Lotus Evija (อ่านว่า E-Vi-Ya) รถยนต์บ้าพลังคันล่าสุดจากอังกฤษ ที่แม้จะยังไม่ได้เริ่มลงมือผลิต แต่ก็ลั่นวาจาไว้แล้วว่า Evija จะเป็นรถ Battery-Electric Hypercar พลังงานไฟฟ้าที่ทำเวลา 0-300 km/h ได้เร็วที่สุดในโลก ทุกวันนี้อาจจะยากที่จะทำเวลา 0-100 km/h ให้เร็วเกินขีดจำกัดของรถยนต์ 4 ล้อได้ เพราะปัจจุบันรถยนต์หลายรุ่นสามารถทำลายขีดจำกัดต่ำกว่า 2 วินาทีกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Rimac C_Two 1.85 วินาที, Aspark Owl 1.69 วินาที ซึ่งสำหรับ Lotus Evija ที่ทำเวลา 0-100 km/h ภายในไม่เกิน 3 วินาที จึงอยู่ห่างไกลจากการสร้างสถิติใหม่ได้ หรือแม้แต่จะขยับขึ้นมาเป็น 0-200 km/h ที่ตัวเลข 6 วินาทีนิด ๆ ก็ยังไม่ได้เร็วไปกว่า Bugatti Chiron Pur Sport
บนถนน คงไม่มีใครกล้าหาเรื่อง Godzilla จากแดนญี่ปุ่น Nissan GT-R จรวดทางเรียกนักฆ่า Supercars แต่สำนักแต่งอย่าง Classic Youngtimers Consultancy คิดว่าถนนยางมะตอยยังไม่เพียงพอ GT-R ต้องเป็นหนึ่งในทางฝุ่นด้วย จึงเป็นที่มาของโปรเจค Nissan GT-R Offroad ‘Godzilla 2.0’ ภายนอกยังคงมีความดุดันของ Nissan GT-R อยู่เต็มเปี่ยม แต่ที่เพิ่มขึ้นคือลวดลาย Camoflage wrap และช่วงล่างแบบ Offroad ซึ่งยก GT-R ให้มี clearance ใต้รถเพิ่มเป็น 12 cm. เพียงพอที่จะเข้าไปลุยทางป่าเขาแบบ Rally Racing พร้อมซุ้มล้อแปลกตาที่สร้างพื้นที่สำหรับช่วงล่างและยาง Offroad ที่โหดสำหรับสายลุยมากขึ้น ด้านหน้ามีการติดตั้ง LED spotlight 2 ดวง ด้านบนติดตั้ง Roof rack, light bar และล้ออะไรขนาดใหญ่เพื่อใช้เปลี่ยนในยามไม่คาดฝัน และมันใหญ่เกินกว่าจะเก็บไว้ในช่องยางอะไหล่ปกติ
ขึ้นชื่อว่าผลงานจากสำนัก Mansory ไม่มีชิ้นไหนออกมาธรรมดาแน่นอน บางครั้งออกจะล้น ๆ เกินไปด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่สำหรับ Mansory Surf-Ready Cullinan คันนี้ เพราะนอกจากชุด Parts รอบคัน กับสีเทาสุดเท่ ยังมาพร้อมแผ่น Surfboard ที่ tailor ให้เข้าชุดกันได้อย่างสวยงาม Rolls-Royce Cullinan ‘Surf-Edition’ เป็นผลงานสั่งทำแบบ One-off ของ Platinum Group และะ Luxury Auto Collection ในอเมริกา โดยภายนอกนำเสนอในโทนสีเทา Slate Gray สุดเท่ คล้ายสีเทาที่เราคุ้นตากันดีในโทน Nardo Gray ของ Audi มีการติดตั้ง Mansory wide body kit รอบคันตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงท้ายรถ กันชนหน้าใหม่ออกแบบช่องดักลมที่ต่อเส้นสายจากกระจังหน้าทำให้รถดูเตี้ยลงกว่าเดิม เสริมลุคป๋า VIP ได้ดีมาก ด้านท้ายมีการเปลี่ยน Air-diffuser ใหม่
ก่อนหน้านี้มีการปล่อยภาพ sketch ที่ทำให้หลายคนเป็นห่วงอนาคตของ Kia Carnival รุ่นใหม่ แต่ดูเหมือนทุกคนจะสบายใจได้แล้ว เพราะ Kia เผยภาพภายนอกออกมาให้เห็นกันแบบเต็มคัน และมันก็เป็นรถตู้ที่ดูดีมาก ๆ เลยทีเดียว หลังทำตลาดรถตู้ที่ได้รับความนิยมในบ้านเรามานานถึง 6 ปี สำหรับ Kia Grand Carnival generation ที่ 3 ที่เปิดตัวไปยาวนานตั้งแต่ปี 2014 ทำตลาดในบ้านเราผ่านเครือยนตรกิจ ด้วยจุดเด่นในด้านดีไซน์ที่สวยงามดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยวกว่ารถตู้คู่แข่งอย่าง Hyundai H1 อย่างชัดเจน ภายในกว้างขวาง แม้จะไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรพิเศษ มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ 2.2 ลิตร 197 แรงม้า และเบนซิน V6 3.3 ลิตร 280 แรงม้า แม้จะมีช่องทางการขายไม่เยอะมาก แต่ก็ได้รับความนิยมในหมู่พ่อบ้านรักครอบครัวอย่างเราไปไม่น้อย ในที่สุดก็ถึงเวลาเปิดตัว Generation ที่ 4 กันสักที All
