ไม่ว่าจะใช้ iPhone รุ่นแพงหรือใหม่แค่ไหน จะ iPhone XR, XS หรือ XS MAX ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาแบตหมดกลางคันระหว่างกำลังทำธุระได้ จะให้พกสายชาร์จ adapter เดินหารูปลั๊กไฟตามข้างทางไปตลอดก็ดูไม่คูล ดูเหมือนปัญหานี้จะเป็นสิ่งที่ Apple แพลนเอาไว้แล้วเป็นอย่างดี จึงได้มีกำเนิด iPhone Batter Cases สำหรับ iPhone 3 รุ่นใหม่ออกมา iPhone Battery Cases พึ่งจะถูกวางจำหน่ายบน Apple.com ไปหมาด ๆ ด้วยราคา $129 หรือราว 4,000 บาท ไม่ว่าจะเลือก Case สำหรับรุ่นไหนก็ต้องจ่ายราคาเดียวกัน เป็นเคสที่ทำจากซิลิโคน มีให้เลือกสีดำและสีขาว สังเกตได้จากแบตเตอรี่นูนบริเวณด้านหลังเคส แม้จะไม่ได้บอกว่าแบตในเคสมีความจุเท่าไหร่ แต่ก็ได้การันตีว่า Battery Case นี้จะช่วยยืดพลังงานให้ iPhone ของคุณได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมงสำหรับ XS Max, 21
คุณเคยตื่นนอนมาแล้วรู้สึกป่วยมั้ย? เชื่อว่าทุกคนต้องเคยประสบแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม โดยเฉพาะใครที่เป็นภูมิแพ้น่าจะเข้าใจดี อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะมีสาเหตุมาจากเตียงนอนที่ไม่สะอาด มีแบคทีเรียและไรฝุ่น ยิ่งเป็นเตียงนอนตามโรงแรมยิ่งมีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยเหตุนี้นักประดิษฐ์หัวใสจึงคิดค้น ‘Cleansebot’ หุ่นยนต์ทำความสะอาดอัจฉริยะขนาดจิ๋วขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว CleanseBot สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในทุกพื้นผิวด้วยการใช้แสง UV-C นอกจากนั้น CleanseBot ยังผ่านการทดสอบมาแล้วว่าสามารถฆ่าเชื้อ E.Coli ได้ถึง 99.99% พื้นที่ไหนมีเชื้อโรคและแบคทีเรียมากที่สุดในบ้าน? จากการวิจัยของ University of Houston พบว่าพื้นที่ที่มีเชื้อโรคและแบคทีเรียมากที่สุด ได้แก่สวิตช์ไฟ รีโมททีวี และผ้าคลุมเตียง CleanseBot เป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับขนาดเล็กที่สามารถพกพาได้อย่างสะดวก ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่ในบ้านเท่านั้น แต่คุณสามารถนำเจ้า CleanseBot ไปทำความสะอาดได้ทุกที่ที่คุณต้องการ โดยเฉพาะห้องพักในโรงแรมที่ถือว่าเป็นแหล่งชุมนุมของเหล่าเชื้อโรคก็ไม่ใช่ปัญหาหนักใจอีกต่อไป CleanseBot มาพร้อมปัญญาประดิษฐ์และเซ็นเซอร์ 18 ตัว โดยใช้หลอด UV-C สี่หลอดเพื่อกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียซึ่งได้ผลถึง 99.99% ในทุกสภาพพื้นผิว ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ใด ก่อนที่จะทิ้งตัวลงบนเตียง เพียงแค่ตั้งค่า CleanseBot และเปิดใช้งานเป็นเวลา 30-60 นาที ระหว่างนั้นคุณอาจจะไปแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่น ๆ หรือออกไปทานอะไรอร่อย ๆ และเมื่อคุณกลับมาก็จะพบเตียงนอนที่สะอาดหมดจดพร้อมทิ้งตัวลงสู่ห้วงนิทรา ไม่ใช่แค่ความสะอาดบนเตียงเท่านั้น แต่แสง UV-C ของ
