ไม่ว่าชื่อเต็มจะเรียกว่าอะไร แต่ผู้ชายนักอ่านก็เป็นอันรู้กันว่า “งานสัปดาห์หนังสือ” จะวนมาปีละ 2 ครั้งในทุกเดือนเมษายนและเดือนตุลาคม เดือนตุลานี้ก็เช่นกันที่งานหนังสือวนมาให้เราได้เลือกหาหนังสือถูกใจมาอ่านอีกหน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดติดต่อกันหลายวันแบบนี้ ถ้าใครไม่รู้จะทำอะไรหรือไม่รู้จะไปไหน ลองพาตัวเองไปสูดกลิ่นกระดาษ เสพความรู้และความบันเทิงที่งานหนังสือดูได้ แต่ถ้าหนังสือกองพะเนินทำให้หนักใจไม่รู้จะหยิบเล่มไหนกลับบ้านดี UNLOCKMEN ภูมิใจนำเสนอว่า 5 เล่มนี้ที่เราอยากแนะนำ เมา: ประวัติศาสตร์แห่งการร่ำสุรา ผู้เขียน : Mark Forsyth ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายขี้เมาหรือไม่เคยคิดจะเมาเลย การมี “เมา: ประวัติศาสตร์แห่งการร่ำสุรา” ผลงานของ Mark Forsyth เล่มนี้อยู่ในครอบครองเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเล่มนี้จะพาเราดื่มด่ำเมามายไปกับประวัติศาสตร์แห่งการเมาที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่ย้อนยาวไกลไปได้ถึงชาวอียิปต์โบราณ หรือยาวไกลไปถึงความเมาของจักรพรรดิจีน ในเล่มนี้เราจะได้พบความเมาในสารพัดมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ การเมือง สังคม ถ้าเป็นผู้ชายขี้เมาเราก็อ่านเล่มนี้เพื่อดื่มเหล้าครั้งต่อไปได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่สายเมา แต่มีเหตุให้ต้องไปอยู่ในวงสนทนาของเพื่อนหรือธุรกิจที่เมากันเป็นประจำ อ่านเล่มนี้ไว้เป็นข้อมูลพูดคุยในวงเหล้า รับรองว่าดูมีชั้นเชิงขึ้นหลายระดับแน่นอน ไฟต์คลับ ผู้เขียน : Chuck Palahniuk กฎข้อแรกของ “ไฟต์คลับ” คือ เราจะไม่พูดถึง “ไฟต์คลับ” คงไม่มีอะไรต้องโน้มน้าวเชิญชวนให้มากความสำหรับหนังสือเล่มนี้
ถ้าจะยกให้ใครเป็นเจ้าแห่งการประดิษฐ์และเทคโนโลยีแล้วล่ะก็ หนึ่งประเทศมหาอำนาจตะวันออกที่ทั่วโลกห้ามมองข้ามเด็ดขาดคงหนีไม่พ้นประเทศจีนอย่างแน่นอน เพราะเขาประดิษฐ์ “เก่ง” ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ซึ่งล่าสุดเก่งกาจขนาดประดิษฐ์ดวงจันทร์เพื่อยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นของตัวเองแล้ว พระจันทร์เทียมดวงใหม่นี้สร้างขึ้นจากดาวเทียม มีกำหนดการจะแตะท้องฟ้าเหนือเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ด้วยการยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าและปล่อยให้มันลอยค้างอยู่บนชั้นบรรยากาศ ส่องแสงลงมายังเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเฉิงตูในปี 2020 People’s Daily สื่อท้องถิ่นของจีนได้ระบุเหตุผลในการออกแบบพระจันทร์เทียมครั้งนี้ว่า “ออกแบบขึ้นเพื่อเติมเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน” ซึ่งนักพัฒนากับศูนย์วิทยาศาสตร์และสถาบันเทคโนโลยีการบินและอวกาศของเฉิงตูอ้างว่ามันน่าจะให้แสงที่สว่างกว่าพระจันทร์ธรรมชาติถึง 8 เท่า กล่าวคือการเรืองแสงของพระจันทร์เทียมนี้จะสามารถส่องสว่างทั่วพื้นได้ในระยะเส้นผ่าศูนย์กลาง 1080 กิโลเมตรและสามารถควบคุมความแม่นยำของแสงได้ในระยะ 10 เมตรเพื่อทดแทนดวงไฟบนท้องถนนเลยทีเดียว ไอเดียสร้างพระจันทร์ยักษ์เป็นของตัวเองครั้งนี้ People’s Daily เผยว่าได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปินฝรั่งเศสที่จินตนาการการแขวนสร้อยคอกระจกทรงกลมเหนือโลกที่ทำให้มันสามารถสะท้อนแสงจากพระอาทิตย์สาดลงสู่ถนนทุกสายในปารีสตลอดทั้งปี แม้นี่จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ที่ทำให้หลายประเทศเห็นข่าวแล้วต้องร้องว้าว! แต่ท่ามกลางความก้าวหน้าด้านสิ่งประดิษฐ์ครั้งใหญ่ของจีนที่มีต่อการเอาชนะธรรมชาติในครั้งนี้ บางคนได้ออกมาให้ความเห็นในเชิงลบมากกว่าบวก โดยพวกเขามองว่าแสงเทียมเหล่านี้น่าจะสร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศ เช่นเดียวกับฟากของนักดาราศาสตร์เองก็อาจจะไม่ค่อยปลื้มนักเพราะเป็นการสร้างมลภาวะทางแสง (Light Pollution) ทุกวันนี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็วไม่เพียงทำให้เราสะดวกสบายขึ้น แต่ก็สร้างความกังวลเพิ่มขึ้นไม่แพ้กัน สุดท้ายสิ่งที่เราทุกคนต้องตั้งคำถามคงไม่ใช่การหยุดพัฒนาหากเป็นการสร้างขอบเขตของการนำสิ่งที่พัฒนามาใช้งานให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ในองค์รวม เราจะจับจองดวงดาว หรือเป็นเจ้าของท้องฟ้าทำไม ถ้าปลายทางของมันคือการทำร้ายซึ่งกันและกัน SOURCE: 1 / 2 / 3
เดี่ยวนี้เราทำงานนอกบ้านตามคาเฟ่หรือ co-working space กันเยอะ กระทั่งออฟฟิศรุ่นใหม่ทุกวันนี้ก็ออกแบบให้มีความชิลขึ้นกว่าเก่า ดังนั้นเราเลยมองเห็นภาพทุกอย่างได้เต็มสายตา สภาพแวดล้อมที่รายล้อม เพื่อนโต๊ะนั้นเล่นเกม หัวหน้าจีบสาว ฯลฯ เก็บได้หมดครบทุกเม็ดแม้ว่าเราจะไม่ต้องการก็ตาม ด้วยสายตาที่เราบังคับมันไม่ได้ดั่งใจ เผลอมองโน่นนี่จนเป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตเหลือเกิน ทาง Panasonic’s design studio หรือโรงงานดีไซน์รูปแบบไลฟ์สไตล์อนาคต จึงได้จับมือกับ Kunihiko Morinaga ดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นประดิษฐ์อุปกรณ์สวมสร้างพื้นที่ที่ช่วยลดการรบกวนที่ชื่อว่า WEAR SPACE ขึ้น คุณสมบัติของมันแม้จะดู “เล่นง่าย” แต่ก็ใช้งานได้ดีทีเดียว เพราะมันสามารถลดการรบกวนได้ถึง 60% คราวนี้เราจะสามารถโฟกัสกับการทำงานเต็มที่ เพราะเราจะมองไม่เห็นสิ่งแวดล้อมรอบข้าง