สำหรับคนที่ไม่ได้ตามการเมืองต่างประเทศจริงจัง เมื่อพูดชื่อ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบันขึ้นมา สิ่งแรกที่นึกถึงเกี่ยวกับเขาคงหนีไม่พ้นบุคลิกจอมโวยวายโผงผาง การตอบคำถามสื่อมวลชนและการใช้ Social Network ที่มักจะจุดประเด็นดราม่าขึ้นมาเสมอ ส่วนเรื่องมุมมองของเขาต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในโลกนั้นเราแทบจะไม่รู้เลย แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สำนักข่าว CNN ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Trump ยาวนานถึง 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ ล้วงลึกถึงทุกประเด็นที่ทั่วทั้งโลกอยากรู้ ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้รู้จักตัวตนของชายที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกในเวลานี้ให้มากขึ้น การเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย ผู้รับหน้าที่สัมภาษณ์ Trump ในคราวนี้คือ Lesley Stahl นักข่าวรุ่นใหญ่เปี่ยมด้วยบารมี เธอจึงกล้าเผชิญหน้ากับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแบบไม่เกรงกลัว และประเด็นแรกที่เธอยิงคำถามใส่เขาคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมานั้นคิดว่าถูกแทรกแซงหรือไม่ “แน่นอนว่ามีการแทรกแซง ไม่ใช่แค่ที่รัสเซีย แต่รวมถึงจีนและประเทศอื่น ๆ ในโลกก็เช่นกัน” Trump ตอบคำถามดังกล่าวก่อนที่เขาจะกล่าวเสริมว่า “แต่จากใจผมเลยนะ ผมคิดว่าจีนคือปัญหาที่ใหญ่กว่าในตอนนี้” James Mattis ประเด็นต่อมาคือข่าวการลาออกจากตำแหน่งของ James Mattis เลขาธิการกระทรวงการต่างประเทศ Lesley Stahl ถาม Trump ถึงสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว “ผมไม่ทราบ เขาไม่ได้บอกผม แต่ผมกับเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันถึงแม้ว่าเขาจะมาจากพรรค Democrat ก็ตาม สาเหตุการลาออกของเขาก็คงเหมือน ๆ กับที่คนทั่วไปลาออกจากงานนั่นแหละ”
ต้องยกให้เป็นตำนานตัวจริงสำหรับจักรวาลหนังชุด Star Wars หลังโลดแล่นอยู่ในวงการจอเงินมากว่า 41 ปี พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและส่งอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมผลิตภาพยนตร์ไว้มากมาย ทั้งเรื่องบทภาพยนตร์ที่ชวนติดตาม และขาดไม่ได้คือ Visual Effects ที่พาผู้ชมทุกยุคสมัยไปสัมผัสกับภาพของสงครามอวกาศที่ดูสมจริงได้เสมอ (อย่างน้อยก็ในช่วงยุคนั้น ๆ) ล่าสุดเกิดการพูดคุยกันเป็นวงกว้างหลังมีคนไปพบวิดีโอเบื้องหลังการถ่ายทำของหนังภาค The Empire Strike Back ถูกอัพโหลดลงใน YouTube มีความยาวเกือบหนึ่งชั่วโมงแถมยังเต็มไปด้วยฟุตเทจหายากที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนอีกด้วย วิดีโอ The “Lost” Empire Strikes Back Documentary by Michel Parbot (1980) ถูกอัพโหลดโดยช่องใน YouTube ที่ใช้ชื่อว่า Adywan revisited สร้างความฮือฮาให้แฟนเดนตายของจักรวาลหนัง Star Wars โดยเฉพาะรุ่นเก๋าได้หวนรำลึกถึงอดีตอีกครั้ง เพราะตลอดความยาวเกือบ 59 นาทีนั้นวิดีโออัดแน่นไปด้วยฟุตเทจหาดูยาก ซึ่งเป็นเบื้องหลังการถ่ายทำจากหนังเรื่อง Star Wars Episode V : The Empire Strikes Back ไม่ว่าจะเป็นบทสัมภาษณ์ในสมัยละอ่อนของนักแสดงนำอย่าง Mark
กลายมาเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เสียแล้วสำหรับ Smartphone เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องพกติดมืออยู่ตลอดเวลา แต่ดูเหมือนว่ามีคนกำลังอยากจะสวนกระแสโลกที่กำลังนิยม Smartphone เครื่องใหญ่ขึ้นทุกปีพร้อมกับราคาแสนแพง ด้วยการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้าปล่อยสมาร์ทโฟนรุ่นจิ๋วในชื่อ Palm ออกมาตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่กำลังมองหาโทรศัพท์ขนาดเล็ก แต่ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเหมาะสมกับการพกพาไปทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกบ้านอีกด้วย Palm เคยเป็นบริษัทลูกด้าน Hardware และ Software ของ HP ก่อนหน้านี้พวกเขามีหน้าที่พัฒนาและผลิตสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการเฉพาะอย่าง Palm OS โดยมีโมเดลที่โดดเด่นคือ Palm Pilot ซึ่งถูกปล่อยออกมาในช่วงปี 1997 ต่อมาในปี 2014 บริษัทถูกขายต่อให้ TCL Corporation ผู้นำด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศจีน พวกเขาใช้เวลากว่า 3 ปีเปลี่ยนแปลงแนวทางของบริษัทเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนทางเลือก จนในที่สุดก็ได้ปล่อย PALM Ultra-Mobile ออกมาพร้อมกับคว้าตัวนักกีฬาอย่าง Stephen Curry มาเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อนำเสนอรูปแบบการใช้งานที่ยืดหยุ่นควบคู่ไปกับการเข้ายิมและเล่นกีฬา PALM Ultra-Mobile มากับสเปคเกินขนาด กับระบบประมวลผล Qualcomm® 435 Processor . Octa-core CPU แสดงผลผ่านหน้า จอ LCD ขนาด 3.3 นิ้ว HD
หลังจาก Hennessey ทยอยเปิดตัวรถกลุ่ม Ford Heritage Squad ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่ขนขบวนรถตระกูล GT มาสวมใส่เครื่องแบบสีแดงสดไปแล้วถึง 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Ford GT 2005 , 2018 และ Mustang GT แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังสะใจไม่พอ จึงได้ทำการเปิดตัวกระบะ Full Size Pickup Truck ตัวแรง Hennessey Heritage Edition F-150 มาสมทบเพิ่มอีกคัน แถมยังได้ขุมกำลังพัฒนาใหม่ล่าสุดมาเพิ่มความแรงให้อีกด้วย Hennessey Performance ตัดสินใจเลือก Ford F-150 ปี 2018-2019 ให้เข้ามาอยู่ในคอลเลกชันล่าสุดของ Heritage Edition โดยยกเครื่องใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งน่าจะออกมาถูกใจหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบรถกระบะสมรรถนะแรงอย่างแน่นอน โดยภายนอก Hennessey Heritage Edition F-150 มากับ Livery สีแดง-ลายพาดขาวแบบเดียวกันกับ Ford GT ’67 Heritage Edition
