เป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการโซเชียลอีกครั้งของ Facebook ที่ถูกจับได้ว่าแอบแบ่งปันข้อมูลแชทของผู้ใช้งานให้กับบริษัทที่เป็นพันธมิตรกันอย่าง Netflix และ Spotify เมื่อแชทส่วนตัวในโซเชียลชื่อดังอย่าง Facebook นั้นไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไป การแฉครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสื่อเจ้าดังอย่าง The New York Times ได้เผยแพร่บทความ As Facebook Raised a Privacy Wall, It Carved an Opening for Tech Giants ที่ได้จากการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐ อดีตพนักงานของ Facebook รวมถึงเอกสารที่ Facebook ได้เซ็นกับพันธมิตร พบว่า Facebook ได้ทำข้อตกลงกับบริษัทต่าง ๆ กว่า 150 แห่ง ตั้งแต่ปี 2010 ให้เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน Facebook เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เช่นการให้ Spotify, Netflix และ Royal Bank of Canada สามารถอ่าน เขียน รวมถึงลบข้อความส่วนตัวของผู้ใช้งานได้
การจะแต่งภาพหรือตัดต่อรูปแต่ละทีก็มักจะต้องใช้โปรแกรมดี ๆ และฝีมือในระดับหนึ่ง คงจะดีไม่น้อยถ้าหากมีเว็บไซต์ที่สามารถลบภาพพื้นหลังออกได้เพียงพริบตาเดียว UNLOCKMEN จึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ Remove.bg เว็บไซต์ที่พร้อมตอบโจทย์ในการลบภาพพื้นหลังโดยใช้เวลาไม่เพียงแค่ 5 วินาที Remove.bg คือเว็บไซต์ที่สามารถเข้าไปใช้บริการตัดต่อรูปภาพได้ฟรี โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรให้ยุ่งยาก ทุกคนสามารถตัดต่อลบภาพพื้นหลังง่าย ๆ ด้วยระบบ Artificial Intelligence หรือที่มักเรียกกันสั้น ๆ ว่า AI ที่มาพร้อมด้วยระบบส่วนการเรียนรู้ Machine Learning ในการสร้างความฉลาดให้กับปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถแยกแยะระหว่าง Object กับ Background ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเราอัพโหลดรูปที่ต้องการจะตัดต่อมาใส่ในเว็บไซต์ ระบบก็จะวิเคราะห์ในทันทีว่าส่วนไหนคือภาพบุคคล และอันไหนคือพื้นหลังที่ต้องตัดออก ในส่วนของวิธีใช้นั้นไม่ยากและสะดวกรวดเร็วมาก เพียงแค่เข้าที่เว็บไซต์ จากนั้นคลิกที่ปุ่มสีเขียวที่เขียนว่า Select a photo และเลือกภาพที่ต้องการจะลบพื้นหลัง โดยสามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นรูปแนวตั้งหรือว่าแนวนอน เมื่อเลือกภาพเสร็จเรียบร้อย เว็บไซต์ก็จะทำการตัดต่อรูปให้อัตโนมัติในเวลาเพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น (เร็วกว่าเรานั่งทำเองมากมาย) หลังจากนั้นภาพพื้นหลังที่เราไม่ต้องการก็จะหายไปในทันที เมื่อระบบของเว็บไซต์จัดการนำพื้นหลังออกให้แล้วก็จะเหลือแค่เพียงบุคคลในภาพและพื้นหลังสีขาวล้วน จากนั้นให้กดปุ่มสีเขียวเพื่อ Download รูปภาพที่ตัดต่อเสร็จแล้ว ก็จะได้รูปภาพที่มีแต่บุคคลและสามารถนำพื้นหลังที่ต้องการมาใส่แทนได้อย่างอิสระ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ Remove.bg