เป็นรถลุยป่า ก็ต้องมีที่ให้นอนพักค้างคืนได้ และมันต้องสามารถติดตั้งกับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่เป็นเหตุผลที่ Autohome คิดค้นและพัฒนาร่วมกันกับ Land Rover เพื่อให้มั่นใจว่าจะผลิต Roof tent ที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชัน และเหมาะสมกับรถ Defender 110 ใหม่ได้สมบูรณ์แบบที่สุด Autohome Roof Tent ผลิตจาก fiberglass น้ำหนักเบา ออกแบบให้ติดตั้งง่ายดายด้วยมือเดียวได้ภายในไม่กี่วินาที ใช้เทคโนโลยีโครงสร้างระบบ Gas Struts-assisted ด้านในเป็นที่นอน full-size เต็มพื้นที่สำหรับผู้ใหญ่นอน 2 คนได้สบาย ๆ พร้อมเครื่องนอนหมอนและไฟ LED ส่องสว่างในเวลากลางคืน การขึ้นลงจากหลังคารถทำได้อย่างมั่นคงด้วยบันได aluminum ที่สามารถถอดเก็บได้ง่ายดาย ไม่ต้องกลัวว่าใส่ Roof Tent แล้วจะมีปัญหากับการขับขี่ เพราะ Autohome และ Land Rover ได้ทำการทดสอบตามหลัก aerodynamic มาเป็นอย่างดี ให้การลุยป่าผจญภัยของคุณไปได้ไกลกว่าเดิม Autohome Roof Tent มาพร้อมราคา
ห่างหายจากตำแหน่งรหัสที่แรงที่สุดในตระกูล Mustang มากว่า 17 ปี โดยยอมให้ Cobra ที่พัฒนาโดย SVT (Special Vehicle Team) ครองตำแหน่ง top of the line ของม้าป่าไปตั้งแต่ปี 1979 วันนี้ Ford ได้เปิดตัวรหัส Mach 1 กลับมาทำตลาดอีกครั้ง แต่จะยังคงตำแหน่งทางการตลาดให้แรงที่สุดในโมเดล Mustang แต่น้อยกว่าตระกูล Shelby และ Cobra ซึ่งวันนี้ All-new version ก็ได้เผยโฉมออกมาแบบเต็ม ๆ เรียบร้อยแล้ว Ford Mustang Mach 1 เครื่องยนต์ 5.0-liter Coyote V-8 480 แรงม้า 570 นิวตัน-เมตร (แรงขึ้นกว่า 2020 Mustang GT 20 แรงม้า
Balance Bike คือจักรยานทรงตัวสำหรับเด็กเล็ก ปกติมันมักจะเป็นกิจกรรมที่ห่างไกลกันระหว่างพ่อกับลูก แต่มันไม่ใช่อุปสรรคสำหรับ Roel Van Heuer ดีไซเนอร์ชาว Dutch ผู้หลงใหลใน BMW Motorrad ทุกลมหายใจเข้าออก และเมื่อถึงต้องหาของขวัญพิเศษ ๆ ให้ลูกชายเพื่อนสนิทได้ทำกิจกรรมร่วมกัน จึงเป็นที่มาของ BMW K75 Balance Bike รถจักรยานทรงตัวที่เก๋าสุดสำหรับเด็กทุกย่าน BMW K75 Balance Bike ขึ้นมาด้วยสองมือ โดยได้แรงบันดาลใจจาก BMW K75 ในยุค 1985 – 1995 เครื่องยนต์ 740cc 75 แรงม้า แรงบิด 68 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นรุ่นย่อยรองของ K100 4 สูบ ที่โด่งดังในอดีต Roel Van Heuer จัดการเริ่มจากโครงรถที่สร้างจากท่อ Stainless Steel ประกอบ จากนั้นใช้
