“เซ็กซ์” เป็นอีกกิจกรรมที่เรามักจะตักตวงความสุขจากมันอยู่เสมอ ด้วยการสรรหาอะไรแปลกใหม่มาเติมรสชาติ เติมสีสันให้มันไม่น่าเบื่อ และยังคงอร่อยในทุกครั้งที่กิน ไม่ว่าจะสารพัดท่า การสวมบทบาทไปกับเรื่องราวสมมติ Sex Toy หรืออะไรก็ตามที่จะเพิ่มความสนุกได้ แต่ใครจะรู้ว่า “กัญชา” ก็สามารถเพิ่มความหรรษาให้เซ็กซ์ได้เช่นกัน More Marijuana More Enjoyment เราอาจจะคุ้นเคยว่าการปุ๊นมันทำให้เราลอยฟุ้งจนมันไม่อยากจะขยับร่างกายไปไหน ก็ดูเหมือนโดนดูดให้อยู่แต่ตรงนั้น จะว่าไปก็เหมือนอาการขี้เกียจนั่นแหละ จนคนทั่วไปมักจะจำภาพของ “นักกินผัก” หรือ “ชาวออแกนิก” ว่าปุ๊นแล้วก็นั่งเฉย ๆ กินขนมล้างคอสักหน่อย หัวเราะกับทุกอย่างที่เห็น แต่ใครจะรู้ว่าของดีที่เข้าตัวไปมันทำให้พวกเขา Enjoy กับเซ็กซ์มากขึ้น แม้เราจะคิดว่าชาวออแกนิกที่เติมมาเต็มแล้วจะกลายร่างเป็นสล็อตจอมขี้เกียจที่ขอนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่ม จนดูเหมือนว่าจะกลายเป็นความต้องการทางเพศถดถอยจนน้องหนูสู้ไม่ไหว แต่จากการศึกษาของ Journal of Sexual Medicine พบว่ากัญชาส่งผลกับความต้องการทางเพศ พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือทำให้รู้สึกมีความต้องการทางเพศมากขึ้นถึง 20% ถ้าเทียบกับในตอนปกติที่ไม่ได้ปุ๊น ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวแปรอื่น ๆ อย่างเพศ สุขภาพ อายุ ที่อาจส่งผลต่อผลการศึกษา ทำให้แต่ละคนมีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจยืนยันไม่ได้ 100% ว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นเนี่ยมันเพราะปุ๊นอย่างเดียวเลยหรือเปล่า ทีนี้ลองมาดูทีมที่ศึกษาเรื่องนี้จาก Stanford University ใน
ในทุกอุตสาหกรรมเบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทย่อมมาจากวิสัยทัศน์กว้างไกลของผู้บริหาร แต่ไม่เพียงแค่ในด้านผลประกอบการเท่านั้นที่ควรให้ความสำคัญ เมื่อรากฐานของบริษัทมักเริ่มมาจากเหล่าพนักงานซึ่งกำลังทำงานอยู่บนความเสี่ยง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสายการผลิตที่ต้องใช้แรงมากอย่างอุตสาหกรรมรถยนต์ มีสถิติตัวเลขของผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุตสาหกรรมหนักทั่วไปอยู่ที่ 3.3 ใน 100 คน แต่จุดที่น่าสนใจคือ จำนวนสถิติของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บในโรงงานประกอบรถยนต์กลับมีสูงถึง 6.7 ใน 100 คน ซึ่งบอกได้ถึงอันตรายของความเสี่ยงจากการทำงานในอุตสาหกรรมดังกล่าว ทำให้ล่าสุด บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ซึ่งจ้างพนักงานในทุกฐานการผลิตทั่วโลกรวมกันถึง 202,000 คน จับมือกับ EksoBionic บริษัทกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างชุดหุ่นยนต์เสริมการทำงานของร่างกายมนุษย์ ได้ร่วมกันพัฒนาโปรเจคชุดทำงานสุดเจ๋งที่เรียกว่า Exoskeleton