ยิ่งใกล้เทศกาลฟุตบอลโลกเข้ามาเท่าไหร่ บรรดาแบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ก็อยากที่จะเกาะกระแสสร้าง capsule collection ออกมาเพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษย์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะความพิเศษของฟุตบอลโลกคือ 4 ปีถึงจะมีหน ทำให้ทุกคนต่างเฝ้าคอยช่วงเวลาแห่งความสนุกนี้ สำหรับแบรนด์ที่ขยับตัวก่อน ปล่อยสินค้าไอเทมออกมารับกระแสบอลโลกที่กำลังจะจัดขึ้นประเทศรัสเซีย คือโอกูตูร์ชื่อดังอย่าง Louis Vuitton ซึ่งเคยเนรมิตกระเป๋าเดินทางไฮเอนด์ในช่วง World Cup ปี 2010 โดยในปีนี้ Louis Vuitton ยังคงได้เอกสิทธิ์จากทาง FIFA ให้ผลิตคอลเลคชั่นกระเป๋าสุดพรีเมี่ยมอีกครั้ง Louis Vuitton x FIFA จะประกอบไปด้วยกระเป๋าเป้ Apollo พร้อมกระเป๋าใส่เอกสารและกระเป๋าสตางค์ชุดเดียวกันที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกบอลที่ใช้แข่งขันในปี 1970 พร้อมพิเศษสุด ๆ กับ made-to-order สั่งทำกระเป๋า Keepall ที่เราสามารถเลือกสี tri-color ธงชาติได้เองกว่า 35 แบบ หนุ่มคนไหนที่สนใจอยากจะมีกระเป๋าสุดพิเศษเหล่านี้ไว้ใช้แบบไม่ซ้ำใคร ก็สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ทาง ออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ไปจนถึง 15 กรกฎาคมนี้
เมื่อเอ่ยถึง Tom Ford หลายคนอาจรู้จักในฐานะของชื่อแบรนด์ไฮแฟชั่นสุดหรู แต่ถ้าเป็นคอแฟชั่นสายลึกคงรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ความเก๋าของชายที่ชื่อว่า Tom Ford คนนี้เป็นอย่างดี กับการเป็นดีไซเนอร์มากฝีมือผู้เข้ามากอบกู้ Gucci แบรนด์ดังจากอิตาลีที่กำลังอยู่ในสภาพร่อแร่ใกล้ล้มละลายให้กลับมาเป็นหนึ่งในแบรนด์มหาอำนาจทางแฟชั่นในปัจจุบัน ก่อนที่จะแยกตัวออกมาปลุกปั้นแบรนด์ Tom Ford ของตัวเองให้ผงาดขึ้นมาฉายแสงในยุทธจักรแฟชั่น ไม่ต่างจากที่เคยฝากฝีไม้ลายมือในการพลิกฟื้นแบรนด์ Gucci มาก่อน นอกจากนี้ Tom Ford ยังไม่ได้หยุดความสามารถในการสร้างสรรค์ของเขาเอาไว้แค่การเป็นดีไซเนอร์เท่านั้น แต่เขายังก้าวข้ามจากวงการแฟชั่นมาสู่เส้นทางของแผ่นฟิล์ม และแค่ผลงานการกำกับภาพยนตร์ชิ้นแรกของเขาก็ได้ส่งให้นักแสดงนำชายในเรื่องถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว ซึ่งการที่ใครหลายคนยกให้ Tom Ford เป็นอีกหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จในศตวรรษนี้ก็คงจะไม่เป็นคำกล่าวที่เกินไปนัก ด้วยพลังสร้างสรรค์อันโดดเด่นของเขา ที่เราเชื่อว่าจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนได้เป็นอย่างดี เราจึงอยากนำชาว UNLOCKMEN ทุกท่านไปรู้จักกับเขาให้มากกว่านี้ ย้อนไปตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ปี 1961 ซึ่งเป็นวันที่ Thomas Carlyle Ford หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Tom Ford ได้ถือกำเนิดขึ้นมาที่ รัฐ Texas โดยเขาได้เล่าถึงความสนใจในเรื่องของศิลปะ การออกแบบ และงานดีไซน์ ที่มีมาตั้งแต่วัยเด็กว่า “อย่าเพิ่งคิดภาพผมในวัย 5 ขวบกำลังนั่งร่างแบบเสื้อผ้าเวลาที่พ่อแม่ไม่อยู่หรืออะไรแบบนั้น แต่ในทุกครั้งที่พวกเขาไม่อยู่บ้าน
