใหญ่ตลอดกาล ผู้ไม่เคยถูกใครโค่นได้อย่าง ‘The Beatles’ ไปได้อย่างไร? อย่าเพิ่งเข้าใจผิด สี่เต่าทองยังไม่มีหนัง Biopic แต่หากคุณเป็นแฟนเพลงตัวยงของพวกเขา Yesterday อาจเป็นภาพยนตร์ดี ๆ อีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด “เมื่อวานนี้ ทุกคนรู้จัก The Beatles แต่วันนี้ มีเพียงแจ็คเท่านั้นที่จำเพลงของพวกเขาได้” นี่คือภาพยนตร์แฟนตาซีที่นำบทเพลงและเรื่องราวของ The Beatles มาร้อยเรียงถ่ายทอด ผ่านพล็อตสดใหม่สุดแสนจะน่าสนใจ เรื่องราวของ
Robbie Williams จัดว่าเป็นป๊อปสตาร์แถวหน้าของโลก เขาคือหนึ่งในสมาชิก Take That วงบอยแบนด์ที่เฟื่องฟูอันดับต้น ๆ แห่งยุค 90 อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว มีสตูดิโออัลบั้มเป็นของตัวเองมากถึง 11 อัลบั้ม และเป็นเจ้าของเพลงฮิตมากมายทั้ง Feel, Angel, Millenium รวมไปถึง Better Man ที่โด่งดังในบ้านเราพอสมควร (น่าจะเป็นผลพวงจากการเปิดบ่อยในคลื่นวิทยุยุค 2000) จากอุปนิสัยกวนโอ๊ย พูดตรง ไม่ยอมใคร กับวีรกรรมแสบยาวเป็นหางว่าว โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ต้องจดจำไปแสนนานในปี 2018 ที่เขาไปชูนิ้วกลางใส่กล้องตอนขึ้นแสดงพิธีเปิดฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตไปอย่างสาหัส แม้การกระทำจะดูคล้ายไม่แคร์ผู้คนหรือโลกใบนี้ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความป่วนกับการเป็นตัวแสบของวงการ เขาต้องทนทุกข์กับโรค Agoraphobia หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ‘โรคกลัวชุมชน’ มาเป็นเวลากว่า 3 ปี Robbie Williams ได้ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสาร The Sun ครั้งล่าสุดว่าเขาเคยมีอาการ Agoraphobia หรือ ‘โรคกลัวชุมชน’ (โรควิตกกังวลขั้นรุนแรงชนิดหนึ่ง มักจะรู้สึกไม่สบายหรือไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน) ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงปี ค.ศ. 2006 –
หลังจากภาพยนตร์สายลับที่มักปรากฏตัวพร้อมกับชุดสูทสุดเนี้ยบกับสาวข้างกายอย่าง James Bond ภาคล่าสุดถูกเลื่อนออกไปจากปี 2019 เป็นปี 2020 ตอนนี้มีข่าวลือสุดระทึกที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วโลกและอาจสะเทือนใจแฟนคลับ 007 หลายคนมากที่สุด กับประเด็นที่ว่า “จะเป็นอย่างไรหากบอนด์คนเดิมไม่ใช่บอนด์ที่เป็นชายผิวขาวแต่กลายเป็นหญิงสาวผิวสี” ปัจจุบันโลกของเรามีนักแสดงชายที่รับบทเป็นเจมส์ บอนด์ มาแล้ว 6 คนด้วยกัน ทุกคนต่างเป็นชายหนุ่มผิวขาวทั้งหมด โดยคนล่าสุดที่รับบทเป็นสายลับรหัส 007 คือ Daniel Craig ที่รับบทเป็นบอนด์ครั้งแรกจาก Casino Royale (2006) ต่อด้วยภาค Quantum of Solace (2008) ถัดมาคือ Skyfall (2012) รวมถึง Spectre (2015) และภาคล่าสุด Bond 25 (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) ซึ่งมีกำหนดการเข้าฉายเดือนเมษายนปี 2020 ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายของ Craig ในฐานะหนุ่มบอนด์ ทำให้คำถามที่ตามมาคือใครจะมารับไม้ต่อในครั้งนี้ ? จากเพื่อนของ CAPTAIN MARVEL สู่ว่าที่สายลับรหัส 007 ก่อนจะพูดถึง 007 คนต่อไป เราต้องขอข้ามจักรวาลของ
หากใครใช้ Spotify เป็นประจำ จะพบว่าช่วงนี้มี User หลายท่าน เข้าไปสร้างเพลย์ลิสต์รองรับสถานการณ์ชีวิตออกมาแบ่งปันกันเอาไว้มากมายในนั้น แถมขยันสร้างหัวข้อกันได้ไม่จำกัด ตั้งแต่หมวดทั่ว ๆ ไปอย่าง เพลย์ลิสต์แอบรัก, เพลย์ลิสต์อกหัก, เพลย์ลิสต์ร้านเหล้า จนไปถึงหัวข้อล้ำ ๆ แบบ เพื่อนกันไม่ทำแบบนี้, เจ็บให้สุดแล้วหยุดที่ไม่เป็นไร, เพื่อนกูรักมึงว่ะ, เพื่อนพ่อเธอสิ อะไรประมาณนี้ บอกเลยว่าต้องขอชื่นชมเพราะสุดจะสรรหากันมาจริง ๆ วันนี้ถึงคิวของ Unlockmen ที่จะมาแนะนำเพลย์ลิสต์เพลงสากลในแบบฉบับของเรากันบ้าง โดยเราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ ‘ความไม่สมหวัง’ ซึ่งสิ่งนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้หลายกรณี มากกว่าคำจำกัดความสั้น ๆ แค่ ‘อกหัก’ จะมีเพลงเพราะ ๆ เพลงไหนที่เราเลือกมาแล้วตรงกับความรู้สึกของคุณในช่วงนี้บ้าง มาดูกันเลยดีกว่า Test Drive – Joji เพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความผิดหวังจากการไปตกหลุมรักคนที่ไม่คิดจะจริงจังกับเรา โดยอีกฝ่ายต้องการแค่สนุกหรือหาที่พักพิงชั่วครั้งคราวเท่านั้น ท่อน ‘I’m looking for a long ride She just want
เพิ่งจบไปหมาด ๆ กับงาน Anime Expo ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม ในเมืองลอสแองเจลีส สหรัฐอเมริกา และหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจสำหรับหนุ่ม ๆ ผู้ชื่นชอบมังงะและแอนิเมะจะต้องมีหัวข้อความเคลื่อนไหวล่าสุดของการ์ตูนในตำนาน Akira เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นอย่างแน่นอน Akira หรือในชื่อไทย ‘อากิระ คนไม่ใช่คน’ เป็นการ์ตูนแอคชัน-ไซไฟ จากจินตนาการของ Katsuhiro Otomo มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกปี 2019 ในกรุงนีโอโตเกียว เมืองที่ใช้เวลากว่า 30 ปีบูรณะขึ้นมาใหม่แทนเมืองโตเกียวที่ล่มสลายไปในสงครามโลกครั้งที่ 3 จากการโดนเครื่องบินรบทิ้งระเบิดปรมาณู แต่ด้วยสภาพจิตใจที่ยากจะคืนกลับมาดีดังเดิมทำให้ความรุนแรงกลายเป็นสิ่งปกติในสังคม นีโอโตเกียวจึงเต็มไปด้วยอันธพาลและแก๊งเด็กแว้นกวนเมือง