มองเห็นแค่จอหรือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น เว้นแต่เรามองขึ้นด้านบนไว้รับแสง หรือมองด้านล่างเวลาทำของตกจะได้เก็บสะดวกเดินไม่สะดุด ที่สำคัญคือเขาฝังอุปกรณ์เสริมเป็นหูฟังตัดเสียงรอบข้างไว้ให้ด้วย ดังนั้น เวลาเราเอาใช้ที่ไหนก็พร้อมสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับเราทันทีที่สวมใส่ ลักษณะหน้าตาของเจ้าอุปกรณ์ไฮเทคชิ้นนี้ก็เป็นแบบที่เห็น คือเป็นแผงคล้ายผ้าปิดตาที่โค้งบดบังทุกทิศทาง เพรียวบางไม่เทอะทะ เหลือช่องว่างแค่บริเวณสายตาด้านหน้าเท่านั้น สำหรับตัวที่เห็นนี่ยังเป็นชิ้นต้นแบบที่คนทดลองใช้งานกันในงานนิทรรศการ Panasonic’s SXSW เท่านั้น ยังไม่ได้วางจำหน่าย เห็น Gadget นี้ชาว UNLOCKMEN คิดอย่างไรกันบ้าง อยากใช้กันบ้างไหม แต่เราคิดหากออกมาวางขายตอนนี้คงใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ เพราะคงใส่ออกไปเดินกลางแจ้งไม่ได้
เวียนมาถึงอีกแล้วสำหรับวันที่หลายคนรอคอย มีกิจกรรมตื่นเต้นให้ทำมากมายไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแฟนซีสยองขวัญมาประชันกัน หรือสำหรับเด็ก ๆ ก็คงเป็นการตระเวนเดินเคาะประตูบ้านขอขนมลูกกวาดให้สมใจ แน่นอนว่าเกริ่นมาขนาดนี้แล้ว วันที่เราจะพูดถึงคงเป็นวันอื่นไปไม่ได้นอกจากวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี ‘วันฮัลโลวีน’ นั่นเอง แม้ว่าบ้านเราจะไม่ได้อินกับวัฒนธรรมจากโลกตะวันตกนี้เท่าไรนัก แต่ในเรื่องการปาร์ตี้บอกเลยว่าประเทศไทยไม่เป็นสองรองใคร และทุกปีเมื่อเทศกาลแห่งฟักทองนี้มาถึง ทุกผับทุกบาร์ต่างก็จัดปาร์ตี้สยองขวัญออกมาแข่งกันเต็มที่ ไม่มีใครยอมใคร ดังนั้นเราจึงอยากแนะนำปาร์ตี้ฮัลโลวีนที่น่าสนใจให้เพื่อน ๆ UNLOCKMEN เก็บเข้าลิสต์ไปเป็นตัวเลือก จะได้เตรียมตัวปล่อยของกันตั้งแต่เนิ่น ๆ Trasher Halloween : Bitchy Land ปาร์ตี้แรกที่เราอยากแนะนำคือ Trasher Halloween : Bitchy Land เพราะ Trasher คือทีมจัดอีเวนต์ปาร์ตี้ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความมันส์และรักษามาตรฐานนี้มาอย่างยาวนาน แต่กลุ่มเป้าหมายหลักของปาร์ตี้ Trasher คือสาว ๆ และ LGBT มาโดยตลอด ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ดูได้จากโปสเตอร์และธีมงานที่จะมีการเปิดเพลงของ Beyonce, Rihanna, Britney Spears, Ariana Grande, Cardi B, Nicki Minaj ดังนั้นงานนี้อาจจะไม่เหมาะกับหนุ่ม ๆ เท่าไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปไม่ได้ เพราะเราเองก็เคยหลงไปปาร์ตี้ของ Trasher แบบงง