มีหนังสือสมัยนี้หลายเล่มที่มักเขียนว่าไม่ต้องเรียนจบก็รวยได้ แต่นั่นเป็นเพียงคำพูดเท่ ๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ไม่มีวุฒิการศึกษาแล้วประสบความสำเร็จในชีวิตเหมือน Steve Jobs หรือ Bill Gates ยิ่งสำหรับในประเทศไทยที่ค่อนข้างถือเรื่องวุฒิการศึกษาสำคัญเหนือสิ่งใด การที่เราไม่ได้เป็นคนอัจฉริยะระดับเดียวกับคนเหล่านั้น จึงจำเป็นจะต้องขยันหมั่นเพียรทำงานหนักเพื่อที่จะก้าวไปอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา แต่ทว่าวันนี้ UNLOCKMEN ได้นำเรื่องราวของเจ้าพ่ออาณาจักรแฟชั่น Cult Clothing ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกอย่าง Superdry ซึ่งมีหัวเรือใหญ่อย่าง Julian Dunkerton ที่ตัดสินใจหันหลังให้กับการศึกษาตั้งแต่อายุ 19 และเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง มาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่อาจจะมีแต้มเป็นรองคนอื่นให้รู้สึกอยากลุกขึ้นมาฮึดสู้กับชีวิต ย้อนกลับไป Julian Dunkerton ต้องเดินทางไปอยู่ที่ Hereforshire เนื่องจากครอบครัวแยกทางกัน ซึ่งเขาลงวิชาผิดไปหมดเลือกเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ที่ตัวเขาเองไม่ได้มีความถนัดเลย สุดท้ายก็สอบตกไปตามระเบียบ เกรดของ Julian นับว่าแย่มาก จนเขาคิดว่าหนทางสู่การเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้จบลงไปเรียบร้อย เขาจึงใช้เวลาหลังจากเรียนจบไฮสคูลเดินทางไปทำงานยังโรงงานและฟาร์มเพราะหวังว่าจะใช้เก็บเงินก้อนนี้ในการเดินทางท่องเที่ยว ที่นั่นเองที่ Julian ได้พบกับชายคนหนึ่งที่ทำงานขายพรม ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเริ่มต้นขายเสื้อผ้าของตัวเอง Julian ต้องเดินทางไปรับเสื้อผ้าจาก London เพื่อมาขายต่อ เขามองช่องทางหาเงินโดยการเข้าร่วมโปรแกรมท้องถิ่นที่ชื่อว่า Allowance Scheme ที่จะมอบเงินให้กับคนตกงาน โดย
จากกระแสรายการ Show Me the Money และ The Rapper นับว่าเป็นการปลุกกระแสให้วงการเพลงฮิปฮอปลุกขึ้นมาคึกคักอย่างมาในบ้านเรา ซึ่ง UNLOCKMEN เคยเขียนเล่าถึงวัฒนธรรมฮิปฮอปไปอย่างละเอียดแล้วในคอนเทนท์ ( Part 1, Part 2 ) แต่วันนี้พวกเราจะขอมาแนะนำศิลปินสไตล์ ฮิปฮอป/อาร์แอนด์บี เชื้อสายเกาหลีใต้ที่กำลังก้าวสู่ผลงานระดับโลกด้วยวัยเพียง 23 ปีเท่านั้น Dean หรือ ควอนฮยอก ศิลปินที่เกิดและเติบโตในประเทศเกาหลีใต้ เขาฉายแววเก่งมาตั้งแต่งอายุ 16 เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว จนกระทั่งได้มาร่วมงานกับศิลปินรุ่นพี่อย่าง Keith Ape ก่อนจะเข้าสู่วงการเพลงอย่างเต็มตัว พร้อมควบตำแหน่งนักแต่งเพลงเมื่ออายุ 18 ปี ฝีมือของเขารุดหน้าไปไกลกว่าอายุ เพราะหลังจากนั้นไม่นานแทนที่เขาจะเดบิวท์เพลงในบ้านเกิด แต่ Dean กลับไปเปิดตัวต่อหน้าแฟนเพลงในประเทศสหรัฐอเมริกาแทน ก่อนที่เขาจะกลับมาลุยงานเดบิวท์ พร้อมปล่อยสองซิงเกิ้ลที่ฮิตติดชาร์ทในประเทศตัวเอง จุดเด่นของ Dean คือเนื้อหาเพลงที่เขียนมาได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมน้ำเสียงอ่านหวานบวกกับดนตรีโรแมนติก ด้วยเอกลักษณ์ความสามารถเหล่านี้ จึงทำให้เขาโด่งดังในชั่วพริบตา ได้ขึ้นไปเล่นงานสำคัญ ๆ มากมาย ปัจจุบันเขาได้มีโอกาสทำเพลงกับศิลปินระดับโลกอาทิ Justin Bieber,