วันนี้แบรนด์ Luxury ไหนยังไม่ย้ายตัวเองเข้ามาอยู่ใน Subculture นอกสายแฟชั่น อาจจะถูกนับว่าเป็นแบรนด์ที่ห่างไกลไลฟ์สไตล์คนมากเกินไป ล่าสุดเป็นการ Collaboration สุดปังของ Christian Dior และ Vespa สองแบรนด์ที่เกิดพร้อมกันในปี 1946 จึงมีอายุ 74 ปีเท่ากัน เรียกว่าชื่อชั้นความเก๋าขลังอยู่ในขั้นตบไหล่กันได้สบาย ๆ Vespa ได้นำเอาโมเดลยอดฮิต 946 ซึ่งเป็นโมเดลกลางเก่ากลางใหม่ เพราะพึ่งจะถือกำเนิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม 2013 แต่ด้วยดีไซน์แบบ retro-futurist ที่ผสมผสานทั้งความคลาสสิคของ Vespa ยุคเก่า ให้เข้ากับความทันสมัยของเทคโนโลยี และปรับโฉมให้คล่องตัวขึ้นกว่าเดิม มันจึงผ่านการ Collab ทำรุ่นพิเศษมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Emporio Armani edition สีดำด้านสุดเท่ หรือ RED edition สีแดงสดเพื่อการกุศล ก็ล้วนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งนั้น ล่าสุดเป็นการสร้างสรรค์ดีไซน์พิเศษที่เน้นจับกลุ่มหญิงสาวมีสไตล์และชอบใช้ของหรูหราโดยเฉพาะ ผลงานของ Maria Grazia Chiuri, Dior’s director โดยเลือกใช้โทนสีครีมรอบคัน เพิ่มความหรูด้วยลายเส้นสีทองตามจุดต่าง
หลายคนอาจจะเคยสงสัยเหมือนเรา ว่าเพราะอะไร ถึงค่ายรถถึงนิยมดีไซน์รถยนต์ Coupe SUV ออกมาขาย ทำไมเราถึงต้องเอารถที่มีจุดเด่นเรื่องพื้นที่ห้องโดยสารและที่เก็บสัมภาระ ลดขนาดมันให้เล็กลง เพื่อแลกกับความโฉบเฉี่ยวสวยงามที่เพิ่มขึ้น แถมยังต้องจ่ายเงินแพงกว่าหลายแสนบาท? จนกระทั่งเราได้รีวิวมัน ถึงได้เข้าใจว่าอารมณ์ของรถ Coupe SUV และการขับขี่ในความเร็วสูงนั้น มันแตกต่างกันจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม BMW และ Porsche ถึงต้องมีรถทรงนี้ออกมาขายกันอย่างจริงจัง ที่จริง BMW เป็นผู้ริเริ่มการทำ Coupe SUV ไม่ว่าจะเป็น X4, X6 ซึ่งมีความสวยงามโฉบเฉี่ยวมากขึ้น และก็ทำกำไรได้มากกว่ารุ่นทั่วไป เช่นเดียวกับ Mercedes-Benz ที่ตั้งราคาขายรุ่น Coupe SUV ไว้สูงกว่าปกติพอสมควร อย่างใน GLC 220d 4MATIC Coupe’ AMG Dynamic Facelift คันนี้ราคา 4,040,000 บาท ซึ่งต่างจากรุ่นหลังคาปกติ GLC 220d Off-Road ราคา 3,239,000
ถ้าเอ่ยถึงชื่อ Ford Mustang พวกเราคงมีรุ่นที่ชอบเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น King Cobra, Bullit, GT หรือ Shelby GT500 รถทุกคันล้วนเป็นสายพันธุ์ม้าป่าตัวแรงที่ได้รับความนิยมข้ามยุคสมัย และแฟนพันธุ์แท้ของมัสแตงหลายคนคงทราบกันดีว่ามีอีกหนึ่งรุ่นคลาสสิกเตรียมกลับมาโลดแล่นอีกครั้งในปี 2021 ชื่อของมันคือ Ford Mustang “Mach 1” การคืนชีพของ Ford Mustang Mach 1 รุ่นปี 2021 เป็นการสานต่อตำนาน Mach 1 ที่ถือกำเนิดมานาน 52 ปี และเชื่อว่าการกลับมาครั้งนี้ทำให้แฟนมัสแตงหลายคนต้องประทับใจแน่นอน แต่ก่อนที่จะไปพบกับโฉมใหม่ของ Mach 1 ที่ยังถูกปิดบังไว้ วันนี้ไปทำความรู้จักจุดเริ่มต้นของม้าป่าสายพันธุ์นี้ใหัมากขึ้นกันก่อน ย้อนกลับไปในปี 1960 ช่วงเวลาที่ฟอร์ดต้องการเพิ่มรุ่นของในสายการผลิตของ Mustang ซึ่งเน้นเรื่องความเร็วที่มากกว่ารุ่นปกติ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับอเมริกันผู้ชื่นชอบเครื่องใหญ่ม้าเยอะ จึงเริ่มพัฒนารถต้นแบบในเดือนสิงหาคม 1968 และเปิดตัวในปีต่อมา โดยใช้ชื่อว่า Ford Mustang Mach 1 ซึ่งรถยนต์คัน Prototype
