เดินทางเดือนเข้าสู่เดือนที่ 3 ของปีนี้หนุ่ม ๆ ผู้รักรองเท้าหลายคนคงเพลิดเพลินกันตั้งแต่ต้นปีกับโมเดลรองเท้าจำนวนมากที่ถูกปล่อยออกมา ทั้งรุ่นใหม่ล่าสุดและรุ่นเก๋าที่หยิบเอามาทำใหม่ปะปนกันไป และคงเห็นกันว่ารองเท้าหลายคู่มาพร้อมสีสันสดใสประจำเทศกาลที่โดดเด่นเตะตา แต่เราเชื่อว่ายังมีผู้ชายหลายคนที่ชอบในการสวมใส่รองเท้าโทนสีดำหรือขาว ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นความเข้ากันกับสไตล์การแต่งตัว วิธีการดูแลรักษาหรืออาจเป็นรสนิยมส่วนตัว แต่ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะมีรองเท้าโทนขาว-ดำจากแบรนด์ไหน รุ่นอะไรกำลังจะถูกปล่อยออกสู่ตลาดบ้าง วันนี้ SNEAKER OF THE MONTH มี 8 คู่ที่อยากแบ่งปันให้กับผู้อ่านทุกคนได้รู้จัก มาชมกันเลยว่าแต่ละคู่จะมีทีเด็ดงานยังไงบ้าง Nike Air Max 2090 “Black/White” เริ่มกันที่สมาชิกล่าสุดของรองเท้าตระกูล Air Max กับ Air Max 2090 โมเดลนี้ทำขึ้นมาเพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีของ Air Max 90 และใช้แรงบันดาลใจงานดีไซน์ของโมเดลเก๋ามาถ่ายทอดลงในรูปแบบรองเท้าที่เรียกว่า FlyEase ซึ่งสวมใส่ง่ายและเหมาะกับรูปทรงและขนาดเท้าที่มีความแตกต่างกัน Nike Air Max 2090 “Black/White” มาในสีหลักมีทั้งขาวและดำ โดยขึ้นรูปอัปเปอร์ด้วยวัสดุสังเคราะห์ ก่อนจะปกป้องด้วยชั้น Mudguards
สำหรับผู้ชายอย่างเรา ‘นาฬิกา’ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลาเคลื่อนที่เท่านั้น หากเป็นไอเทมติดข้อมือที่สะท้อนรสนิยมและถ่ายทอดตัวตนของผู้สวมใส่ออกมาได้อย่างลึกซึ้งแทบทุกกระเบียดนิ้ว บริบทของนาฬิกาในปัจจุบันจึงเปลี่ยนแปลงไปและต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง นาฬิกากลายเป็นไอเทมแฟชั่น เป็นของสะสมที่เหล่าคอลเลกเตอร์หลงใหล หรือแม้แต่เป็นสิ่งของที่บอกความภาคภูมิใจและเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ใครอาจยังไม่รู้ แล้วถ้าจะพูดถึงเรือนเวลาที่เดินเข็มบนหน้าปัดประวัติศาสตร์มาหลายช่วงอายุคน คงจะลืมชื่อของ ‘Hamilton (แฮมิลตัน)’ ไปไม่ได้เลย นอกจากได้สมญานามว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำผู้สร้างสรรค์นาฬิกานักบิน (Aviator Watch) แล้ว Hamilton ยังเป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาให้กองทัพสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ปี 1914 และได้รับเลือกจากกรมไปรษณีย์กลางสหรัฐฯ ให้ใช้บนเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปยังนครนิวยอร์กในปี 1919 เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ผู้คร่ำหวอดในแวดวงเรือนเวลาอย่างแท้จริง Hamilton เรือนเวลาสุดแกร่งแห่งห้วงประวัติศาสตร์ หากย้อนไปสมัยสงครามโลกที่เทคโนโลยีการทหารยังไม่ได้ก้าวหน้าล้ำสมัยเฉกเช่นปัจจุบัน บวกกับการสื่อสารผ่านวิทยุอาจสุ่มเสี่ยงเกินไป ถูกดักฟัง หรือทำให้แผนการรบรั่วไหลได้ เหล่านักบินในยุคนั้นจึงต้องการนาฬิกาข้อมือที่สามารถบอกเวลาได้อย่างละเอียดแม่นยำ ตั้งแต่เข็มชั่วโมง เข็มนาที และเล็กลงไปถึงหน่วยเข็มวินาที นาฬิกานักบิน หรือ Aviator Watch จึงถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือด นับเป็นเรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยกลไกการเดินเข็มเที่ยงตรงแม่นยำ และเข้ามาตอบสนองทุกความต้องการของกองทัพในตอนนั้น ไม่เพียงช่วยให้ตำแหน่งเป้าหมายชัดเจน การสื่อสารไม่คลาดเคลื่อน และทำให้กลยุทธ์ต่าง ๆ สัมฤทธิ์ผล นาฬิกานักบินยังเป็นตัวแปรสำคัญของสงครามและเปรียบได้กับวินาทีชี้ตายของนักบิน เพราะการบอกเวลาผิดพลาดเพียงวินาทีเดียวสามารถตัดสินได้เลยว่าฝ่ายใดจะได้รับชัยชนะหรือปราชัยในสงครามครั้งนี้ ‘Hamilton Khaki Pilot Pioneer
อย่างที่รู้กันดีว่าในปี 2020 นี้ประเทศญี่ปุ่นได้รับเลือกจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 32 หรือ Tokyo 2020 Olympics แต่ในระหว่างที่รอลุ้นให้วิกฤตโคโรนาไวรัสผ่านพ้นไป แบรนด์เครื่องกีฬาอย่าง Nike ก็ปล่อยคอลเลกชันเสื้อผ้ากีฬาสุดไฮป์ออกมา รอต้อนรับเทศกาลการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในกรุงโตเกียวที่จะจัดขึ้นในช่วงกลางปี 2020 นี้ Nike เปิดตัวเสื้อผ้าฟุตบอล เสื้อผ้าบาสเกตบอล และรองเท้ากีฬาที่ดีไซน์มาสำหรับหลาย ๆ ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 โดย Nike เคลมมาว่าคอลเลกชันนี้รวมชุดที่ยั่งยืนที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดเข้าไว้ด้วยกัน มีทั้งเสื้อผ้าบาสเกตบอลของอเมริกาที่แฝงกลิ่นอาย 1996 USA sets ระดับตำนาน รองเท้าผ้าใบสุดเท่จากวัสดุเหลือทิ้ง เครื่องแต่งกายสำหรับวันอบรมและรับรางวัล รวมทั้งเสื้อผ้าฟุตบอลของแต่ละชาติที่ดีไซน์เป็นสองแบบคือชุดทีมเหย้าและชุดทีมเยือน เริ่มที่ทีมเกาหลีมาในชุดขาวลายเสือสำหรับทีมเยือนและชุดแดงลายตารางขวางสำหรับทีมเหย้า เสื้อผ้าฟุตบอลทีมอเมริกาดีไซน์เป็นกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินพร้อมเสื้อสีขาวของทีมเหย้า ส่วนเสื้อลายพรางสีน้ำเงินเข้มเป็นของทีมเยือน ฝั่งเสื้อผ้าฟุตบอลของทีมไนจีเรียนำเครื่องหมายและรอยหยักสามเหลี่ยมมาใช้ออกแบบ เพื่อให้เกียรติแก่วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งชุดสีเขียวขาวเป็นของทีมเหย้า ส่วนสีเทาล้วนขอบเขียวเป็นของทีมเยือน คอลเลกชันนี้ Nike ตั้งใจออกแบบเสื้อผ้าทั้งหมดให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเลือกใช้วัสดุอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นโพลีเอสเตอร์ที่สร้างขึ้นจากขวดพลาสติกรีไซเคิล ไนลอนรีไซเคิล รวมทั้งหนังยางและเส้นด้ายเหลือทิ้งจากโรงงานของบริษัท John Hoke หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Nike กล่าวว่าไม่ว่าจะอยู่บนสนามแข่งหรือบนเวทีรับรางวัล คอลเลกชันชุดกีฬานี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่