การปลดล็อคตัวเองในแนวทางการสะสมนาฬิกาคือ Passion ต้องอยู่เหนือ Investment หรือใช้หัวใจตัดสินแทนที่จะใช้สมองตัดสินนั่นเอง ทุกคนคงมีความฝันและฝันส่วนใหญ่ก็คือการครอบครองอะไรสักอย่างที่เราอยากได้ การสะสมนาฬิกาก็เช่นกันถ้านักสะสมบอกเพียงแค่มี Rolex Submariner ก็พอแล้ว หรือแค่มีรองเท้า Yeezy Boost ล่ะบอกว่าสุดแล้วก็คงจะไม่ใช่การปลดล็อคของชาว Unlockmen อย่างแท้จริง วันนี้ผมเลยอยากจะทำให้ชาว Unlockmen ได้มาทำความรู้จักกับ Independent Watches กัน แค่คำว่า Independent ก็บ่งบอกถึงการฉีกกฎเกณฑ์และความมีอิสระแล้ว เพราะถ้าใส่ Rolex Submariner หรือPatek Philippe Nautilus แล้วโลกไม่จำก็คงต้องใส่ Richard Mille แบบท่านประวิทย์ซึ่งเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่เป็นตกข่าวเพราะถึงแม้ท่านจะใส่ Rolex หรือ Patek อีกสักกี่เรือนจะแพงแค่ไหนก็ไม่มีใครสังเกตหรือพูดเป็นประเด็นการเมืองใด ๆ แต่กลับเป็น Richard Mille ที่ตกเป็นข่าวก็เพราะ Richard Mille ถือเป็น Common Independent Watches ที่เข้าใจง่ายมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน เพียงยกข้อมือขึ้นทุกคนในวงการนาฬิกาก็รู้จักดี Independent Watches มักถูกมองว่ารูปทรงต้องประหลาดเอาไว้ก่อน
นอกจากสัญลักษณ์ของโลโก้ที่เป็นเครื่องหมายการค้าต่าง ๆ คุณคิดว่าคำโปรยหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าสโลแกนนั้นมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์สินค้าหรือไม่ ? ลองคิดภาพตามถึงแบรนด์สินค้าใกล้ตัวอย่าง Coca Cola ที่เราจะถึง “open happiness” หรือถ้าแบบไทย ๆ หน่อยก็ “ลูกผู้ชายตัวจริง” กระทิงแดง ถ้าเกิดแบรนด์เหล่านี้ไม่มีสโลแกนที่กล่าวไป อาจทำให้คุณจดจำพวกเขาไม่ได้เลยก็เป็นได้ ยิ่งในยุคที่มีคู่แข่งในตลาดมากมาย สโลแกนจึงเป็นข้อความสำคัญที่บ่งบอกจุดเด่นของตัวสินค้า และสามารถใช้ทำการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มคนอย่างรวดเร็ว พอพูดถึงสโลแกนที่เราเชื่อว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนล้วนติดหูมาตั้งแต่สมัยเยาว์วัยและจะ recall ขึ้นมาเป็นชื่อแรก ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ก็คือสโลแกนจากแบรนด์ Nike หรือ “Just do it” แต่จะมีใครรู้บ้างว่าที่มาของประโยคสุดคลาสสิคนี้ ใครเป็นคนคิด และเขาได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร ? UNLOCKMEN ได้นำบทสัมภาษณ์ของ Dan Wieden เจ้าของบริษัทเอเจนซี่ Wieden+Kennedy ผู้รับผิดชอบการคิดสโลแกนดังกล่าวมาไขข้อข้องใจ Dan Wieden เผยถึงที่มาของสโลแกนสุดฮิตอมตะนี้ว่ามาจากฆาตกรชื่อดังยุค 70s นามว่า Gary Gilmore Dan เล่าว่าเขาเติบโตอาศัยอยู่ในเมือง Portland มาตลอดชีวิต
