ถ้าพูดถึงซีรีส์ยอดนิยมบน Netflix บริการ Online Streaming อันดับ 1 ในขณะนี้ Stranger Things , Narcos, Daredevil, 13 Reasons Why ชื่อเหล่านี้คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึง ซึ่งแต่ละเรื่องก็ต่างแนวกันไปไม่ว่าจะแฟนตาซี, อาชาญกรรม, แอ็คชั่นซูเปอร์ฮีโร่, ดราม่า แต่หนึ่งแนวที่ดูเหมือนจะเป็นชายขอบสำหรับ Netflix มาโดยตลอดคือแนวสยองขวัญกระตุกต่อมความกลัว แต่แล้วอยู่ ๆ ซีรีส์สยองขวัญใน Netflix ก็กระโดดมาอยู่ในกระแสหลักจากการมาของซีรีส์เรื่องหนึ่งซึ่งเราจะพูดถึงในวันนี้ นอกจากนั้นเราขอแนะนำเรื่องอื่นเพิ่มเติมไปด้วย เพราะเราอยากบอกว่าถึงแม้ปริมาณซีรีส์แนวนี้จะมีน้อย แต่ความสนุกและคุณภาพนั้นไม่ได้น้อยตามไปด้วยเลย Bates Motel 2013-2017, 5 Season ซีรีส์ Spin-Off จากภาพยนตร์ระทึกขวัญระดับตำนานแห่งยุค 60 อย่าง ‘Psycho’ ผลงานของปรมาจารย์ผู้กำกับของโลก ‘Alfred Hitchcock’ โดยเรื่องราวใน Bates Motel นี้จะเล่าถึงช่วงเวลาก่อนถึงเหตุการณ์ใน Psycho ดังนั้นเราจะได้เห็น Norman Bates ในช่วงที่ยังเป็นเด็กหนุ่ม เขาเพิ่งสูญเสียพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวไป Norman จึงเหลือแค่ผู้เป็นแม่
ทุกวันนี้การใช้ “ภาษาอังกฤษ” มันไม่ใช่ฟังรู้เรื่อง อ่านออก แล้วจะสามารถเอาตัวรอดในการทำงานได้เสมอไป เพราะเรื่อง “การสะกดและไวยากรณ์” ก็สำคัญและไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เนื่องจากมันเป็นแต้มต่อที่โชว์ความสมาร์ตเนี้ยบและความใส่ใจของเราได้ ที่สำคัญยังทำให้การนำเสนอไอเดียที่ร่ายลงพรีเซนต์ อีเมล หรือเอกสาร คล่องขึ้นไม่สะดุดเพราะโดนจับผิดเรื่องคำอย่างแน่นอน ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ไม่เป๊ะเรื่องอังกฤษ แต่จะให้ไปลงคอร์สเรียน Grammar ตอนนี้หรือให้ฝึกท่องศัพท์หรือเขียน Dictation แบบตอนเด็ก ๆ ไม่ไหวเพราะต้องใช้งานแล้ว UNLOCKMEN ขอเสนอตัวช่วยผ่าน 5 แอปฯ นี้ให้ติดตั้งในเครื่อง เพื่อช่วยทำหน้าที่ปรู๊ฟเป็นตาที่สามให้กับเรา ใครพร้อมแล้วเคลียร์เมมโมรี่ในเครื่อง และไปดูพร้อมกันได้เลย Grammarly Grammarly นี่จัดเป็นแอปฯ Top of Mind ของการปรู๊ฟภาษาอังกฤษเลยก็ว่าได้ เพราะใช้งานได้ง่าย เรียลไทม์ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น แถมซัพพอร์ตการติดตั้งในทุกอุปกรณ์เลย ทั้ง PC, MAC รวมทั้งสมาร์ตโฟนทั้งหลาย ใช้งานได้คล่องมือถ้าเราติดตั้งใน PC ก็สามารถเปิดขึ้นมาแล้วลากไฟล์ที่เราต้องการปรู๊ฟลงไปในโปรแกรมได้ทันที จากนั้นโปรแกรมจะแสดงข้อมูลในด้านขวาให้เห็นชัด ๆ ว่าประโยคไหน คำไหนที่เราใช้งานผิดหรือทะแม่ง ๆ พร้อมทั้งเขียนแก้ไขตัวที่ถูกต้องให้ ส่วนการใช้งานสำหรับมือถือจะเป็นรูปแบบ Extension