ถือเป็นปีแห่งการแข่งขันสำหรับตลาดของรถสปอร์ต โดยเฉพาะสองค่ายยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น BMW ที่ปล่อย Z4 (G29) และ Toyota ที่ตัดสินใจหวนกลับมาผลิตตำนานที่เป็น Iconic ของค่ายอย่าง Supra (5th GEN) ออกมาอีกครั้ง ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คือทั้งสองรุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นจากโรงงานเดียวกัน พร้อมข่าวลือสะพัดว่ามีการแชร์แพลตฟอร์มในการสร้างร่วมกันด้วย เพื่อคลายความสงสัยวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้ชมกันว่าทั้งคู่นั้นมีจุดเหมือนและแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน BMW Z4 (G29) และ TOYOTA Supra (5th Gen) เปิดตัวออกมาในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน แต่ขณะเดียวกันทั้งสองก็มีความเหมือนก็คือการถูกย้ายฐานการผลิตออกจากบ้านเกิดตัวเอง ด้าน Z4 ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นจากโรงงาน BMW ใน Dingolfing ประเทศเยอรมนี ส่วนทาง TOYOTA Supra (5th Gen) เองก็เป็นครั้งแรกที่สละแนวทางของความเป็นรถ Japan Domestic Market (JDM) ด้วยการย้ายฐานการผลิตจากโรงงาน Motomachi ใน Toyota City (ผลิต 4th Gen) ที่ควรใช้ผลิต Supra มาเข้าสายพานโรงงานเดียวกับ
‘รอยสัก’ คือหนึ่งในวัฒนธรรมทางสังคมที่ผู้คนมีความเห็นขัดแย้งกันที่สุด บ้างก็ว่ามันสวยงาม บ้างก็ว่ามันมีเสน่ห์ บ้างก็ว่ามันดูเซ็กซี่ แต่บ้างก็ว่ามันดูสกปรกน่ารังเกียจ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ารอยสักคือวัฒนธรรมเก่าแก่ของโลก ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่ารอยสักเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อกว่า 12,000 ปีก่อน แม้จะเดินทางผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ เมื่อรอยสักฝังลงไปในผิวหนัง มันจะติดตัวไปชั่วชีวิต ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ แต่อย่างที่เรารู้กันดี รอยสักที่อยู่บนร่างกายคือตัวแทนของอารมณ์ ความรู้สึก หรือเจตนารมณ์ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ซึ่งสิ่งพวกนี้ไม่จีรังยั่งยืน สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอตามประสบการณ์ชีวิตที่ได้รับ แต่รอยสักที่ลงหมึกไปแล้วนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จะลบทิ้งก็ทั้งเจ็บตัวทั้งเสียเงินมหาศาล หลายคนจึงเลือกที่จะทนอยู่กับรอยสักที่ไม่รู้สึกชอบอีกแล้วไปตลอดชีวิต แต่ตอนนี้ทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนไป… Carson Bruns ผู้อำนวยการห้องทดลองวัสดุ CU’s Emergent Nanomaterials Lab มีความตั้งใจแรงกล้าที่จะปฎิวัติประวัติศาสตร์แห่งรอยสัก 12,000 ปี เขาริเริ่มโปรเจ็กต์ที่กล้าหาญ เนื่องจากสิ่งที่ต้องเจอคือการโจมตีจากผู้รักรอยสักสายอนุรักษ์นิยมที่บอกว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำนั้นทำลายวัฒนธรรมดั้งเดิมของรอยสัก “ผมหลงใหลในรอยสัก มันคือแขนงหนึ่งของศิลปะที่ผมชื่นชอบ มันสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลออกมาได้อย่างชัดเจน และคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้หลังจากตัดสินใจไปแล้ว” Bruns กล่าว “แต่ผมตระหนักได้ว่ากลับไม่มีใครสนใจศึกษาเรื่องรอยสักในแง่มุมวิชาการอย่างจริงจังเลย” ถึงแม้ Carson Bruns จะเป็นผู้ชายสายวิทยาศาสตร์ เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องการใช้สสารและกฎควอนตัม แต่เขากลับสักเต็มตัว ไว้ผมยาว นั่นน่าจะเป็นสิ่งบ่งบอกได้ดีว่าผู้ชายคนนี้หลงใหลในรอยสักขนาดไหน “หมึกสักเป็นเพียงอนุภาคเม็ดสีในของเหลว และสิ่งที่มันทำคือดูดซับความถี่ของแสงและเปลี่ยนสีผิวของคุณ” Bruns อธิบาย “หมึกของเราก็เป็นเช่นนั้น แต่แทนที่จะใช้อนุภาคเม็ดสีรูปแบบเดิม เราเปลี่ยนเป็นใช้อนุภาคเม็ดสีจากเปลือกพลาสติกกลวงเหล่านี้” อนุภาคเหล่านั้นสามารถเติมเต็มด้วยของเหลวชนิดใดก็ได้ที่ Bruns ต้องการ