กางเกงเดนิมกับผู้ชายแทบจะเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ เพราะเราเชื่อว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ล้วนต้องมีกางเกงเดนิมติดตู้เสื้อผ้าไว้อย่างน้อยหนึ่งตัวหรือมากกว่านั้น แต่ปัญหาที่เราพบนั่นก็คือบางครั้งการมีกางเกงเดนิมหลายตัวแต่กลับไม่ได้หยิบมาสวมใส่ เพราะซื้อมาแล้วไม่ถูกใจ ไม่ตรงไซส์ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องใช้ความพิถีพิถันและรู้ให้จริงในการเลือกซื้อกางเกงเดนิมดี ๆ สักตัว เพราะรายละเอียดของทรงกางเกงและเฉดสีต้องเหมาะสมกับรูปร่างและสรีระเฉพาะแต่ละบุคคล เราจึงนำวิธีการเลือกกางเกงเดนิมมาให้หนุ่ม ๆ ทุกคนได้ศึกษาอย่างถ่องแท้ ก่อนจะออกไปจับจ่ายใช้สอยกับไอเทมตัวใหม่ เพื่อโชว์ความเป็นตัวเองอย่างมีสไตล์ พิเศษสุด ๆ เมื่อ UNLOCKMEN จับมือกับ A|X Armani Exchangeแบรนด์กางเกงเดนิมระดับพรีเมี่ยม มอบประสบการณ์ให้ผู้อ่านทุกคนได้สัมผัสกับเดนิมชั้นเลิศ ที่มีหลากหลายสไตล์ให้เลือกซื้อ โดยสามารถนำคอนเทนท์นี้ไปแสดงที่หน้าร้าน A|X Armani Exchange ทุกสาขาเพื่อรับส่วนลดสูงถึง 15% #FITGUIDE สิ่งแรกที่เราต้องคำนึงก่อนซื้อกางเกงเดนิมคือ Fit ที่ใช่และเหมาะสม โดยเราจะต้องวิเคราะห์ตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อนว่าเป็นคนรูปร่างแบบไหน ซึ่งหากจะจำแนกหุ่นของผู้ชายทั่ว ๆ ไปก็สามารถแบ่งได้ 5 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ Thin(ผอม), Fit(สมส่วน), Muscular(หุ่นนักกีฬา), Wide Hip(เอวกว้าง), Large Waist(อวบ) จากนั้นก็มาดูที่ทรงกางเกงยอดนิยมทั้งสามแบบคือ Skinny, Slim, Regular เรียงตามลำดับของขากางเกงจากแคบไปหากว้าง มาลองดูกันว่าคุณเหมาะกับกางเกงประเภทใด #WHATTOWEAR Skinny : หรือที่บ้านเราส่วนใหญ่รู้จักกันดีในชื่อ
ถือเป็นข่าวใหญ่สำหรับคนที่ชื่นชอบสนีกเกอร์ในบ้านเรา เพราะการเข้ามาเปิดสาขาของ atmos ร้านรองเท้าชื่อดังจากแดนปลาดิบ ซึ่งเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ชื่นชอบการสะสมรองเท้ารุ่นหายาก ไม่ต้องบินข้ามไปหิ้วของจากต่างประเทศอีกต่อไป เนื่องจาก atmos คือร้านรองเท้าที่รวบรวมของหายากเอาไว้อย่างครบถ้วน และแทบจะเป็นเบอร์ต้น ๆ ของเอเชีย สำหรับชื่อของ atmos นั่นการันตีความยอมเยี่ยมมากว่า 10 ปี และจัดเป็นแลนมาร์คสำคัญ เมื่อไปญี่ปุ่นแล้วอย่างไรก็ต้องไปร้านนี้เพื่อซื้อของติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง ก่อนจะมาพูดคุยถึง atmos Bangkok เราขอย้อนเรื่องราวของตำนาน atmos เพื่อเป็นความรู้สำหรับคนที่อาจจะเพิ่งเข้ามาคลุกคลีกับรองเท้าผ้าใบ atmos’s Heritage Hommyo Hidefumi ผู้ก่อตั้ง atmos ชาวญี่ปุ่นได้เดินทางไปเรียนต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกา และเกิดหลงใหลในวัฒนธรรมสนีกเกอร์ จึงกลายเป็นนักสะสมรองเท้าตัวยง ก่อนที่จะบินกลับมายังบ้านเกิด เขาหวังจะเอาวัฒนธรรมนี้มาเผยแพร่ให้กับเพื่อนร่วมชาติ ดังนั้นจึงเกิดไอเดียธุรกิจเล็ก ๆ คือร้านสนีกเกอร์มือสองที่เน้นขายรองเท้า อย่างเช่น Air Jordan และ Nike Air Force ในร้านชื่อว่า Chapter หลังจากใช้เวลาสะสมประสบการณ์มากกว่า 10 ปี Hommyo Hidefumi มีโอกาสได้พูดคุยกับแบรนด์ต่าง ๆ อาทิ Nike , adidas