ก่อนที่เราจะเลือกกดปุ่ม Play เพลงใดสักเพลง คิดว่าเราเลือกเพราะอะไร ? อารมณ์ของตอนนั้น คิดถึงวงที่เคยฟัง เพลงที่ติดอยู่ในหัว แต่ทั้งหมดนี้คือความพอใจ ณ เวลานั้น ๆ ไงล่ะ ที่ทำให้เราเลือกจิ้มเพลงไหนสักเพลงมาขับกล่อมอารมณ์ของเรา UNLOCKMEN รู้สึกว่ามันธรรมดาไป เลยอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับการฟังเพลงที่ไม่ได้อ้างอิงแค่กับความชอบ แต่เป็นอะไรที่ลึกลงไปในตัวเราแบบ Literally ก็คืออ้างอิงจาก DNA ของเรานั่นเอง มาดูกันว่าคนเราจะเลือกฟังเพลงจาก DNA ของเราได้ยังไง การฟังเพลงเป็นกิจกรรมยอดฮิตติดลมบนของคนทั่วโลก เพราะมันเป็นทั้งการผ่อนคลาย ระบายอารมณ์ รัก เศร้า เหงา โกรธ เป็นอะไรอีกหลายอย่าง จนมันกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมของมนุษยชาติไปแล้ว ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ Based On สุนทรียศาสตร์ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความพอใจ ทั้งการฟังในแต่ละแทร็ก ในแต่ละอารมณ์ Playlist ที่เราจัดเอาไว้ด้วยกัน แบ่งไปตามแนวเพลง ตามมู้ด แต่ทั้งหมดคืออยู่บนความพอใจของเรานั่นแหละ เรามักจะคิดว่าเราจิ้มเพลงไหนขึ้นมาสักเพลงด้วยความพอใจที่จะฟัง ก็ชอบนี่หว่า ก็ต้องเลือกเพลงนี้ฟังสิ แปลกตรงไหน แต่วันนี้ AncestryDNA และ Spotify จะมาพิสูจน์ว่าชาติพันธุ์หรือพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่มีผลต่อการฟังเพลงด้วยเช่นกัน
หนังเอาชีวิตรอดยังคงเป็นสิ่งที่กระตุ้นอะดรีนาลีนของเราได้เป็นอย่างดี เหมือนเป็นการไปสะกิดต่อมสัญชาตญาณเอาตัวรอดของคนเรา ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จนเหมือนตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นซะเอง แต่การเอาตัวรอดบนพื้นโลกดูจะน่าเบื่อไปแล้ว UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาเอาใจช่วยตัวละครให้รอดชีวิตในอวกาศ หาทางกลับโลกกับ 5 หนังผจญภัยในอวกาศที่เราคัดมาให้ เหมือนทุกครั้งที่เราอยากบอกเสมอว่า นี่ไม่ใช่การจัดอันดับหนังดี เราไม่ได้แนะนำด้วยคะแนนวิจารณ์ หรือตัดสินด้วยอะไรทั้งนั้น นี่เป็นเพียงลิสต์หนังที่เราอยากบอกต่อเหมือนเพื่อนแชร์หนังหรือชวนกันดู อย่าได้หัวเสียถ้าหากไม่มีหนังที่ตรงใจคุณในลิสต์นี้ Interstellar (2014) Director : Christopher Nolan เมื่อโนแลนมาจับงานอวกาศทั้งทีจะเป็นเนื้อเรื่องธรรมดาได้ที่ไหน เมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่ขาดแคลนอาหาร ภัยธรรมชาติคุกคามอย่างไม่ลดละ จนเหมือนโลกใบนี้ไม่อาจให้เราอาศัยต่อไปได้ มนุษยชาติจึงไม่อาจนิ่งนอนใจ เมื่อปัจจัยสี่ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตเริ่มสั่นคลอนไปถึงสองอย่าง ทั้งอาหารและที่อยู่อาศัย จึงต้องดิ้นรนหาทางออกให้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้รำรงอยู่ต่อไป แต่การเยียวยาโลกใบนี้ดูจะเป็นงานหนักเกินไปที่จะทำได้ ภารกิจหาที่อยู่ใหม่อันไกลโพ้นจึงเกิดขึ้น คุณพ่อลูกสองอย่าง “Cooper” จำเป็นต้องเข้าร่วมภารกิจนี้ เพื่ออนาคตของลูก ๆ และมนุษยชาติ แม้เขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าภารกิจนี้มันจะยาวนานแค่ไหนก็ตาม Gravity (2013) Director : Alfonso Cuarón Ryan Stone และ Matt Kowalski ต้องไปเอากล้องที่เสีย ระหว่างทางก็โดนวัตถุพุ่งชนยานจนเกิดความเสียหาย ทำให้พวกเขาต้องหาทางกลับโลกกันเอาเอง