หลังจากเปิดตัว 911 Carrera S และ Carrera 4S รหัสตัวถัง 992 ในโมเดล Coupe ออกมาให้ยลโฉมกันแล้วก่อนหน้านี้ ล่าสุดทาง Porsche ก็ได้เสนอทางเลือกในการเสียเงินให้กับแฟน ๆ ของค่ายด้วยโมเดลขาประจำอย่าง Cabriolet หรือในลุคเปิดประทุนออกมา ซึ่งจะมีฟังก์ชันอะไรแตกต่าง ๆ จากรุ่นก่อนหน้าบางไปชมกันเลย แม้จะเปิดตัวพร้อมกันในงาน Los Angeles Auto Show แต่ดูเหมือนทาง PORSCHE ตั้งใจจะปล่อย 911 Carrera S และ 911 Carrera 4S ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในโมเดล Cabriolet ออกมาตามหลังรุ่น Coupe โดยในสายการผลิตล่าสุด ทางค่ายตั้งใจออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับโมเดลดั้งเดิมในขนาดที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจทำให้แฟน ๆ ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของมันต้องผิดหวัง แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสน่ห์ที่แบบเดิม ๆ จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน ด้านขุมกำลังของ 911 CCarrera S Cabriolet
ดูเหมือนปี 2019 จะกลายเป็นปีที่ดุเดือดแน่นอนสำหรับตลาดของคอมพิวเตอร์พกพาหรือแล็ปท็อป เพราะล่าสุดในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีอย่าง Consumer Technology Association (CES) ได้รวบรวมบรรดา Gadgets ที่น่าสนใจเอาใจมากมายและหนึ่งในนั้นคือ ZenBook S13 แล็ปท็อปรุ่นบางเฉียบซึ่งส่งเข้าประกวดโดยค่าย ASUS การแข่งขันในตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพายังคงร้อนระอุ เมื่อผู้ผลิตค่ายต่าง ๆ ทยอยพัฒนาและเปิดตัวแล็ปท็อปสเปคโคตรโหดในรูปลักษณ์ที่เพรียวบางและกะทัดรัดยิ่งขึ้น ซึ่งล่าสุดเป็นคิวของ ASUS ในการเปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นล่าสุดของค่ายกับ ZenBook S13 ซึ่งมากับความโดดเด่นทั้งงานดีไซน์และสเปคเครื่องที่รองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย Asus ZenBook S13 มาพร้อมตัวเครื่องที่ทำจากอะลูมิเนียมทั้งชิ้นเรียกว่า CNC-Milled chassis ทนทานสุดในตระกูล ZenBook เท่าที่เคยมีการผลิตมา พร้อมจอแสดงผลขนาด 13.9 นิ้ว พร้อมความบางที่ 2.5 มิลลิเมตรซึ่ง Asus เคลมว่ามีขนาดเล็กลงจากรุ่นก่อนหน้า 12.5 เปอร์เซ็นต์และบางสุดในโลกในตอนนี้ โดยเป็นจอความละเอียด Full-HD 1080p กินพื้นที่ 97 เปอร์เซ็นต์ของขนาดเครื่อง ซึ่งจะรับประกันว่าจะได้มุมมองใช้งานที่สบายตามากขึ้นพร้อมความสวยงามของกราฟิกรับประกันโดย NVIDIA GeForce MX150 สามารถรองรับงานออกแบบได้สบายๆ รวมถึงระบบประมวลผลเป็น 8th Gen