ย้อนวันวานกลับไปช่วงปลายปี 90 ที่แผ่น Mp3 Vampire กำลังบูม คนหันไปฟังเพลงจากไฟล์แทนเทป ในยุคนั้นเรียกได้ว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักโปรแกรมไอคอนสายฟ้าอย่าง Winamp อย่างแน่นอน เพราะมันถือเป็นโปรแกรมเล่นเพลงพื้นฐานยอดนิยมไม่แพ้ Window media player ซึ่งเป็นโปรแกรมพื้นฐานติดเครื่อง ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในลิสต์ของซอฟต์แวร์ที่ช่างซ่อมคอมต้องใช้ติดตั้งเวลาล้างเครื่องเลยทีเดียว เพื่อคืนความหอมหวานของการเปิดเพลง Mp3 ในคอมพิวเตอร์ที่บ้านฟัง เราขอบอกข่าวดีถึงเพื่อนฝูงชาว UNLOCKMEN ว่าตอนนี้ Winamp ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะกลับมาทวงคืนบังลังก์เสียงเพลงอีกครั้ง อัปเกรดใหม่เป็น Winamp 6 ใน พ.ศ. 2562 ให้ทุกคนได้ใช้งานอย่างแน่นอน สำหรับใครที่ลืมเลือนเรื่องราวของ Winamp ไปแล้วหรือนักฟังหน้าใหม่ที่ยังไม่รู้จักมาก่อน UNLOCKMEN ขอย้อนอดีตไปพลิกตำนานให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ Winamp ไปพร้อมกัน อุแว้ WINAMP เสียงหวดแส้ลงบั้นท้ายเจ้าลามะ เพิ่มอรรถรสของต้นกำเนิด Winamp กดเล่นคลิปนี้ประกอบสักนิด เพราะเวลาเราเปิดโปรแกรมมักจะได้ยินเสียงนี้เสมอ ส่วนใครที่ฟังไม่ถนัดว่านั่นมันพูดว่าอะไร ทำไมมีแบ๊ะ ๆ แอ๊ะ ๆ เสียงของมันไม่ใช่แกะที่ไหน มันคือเสียงของ “ลามะ” และประโยคที่พูดว่า “Winamp”, it’s
ในวันที่ความรักไม่เป็นไปดั่งใจ จนเกิดความรู้สึกไม่พึงประสงค์ที่เราเรียกมันว่า “ความผิดหวัง” ต่างคนต่างต้องเจอกับมันด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันไป แต่ในวันหม่น ๆ วันนั้นที่เราต้องการอะไรสักอย่างมาอยู่เป็นเพื่อน เชื่อว่าใครหลายคนต้องเคยเปิดเพลงเศร้า ๆ เอาไว้เป็นคอยปลอบประโลมความรู้สึกที่มันแหลกสลายกันบ้าง หรือบางคนก็ชอบที่จะฟังเพลงเศร้าเป็นปกติในทุกวัน ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ชอบฟังเพลงเศร้า เชื่อว่าเพลงเศร้าจากปลายปากกาของ ตวัน ชวลิตธำรง หรือที่เราคุ้นหูในชื่อ “ปอย Portrait” จะเป็นอีกตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในใจของคนที่รักเพลงเศร้าเสมอ UNLOCKMEN จะพามาแกะรอยความเศร้าที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงจาก “ปอย Portrait” เจ้าของเพลงเศร้าที่เราเคยเสียน้ำตามานักต่อนัก ในมุมมองของคนที่เอาความเศร้าของทุกคนมาถ่ายทอดผ่านบทเพลงได้อย่างจับใจ ถ้าคุณเศร้า เราคือเพื่อนกัน บทเพลงเศร้ามากมายของ Portriat ที่เรียกน้ำตาคนฟัง เบื้องหลังเพลงเหล่าเศร้านั้นมาจากฝีมือของ “ปอย Portrait” ในฐานะคนแต่งเพลงเศร้า มาดูกันว่าเขาเอาเรื่องเศร้า ๆ เหล่านี้มาจากไหนกัน ? “มาจากความรู้สึกจริง ๆ ครับ แต่อาจไม่ได้มาจากเรื่องจริงเสมอไป บางอย่างก็เป็นเรื่องจริงของบางคน บางอย่างก็เป็นเรื่องจริงของผมเอง บางอย่างก็เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยเจอ แต่พยายามทำความเข้าใจว่า ถ้าคน ๆ นึงเจอเรื่องราวแบบนี้จะเป็นยังไง มันเหมือนกับนักแสดงที่ต้องสวมบทบาทเป็นใครคนนึงที่ไม่ใช่ตัวเค้า สิ่งที่เค้าทำได้คือต้องพยายามทำความเข้าใจว่า คนนี้เป็นคนยังไง เจออะไรบางอย่างแล้วจะตอบสนองยังไง การเขียนเพลงก็เหมือนกัน ถ้าเราเข้าใจตัวละครนี้จริง