เพื่อประสิทธิภาพการทำงานตลอดจนช่วยในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย ในตอนแรกชุดดังกล่าว เคยถูกทดลองจากค่าย BMW มาแล้ว ก่อนที่ฟอร์ดจะนำมาทดลองใช้อย่างจริงจังกับกลุ่มช่างใน Section การประกอบชิ้นส่วน ซึ่งต้องทำงานร่วมกับเครื่องจักรและมีความเสี่ยงมากกว่าส่วนอื่น โดยเจ้าชุด Exoskeleton มีลักษณะคล้ายกับ ชุดของ Matt Demon ในหนังเรื่อง Elysium เหมือนการสวมเสื้อกั๊กแบบครึ่งท่อน มีคุณสมบัติในการเพิ่มความแข็งแรงของแผ่นหลังและแขน สามารถเพิ่มการแบกรับน้ำหนักสูงสุดถึง 15 ปอนด์ (6.8 กิโลกรัม) ต่อแขนหนึ่งข้าง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงได้
งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข อาจฟังดูง่ายๆ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันเป็นคำที่ค่อนข้างไกลตัวสำหรับผู้ชายหลายคน เพราะมีความเป็นไปได้น้อยมากหากชีวิตเราจะมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักไปด้วย หาเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัวไปด้วยพร้อมกัน แต่สำหรับผู้ชายชื่อ สุทธิพงษ์ ธีติปริวัติร์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า หมอโดม แห่ง Dogtor Garage คงเป็นข้อยกเว้น เพราะนับตั้งแต่เขาหันเหออกจากอาชีพสายสัตวแพทย์มาสู่การเป็นนักซ่อม ดัดแปลง และคืนชีพรถคลาสสิก นับแต่นั้นเขากลายเป็นคนที่ได้ทำอาชีพซึ่งมีพื้นฐานมาจากความหลงใหลส่วนตัวพร้อมกับเลี้ยงปากท้องไปพร้อมกัน ถือเป็นความสุขที่เป็นมากกว่าช่างซ่อมรถยนต์ทั่วไป แต่อะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจละทิ้งรูปแบบการใช้ชีวิตที่สังคมยอมรับว่าเป็นเส้นทางความมั่นคง สู่จุดหมายใหม่ที่ระหว่างทางมีความเสี่ยงมากกว่า วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเขาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เหมือนผู้ชายส่วนใหญ่ ความรักรถยนต์เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเด็ก “จริงๆ ตั้งแต่จำความได้ เราก็รู้สึกชอบรถคลาสสิกมาตั้งนานแล้วครับ ส่วนหนึ่งเพราะเราใช้ชีวิตอยู่กับมันโดยที่เราไม่รู้ตัว เริ่มเล่นมาตั้งแต่รถจักรยานตั้งแต่สมัยเด็กแล้วมันก็ค่อยๆ ผ่านทุกมุมของคนเล่นรถเก่ามาเรื่อย ๆ เริ่มจากความชื่นชอบโดยที่ยังไม่ต้องลงทุนอะไร ขยับมาเป็น User และเปลี่ยนจาก User มาเป็นพ่อค้า กระทั่งวิวัฒนาการมาถึงการทำรถด้วยตัวเอง มาสู่การผลิตรายการ TV ที่เกี่ยวข้องกับรถคลาสสิกเหมือนอย่างในปัจจุบัน” เสน่ห์ของรถคลาสสิก ที่ส่งหมอโดมเข้ามาบนเส้นทางนี้ “สำหรับผมเสน่ห์ของมันคือความแตกต่าง รถคลาสสิกคือตัวแทนการบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของยุคสมัยนั้น ๆ ซึ่งมีทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตัวรถ กระทั่งเรื่องราววัฒนธรรมสะท้อนสิ่งต่าง ๆ