อยากจะเอาใจสาว เรียกคะแนนสุภาพบุรุษบนเตียงด้วยการให้เกียรติเธอเสร็จก่อน หรือเสร็จไปพร้อม ๆ กัน แต่เสร็จไปกี่ครั้งก็ดูเหมือนเธอยังไม่พอใจสักเท่าไหร่ เพราะว่าจำนวนครั้งที่เสร็จมันไม่ได้การันตีคุณภาพที่ตามมาด้วยยังไงล่ะ หนุ่ม ๆ เองก็คงเคยเหมือนกัน ที่รู้สึกว่าตอนถึงจุดสุดยอดของแต่ละครั้งมันไม่ได้ฟินเต็มสิบเหมือนกันทุกครั้งไป ของสาว ๆ เองก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาติวเข้ม พาสาวไปถึงจุดหมายแบบมีคุณภาพ จนเธออยากจะยกป้ายคะแนนเต็มสิบให้คุณเดี๋ยวนั้นเลย อย่าลืมการ Cuddle มาถึงก็จู่โจม Make Out อย่างเมามันเลยก็ดูจะหิวเกินไปเสียหน่อย สาว ๆ เขาไม่ได้เครื่องติดไวอย่างเรา ถ้ายังอยากให้เซ็กซ์เป็นความสุขของคนสองคน ควรเริ่มต้นเอาใจเธอตั้งแต่ต้นทางอย่างการ Cuddle เอาอกเอาใจ หอมแก้ม กอด ใส่ความรัก ความรู้สึกลงไปใน Skinship เล็กน้อยพอให้เธอเคลิ้มตามแล้วค่อยเริ่มต้นเล้าโลม จะช่วยปูทางให้อารมณ์ของเธอพุ่งขึ้นสูงแบบมีที่มาที่ไป เหมือนช่วยเธออุ่นเครื่องก่อนลงสนามจริงนั่นแหละ ฟินบ่อยไม่ได้อร่อยทุกครั้งไป ไม่ใช่ว่าเห็นเธอฟินแล้วก็อยากให้เธอฟินแบบนั้นทุกครั้งเช้าเย็น วันละรอบสองรอบ รวม ๆ แล้วก็แทบจะนับนิ้วมือเดียวไม่พอ ลองให้เธอได้พักสักหน่อย การเสร็จติดต่อกันหลาย ๆ ครั้งมันอาจทำให้ความฟินของช่วงเวลาจุดสุดยอดในครั้งหลัง ๆ ลดลงไปแบบเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้น
ขึ้นชื่อว่าความรักที่เป็นเรื่องของความรู้สึก เป็นอีกสิ่งที่เราไม่อาจเอาบรรทัดฐานไหนไปตัดสินเรื่องของใครได้ “รักไร้พรมแดน” จึงดูไม่ใช่เรื่องเกินจริงสักเท่าไหร่ เพราะความรักไม่จำกัดเพศ สถานะ สีผิว หรือแม้แต่สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยกัน ความรักก็สามารถเกิดขึ้นได้ UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาดูมุมมองความรักแบบที่อาจพบเจอได้ไม่บ่อย อย่างเรื่องราวความรักของคนและสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยกัน ที่จะมาเปิดโลกความรักของเราให้กว้างไกลมากขึ้น ว่าสุดท้ายแล้วความรักมันขึ้นอยู่กับความรู้สึกที่แท้จริงจนไม่อาจมีอะไรมาขวางกั้น Cyborg She เรื่องราวสูตรสำเร็จของหนังโรแมนติกคอมเมดี้ หนุ่มเฉิ่มที่ไม่ได้เป็นที่สนใจของใคร ใช้ชีวิตธรรมดาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอกับสาวคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มชวนฝันให้กับเขา เวลาแห่งความสุขมักจะอยู่ไม่นาน เขาและเธอมีเหตุให้ต้องจากกัน หนึ่งปีผ่านไปทั้งสองได้กลับมาเจอกันอีกครั้งแต่เธอนั้นกลายเป็นหุ่นยนต์สาวซะได้ แถมบอกว่าเธอมาจากอนาคต เขาจะจัดการกับเรื่องยุ่ง ๆ นี้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นทั้งรักแรกพบและหุ่นยนต์สาว Bee Movie เราคงพอนึกภาพออกในความรักของสิ่งมีชีวิตอื่นที่มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์ แต่นี่คือเรื่องราวที่ Beyond ไปยิ่งกว่านั้น เพราะนี่คือความรักของคนกับผึ้ง! ใช่แล้ว ผึ้งที่ผลิตน้ำหวานให้เรานั่นแหละ ไม่ผิดตัว เรื่องราวของโลกในรังผึ้ง ที่มีการฝึกฝนผึ้งไปเป็นผึ้งงาน มีการพูดคุยกัน ใช้ชีวิตกันเหมือนกับคนนี่แหละ ผึ้งที่ออกมานอกรังได้คือผึ้งที่จบการศึกษาแล้ว Barry B. Benson ก็เป็นหนึ่งในผึ้งที่จบการศึกษา แต่เขามีความคิดที่ต่างจากผึ้งทั่วไป เขาได้พบกับสาวเจ้าของร้านดอกไม้อย่าง Vanessa Bloome ความซุกซนในดวงตาของเธอเย้ายวนเขาเสียจนลืมกฎข้อสำคัญอย่างการพูดคุยกับมนุษย์ไปซะ Blade
ขณะที่ทั่วโลกกำลังจับตาเรื่องปริศนาการตายของของนักข่าวจาก Washinton Post ที่มีหลายกระแสอออกมาให้ข้อมูลการสังหารซึ่งมีประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง ความต่างทางความคิดที่ดำเนินเรื่องราวไปจนถึงไคลแม็กซ์คือการปลิดชีวิตนักข่าวนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเรื่องราวทำนองเดียวกันกับนักข่าวชาวญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน ก่อนตอนจบเรื่องราวของ Jamal Khashoggi จะสิ้นสุด UNLOCKMEN ขอชวนทุกคนมาติดตามเรื่องราวโศกนาฎกรรมสังหารระดับโลกและเส้นทางความขัดแย้งที่ต้องแลกกันด้วยลมหายใจของคนข่าวทั้ง 2 คนที่เป็นที่จับตาไปพร้อมกัน Jamal Khashoggi เริ่มต้นด้วยนักข่าวชื่อดัง ที่พ่วงตำแหน่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และนักจัดรายการโทรทัศน์วัย 59 คนนี้ Jamal Khashoggi (จามาล คาช็อกกี) วัย 59 ปี ชาวซาอุดิอาระเบีย ก่อนเกิดเหตุการหายตัวไปหลังเข้าไปสถานกงสุลซาอุฯ ในประเทศตุรกี ซึ่งขณะนี้หลายสื่อออกมายืนยันว่าเขาโดนฆาตกรรรมแน่นอนจากร่องรอยสุดท้ายเป็นคลิปเสียงที่ได้รับการบันทึกไว้ขณะโดนฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมเป็นเวลา 7 นาทีจาก Apple Watch ที่ส่งตรงไปยังโทรศัพท์ iPhone ที่ฝากไว้กับคู่หมั้น ผลงานข่าวก่อนเสียชีวิต: หากดูภาพรวมผลงานข่าวที่นำเสนอแล้ว คงต้องบอกว่าเป็นข่าวใหญ่ที่เอนน้ำหนักไปทางเรื่องการเมืองการปกครอง และหลายเหตุการณ์เป็นเรื่องสำคัญที่บ่งชี้ถึงความมั่นคงของประเทศอัฟกานิสถานเหล่านี้ การบุกอัฟกานิสถานของสหภาพโซเวียต กำเนิดโอซามา บิน ลาเดน หัวหน้าเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ คอลัมน์วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลซาอุฯ ชุดปัจจุบัน คอลัมน์วิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์ซาอุฯ (หลังลี้ภัยแล้ว) ด้วยเนื้อข่าวที่เป็นประโยชน์ในช่วงก่อนหน้าทำให้