หนุ่ม ๆ ผู้หลงใหลในการขับขี่พาหนะ 2 ล้อโดยเฉพาะจากค่าย Harley-Davidson คงต้องเริ่มเตรียมเก็บเงินกันได้แล้ว เพราะในปี 2019 นี้จะเป็นศักราชใหม่ที่พวกเขาจะใช้เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทรงสมรรถนะคันแรกของค่าย ที่หลายคนรู้จักกัน Livewire™ ออกมาในช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้ ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าทุกวันนี้พาหนะที่ใช้พลังงานทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคือหนึ่งในทางเลือกใหม่สำหรับหนุ่มผู้หลงใหลความเร็วทั้งหลาย ที่พร้อมใจหันมาเทคะแนนให้ความสนใจกันมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าช่วงหลายปีที่ผ่านบรรดาค่ายรถต่างพากันพัฒนารถในสายการผลิตของตัวเองสู่เส้นทางนี้มากขึ้น รวมถึง Harley-Davidson ที่ได้วางแผนรวมถึงเริ่มต้นสายการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของตัวเองตั้งแต่ปี 2014 จนในที่สุดโมเดลสมบูรณ์ของมันในชื่อ Livewire™ ก็พร้อมให้ทุกคนได้ทำความรู้จักแล้ว หลังจากพัฒนามาร่วม 4 ปี ในที่สุด Harley-Davidson ก็ถือโอกาสเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกของพวกเขาอย่าง Livewire™ ในงาน Milan Motocycle Show นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่ามีแผนจะวางขายมันโดยโซนแรกที่มีโอกาสได้สัมผัสความพิเศษก่อนใครเพื่อน คือโซนทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปบางประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม Harley-Davidson ก็ยังเก็บรายละเอียดสำคัญอย่างสเปคเครื่องยนต์เอาไว้และมีการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนเท่านั้น Livewire™ มากับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดันตามปรัชญาดั้งเดิมของ Harley-Davidson ด้วยชุดเฟรมอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาแต่ทนทานกับรูปทรงที่ดูปราดเปรียวและอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผล LCD ขนาด 10.9 เซนติเมตร ซึ่งจะช่วยแสดงข้อมูลทั้งความเร็ว ระยะทาง และสถานะของแบตเตอรี่ รวมถึงสามารถให้เราใช้กำหนดโปรแกรมต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทางหรือเครื่องเล่นเพลงที่จะทำให้คุณมีความสุขไปกับการบิดในทุกเส้นทาง
ใครที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์ในวงเหล้า หรืออาจจะไปนาน ๆ ครั้ง ไม่ใช่สายปาร์ตี้คงนึกภาพไม่ออกว่า ‘การเปิดขวด’ นั้นสำคัญขนาดไหน แต่สำหรับเราสายปาร์ตี้ย่อมจำได้ดีว่าในตอนที่เริ่มดื่มใหม่ ๆ แล้วเห็นเพื่อนเปิดขวดเบียร์โดยใช้ขวดเบียร์อีกขวดนั้นเรารู้สึกทึ่งและคิดว่ามันเท่มาก หลังจากนั้นเราก็พยายามฝึกฝนโดยตลอด กว่าจะทำได้สำเร็จเลือดก็อาบมือไปหลายครั้ง แต่บางครั้งการจะเท่ก็ไม่จำเป็นต้องลำบากขนาดนั้น เพียงแค่มีที่เปิดขวดเจ๋ง ๆ สักอัน ก็สามารถเปิดเบียร์ทุกขวดที่ขวางหน้าได้ด้วยมือเดียว เท่ได้โดยไม่ต้องเจ็บตัว GrOpener คือชื่อของที่เปิดขวดสุดเจ๋งที่เราภูมิใจนำเสนอในวันนี้ ใครที่กำลังสงสัยว่ามันแตกต่างจากที่เปิดขวดธรรมดาตรงไหน ให้ลองดูคลิปด้านบนเสียก่อน รับรองว่าจะต้องอยากได้ไปใช้สักอันแน่นอน ถึงแม้ว่าในเรื่องประโยชน์การใช้สอยจะไม่ได้มีอะไรพิเศษเปิดได้เฉพาะฝาทรงจีบเหมือนที่เปิดขวดทั่วไป แต่เรื่องความเท่ บอกเลยว่า GrOpener กินขาด แม้ว่า GrOpener จะโดนใจเราในเรื่องความเท่ แต่เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ Mark Manger สร้างสรรค์ GrOpener ขึ้นมาลึกซึ้งกว่านั้นมาก เขาเล็งเห็นถึงความลำบากของผู้พิการ ว่าการเปิดขวดด้วยมือเดียวนั้นเป็นเรื่องยากลำบาก