ถ้าพูดถึง BMW 3-Series E36 เชื่อว่าผู้ชายหลายคนโดยเฉพาะรุ่นใหญ่วัยสามสิบบวกคงจะคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะถ้าย้อนเวลากลับไปตอนสมัยหนุ่ม ๆ รถยนต์ในซีรีส์ดังกล่าวเป็นเหมือนกับพาหนะในฝันที่หากใครได้มาครอบครอง ก็จะกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคนไปโดยปริยาย เรียกว่าเป็นรถที่ทำให้หลายคนเริ่มเก็บเงินกันอย่างจริงจังเพื่อจะได้ครอบครองเจ้านกแก้วคันนี้ ไม่ต้องแปลกใจหากจะเห็นรถ 3-Series ในรหัสเครื่อง E36 โลดแล่นอยู่บนท้องถนนของบ้านเราจนชินตา รวมถึงบางรุ่นที่ยิ่งกาลเวลาผ่านไป ยิ่งกลายเป็น Collectible Cars เป็นของสะสมที่มีคุณค่าทั้งทางจิตใจและมูลค่าราคาที่แข็งขึ้น ๆ แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ในสายการผลิตดังกล่าวของ BMW ได้รับความนิยมจากหนุ่ม ๆ ทั่วโลก วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ BMW 3 Series E36 สุดเก๋าคันนี้ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม THE BEGINNING OF 3 BMW 3-Series E36 คือรถยนต์นั่งประเภท Compact Executive Car ที่ถูกผลิตขึ้นมาเป็นเจเนอเรชันที่ 3 ของค่าย BMW คือระหว่างช่วงปี 1991-1999 เปิดตัวครั้งแรกในยุโรปช่วงปี 1990 และต่อด้วยในสหรัฐอเมริกาในปีถัดมา โดยรถรุ่นแรกของสายการผลิตคือรถสไตล์ Saloon 4 ประตู ก่อนจะต่อยอดและขยายโมเดลอื่นตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
หนุ่ม ๆ ทุกคนต่างมีรถในฝันของตัวเองและแต่ละคนล้วนมีรูปแบบหรือสไตล์แตกต่างกันออกไป บางคนหลงใหลความดุดันของ American Muscle Car หรือบางท่านก็ชอบรูปแบบความเร็วร่วมสมัยอย่าง Supercar แต่จะเจ๋งแค่ไหนถ้าทั้งสองสิ่งถูกนำมาผสมอยู่ในรถคันเดียวเหมือนใน TRACTORRI Project Car สุดแปลกแต่ต้นทุนสูงจนเราต้องหยิบแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักคันนี้ การรวมร่างกันของม้าป่าสัญชาติอเมริกันเข้ากับกระทิงเปลี่ยวจากแดนมักกะโรนีคันนี้ ถือกำเนิดขึ้นโดยชายที่ชื่อว่า John Haugh ผู้มีความคิดว่าอยากจะรวม Iconic Car แห่งยุคสมัยทั้งสองเข้าด้วยกัน คันแรกคือ Ford Mustang ซึ่งคงไม่ต้องอธิบายถึงสรรพคุณความเป็น Iconic ฝั่งอเมริกันให้มากความ เพราะมันยังคงเป็นรถในฝันของใครหลายคนในทุกยุคสมัย อีกคันเป็นซุปเปอร์คาร์สายพันธุ์โหดที่มียอดขายมากกว่า 14,000 คันทั่วโลกกับ Lamborghini Gallardo ก่อนจะถูกแทนที่ด้วย Huracan ในเวลาต่อมา TRACTORRI ชื่อที่ถูกใช้เรียกรถ Tractor ของ Lamborghini ในอดีต เปิดตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกในงาน SEMA 2009 พร้อมความภูมิใจจากการผสมผสานอันลงตัว ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาอย่างใส่ใจรายละเอียดตลอดทั้งคัน เริ่มจากดีไซน์ภายนอกที่มากับรูปลักษณ์อันปราดเปรียวของ Ford Mustang 2007 พร้อมชุดไฟหน้าเดิมและไฟเลี้ยวหยิบยืมของ Porche 911 Turbo มาใช้งาน
เรียกว่าเป็นช่วงเทศกาลแห่งการเปิดตัวรถยนต์แนว Roadster ของค่ายรถต่าง ๆ ก็ว่าได้สำหรับช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งล่าสุดสำหรับ McLaren Automotive ก็ได้เปิดตัวเจ้าแห่งความเร็วคันใหม่ของ Super Series ออกมาแบบเปลี่ยนแปลงตั้งแต่หัวจรดท้ายอย่าง All-New 720S Spider เรียกว่าได้รับการพัฒนาข้ามขั้นจากรถต้นแบบคันแรกของ Super Series อย่าง McLaren 650S มาไกลทีเดียวสำหรับโมเดลใหม่ของ 720S Spider มาพร้อมจุดเด่นตามสไตล์ Roadster ด้วยหลังคาเปิดประทุนแบบ Hard Top ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยจะพับเก็บลงไปในแผงคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียวด้านหลังตัวรถ ซึ่งเป็นระบบหลังคาที่ทาง McLaren เคลมว่ามันคือ “ระบบเปิดประทุนซึ่งทำงานได้เร็วที่สุดในโลกของซุปเปอร์คาร์” โดยใช้เวลาในการเปิด-ปิดเพียง 11วินาทีในความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสำหรับหนุ่มที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์พิเศษ ก็สามารถสั่งติดกระจกแบบ ElectroChromic แทนที่หลังคาแบบทึบได้อีกด้วย แต่นอกจากหลังคาสุดไฮเทคแล้ว 720s Spider ยังมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ที่โคตรดุดัน เริ่มจากชุดไฟหน้าใหม่และส่วน A-pillar ที่ปรับเปลี่ยนให้ได้มุมมองที่กว้างขึ้น นอกจากนี้ตัวรถยังมาพร้อมโครงสร้างผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งเบาและแข็งแรงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์บางชิ้นจากรุ่น 650S Spider เป็นวัสดุที่น้ำหนักเบามากขึ้นทำให้รถเบากว่ารุ่นก่อนได้ถึง 6.8
ในโลกที่เทคโนโลยีกับแฟชั่นกลายเป็นเรื่องเดียวกัน UNLOCKMEN ขอแนะนำให้ทำความรู้จักกับ 5 Smartwatch จากแบรนด์ไฮเอนที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ การออกแบบที่พิถีพิถัน สรรค์สร้างเป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่มีมากกว่าแค่การบอกเวลา ผลงานการสร้างสรรค์จากแบรนด์สุด Craft ที่แม้แต่นาฬิกา Digital ก็ยังคงความหรูหราที่ละเอียดอ่อนไว้ได้ไม่เปลี่ยนแปลง LOUIS VUITTON TAMBOUR HORIZON Louis Vuitton แบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสเจ้าแรกที่เข้าสู่ตลาด Smartwatch ด้วยการส่ง Tambour Horizon นาฬิกาอัจฉริยะระบบปฏิบัติการ Android Wear 2.0 หน้าจอสัมผัสแบบ AMOLED มุมมองกว้าง สีสันสดใส มาพร้อมความละเอียด 390 x 390 pixcel กระจกหน้าและหลังใช้วัสดุ Sapphire ขนาด 1.2 นิ้ว RAM 512MB พื้นที่เก็บข้อมูล 4GB แบตเตอร์รี่ความจุ 300mAh สามารถลงน้ำลึกได้ 30 เมตร พร้อมกับแอปพลิเคชั่นที่พัฒนาโดย LV คือ My Flight
ถ้าพูดถึงเกมที่มีชื่อว่า Doom สำหรับผู้ชายอย่างเราคงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จัก เพราะมันเปรียบเสมือน Prototype ของเกมแนว First-Person Shooter (FPS) ของโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ และในวาระครบ 25 ปี หนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาเกมรุ่นต้นฉบับก็ได้ส่งมอบของขวัญเป็น Mod เสริมให้โหลดไปเล่นกันแบบฟรี ๆ รวมถึงเตรียมปล่อยตัวเกมแพ็คพิเศษออกมาเอาใจคอเกม Doom ตัวยงอีกด้วย Doom ถูกปล่อยออกมาเป็นครั้งแรกในปี 1993 โดยค่าย ID Software ด้วยมุมมองการเล่นแบบ FPS และภาพที่เป็น 3D Graphics ยุคแรกเริ่มซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ เมื่อบวกกับเนื้อเรื่องซึ่งต้องบุกตะลุยไปพร้อมกับการสาดกระสุนใส่เหล่าสัตว์ประหลาดและ Boss Fight ที่มันส์ถึงใจ ทำให้ในช่วง 1-2 ปีแรกมีคอเกมทั่วโลกต้องแบ่งเวลาให้มันประมาน 15-20 ล้านคนเลยทีเดียว นอกจากนี้รูปแบบการพัฒนาเกมยังถูกโปรแกรมเมอร์ทั่วโลกใช้เป็นต้นแบบในการสร้างเกมแนว FPS จนในยุคสมัยนั้นผู้คนต่างพากันเรียกเกมแนวนี้ว่า Doom Clones ด้วยกันทั้งสิ้น ต่อมาความสำเร็จของภาคแรก ก็ผลักดันให้มีซีรีส์และภาคเสริมถูกผลิตตามออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Doom II : Hell on Earth (1994),
เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ ประกาศความพร้อมจัดการแข่งขัน Asia Pacific Predator League 2019 ในประเทศไทย จัดเต็มด้วยอุปกรณ์การแข่งขันระดับตำนานในนามพรีเดเตอร์ และระบบสัญญาณเน็ตเวิร์กที่มีเสถียรภาพสูง บนพื้นที่กว่า 2,380 ตร.ม รองรับตัวแทนนักกีฬาอีสปอร์ตกว่า 26 ทีม จากทั่วภูมิภาคสู่ทัวร์นาเมนต์การแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมเปิดตัวทีมตัวแทนของประเทศไทยลงแข่งในเกม PUBG, DOTA 2 เข้าชิงชัยในทัวร์นาเมนต์ Asia Pacific Predator League 2019 ที่จะจัดในวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2019 ณ. อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ นายแอนดรู ฮู ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมาเอเซอร์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในจัดการแข่งขัน Asia Pacific Predator League 2018 ที่จัดขึ้น ณ. กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เราได้รับการตอบรับจากนักกีฬาอีสปอร์ต ผู้เข้าชมทั้งออฟไลน์ และออนไลน์เป็นจำนวนมาก
วันนี้คนซื้อรถยนต์น่าจะเจอทางเลือกที่มีให้มากมายในโมเดลเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามเข้าถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของพวกเรา หัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดคำถามในหัวเจ้าของรถมากเป็นพิเศษ คงจะเป็นการเลือกเปรียบเทียบว่าจะเลือกเครื่องยนต์แบบไหนดี ระหว่าง เบนซิน (Petrol) หรือ ดีเซล (Diesel) อย่างในโมเดลยอดฮิต New Honda CR-V รุ่นล่าสุดที่เผยรายละเอียดออกมาก็มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ประเภทเช่นเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็นรุ่น 5-Seater เครื่องยนต์เบนซิน และรุ่น 7-Seater ซึ่งมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล ในราคาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก คำถามที่แฟน ๆ New Honda CR-V ต้องตัดสินใจคือ จะเลือกซื้อรุ่นไหนดี? ก่อนจะตัดสินใจเลือกได้ เราต้องทำความเข้าใจคาแรคเตอร์และข้อดีข้อเด่นของเครื่องยนต์แต่ละประเภทที่แตกต่างกันก่อน เพื่อดูว่า New Honda CR-V โมเดลไหนตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของเรามากกว่ากัน โดยพื้นฐานของเครื่องยนต์ 2 ประเภทนี้ ต่างก็มีจุดเด่นของตัวเองต่างกัน ซึ่งเราจะมาสรุปให้เห็นภาพชัดเจนและเข้าใจง่าย เครื่องยนต์เบนซิน (Petrol engine) สงบดี มีรอบจัดจ้าน จุดเด่นของเครื่องยนต์เบนซินคือการทำงานที่นิ่ง เงียบ เครื่องยนต์ไม่ค่อยซับซ้อนมากนัก จึงมีน้ำหนักและขนาดที่เล็กกว่าเครื่องยนต์ดีเซล ช่วยให้ขับขี่ได้คล่องตัว
แม้ชื่อ OnePlus Smartphone อาจจะไม่เป็นที่นิยมมากนักในบ้านเราเมื่อเทียบกับ iPhone หรือ Samsung อาจจะเพราะที่ผ่านมา OnePlus ไม่ได้มีจุดขายอะไรมากมาย แต่จากนี้ไปชาว UNLOCKMEN และแฟนคลับความแรงของ McLaren อาจจะต้องเริ่มตามหา OnePlus กันมากขึ้น เมื่อทั้งคู่ได้ร่วมมือกันเซ็นสัญญา Partnership ระยะยาว พร้อมประเดิมด้วยโมเดลรุ่นพิเศษที่ทำได้น่าสนใจกับ McLaren OnePlus 6T เปิดตัวไปล่าสุด ณ McLaren Headquarter ประเทศอังกฤษ จุดเริ่มต้นของโปรเจคนี้เกิดจาก OnePlus co-founder, Carl Pei ที่มีความชื่นชอบในคาแรคเตอร์ของ McLaren อยู่แล้ว และได้ไปทดลองขับ McLaren 720S เครื่อง 4.0-liter twin-turbocharged V8 engine 720 แรงม้า จึงเกิดไอเดียอยากสร้าง Smartphone ที่แรงและมีคาแรคเตอร์แบบเดียวกับ McLaren ซึ่งเป็นรถและ Smartphone สำหรับคนที่หลงใหลในความแรงอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นไอเดียกำเนิดสเปคสุดแรงใน McLaren OnePlus 6T