เชื่อว่าผู้ชายทุกคนส่วนใหญ่เคยอยากมีการ์ตูนเป็นของตัวเอง ตอนยังเด็กหนังสือการ์ตูนเป็นหนังสือที่เราคลุกคลีด้วยพอ ๆ กับหนังสือเรียน แต่แน่นอนว่าเราชอบการ์ตูนมากกว่า และบางครั้งการหยิบดินสอมาร่างเส้นโง่ ๆ ตามใจคิดก็เป็นหนึ่งในเรื่องสนุกที่เราทำเป็นประจำ บางคนอาจหยุดวาดเพราะรู้สึกว่ามันห่วย วาดรูปไม่สวย ทำให้ไม่สนุกเหมือนเก่า แต่วันนี้ UNLOCKMEN ไปเจออัปเดตโปรแกรมจากฝั่ง Adobe ตัวล่าสุดที่มีประโยชน์มาก เพราะมันมาเหนือชั้นด้วยการใส่ระบบ AI เข้าไปในโปรแกรม และ…บู้ม เปลี่ยนใบหน้าเราที่กำลังขยับผ่านกล้องให้กลายเป็นลายเส้นดินสอและขยับแบบ Realtime ที่ชื่อว่า Characterizer How to create “Characterizer” “Characterizer” คือหนึ่งใน Feature ล่าสุดที่ประกาศอัปเดต Desktop Application ภายในงาน Adobe Max 2018 ซึ่งเป็น The Creativity Conference ที่จัดขึ้นในวันที่ 15-17 ตุลาคมที่ผ่านมาใน Los Angeles Feature นี้เกิดขึ้นจากโปรเจกต์การวิจัยและ Tech demo นำมาผนวกรวมกันเพื่อสร้างเป็นแอปฯ Adobe’s Character Animator โดยมี Sirr Less,
ช่วงนี้กระแสเรื่องภาวะโลกร้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่อทั่วโลกต่างกลับมาตื่นตัวเรื่องนี้ จริง ๆ แล้วโลกเรายังมีปัญหาเกี่ยวกับธรรมชาติอื่น ๆ อีกมากที่เราควรตระหนักและตื่นตัวกับมันให้ทันท่วงทียิ่งขึ้น อย่าเพิ่งรอให้เกิดผลกระทบแล้วค่อยมาแก้ไขกันในภายหลัง อย่างการจัดการขยะ การใช้พลังงาน ขยะพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ และอีกสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการการกระทำของมนุษย์ เราเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยกับเรื่องราวเหล่านี้ เรามีสารพัดแคมเปญ สารพัดทางออก ที่จะไม่ส่งผลกระทบกับทั้งชีวิตของเราและต่อธรรมชาติ แม้แต่วงการดนตรีก็ยังมีการรณรงค์เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน UNLOCKMEN อยากแนะนำเพลงใหม่จากฟรอนต์แมนคนเท่อย่าง “Thom Yorke” ที่มีเพลงใหม่ออกมาเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ นอกจากการทำหน้าที่ฟรอนต์แมนในวงหลักอย่าง Radiohead ที่เป็นไอคอนให้กับนักดนตรีรุ่นใหม่แล้ว “Thom Yorke” ยังมีงานเบื้องหลัง ทั้ง Score ภาพยนตร์ โปรดิวซ์เพลงให้กับคนอื่น มาให้เราได้ยินชื่อของเขาแว่ว ๆ ในข่าววงการเพลง และล่าสุดนี้เขาได้ทำเพลงในแคมเปญรณรงค์การปกป้องมหาสมุทรแอนตาร์กติก ได้แต่อุทานว่า “เชี่ย! โคตรล้ำ” เมื่อนึกถึงว่าคนเราจะทำเพลงในหลายโอกาสแบบนี้ได้ยังไง แต่เขาคนนี้ทำได้ เพลงที่ว่านี้มีชื่อว่า “Hands Off The Antarctic” เป็นเพลงที่ปล่อยออกมาเพื่อสนับสนุนโครงการปกป้องมหาสมุทรแอนตาร์กติกของ Greenpeace ในชื่อ Protect the Antarctic ซึ่ง Music Video นี้จะเป็นภาพความสวยงามของมหาสมุทรแอนตาร์กติกด้วยภาพขาวดำของสัตว์และทิวทัศน์ ซึ่ง