“You can’t buy happiness. But you can prepare a cocktail and that’s kind of the same things” ประโยคที่เปรียบเทียบได้อย่างยอดเยี่ยมว่าค็อกเทลดี ๆ สักแก้วสามารถสร้างความรู้สึกแบบไหนให้เราได้บ้าง แต่อารมณ์แบบนี้ก็ใช่ว่าจะพบเจอกันง่าย ๆ และจะรับรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีโอกาสได้นั่งอยู่ตรงข้ามกับบาร์เทนเดอร์ที่ใส่ใจการปรุงค็อกเทลเท่านั้น ซึ่งถ้าใครกำลังมองหาสิ่งที่ว่ามาอยู่ POUR BAR คือชื่อที่เราอยากแนะนำในวันนี้ POUR BAR ตั้งอยู่ท่ามกลางความพลุกพล่านของย่านลาดพร้าว ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปคุณจะพบกับห้องโถงยาวถูกออกแบบมาให้เข้ากับบาร์ และแสงไฟโทนแดง-น้ำเงินที่เคลือบไว้ทั้งร้าน ช่วยสร้างคาแรคเตอร์ที่เท่และน่าตื่นเต้น เมื่อผสมเข้ากับเสียงเพลงกรันจ์ภายในร้านยิ่งสร้างคึกคักภายในเวลาเดียวกัน ทั้งหมดเริ่มมาจากความตั้งใจของ “บอมบ์ นภดล ธรรมส่องหล้า” หนุ่มอัธยาศัยดีผู้ควบ 2 ตำแหน่งคือเจ้าของร้านและบาร์เทนเดอร์หลัก ที่กำลังยืนล้างมืออย่างประณีต เพื่อเตรียมทำเครื่องดื่มแก้วพิเศษอยู่อีกด้านของบาร์ พร้อมเผยความพิเศษของทางร้านให้ฟังสำหรับคนที่จะมาเยี่ยมเยือน 2 อย่างด้วยกัน Special Ingredient ประสบการณ์มากกว่า 7 ปีของเขาทำให้ POUR BAR เป็นค็อกเทลบาร์ที่แตกต่างกับร้านอื่นโดยสิ้นเชิง เรื่องแรกคือเมนูค็อกเทลของทางร้านจะมีการเปลี่ยนแปลงตามตารางตั้งแต่
หลังจากตั้งตารอมาพักใหญ่ ในที่สุดเราก็ได้เห็นฝีไม้ลายมือแรกในการออกแบบของ Riccardo Tisci ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียน ในฐานะผู้ที่มารับตำแหน่ง Chief Creative Officer คนใหม่ ให้กับแบรนด์เก่าแก่ของเกาะอังกฤษอย่าง Burberry แทน Christopher Bailey โดยหลายคนต่างคาดหวังกับความสามารถของเขาซึ่งเคยคืนชีพให้กับ Givenchy มาแล้ว Burberry เองแสดงก็ความมั่นใจโดยการ Rebranding แบรนด์เสียใหม่ ด้วยการเปลี่ยนลวดลาย Thomas Burberry monogram ครั้งแรกในรอบ 20 ปีให้มีความล้ำสมัยมากขึ้น อาจจะมากจนแฟน ๆ หลายคนตกใจในความเป็น Street ที่วัยรุ่นขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว พร้อมกับแฮชแท็ก #newera อย่างเต็มภาคภูมิ ล่าสุดการ Debut ผลงานชุดแรกในฐานะ Chief Creative Office ของเขาก็ได้ปรากฏสู่สายตาชาวโลกผ่าน Collection Spring/Summer 2019 ใน London Fashion Week ที่พึ่งผ่านไป แต่ผลงานจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแผนก Menswear ของห้องเสื้ออายุ 162 ปีแห่งนี้ได้มากน้อยแค่ไหนและมีอะไรน่าสนใจบ้างตามไปดูกัน