เดินเข้าสู่ปีที่ 50 สำหรับอัลบั้มในตำนานของสี่เต่าทองที่รู้จักกันในชื่อ The White Album เพราะนอกจากต้นสังกัดอย่าง Apple Records จะมีแผนในการ Re-master อัลบั้มออกมาวางขายอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้แล้ว พวกเขายังมีโปรเจกต์ปล่อยของที่ระลึกสุดเท่เป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่สร้างเพื่อฉลองครบรอบครึ่งศตวรรษของ Iconic Album ในชื่อ 2Xperience SB Turntable : The Beatles White Album Edition อีกด้วย The White Album คือสตูดิโออัลบั้มที่ 9 ของ The Beatles ถูกปล่อยออกมาครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 1968 จริง ๆ แล้วชื่อของอัลบั้มคือ The Beatles (เดอะบีเทิลส์) เหมือนชื่อวงแต่เพราะการเปิดตัวพร้อมปกอัลบั้มสีขาวล้วนไร้ลวดลาย แฟนเพลงเลยติดปากเรียกกันว่า The White Album แทน หน้าปกสไตล์ Minimalist ชิ้นนี้ถูกออกแบบโดย Richard Hamilton ศิลปินแนว Modern Art
คงต้องมีสักครั้งที่เราเคยไปงานอีเวนต์ หรือเห็นฟีดในหน้าโซเชียลมีเดียโชว์งานอีเวนต์สุดเจ๋งในเมืองไทยของแบรนด์ต่าง ๆ แล้วอุทานออกมาให้กับงานคอมเมอร์เชียลเหล่านั้นว่า “เฮ้ย อย่างนี้ก็ได้เหรอ เจ๋งอ่ะ คิดได้ไงวะเนี่ย” เชื่อเถอะว่า หนึ่งในงานเหล่านั้นเป็นผลงานที่ “เบียร์-พันธวิศ ลวเรืองโชค” พ่อมดแห่งวงการอีเวนต์จากอาณาจักร Apostrophys Group เป็นผู้สร้างสรรค์อยู่เบื้องหลังแน่นอน เขาไม่เพียงเป็นนักสร้างสรรค์ประสบการณ์ชั้นยอดไม่รู้จบเท่านั้น แต่ยังเป็นเจ้าของบริษัทอื่น ๆ อีกถึง 4 แห่ง ได้แก่ Sense.S (บริษัทด้าน New media และ Interactive Media), Synonym (บริษัทตกแต่งภายในสำหรับส่งเสริมธุรกิจหรือบุคคลที่ต้องการสร้างโปรไฟล์จากที่พักอาศัย), Happening Design (บริษัทร่วมทุนรับเหมาก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมภาคการผลิต) และ SOURCE บริษัทด้านดิจิทัล เอเจนซี่น้องใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายปีนี้ ท่ามกลางยุคที่พวกเราพยายามวิ่งตามหาบางสิ่งมาต่อไฟฝัน เพิ่มพลังการทำงานที่พร้อมจะมอดดับตลอดเวลาของตัวเอง UNLOCKMEN เชื่อว่าไม่บ่อยนักที่เราจะเจอนักสร้างสรรค์ที่มีไอเดียใหม่ไม่รู้จบอยู่ในสมอง และเหลือพลังมากพอที่จะทำงานสร้างสรรค์งานด้านอื่นด้วยอย่างเขาคนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาทิ้งน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยคิดงานไม่ออกเลยครับ” มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เราบุกเข้าไปถึงออฟฟิศใหม่ Apos the HQ เพื่อพูดคุยค้นหาที่มาของไอเดียความคิดสร้างสรรค์ไม่รู้จบเหล่านั้น วัยเรียน วัย Real : จุดเริ่มต้นอาณาจักรนักสร้างประสบการณ์
17 ตุลาคมที่ผ่านมารัฐบาลของ แคนาดา ได้ออกมาประกาศว่าอนุญาตให้การเสพและขายกัญชาเพื่อนันทนาการกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ทำให้พวกเขากลายเป็นประเทศอันดับ 2 ของโลกต่อจาก อุรุกวัย ที่ออกมาลงมือทำให้การกัญชากลายเป็นเรื่องเสรี โดยทั้งหมดเกิดขึ้นจากทั้งงานวิจัยและผ่านการโหวตจากคนส่วนมากของประเทศ จนนำมาสู่การออกกฎหมายในครั้งนี้ ผลประเมินจากการทดสอบขายโดยรัฐบาลในช่วงปี 2017 – 2018 ก่อนจะออกกฏหมาย พบว่ามีคนจำนวน 5.4 ล้านคนในแคนาดาซื้อกัญชาอย่างถูกกฎหมายคิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ เพิ่มจากตัวเลขเดิม 4.9 ล้านคน ทำให้ปีที่ผ่านมาแคนาดากลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมูลค่าการใช้กัญชามากสุดในโลก โดยเป็นตัวเลขที่ใช้ทั้งเพื่อการแพทย์และนันทนาการรวมกัน คาดว่าในอนาคตเจ้าพืชชวนยิ้มชนิดนี้จะสามารถสร้างรายได้จากภาษีกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงจะมีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ถึง 27,500 ล้านบาท/ปี เลยทีเดียว อายุที่สามารถใช้และครอบครองได้ ? คนที่มีสิทธิในการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการอย่างถูกกฎหมายในแคนาดาจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 19 ปี ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไปตามเขตปกครอง เช่นในรัฐ Alberta จะกำหนดไว้ที่อายุ 18 ปี หรือรัฐ Quebec จะอนุญาตตอนอายุ 21 ปี และระหว่างทำการซื้อจะต้องแสดงบัตรประจำตัวก่อนเสมอเพื่อป้องกันคนไม่บรรลุนิติภาวะมายุ่งเกี่ยวก่อนถึงวัยที่เหมาะสม พร้อมกับกำหนดอัตราโทษให้คนหรือร้านที่ขายกัญชาให้กับเด็กอายุยังไม่ถึงเกณฑ์โ ดยอาจต้องเข้าไปนอนในคุกยาวถึง 14 ปี เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ปลูกเอาไว้ใช้สำหรับนันทนาการได้ 4 ต้นต่อครัวเรือน ยกเว้นเมือง Quebec และ Manitoba ที่ยังไม่มีการอนุญาต
เคยสงสัยไหมว่าสถานที่เดียวกัน เวลาเดียวกัน ทำไมภาพแนว Street ของเรากับคนอื่นถึงต่างกัน มุมเดียวกัน แต่ส่งพลังภาพไม่เท่ากัน หลายคนอาจจะบอกว่ามันต้องใช้ประสบการณ์สั่งสมมา ถ่ายมุมพลาดนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อให้เจอมุมที่ใช่ แต่วันนี้เราจะมาแนะนำเส้นทางลัดดีๆ ที่ UNLOCKMEN ไปค้นพบมาจาก Samsung Photo Hub แหล่งรวมเทคนิคถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือ สำหรับให้หนุ่มๆ ได้ฝึกฝีมือตาม Tips เหล่านี้ เพื่ออัพโหลดอวดภาพ Street ของเราขึ้น FB / IG กันบ้าง วันนี้เราสรุปมาให้ลองทำตาม 7 วิธีด้านล่าง แล้วคุณจะรู้ว่าถ่ายแนว Street มันสนุกและมันส์กว่าที่คิด 1. โดดใส่แสงนีออน คือสตรีทแบบบอย ๆ Street Photography ไม่มีเส้นแบ่งเรื่องเวลา อย่าจำกัดว่าชีวิตมันจะมีแค่กลางวัน หนุ่มคนไหนชอบ nightlife เราบอกได้เลยว่าการเก็บภาพ Street ด้วยมือถือโคตรสนุก เพราะมันมีแสงไฟนีออนสี ๆ จากร้านค้าหรือบาร์ให้เราโดดเข้าใส่ทำให้ภาพดูหว่องน่าค้นหาขึ้น Beginner แค่ไหนก็ทำได้ เพียงแค่ดูสภาพแสงหรือสิ่งที่จะถ่าย แล้วปรับค่าในกล้องเล็กน้อยอย่างพวก