ในขณะที่ทางรัฐบาลก็กำลังเร่งเตรียมงานสุดยิ่งใหญ่สำหรับโอลิมปิกปี 2020 ในฐานะเจ้าภาพ อีกทางหนึ่งก็ต้องเตรียมตั้งรับหายนะจากกลุ่มเด็กแว้นที่โดนองค์กรลับจับตัวเข้าไปสู่การทดลองโครงการลึกลับที่สร้างพลังแห่งหายนะเหนือมนุษย์ที่ชื่อว่า “อากิระ” ด้วย เมื่ออ่านถึงตรงนี้ก็อาจจะสับสนว่าอันไหนคือเรื่องจริงหรืออันไหนคือจินตนาการบ้าง เพราะในโลกแห่งความจริงญี่ปุ่นก็ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานโอลิมปิกปี 2020 และการ์ตูนเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นมาหลายสิบปีก่อน ไม่มีทางที่จะรู้ได้แน่ ๆ ว่าญี่ปุ่นจะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาจริง จึงทำให้ Katsuhiro Otomo ถูกเรียกว่านักเขียนการ์ตูนพยากรณ์ ด้วยหลายสาเหตุที่เราไม่อาจทราบได้แน่ชัดจากความบังเอิญของเนื้อเรื่องที่ตรงกับช่วงเวลาปัจจุบัน การบอกเล่าเหตุการณ์ของปี 2019 และโตเกียวโอลิมปิกปี
หากกล่าวถึงนิยายสยองขวัญ เชื่อว่า Stephen King คงเป็นชื่อต้น ๆ ในใจของใครหลายคน แม้คุณจะไม่เคยอ่านหนังสือของเขามาก่อน ก็อาจจะเคยชมหรือรู้จักภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายของเขาอย่าง IT (โผล่จากนรก), The Shining (โรงแรมผีนรก) หรือ Pet Sematary (กลับจากป่าช้า) กันมาบ้าง ล่าสุด The Stand เรื่องราวเกี่ยวกับโลกที่ถูกทำลายด้วยโรคระบาด หายนะจากการทดลองผลิตอาวุธเชื้อโรคของมนุษย์ อีกหนึ่งผลงานที่เคยตีพิมพ์ในปี 1978 ของเขาก็กำลังจะถูกนำไปสร้างเป็นมินิซีรีส์ลงช่อง CBS All Access และมีกำหนดออนแอร์ไว้ในปี 2020 ที่จะถึงนี้ ทว่าเรื่องที่น่าติดตามไม่แพ้พลอตหนังสนุก ๆ ของ Stepen ก่อนลงจอมาจาก Marilyn Manson พญาซาตานแห่งดนตรี Shock-Rock ที่เผยว่า เขาจะมีบทบาทในมินิซีรีส์เรื่องนี้อย่างแน่นอน สิ่งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งฝั่งแฟนเพลงและแฟนซีรีส์เป็นอย่างมาก เพราะจะมีใครในโลกที่ทั้งเท่ ลึกลับ และน่าเกรงขาม เหมาะกับการอยู่ในซีรีส์แนวสยองขวัญไปมากกว่าเขาคนนี้ นอกจากคาแรกเตอร์ภายนอกที่ลงตัว Manson ยังเคยผ่านงานแสดงมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Wrong Cops (2013), Sons
คอเพลงหรือคอหนังหลายคน อาจจะเคยเห็นว่าบรรดาศิลปินชื่อดัง มักได้โอกาสรับงานด้านการแสดงในภายหลัง ตัวอย่างที่คนส่วนมากรู้จักกันดีอยู่แล้ว ได้แก่ David Bowie, Lady Gaga, Madonna, Eminem หรือถ้ายุคใหม่หน่อยก็ Machine Gun Kelly ข้อดีคือศิลปินมักจะมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นอยู่แล้ว การนำพวกเขามารับงานแสดงจึงมีส่วนช่วยดึงดูดให้ผู้คนสนใจในตัวภาพยนตร์มากขึ้น