คงไม่มีข่าวไหนในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมาจะสะเทือนวงการอวกาศเท่ากับการที่ Elon Musk ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเทคโนโลยีและ CEO แห่ง SpaceX ได้ออกมาเปิดเผยว่า Yusaku Maezawa มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นจะกลายเป็นลูกค้าคนแรกของ SpaceX ที่จะได้เดินทางสู่ดวงจันทร์ Yusaku Maezawa คือใคร? ถึงแม้ชื่อนี้จะเพิ่งโด่งดังไปทั่วโลกจากข่าวการเดินทางสู่ดวงจันทร์ แต่ถึงอย่างนั้น Yusaku Maezawa ก็ไม่ใช่ตาสีตาสาที่ไหน เพราะเขาคือมหาเศรษฐีอันดับที่ 18 แห่งแดนปลาดิบ ครองครองทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2 หมื่น 7 พันล้านเหรียญและเป็นผู้ก่อตั้ง Zozotown เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ถ้าจะพูดถึงจุดเริ่มต้นในเส้นทางเจ้าพ่อ E-Commerce ของเขาคงต้องย้อนกลับไปในปี 1991 โดยขณะนั้น Maezawa เรียนมัธยมปลายอยู่ที่ Waseda Jitsugyo High School ด้วยความหลงรักในดนตรีตั้งแต่เด็ก เขาจึงตัดสินใจฟอร์มวงดนตรีกับเพื่อนในนาม Switch Style หลังจากลองผิดลองถูกอยู่นานในที่สุด EP แรกของพวกเขาก็ถูกปล่อยออกมาในปี 1993 หลังจากจบมัธยมปลาย Maezawa ตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย เขาเริ่มการผจญภัยครั้งแรกในชีวิตด้วยการตีตั๋วสู่สหรัฐอเมริกาพร้อมแฟนสาว เหตุผลของการเดินทางไปยังดินแดนลุงแซมก็เพื่อตามหาอัลบั้มแผ่นเสียงและซีดีหายากจำนวนมาก Maezawa กลับมายังญี่ปุ่นในปี 1995 พร้อมแผ่นเสียงหายากจำนวนมาก ซึ่งธุรกิจของเขาก็เริ่มจากการขายแผ่นเสียงเหล่านี้ผ่านทางออนไลน์นั่นแหละ ก่อนจะเริ่มขยายไปที่ไลน์สินค้าแฟชั่น และตั้งชื่อมันว่า Zozotown ด้วยวิสัยทัศน์ของ
วันหม่น ๆ ที่โลกใบนี้ไม่เข้าข้างเรา วันที่ต้องยอมรับแล้วว่าเราแพ้ให้กับเกมนี้เข้าอย่างจัง ไม่ว่าจะต้องแพ้ด้วยการกระทำของตัวเองหรือเพราะปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่อาจควบคุมได้ก็ตาม สิ่งสำคัญคือหลังจากต้องลิ้มรสชาติของความพ่ายแพ้แล้ว เราจะลุกขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่และเรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดครั้งนี้ เพื่อให้การล้มครั้งต่อไปไม่ใช่เพราะสาเหตุเดิม UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาดูหนัง LOSER ผู้พยายามประคับประคองชีวิตตัวเองให้ ALRIGHT เผื่อใครอาจจะได้ข้อคิดดี ๆ จากความผิดพลาดของตัวละครจากสักเรื่องก็ได้ Inside Llewyn Davis (2013) Directors : Ethan Coen, Joel Coen เรื่องราวหน่วง ๆ ชวนเบื่อเรื่องนี้ มาจากชีวิตจริงของนักดนตรีโฟล์คอย่าง Dav Van Ronk ที่ไม่ได้มีเรื่องราวตื่นเต้นหวือหวา เปี่ยมไปด้วย Passion เดินตามความฝันกับวลีเด็ด “ฉันจะทำให้เต็มที่เลยล่ะ” แต่เป็นเรื่องเนือย ๆ อย่างที่เราได้ดูกันนั่นแหละ เป็นช่วงชีวิตที่เขายังไม่ได้โด่งดังมากพอที่จะเป็นที่ต้องการของค่ายเพลงหรือแม้แต่บาร์ที่ไหนสักแห่ง เนื้อเรื่องจริง ๆ มันเหมือนตามติดชีวิตนักดนตรีเหงา ๆ คนนึง ไม่มีอะไรมาก อยากให้ทุกคนได้ลองดูกันเอง แม้จะน่าเบื่อเสียหน่อย แต่ถ้าหากอดทนจนจบแล้ว