การกลับมาอีกครั้งของ Vintage model อย่าง Aston Martin DB5 หลังสิ้นสุดสายพานการผลิตไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว แต่คราวนี้ไม่ได้มาแค่ DB5 ธรรมดา เพราะมันคือเวอร์ชันพิเศษ ‘Goldfinger’ พกอาวุธและเทคโนโลยีของสายลับ James Bond ใส่มาครบ ๆ ผลิตจำกัดเพียง 25 คัน ในราคาขายที่แพงระยับสมกับความพิเศษ คันละ 3.4 ล้านเหรียญ (120 ล้านบาท) ผลงานสุดพิเศษนี้มาจากทางฝั่ง Aston Martin Heritage Division ซึ่งปัจจุบันหลายค่ายมักจะมีแผนกที่รับผิดชอบด้านการนำรถคลาสสิคมาผลิตขายใหม่แบบนี้ เช่น Jaguar E-type เป็นต้น แต่สำหรับ Aston Martin นี่เป็นโมเดล vintage ลำดับที่ 3 ที่ถูกนำกลับมาผลิต โดยก่อนหน้านี้มี DB4 GT Zagato และ DB4 GT ถูกปลุกชีพมาผลิตขายใหม่แบบจำนวนจำกัด
คงยากจะปฏิเสธว่าทุกวันนี้รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ ควรจะหันมาทำความรู้จักเทคโนโลยีด้านยนตรกรรมชนิดนี้ให้เข้าใจมากขึ้น ทั้งระบบการทำงานรวมไปถึงส่วนประกอบพื้นฐานของรถยนต์ไฟฟ้า เพราะเราเชื่อว่าอีกไม่นาน ความรู้ในด้านนี้จะมีประโยชน์สำหรับการเลือกรถยนต์ไฟฟ้าสักคันมาใช้งานแน่นอน สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV ส่วนประกอบสำคัญที่สุดที่พวกเราควรทำความรู้จักให้ดี นั่นก็คือ แบตเตอรี่ ที่เปรียบได้ดั่งหัวใจของรถยนต์ไฟฟ้า ถ้าน้ำมันและเครื่องยนต์เผาไหม้คือหัวใจที่ขับเคลื่อนรถยนต์ทั่วไป แบตเตอรี่ขับเคลื่อนที่ติดตั้งอยู่ในตัวรถคือแหล่งพลังงานหลัก ทำหน้าที่ส่งกำลังไฟฟ้าไปยังมอเตอร์เพื่อเริ่มต้นการขับเคลื่อนรถ คำถามที่สำคัญคือ รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่ในบ้านเรา ระบบแบตเตอรี่แบบไหนที่จะทำให้ขับขี่ได้อย่างเต็มสมรรถนะมากที่สุด? ปกติการทำงานของ ‘แบตเตอรี่ขับเคลื่อน’ จะสามารถทำงานได้ดี และดึงสมรรถนะสูงสุดเมื่ออยู่ภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสม การทำงานของแบตเตอรี่ขับเคลื่อนจึงต้องมีระบบควบคุมอุณหภูมิซึ่งจะช่วยให้แบตเตอรี่ขับเคลื่อนสามารถทำงานได้ดีภายใต้สภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งต้องบอกก่อนว่าระบบนี้มีความแตกต่างกันไปในรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละแบรนด์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายตามแต่ละภูมิภาค โดยระบบควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ขับเคลื่อนจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ระบบ ดังต่อไปนี้ ระบบ Heating System: ระบบควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ขับเคลื่อน Heating System สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในประเทศที่มีอากาศหนาว หรืออุณหภูมิติดลบ โดยภายใต้สภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำ ระบบจะทำหน้าที่ส่งผ่านความร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิของแบตเตอรี่ขับเคลื่อนให้สูงขึ้น ทำให้มีอุณหภูมิเหมาะสมกับการขับขี่ใช้งานต่อไป ระบบต่อมาคือ ระบบ Cooling System: เป็นระบบที่เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานในประเทศเขตร้อน เช่นประเทศในทวีปเอเชียและประเทศไทย ที่มีอุณหภูมิสูงในบางฤดูกาล โดยระบบ Cooling System จะทำหน้าที่ในการควบคุมความร้อนของแบตเตอรี่ขับเคลื่อน