ในทางกลับกัน นักแสดงที่ก้าวไปทำงานดนตรีบ้างกลับไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร และใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จเรื่องนี้เหมือน Jared Leto ที่ถูกจดจำทั้งในฐานะนักแสดง และในฐานะฟรอนต์แมนจากวง Thirty Seconds to Mars นักแสดงบางคนเล่นหนังเรื่องไหนก็ดังเป็นพลุแตก แต่ก็ยังมีแฟนคลับอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นมีวงดนตรีหรือมีงานเพลงเป็นของตัวเอง! วันนี้เราเลยจะมาพูดถึงนักแสดงชื่อดังที่ทำงานควบกับสายดนตรีเหล่านั้นกัน คนที่ยังไม่ทราบเชิญรับเพลงใหม่ ๆ ไปแบ่งกันฟัง ส่วนคนที่รู้อยู่แล้วก็คิดเสียว่าเข้ามาอ่านเพลิน ๆ ส่วนจะมีใครบ้างเรามาดูกันเลยดีกว่า Keanu Reeves ในฐานะมือเบสวง Dog Star ช่วงกลางยุค 90 Keanu Reeves เคยเป็นมือเบสให้วงร็อกชื่อ Dogstar แต่ภายหลังด้วยตารางงานแสดงที่เริ่มแน่น บวกกับกระแสตอบรับวงไม่ค่อยดีนัก เขาจึงยอมถอนตัวออกจากวง ถึงเขาจะเป็นพระเอกหนุ่มระดับโลก แต่ในฐานะศิลปิน Keanu Reeves
เคยสงสัยกันไหมว่าเสื้อผ้าสุดอลังการที่เหล่าศิลปินใส่ขึ้นโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตนั้น พวกเขานำกลับมาใส่อีกครั้งหรือไม่? สุดท้ายแล้วมันไปอยู่ที่ไหน? หรือถูกวางขายในตลาดมือสองสักแห่งไปแล้ว? ถึงจะมีศิลปินหลายคนที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำในการทัวร์คอนเสิร์ต แต่สำหรับงานพิเศษ ๆ อย่าง Glastonbury หรือ Coachella ที่หนึ่งปีมีครั้งนั้น แน่นอนว่าพวกเขาพร้อมจะอวดโฉมกันแบบไม่มีใครยอมใคร เสื้อผ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าของแต่ละคนจะต้องโดดเด่น และอาจสวมใส่เพื่องานนี้เท่านั้น โดยคุณจะไม่ได้เห็นมันที่ไหนอีก! วัฒนธรรม “Throwaway Fashion” หรือ “แฟชั่นใส่แล้วทิ้ง” กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก แต่แฟชั่นกับดนตรีก็นับว่าเป็นสองสิ่งที่ไม่มีวันแยกจาก ในเมื่อโลกเปลี่ยนแปลง ศิลปินก็มีการปรับตัวเช่นกัน เหล่าศิลปินที่ขึ้นโชว์ในงาน Glastonbury ปี 2019 นี้ จึงหันมารวมตัวกันทำสิ่งดี ๆ บริจาคเสื้อผ้าที่ใช้ขึ้นแสดงบนเวทีให้กับองค์กรการกุศลที่ชื่อว่า Oxfam เสียเลย ซึ่งมูลนิธินี้ต่อสู้กับ Throwaway Fashion มาอย่างยาวนาน โดยเสื้อผ้าที่ศิลปินบริจาคจะถูกนำไปวางขายหรือเปิดประมูลต่อ เพื่อนำรายได้เข้าสู่องค์กร และนำไปทำประโยชน์ต่อ ๆ ไป ว่าแต่จะมีใครบ้างที่ร่วมการบริจาคครั้งนี้เรามาดูกัน Kylie Minogue ป๊อปสตาร์ตัวแม่คนนี้เป็นเจ้าของตำแหน่ง Legend Slot งาน Glastonbury ประจำปีนี้ (หลังจากห่างหายจากงานไปยาวนานถึง 14 ปี) เธอได้บริจาคหมวกกันแดด (Sun