ผู้ชายสามศอกเป็นอันต้องหดเหลือสามเซ็นฯ (อก) เมื่อต้องดูหนังสยองขวัญ ที่มักจะปล่อย Jump Scare ออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเลยมักจะหลีกเลี่ยงหนังประเภทนี้ตอนไปกับสาว เพราะอายเหลือเกินที่จะมานั่งปิดตาไปครึ่งเรื่อง เลยแอบมาดูเองที่บ้านอย่างเงียบ ๆ ปิดไฟสร้างบรรยากาศให้ชวนขนหัวลุกเข้าไปอีกหน่อย ไม่ว่าจะผีไทยผีเทศก็ไม่เกี่ยง ถึงจะกลัวหัวหดขนาดไหน ก็ยังจะสรรหาหนัง Horror แบบนี้มาสะกิดขนหัวให้ลุกซู่อยู่เสมอ UNLOCKMEN จะพาหนุ่ม ๆ มาหาคำตอบว่าทำไมคนเราถึงยังอยากจะดูหนังสยองขวัญ ทั้งที่เราเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเรากลัวแค่ไหน กลัวนักแล้วดูไปทำไม ? เรื่องนี้ Dr. Glenn Walters เคยพูดถึงไว้ใน Journal of Media Psychology ว่า “คนเราดูหนังสยองขวัญเนี่ยเพราะเราอยากที่จะรู้สึกกลัว ตื่นเต้น ตกใจ พอได้ตกใจอย่างที่หวังไว้แล้ว เราจะไม่อยากดูเรื่องเดิมซ้ำอีกครั้ง เพราะดูอีกครั้งมันก็ไม่ตกใจแล้ว เราเลือกดูหนังสยองขวัญส่วนมากก็เพราะอยากได้ความตระหนกตกใจเป็นผลลัพธ์ แล้วทีนี้ในเรื่อง แม้จะน่ากลัวขนาดไหน เราจะเอาชนะภูติผีพวกนั้นได้ในที่สุด เหมือนเราได้ชนะความน่ากลัวของพวกมันไงล่ะ เราเองก็อยากเอาชนะความของตัวเองด้วยการบังคับตัวเองให้ดูหนังพวกนี้ แม้จะดูจริง ๆ แค่นิดเดียวก็ตาม” ทีนี้คงพอเห็นภาพมากขึ้นว่าเรามีเหตุผลอะไรที่เลือกดูหนังชวนขนหัวลุกพวกนี้ คือ เราต้องการให้เกิดผลลัพธ์ทางอารมณ์กับตัวเราเอง สมมติว่าในวันนี้เครียดมาก อยากได้อะไรเบาสมองดูซะหน่อย เราก็เลือกหนัง Comedy หรือพวก Romance เพื่อให้เราไม่ต้องไปเจอกับเรื่องเครียด ๆ
เปิดประเด็นเรื่องเซ็กซ์ขึ้นมาทีไร แต่ละคนต่างก็มีไม้ตายหรือเทคนิคที่อุบไว้ไม่บอกใคร เอาไว้ใช้เฉพาะตอนหน้างานกันทั้งนั้น เพราะถือเป็นอีกสิ่งที่แต่ละคนต่างก็มีรสนิยมที่แตกต่างกันไป ที่ต้องขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายว่าจะลงตัวกันที่ตรงไหน หากมีความชอบที่ตรงกันก็ดีไป เราเลยไม่อาจแนะนำเรื่องที่เป็นปัจเจกอย่างรสนิยมให้ใครได้เลย UNLOCKMEN เลยอยากจะแนะนำทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง Dirty Talk เอาไว้เพิ่มความวาบหวิวยามต้องลงสนามจริง แถมยังทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นอีกด้วย Dirty Talk คืออะไร ? มันคือการพูดคุยแบบวาบหวิวกันนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นด้วยคำพูดแสนซุกซน แสดงถึงความต้องการ คำพูดที่เราไม่อาจได้ยินกันบ่อย ๆ มันไม่ได้จำกัดแค่การพูดคุยเท่านั้น มันรวมไปถึงการส่งข้อความเป็นตัวหนังสืออีกด้วย ถ้าจะให้เห็นภาพง่าย ๆ ด้วยคำที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยก็คือ “เซ็กซ์โฟน” นั่นเอง อาจจะมีคำหยาบคายหลุดออกมาบ้าง แต่พอมันเป็น Consent ในเงื่อนไขของเซ็กซ์แล้ว มันเลยแปรเปลี่ยนเป็นความเซ็กซี่ขึ้นมาแบบทันตาเห็น ลมหายใจติดขัด เสียงแหบพร่า กระซิบข้างหูถึงความปรารถนาลึก ๆ ข้างใน มันเป็นแรงขับชั้นดีที่จะเติมเต็มสัมผัสรักยามทำกิจกรรมของเราให้อิ่มเอมยิ่งขึ้น นอกจากการพูดคุยถึงความต้องการของแต่ละคนแล้ว Dirty Talk ยังมีบทบาทมากสำหรับการมีเซ็กซ์แบบ Role Play หรือการสวมบทบาท พยาบาลสาวผู้ใจดีที่มาดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิด ตำรวจตัวร้ายที่อยากจะค้นตัวผู้ต้องสงสัยให้ลึกลงไปใต้ร่มผ้า อีกสารพัดบทบาทที่ทำให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันอย่างวาบหวิวในบทบาทนั้น มันยิ่งเสริมจินตนาการของเราให้โลดแล่นไปไกล