การเว้นช่องว่างเมื่อรักจางจนอยู่ต่อไม่ไหวด้วยการแยกมุม รอคุยตอนใจเย็นหรือเว้นระยะเพื่อเรื่องใหญ่กว่านั้นด้วยคำว่าห่างกันสักพัก มันยังหมิ่นเหม่อยู่ตรงกลางระหว่างทางออกที่ให้เราได้ไปทบทวนตัวเอง หรือการหนีความจริงไปทั้งที่เรื่องยังค้างคา ช่างเป็นไดเล็มม่าของความสัมพันธ์ ที่หนุ่ม ๆ อย่างเราก็เป็นอันต้องปวดหัวทุกครั้ง UNLCOKMEN รู้ดีว่าปัญหาของความรักยังคงเป็นเหมือนปริศนาที่เราไม่อาจมีสูตรสำเร็จตายตัวได้ เราเลยอยากเสนอหนทางคร่าว ๆ เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าสถานการณ์แบบไหนที่ควรห่างกันสักพัก หรือสถานการณ์ไหนที่ยังไม่ควรใช้วิธีนี้ เมื่อไหร่ที่ควรห่างกันสักพัก ทะเลาะกันอย่างต่อเนื่องและไม่มีท่าทีจะหยุดลงได้ หลายครั้งที่การทะเลาะกันมันไม่อาจจบได้ในวันเดียว เป็นเหมือนปัญหาเรื้อรังที่ยังคงมีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกให้เราต้องเบี่ยงประเด็น ไขว้เขว กันอยู่เรื่อย กว่าจะเคลียร์เรื่องยิบย่อยจบ กว่าจะได้เคลียร์เรื่องต้นเหตุจริง ๆ ก็กินเวลานานเกินกว่าจะเรียกว่ามันเป็นการทะเลาะกันธรรมดา บางครั้งที่จบเรื่องนี้ไปแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่นผุดมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เว้นว่างจากการทะเลาะกันและอีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีที่อยากจะยุติเรื่องปวดหัวเหล่านี้ลง มันอาจจะถึงเวลาแล้วที่ทั้งสองฝ่ายต้องแยกมุมกันอย่างจริงจัง ยังไม่มั่นใจเรื่องการใช้อนาคตร่วมกัน ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายที่ไม่มั่นใจ แต่ถ้าหากมันเห็นปัญหาแล้วว่า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยากหยุดหรือยังไม่อยากมีความสัมพันธ์ที่จริงจังถึงขั้นมองอนาคต อาจจะเป็นเรื่องการแต่งงาน การมีลูก การมีครอบครัว ไม่ใช่เรื่องของความรักที่ไม่เท่ากัน แต่การวางแผนต่างหากที่มันต่างกัน ปัญหานี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างเปราะบางมาก ๆ เพราะบางครั้งความรักที่มีให้มันไม่ได้น้อยกว่ากัน แต่มันเป็นเรื่องของความเข้ากัน การวางแผน ความมุ่งมั่นของแต่ละคนมากกว่า ซึ่งถ้าหากทั้งสองฝ่ายมีรักเท่ากัน แต่เรื่องแผนอนาคตไม่เหมือนกัน ก็เป็นอีกเหตุผลที่มากพอให้ทั้งคู่ลองกลับไปทบทวนตัวเองกันดี ๆ ว่าอยากไปต่อหรือพอแล้ว เรื่องนี้ยังพอมีทางแก้ไขยังไงได้บ้าง และทั้งคู่ได้ลองถึงที่สุดหรือยัง เมื่อมีฝ่ายหนึ่งนอกใจ ความหอมหวานของสัมผัสแรกชวนให้เราตื่นเต้นเสมอ มันเลยทำให้เราไม่ตื่นเต้นกับคนที่อยู่ข้างเรามานาน และมีใจเต้นแรงบ้างในวันที่เจอสาวในเสป็ก นั่นเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบหรือที่เรามักเรียกว่าอาหารตาเท่านั้น