“ถ้าคุณอธิบายมันให้เข้าใจง่ายไม่ได้ แสดงว่าคุณยังเข้าใจมันไม่ดีพอ” นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่างอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยพูดประโยคนี้ไว้และ UNLOCKMEN ก็ขออนุญาตเห็นด้วย เพราะในโลกที่การสื่อสารคือเรื่องสำคัญไม่แพ้กับความเก่ง ความฉลาด ถ้าเราเก่งสุด ๆ หรือเข้าขั้นอัจฉริยะในทางใดทางหนึ่ง แต่ไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจสิ่งที่เรากำลังทำหรือสิ่งที่เราอยากถ่ายทอดได้ ความเก่งของเรานั้นก็อาจต้องเก็บไว้เชยชมเพียงลำพังหรือเฉพาะในกลุ่มคนที่สนใจ แต่ถ้าก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน และองค์กรของเราไม่ได้พึ่งพาแค่ความเก่งกาจของเราคนเดียว การอธิบายเรื่องยาก ๆ หรือเรื่องที่เราทำให้คนอื่นในองค์กรเข้าใจก็เป็นอีกสกิลสำคัญที่เราควรมีติดตัวไว้ เพราะแค่เก่งเพื่อบุกเดี่ยวอย่างเดียวมันอาจไม่พออีกต่อไป แต่มันต้องสามารถพูดเรื่องยาก ๆ ที่เราทำให้คนอื่นในทีมเข้าใจไปพร้อม ๆ กับเราด้วย พูดรายละเอียดเหมือนเราไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน บ่อยครั้งที่เราเชี่ยวชาญงานด้านที่เราทำแบบสุดลิ่มทิ่มประตู เมื่อถึงคราวได้รับเชิญให้ไปบรีฟ หรือพูดในที่ประชุมที่มีคนมาจากหลาย ๆ ฝ่าย เราจะเผลอพูดอะไรแบบรวบรัดเพราะเคยชินกับการพูดแบบนี้กับคนในทีมที่ทำงานด้วยกัน เช่น ถ้าเราเป็นทีมดิจิทัล มาร์เก็ตติงขององค์กร เราอาจเผลอพูดเรื่องที่ทีมมาร์เก็ตติงรู้อยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่าในห้องประชุม อาจมีฝ่ายบัญชี ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายครีเอทีฟ ฝ่ายบริหาร ฯลฯ อยู่ด้วย ซึ่งพวกเขาอาจไม่เข้าใจขั้นตอนที่เรารวบรัดไป ดังนั้นทุกครั้งที่เราพูดอะไร อย่าคิดว่าทุกคนจะต้องรู้ทุกอย่างเหมือนที่เราและทีมเรารู้ ต่อให้มีแค่หนึ่งคนในห้องที่ไม่รู้ เราก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ อาจไม่จำเป็นต้องละเอียดยิบ แต่ไม่ควรข้ามขั้น ลองจินตนาการว่าถ้าเราไม่ใช่เราคนนี้ แต่เป็นเราที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้มาก่อน จะฟังตัวเองเข้าใจไหม ? ถ้าไม่ก็ลองหาวิธีพูดให้ตัวเองคนที่ไม่เชี่ยวชาญเข้าใจให้ได้ ใช้คำง่าย
เพราะแฟชั่นและสไตล์มีการเกิดใหม่ขึ้นมาบนโลกเสมอ แต่ในเวลาเดียวกันมันก็คือการวนกลับมาใช้กลิ่นอายเดิม ๆ ที่เคยรับความนิยม นำมาปรับปรุงใหม่อีกครั้งผ่านการดีไซน์และการใช้งานที่ต่างกันออกไป ซึ่งทั้งสองก็มีเอกลักษณ์และลายเส้นเป็นเสน่ห์ของตัวเอง แต่จะเจ๋งแค่ไหนถ้าเราจับเอาข้อดีในของทั้ง 2 ยุคสมัยมามัดรวมกันไว้ในสิ่งเดียว เหมือนกับที่ Adidas ทำกับรองเท้าทั้ง 8 คู่ในคอลเลกชันที่ปล่อยออกมาล่าสุดในชื่อ “Never Made” Never Made คอลเลกชันรองเท้าใหม่จากแบรนด์กีฬาสุดเก๋าอย่าง Adidas Original พึ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ ที่งาน Hypefest ณ มหานครนิวยอร์กเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทาง Adidas บอกว่ามันคือ “Collection of Hybrid Sneakers” สร้างมาจากแนวความคิดที่ต้องการผสมผสานระหว่างรูปแบบของ UPPER รองเท้าจากยุค Old School ที่เป็นตำนานในอดีต ให้เข้ากับนวัตกรรม Mid-Sole ของรองเท้า New School ยุคปัจจุบัน ประกอบไปด้วยรองเท้าจำนวน 8 คู่จาก 3 คอลเลกชันได้แก่ 70s-inspired, 80’s-influenced และ 90’s Tech มาดูกันต่อว่าในแต่ละเซตจะมีคู่ไหนสวยถูกใจหนุ่ม
ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยกับการประกาศไลน์อัพใหม่ระดับเฮดไลเนอร์จากงาน Maho Rasop Festival (มหรสพ เฟสติวัล) กับ “SLOWDIVE” วงดนตรีจากอังกฤษที่หนุ่ม ๆ หลายคนยกให้เป็นวงที่ต้องดูการเล่นสดสักครั้งในชีวิต ซึ่งพวกเขาถือเป็นรุ่นเก๋าของวงการที่อยู่มายาวนานตั้งแต่ยุค 90’s พร้อมกับอัลบั้ม 3 ชุด ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปี 2017 และได้เริ่มทัวร์เล่นตามเฟสติวัลในต่างประเทศอย่างเช่น Laneway Festival ที่สิงคโปร์รวมไปถึงทัวร์ในยุโรปด้วยและการมาเยือนไทยครั้งนี้ถือว่าเป็นโชว์ครั้งเดียวบนทวีปเอเชียของพวกเขาในปีนี้ นับว่าเป็นข่าวดีของแฟนชาวไทยที่จะมีโอกาสได้ดูการแสดงสดวงระดับตำนานแห่ง Shoegaze และ Dream pop กับท่วงทำนองชวนล่องลอยและซาวด์กีต้าร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่จะทำให้พลังแห่งการเล่นสดยิ่งเพิ่มความมันส์เป็นทวีคูณ พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่พวกเขาได้มาเข้าร่วมในงาน Maho Rasop ในครั้งนี้ ซึ่งการกลับมาในปีที่แล้วกับเพลง Sugar for the Pill ก็ทำให้หลายคนที่คิดถึงต่างตื่นเต้นกับอัลบั้มเต็มที่ใช้ชื่อเดียวกับวงคือ Slowdive ทำให้กระแสความเจ๋งของพวกเขาไม่เคยห่างหายไปเลย เรียกได้ว่างานนี้ไม่ควรพลาดด้วยเหตุผลทุกประการ ใครนึกบรรยากาศแบบ Slowdive ไม่ออก เรามีตัวอย่างผลงานบางเพลงที่เราชื่นชอบมาให้ลองผ่านหูกันดูก่อน ใครที่ยังตัดสินใจอยู่อาจจะไม่ต้องรออีกต่อไป เพราะนอกจาก Slowdive แล้วยังมีกองทัพศิลปินอย่าง The Vaccines, DEAN, PREP, Sunflower Bean,Washed Out, Oddisee,
ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่องสำหรับการขยายตัวของตลาดเสื้อผ้า Streetwear หลังปีนี้ทั้งแบรนด์หน้าเก่าและหน้าใหม่แข่งกันวางแคมเปญโฆษณาในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวใน Fashion Week, ร่วมงานกับบุคคลหรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียง, การตลาดออนไลน์ ไปจนถึงบนหน้าหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ก็ยังมี เรียกได้ว่าช่องทางไหนเข้าได้ก็ลุยไว้ก่อน ล่าสุดแบรนด์แฟชั่นได้บุกไปถึงขายเสื้อผ้าถึงในเกมยอตฮิตอย่าง PUBG (PlayerUnknown’s Battlegrounds) เวอร์ชัน Mobile กันแล้วโดยเป็นแนวความคิดของแบรนด์สตรีตชื่อดังจากแดนซามูไรอย่าง BAPE นั้นเอง PlayerUnknown’s Battlegrounds เป็นเกมแนว Battle Royale ที่เปิดตัวในระบบปฏิบัติการ Windows ออกวางขายครั้งแรกในเดือนธันวาคมปี 2017 ก่อนจะกลายเป็นเกมยอดนิยมของคนทั่วโลก ต่อมาทีมผู้พัฒนา PUBG Corporation ได้ร่วมมือกับค่ายเกมสัญชาติเกาหลีใต้ BlueHole ผลักดันเกมสู่เวอร์ชัน Moblie โดยสามารถเล่นได้ทั้งจาก Android และ iOS แถมเปิดให้เล่นกันฟรี ๆ ทำให้ปัจจุบันมีคนลงทะเบียนในระบบมากกว่า 75 ล้านคนทั่วโลก ในแง่ Traffic ต้องบอกว่าใหญ่มาก ๆ จึงไม่น่าแปลกที่ BAPE จะไม่ปล่อยให้ช่องทางนี้หลุดรอดสายตาไป เพราะเดิมที PUBG ก็เป็นเกมที่คนเล่นให้ความสำคัญกับเครื่องแต่งกายอยู่แล้ วแถมแบ่งเป็นทั้ง เสื้อ, กางเกง, รองเท้า, เครื่องประดับบางชิ้นราคาขายกันจริง ๆ ถูกเคาะออกมาหลักหลายหมื่นบาทเลยก็มี BAPE ประกาศว่าใน PUBG Mobile เวอร์ชันอัพเดต