แต่ทุกคนกลับคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย จนปัญหานี้โดนเพิกเฉย อย่างไรก็ตาม Mark ไม่คิดเช่นนั้น เขาลงมือทำตามไอเดียอย่างมุ่งมั่น จนในที่สุดก็สำเร็จออกมาเป็นที่เปิดขวดสุดเจ๋งให้ทุกคนได้ใช้งาน GrOpener สามารถตั้งอยู่บนขวดได้อย่างสบาย ๆ ก่อนจะเปิดมันด้วยการบิดข้อมือเพียงเล็กน้อย ใช้แรงน้อยกว่าที่เปิดขวดทั่วไปมาก ทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในขั้นตอนเดียว ชั่วพริบตาฝาขวดก็หลุดออกมาอย่างง่ายดาย การออกแบบของ GrOpener ทำให้แน่ใจว่าฝาจะไม่โค้งงอหรือบิดเบี้ยวในขณะเปิด ส่วนแม่เหล็กที่อยู่ภายในทำหน้าที่ยึดฝาทันทีที่หลุดออกจากคอขวด ทั้งเท่แถมใช้ง่าย พกพาสะดวกแบบนี้ GrOpener จึงเป็นอีกหนึ่ง
เป็นเทคโนโลยีที่ดังในข้ามคืน และสร้างการถกเถียงได้อย่างรุนแรงภายในข้ามวันเช่นกัน เมื่อแหล่งข่าวแรกจาก Japansauce.net เผยเรื่องราวงานประดิษฐ์สุดว้าวปนขนลุก ‘Dead Fish Brain Flash Drive’ ผลงานของนักศึกษาเคมีที่เผยแพร่ผลงานนี้ผ่านทาง Twitter user @ni28_xp โดยเนื้อหาสรุปแบบเร็ว ๆ ได้ว่า ตัวของเค้านั้นสามารถใช้ปลาซิวที่ตายแล้ว นำมาตกแต่งพัฒนาผสมกับความรู้ทางด้านเคมี สามารถทำให้สมองปลาซิวอันเล็กจิ๋วสามารถใช้เป็น Storage เก็บความจุได้มากถึง 32 Gb โดยมีลักษณะหัวเป็น USB Port ปกติ ติดกับเรซิ่นใสที่บรรจุปลาตายและเส้นลวดต่าง ๆ รวมถึงหลอดไฟแสดงสถานะการทำงานขนาดเล็ก ด้วยความ Weird ของสิ่งประดิษฐ์นี้ ทำให้หลายสื่อต่างนำเสนอเรื่องนี้กันอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันเรื่องราวก็ไปกระตุกให้หลายคนเกิดสงสัยกลายเป็นคำถามว่า มันทำงานได้แบบนั้นจริงหรือ? ด้วยรูปร่างที่ดูน่าสงสัย และลักษณะทางกายภาพของปลาในการใช้งานตามที่ @ni28_xp ได้กล่าวอ้าวเอาไว้ จึงมีอีกแหล่งที่เผยข้อมูลน่าสนใจออกมาหักล้างความเป็นไปได้ ว่าที่จริงแล้ว Dead Fish Brain Flash Drive อาจจะกลายเป็นเรื่องของลูกเล่นที่ใช้ตกแต่งเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือเคมีของตัวปลาแต่อย่างใด เว็บไซต์ Tech-critter.com เป็นอีกสื่อที่ไปเจอข่าวนี้เข้า เกิดความสงสัยว่า “รายละเอียดมันไม่
ให้ทำงานยาก ๆ หนักแค่ไหนก็ได้ แต่จะให้ซักผ้ารีดผ้า มันทำไม่ไหวจริง ๆ ในยุคที่เรามีทุกความอัจฉริยะอยู่รอบตัว แม้แต่รถยนต์ยังสามารถขับเองได้ มันทำให้เราสงสัยทุกครั้งว่า ทำไมเรื่องยาก ๆ อย่างนั้นถึงสามารถทำได้ แต่เรื่องง่าย ๆ อย่างการสร้างเทคโนโลยีที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระการทำความสะอาดและรีดเสื้อผ้าให้มนุษย์ยุ่ง ๆ อย่างเรา เมื่อไหร่จะพัฒนาออกมาบ้าง แต่ในงาน CES 2019 ก็เหมือนเห็นอนาคตที่สดใสจากการฉายแววของ LG ที่ได้นำเสนอ LG Styler ตู้อัจฉริยะที่สามารถทำความสะอาดเสื้อผ้าให้พร้อมใช้งานได้โดยไม่ต้องออกแรง LG Styler Black Tinted Mirror Glass Door คือตู้อัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่ LG ได้พัฒนาให้ช่วยแบ่งเบาภาระการซักทำความสะอาดเสื้อผ้าให้เราได้ ด้วยวิธีการง่าย ๆ แค่แขวนเสื้อผ้าเข้าไปได้ประมาณรอบละ 6 ชุด แบ่งเป็นการแขวน 5 ชุด และวางกางเกงได้อีก 1 ตัว จากนั้นระบบ LG AI ThinQ assistant จะคำนวณวิธีทำความสะอาดจากไอร้อนอัฉริยะที่เรียกว่า TrueSteam ในการทำความสะอาดเสื้อผ้า ซึ่งแม้จะไม่ใช่การซักทำความสะอาดในรูปแบบปกติ