คงจะถูกใจกันไม่น้อยสำหรับหนุ่ม ๆ ที่รักความเร็วทุกคน หลัง McLaren เปิดตัวรถ Super Series คันใหม่ของค่ายในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance 2018 ในชื่อ McLaren 720s GT3 ซึ่งเป็นรูปแบบพัฒนาจากบรรพบุรุษของมันอย่าง McLaren 720s แถมยังมีการยกชุดใหม่ทั้งคันไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องยนต์และโครงสร้างของตัวรถ ซึ่งในอนาคตมันจะกลายเข้ามาแทนที่รถรุ่นพี่ McLaren 650S GT3 แถมทางค่ายยังบอกอีกด้วยว่าทำออกมารองรับรูปแบบการใช้งานของทั้งนักขับมือสมัครเล่นและมืออาชีพ Mike Flewitt ซีอีโอของ McLaren Automotive บอกว่า 720s GT3 มีพื้นฐานมาจากโมเดลรถอย่าง 720s แต่เปลี่ยนองค์ประกอบทั้งหมดใหม่กว่า 90% เป้าหมายของ McLaren คือการเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้หลากหลาย ไม่ใช่แค่เป็นรถสำหรับขับบนสนามแข่งเพียงอย่างเดียว แต่การขับขี่บนถนนก็ต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานขับขี่บนท้องถนนทั่วไปได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างความปลอดภัยหรือเรื่องเล็กน้อยที่ Supercar ส่วนใหญ่มองข้ามกัน เช่นเรื่องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทั้งหมดเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของ McLeren ที่ต้องการเพิ่มฐานลูกค้าของตัวเองให้มีวงกว้างมากกว่าเดิม ตัวรถ 720S GT3 เสริมความปลอดภัยด้วยโครงสร้างรถแบบคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ทั้งหมด ทั้งแข็งแรงและน้ำหนักเบา เรียกว่า MonoCage
หลายครั้งที่ขัดใจกับการกระทำของใครสักคน แล้วอยากจะเข้าไปบอกตรง ๆ ว่า “นายทำงี้ไม่ได้ว่ะ” แต่ด้วยสถานะ ความปากไว หรือความอ่อนไหวของคนฟังที่เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าใคร Sensitive กับเรื่องราวหรือคำพูดแบบไหน จนทำให้ต้องเก็บคอมเมนต์ไว้ในใจ แต่ถ้าไม่พูดเลยก็คงไม่ได้ เพราะในเมื่อจุดประสงค์ของเราจริง ๆ คือการติเพื่อก่อ ไม่ใช่เพื่อความสะใจส่วนตัว ยิ่งในการทำงาน การคอมเมนต์กันถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป UNLOCKMEN อยากชวนใครที่อึดอัดอยากจะติเตียนใคร แต่กลัวจะมองหน้ากันไม่ติด ด้วยเทคนิคเจ๋ง ๆ ที่เราแนะนำ ตำหนิให้ถูกคน ก่อนอื่นเลยต้องหาให้ถูกตัวซะก่อน ปัญหานี้มักเกิดในกลุ่มคนทำงานนี่แหละ บางครั้งมองในภาพรวมเราก็เดาไม่ออกว่าใครที่เป็นต้นเหตุของเรื่องกันแน่ จะไปติเขาแบบสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่ได้ เพราะถ้าหากอีกฝ่าย Strike Back กลับมาว่า “ไม่ใช่กู” “กูไม่ได้ทำ” เรานี่แหละที่จะหน้าแตกแบบเต็ม ๆ ทางออกของเรื่องนี้ง่ายมาก ๆ ถ้าไม่ทุ่มเทความสนใจตั้งแต่แรก จนรู้หมดว่า Process นี้ใครทำ ก็ต้องมีสปายคอยสอดส่องว่า ใครรับผิดชอบจุดไหน จะได้จับมือมาดมกันได้ถูกคน ดูสถานะ บางครั้งดูแค่เจ้านายกับลูกน้องมันยังไม่พอ ง่าย ๆ เลย เราจะไม่ตำหนิหัวหน้าทีมเหมือนกับเด็กฝึกงานหรือน้องใหม่
6 ลักษณะภายนอกที่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพภายในของคุณให้ดูดีทะลุขีดจำกัด