ก่อนวัฒนธรรมต่าง ๆ จะผสมผสานรวมตัวกันได้หลายหลากเหมือนในปัจจุบัน ผู้คนบนโลกต้องลองผิดลองถูกเพื่อจับคู่หลายสิ่งเข้าด้วยกัน รวมไปถึงโลกของสนีกเกอร์ในยุคแรกที่ต่างจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง เพราะสมัยนั้นไม่ได้มีการตลาดควบคู่กับศิลปินหรืออินฟลูเอนเซอร์ประกาศออกมาตั้งแต่ก่อนผลิตเหมือนอย่างทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามในอดีตมีโมเดลรองเท้าอยู่ 1 คู่ที่ได้ปฏิวัติวงการให้โลกรู้ว่าความลงตัวระหว่างสนีกเกอร์และวัฒนธรรมฮิปฮอปนั้นแสนลงตัวซึ่งกลายมาเป็นรากฐานสำคัญของตลาดรองเท้าในปัจจุบัน ชื่อของมันคือ Adidas Superstar และเราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักเส้นทางสู่การเป็นตำนานของรองเท้าคู่นี้ไปพร้อมกัน ยุคแรกเริ่มโลกไม่ได้รู้จักรองเท้าคู่นี้ในชื่อ Superstar แต่เป็น Supergrip ผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1965 ดีไซน์ของทั้ง 2 รุ่นมีความเหมือนในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการวางแถบ 3 ขีดด้านข้างตัวรองเท้า พื้นหนา แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือส่วน Toe Box ซึ่งจะพัฒนาเป็นเอกลักษณ์สำคัญในเวลาต่อมา Supergrip ถูกออกแบบให้เหมาะสมต่อการเล่นกีฬาอย่างเทนนิส และสามารถตอบโจทย์ได้ดีกับกีฬาที่เปลี่ยนการเคลื่อนไหวร่างกายแบบเฉียบพลัน แต่ในปี 1969 แบรนด์ Converse ครองตลาดรองเท้าบาสเกตบอลด้วยโมเดล All-Star ที่ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ระดับมัธยม มหาลัยไปจนถึงลีกอาชีพอย่าง ทำให้ที่ปรึกษาของอาดิดาสในเวลานั้นอย่าง Chris Severn เสนอให้บอร์ดสร้างรองเท้าบาสเข้ามาป้อนเข้าแข่งขันในตลาดบ้าง อาดิดาสเริ่มพัฒนาโมเดล Supergrip ให้เป็นรองเท้าบาสเกตบอลที่สมบูรณ์แบบ เพราะพวกเขาไม่ได้ต้องการวางขายรองเท้าธรรมดา ๆ แต่ตั้งใจสร้างรองเท้ากีฬาที่จะช่วยลดการบาดเจ็บของผู้เล่น เพราะมีผลสำรวจว่านักกีฬาบางส่วนที่ใส่รองเท้าผ้าใบแคนวาสมักมีปัญหาบาดเจ็บ สิ่งที่พวกเขาทำคือขึ้นรูปรองจากเท้าด้วยหนังแท้สีขาวซึ่งให้ความกระชับมากกว่าเวลาที่ผู้เล่นขยับข้อเท้าหรือหัวเข่า และเพิ่มขนาดส่วนโซลให้หนามากขึ้นเพื่อลดแรงกระแทก ก่อนตกแต่งด้วยลวดลาย Three-Stripe
หลังจากเฝ้ารอกันมาพักใหญ่ในที่สุด Supreme แบรนด์สตรีตแฟชั่นชื่อดังก็เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2020 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยนำเสนอผ่าน Lookbok พื้นหลังขาวเรียบง่ายเพื่อให้หนุ่ม ๆ สายแฟชั่นที่รอคอย ได้เห็นรายละเอียดของไอเทมแต่ละชิ้นอย่างเต็มตา เมื่อ Supreme นำเสนอไอเทมทุกชิ้นจากคอลเลกชันล่าสุด UNLOCKMEN พบว่ามีไอเทมรวมกันเป็นร้อยชิ้น เราจึงขอแนะนำไอเทมที่น่าสนใจทั้งหมด 10 ชิ้น ของ Spring/Summer 2020 เพื่อดูว่ามีชิ้นไหนเด็ดเข้าตาและชิ้นไหนกำลังกลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกโซเชียล SUPREME x NIKE AIR FORCE 1 LOW ไอเทมที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือรองเท้าผ้าใบที่ Supreme กับ Nike ร่วมมือกันอย่างสนีกเกอร์สองคู่สีขาว-ดำ ที่ผลิตขึ้นจากวัสดุหนังคุณภาพพรีเมียม โดดเด่นด้วยเชือกรองเท้าที่มีกราฟิตี้ชื่อแบรนด์ชวนลายตา เชือกสีแดงสำหรับรองเท้าสีขาว ส่วนเชือกรองเท้าสีดำจะถูกจับคู่กับรองเท้าสีเดียวกัน และประทับแถบโลโก้ Supreme สีแดงสดไว้บริเวณด้านข้างของรองเท้าเพื่อเน้นย้ำว่าโมเดล Air Force 1 Low ได้แบรนด์ Supreme มาร่วมดีไซน์ด้วย SUPREME x OREO
จำได้ไหมว่าในวัยเด็กคุณใส่ผ้าใบอะไรไปโรงเรียน ? พอเจอคำถามนี้ก็ชวนให้ย้อนถึงวันวานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แรงบันดาลใจและความไร้เดียงสา พอรู้ตัวอีกทีเราก็เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว เหมือนกับรองเท้าผ้าใบในวัยเด็กที่เติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กับเราด้วยเช่นกัน รองเท้าผ้าใบที่ UNLOCKMEN กำลังพูดถึงอยู่คือแบรนด์รองเท้าผ้าใบสัญชาติไทยที่มีอายุเยอะกว่าใครหลาย ๆ คนที่กำลังอ่านคอนเทนต์นี้อยู่เสียอีก แบรนด์ที่ว่านั้นคือ GOLDCITY กับเรื่องราวที่เริ่มต้นเมื่อราว 70 ปีก่อน จากช่างรองเท้าผู้ชื่นชอบการทำรองเท้า เขาพยายามสร้างสรรค์รองเท้าคุณภาพดี ทนทาน ใส่ง่าย และสิ่งสำคัญคือต้องราคาถูกจนใคร ๆ ก็สามารถจับต้องได้ จึงไม่แปลกใจหากวัยเด็กของใครหลายคนมี GOLDCITY เป็นเพื่อนร่วมทางด้วย GOLDCITY ถือเป็นแบรนด์รองเท้านักเรียนที่ติด 3 อันดับแรกของประเทศไทยมาโดยตลอด ด้วยสินค้าที่ไม่ต้องเน้นลวดลายหรือสีสันอะไรมาก (เพราะมันผิดกฎโรงเรียน) ผลิตภัณฑ์ออกแบบให้เป็นรองเท้าผ้าใบแบบเรียบ ๆ ไม่ใช่ผ้าใบหุ้มข้อ โดดเด่นเรื่องความทนทาน พร้อมรับกิจกรรมสำหรับวัยรุ่นพลังเหลือที่ใส่เล่นเตะบอลกับเพื่อน ๆ หรือใส่ทำกิจกรรมคาบพลศึกษา แถมเวลาเบรกก็ต้องมีเสียงดังเอี๊ยดฟังแล้วรู้สึกว่าเราตอนนั้นแม่งโคตรเท่ รวมถึงราคาสบายกระเป๋าเพื่อให้ผู้ปกครองของเด็ก ๆ สามารถซื้อมาให้ลูกหลานของตัวเองได้แบบไม่เดือดร้อน หลังเริ่มต้นเติบโตมากับกลุ่มเด็กนักเรียน ออกแบบรองเท้าโดยเน้นความทนทานสวมใส่สบายในราคาไม่แพงจนพวกเขาจบการศึกษามาหลายต่อหลายรุ่น เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบ 70 ปีเสียแล้ว แบรนด์รองเท้าที่เข้มแข็งในกลุ่มตลาดนักเรียนจึงถือโอกาสมองช่องหาทางเพิ่มความแปลกใหม่ แบรนด์ของพวกเขาจะไม่ได้มีแค่รองเท้าผ้าใบขาวหรือดำเพื่อให้เด็กใส่ ๆ โรงเรียนอีกต่อไป GOLDCITY
ใคร ๆ มักพูดกันว่าผู้ชายเรามีเสื้อผ้าในตู้กันอยู่ไม่กี่สี มีแพตเทิร์นของเสื้ออยู่ไม่กี่แบบ ส่วนใหญ่จะเน้นความมินิมัลเพื่อให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์ เรื่องนี้เราคงต้องยอมรับว่า “ใช่” แต่จะให้เหมารวมว่าเราชอบความจำเจและอยากเพลย์เซฟคงไม่ใช่ เพราะความจริงเราละเอียดอ่อนกับเรื่องการแต่งตัวกว่านั้น เสื้อผ้าต้องแสดง attitude และความเหมาะสมกับการสวมใส่ ส่งท้ายงานดีไซน์ครั้งใหญ่ของกรุงเทพฯ ที่กำลังจะสิ้นสุดลงวันนี้ เราจึงพาทุกคนไปพูดคุยกับ 2 ดีไซเนอร์ไทยจาก 2 แบรนด์ MENSWEAR ที่หลายคนอาจเห็นงานพวกเขาจริง ๆ ใน BKKDW 2020 หรือติดตามผ่านโซเชียล เพื่อให้รู้เบื้องหลังของการออกแบบชุดเท่ ๆ และสนุกสนานที่ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์การออกแบบประจำปีนี้ คือ ปรับตัว>อยู่รอด>เติบโต : “Resilience” “CURATED” – เอก ทองประเสริฐ เริ่มต้นที่คอลเลกชัน COLLECTOR PROJECT x DEVANT – BANGKOK EDITION จากแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น Curated ของเอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกและอยู่ในวงการมานับ 10 ปี ที่ดีไซน์เอาไว้จัดจ้าน สนุกทั้งสีสันและสุดทั้งลวดลาย มาเต็มทั้งผ้ายันต์
มาเปลี่ยนกางเกงยีนส์ตัวเดิมของคุณ ให้มีลูกเล่นใส่ได้ทุกวันไม่ซ้ำใครเพียงแค่ Roll มัน
เหลือเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ก่อนหนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนภาพยนตร์เจมส์บอนด์จะได้ชมบทสรุปของชายผู้มาพร้อมรหัส 007 และการอำลาบทบาทของแดเนียล เคร็ก ในภาค ‘NO TIME TO DIE’ ขณะที่ค่ายนาฬิกาอย่าง SWATCH ก็อยากให้เกียรติการกลับมาของ 007 ด้วยแคปซูลนาฬิกา SWATCH x 007 SWATCH x 007 ประกอบไปด้วยนาฬิกา 6 เรือน มีพื้นฐานจากโมเดล Original Gent’s หน้าปัดขนาด 34 มิลลิเมตร และรุ่น New Gentleman ขนาดหน้าปัด 41 มิลลิเมตรเพื่อตอบโจทย์ผู้ชายที่มีขนาดข้อมือใหญ่ ความพิเศษคือทั้ง 6 เรือนได้แรงบันดาลใจงานดีไซน์ตามจากแฟรนไชส์ James Bond ที่เลือกมา 6 ภาคเด่นจากตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา เอาเป็นว่าอย่ารอช้า เชิญไปดูกันว่าแต่ละเรือนนั้นถูกสร้างออกมาได้โดดเด่นแค่ไหน Dr. NO (1962) Dr. NO มาพร้อมหน้าปัดขนาด
ตลอดปี 2019 หนุ่ม ๆ ผู้หลงใหลในรองเท้าคงรู้กันดีกว่าตลาดสนีกเกอร์ของปีที่ผ่านมาค่อนข้างคึกคัก ทำให้มีรองเท้าหลายคู่ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ถูกส่งออกมาแย่งส่วนแบ่งการตลาด และวันนี้สถิติที่แสดงให้เห็นว่า”รองเท้ารุ่นไหนคือรองเท้าที่ขายดีที่สุด” ในปีที่ผ่านมาได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว Matt Powell นักวิเคราะห์ธุรกิจด้านกีฬาจาก NPD Group เปิดเผย 10 อันดับรองเท้าที่ขายดีที่สุดของปี 2019 ภายใน 10 รายชื่อเป็นส่วนผสมระหว่างรองเท้าโมเดลยุคใหม่ และ Iconic Sneakers จากยุคคลาสสิก มาดูกันว่าส่วนแบ่งตลาดรองเท้าปีล่าสุดจะเป็น Nike หรือ Adidas ที่คว้าความยิ่งใหญ่ไปครอง อันดับ 10: AIR JORDAN 11 Air Jordan XI เข้ามาอยู่ในอันดับที่ 10 รองเท้าที่ขายดีที่สุด ตอกย้ำการกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในหมู่คนรักรองเท้าโดยเฉพาะแฟนของค่าย Jumpman โมเดล XI ผลิตครั้งแรกในปี 1995 ก่อนจะพักสายการผลิตไปช่วงหนึ่งและเรโทรกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะในปี 2019 ที่มากับสีคลาสสิกอย่าง Bred ปล่อยไซซ์ออกมาครบแบบ Family ทำให้ Air