เราเชื่อว่าผู้ชาย UNLOCKMEN เกือบทุกคนต้องเติบโตมากับ Shonen Jump หัวนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ที่ขายดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เพราะพวกเขาจะเลือกตีพิมพ์การ์ตูนดัง ๆ ที่ส่วนใหญ่เน้นไปที่กลุ่มผู้ชาย เนื้อหาตัวละครหลักจะมีพลังพิเศษต่าง ๆ เล่าเรื่องลักษณะการต่อสู้และการผจญภัย ตัวอย่างเช่น Dragon Ball, One Piece, Naruto, Rokudenashi Blues (จอมเกบลูส์) และอีกเพียบ จึงทำให้ Shonen Jump โด่งดังสุดขีดตลอดมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค ’90s ซึ่งในปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีการก่อตั้ง Shonen Jump จึงได้เกิดทั้งอีเว้นท์ใหญ่ “Weekly Shonen Jump Exhibition VOL.2” ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเพราะเหตุนี้ล่าสุดทาง Shonen Jump ได้จับมือร่วมกับแบรนด์เสื้อผ้าชาติเดียวกันอย่าง UNIQLO ปล่อย collection พิเศษ “Weekly Shonen Jump” โดยเริ่มวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา สำหรับสินค้าในคอลเลคชั่นนี้จะเป็นเสื้อยืดกราฟิก UT ที่จะนำลวดลายจากฉากการ์ตูนดังที่เราคุ้นเคยอย่างเช่น Dragon Ball, Naruto, One
ต้องยอมให้กับเขาจริง ๆ สำหรับ SUPREME ที่ไม่ว่าจะออกแบบเสื้อผ้า กระเป๋า หรือแม้กระทั่งส่งปืนฉีดน้ำเด็กเล่นมา ก็ล้วนแล้วแต่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าชนิดต้องมีเงินเท่านั้นถึงจะสามารถซื้อได้ จนล่าสุด SEMrush เว็บไซต์เก็บข้อมูลสถิติต่าง ๆ ได้เผยข้อมูลที่น่าแปลกใจในรอบสองปีที่ผ่านมาว่า “สินค้าปลอมหรือที่ต่างประเทศเรียกกันว่า replica และ bootleg ถูกสืบค้นมากขึ้นกว่า 500% บนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะ SUPREME “ ข้อมูลจาก SEMrush แสดงให้เห็นถึงอัตราการเติบโตของสินค้าปลอมที่ระบาดหนักจนได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งประเทศที่นำโด่งมาเป็นอันดับแรกคือ สหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยเครือสหราชอาณาจักรและเยอรมนีที่ผลการค้นหาในหมวดแฟชั่นพุ่งสูงมากที่สุดคือแบรนด์ SUPREME เหตุผลน่าจะมาจากความนิยมของสตรีทแฟชั่นในยุคปัจจุบันที่แพร่หลายเป็นอย่างมาก ยิ่งสินค้าหายากมาก ๆ อย่าง SUPREME ที่ผลิตออกมาไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งไม่น่าแปลกใจหากคนที่อยากจะตามเทรนด์ จำเป็นจะต้องพยายามหาสินค้าปลอมมาสวมใส่ เพื่อให้ความรู้สึกเป็นคนเท่ ๆ นำสมัย บวกกับกระแส SUPREME โดดข้ามไปร่วมงาน High-End อย่าง Louis Vuitton ทำให้ความต้องการยิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีก จนใคร ๆ ต่างอยากเป็นเจ้าของ ความจริงประเด็นนี้ค่อนข้างน่าสนใจและควรจะหยิบยกมาพูดถึง แม้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกขำขันกับข่าวดังกล่าว


