ปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกปัจจุบัน เทคโนโลยีนั้นหมุนไวจนเราแทบตามไม่ทัน ส่งผลต่อการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ไปอย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่วงการถ่ายภาพ ที่ในแต่ละวันเรามักจะได้ยินข่าวการเปิดตัวอุปกรณ์ถ่ายภาพที่มาพร้อมความสามารถใหม่ ๆ ดีขึ้น ชัดขึ้น โฟกัสไวขึ้น และเชื่อว่าหลายคน (รวมทั้งตัวเราเอง) ต่างก็อยากจะอัพเกรดไปสู่สิ่งที่เจ๋งกว่า ทว่ายังมีคำถามที่ขัดแย้งในใจถึงกล้องที่มีอยู่ในมือ ว่าเราใช้มันคุ้มค่าแล้วหรือยัง นี่ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนกล้องใหม่ หรือต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มแล้วจริง ๆ หรอ เพราะถ้าลองนึกย้อนกลับไปถึงแก่นของการถ่ายภาพ มันไม่มีอะไรที่พิสดารนอกเหนือไปจากการเก็บแสงที่กระทบกับวัตถุ แล้วสะท้อนผ่านเลนส์มาฉายลงบนแผ่นฟิล์ม หรือในยุคปัจจุบันคือฉายลงบนเซ็นเซอร์รับภาพ ซึ่งความมีสเน่ห์ของภาพถ่ายที่แท้จริงนั้นไม่ได้ดูกันที่ความละเอียดของเซ็นเซอร์ หรือมูลค่าของอุปกรณ์ แต่มันเกิดจากจังหวะที่กดชัตเตอร์ เพื่อเก็บอารมณ์ รวมถึงมุมมองการจัดวางองค์ประกอบของภาพที่ลงตัว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความสามารถที่เกิดจากประสบการณ์ของมนุษย์ผู้อยู่หลังกล้อง และเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการวิ่งตามเทคโนโลยี หรือหยิบยกเอาความเหนือกว่าของอุปกรณ์ถ่ายภาพมาข่มกันด้วยซ้ำ ยิ่งเป็นตากล้องมือใหม่ หรือผู้ที่ชอบถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก สิ่งที่ควรโฟกัสอาจไม่ใช่การไขว่คว้าหาอุปกรณ์ที่ล้ำที่สุด ดีที่สุดมาครอบครอง แต่ควรเน้นไปที่ความรู้พื้นฐาน และ การฝึกฝน มาก่อนเป็นอันดับแรก ดังที่ Henri Cartier-Bresson (อองรี การ์ตีเย-แบรซง) ช่างภาพชาวฝรั่งเศส ปรมาจารย์ด้านการถ่ายภาพแนวสตรีทผู้ล่วงลับ เคยกล่าวเอาไว้ว่า “Your first 10,000 photographs are your worst.”
คงจะดีถ้าเกิดสามารถดื่มกาแฟที่ไหนก็ได้ แต่น่าเสียดายที่โปรเจคนี้ถูกระงับไปเสียก่อน
ต้องยอมรับกันเลยว่าในปัจจุบันนี้ เราอยู่ในยุคที่ความสามารถของกล้องมือถือแทบจะเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับพวกกล้องพกพาดีๆ สักตัวได้แล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ว่าคนสมัยนี้เน้นเลือกชื้อโทรศัพท์มือถือที่มีฟังก์ชั่นด้านการถ่ายภาพเป็นปัจจัยหลักกว่าเมื่อก่อน และ UNLOKCMEN ก็คิดว่ายังมีหลายๆ คน เข้าใจกันผิดๆ อยู่ คือคิดว่าภาพที่ถ่ายออกมาสวยนั้น ต้องอยู่ที่กล้องเจ๋ง กล้องเทพทั้งหมด คิดแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะผิด แต่มันก็ไม่ถูกซะทีเดียวอยู่ดี เพราะจริงแล้ว ต่อให้เรามีเงินชื้อโทรศัพท์มือถือหรือนวัตกรรมกล้องรุ่นต่างๆ ที่ออกมาเจ๋งขนาดไหนก็ตาม แต่ผู้ใช้งานไม่สามารถดึงความสามารถของมันออกมาได้แบบสุดๆ แล้วละก็ คงไม่ต่างอะไรจากกระบี่ดีที่ไร้ความคม ดังนั้นปัญหากลายเป็นอยู่ที่ผู้ใช้งาน ไม่ใช่นวัตกรรมของตัวกล้อง เห็นแบบนี้ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple จึงไม่รอช้าจัดคอร์สสอนถ่ายรูปออนไลน์ที่ครอบคลุมการถ่ายรูป 16 แบบ สำหรับ iPhone 7 มาให้เรียนกันแบบฟรีๆ กันไปเลย ส่วนคนที่ใช้มือถือรุ่นอยู่อย่าเพิ่งกดปิดหน้าจอนี้ไป เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นการสอนถ่ายด้วย iPhone7 ก็ตาม แต่ก็อย่าได้ลืมไปว่า หลักของการถ่ายภาพบางครั้งก็มีหลักการที่คล้ายคลึงกันไปหมด ไม่ว่าจะการสังเกตแสง หรือวัตถุต่างๆ เพราะงั้นก็สามารถเรียนออนไลน์ตัวนี้ได้เหมือนกัน โดยทั้ง 16 คอร์สจะถูกนำเสนอในรูปแบบ Vertical Video เพื่อให้เหมาะสมกับการรับชมบนมือถือ ส่วนเนื้อหาในแต่ละคลิปก็สั้น ง่าย ได้ใจความ บอกหลักเน้นๆ ภายในเวลาไม่ถึง 1นาที ครอบคลุมการถ่ายภาพในรูปแบบหลากหลายสไตล์ เรียงตั้งแต่เรื่องเบสิคง่ายๆ เช่นการถ่ายรูป Portrait ไปจนถึงเรื่องโปรเข้าขั้นอย่างการถ่ายภาพแนวแอ็คชั่น,
เพราะขึ้นชื่อว่ารอยสัก มันก็ต้องเป็นอะไรที่อยู่ติดตัวเราไปจนตายอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าพวกรอยสักมักจะเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไปเสมอ อย่างที่ UNLOCKMEN เคยเขียนไว้หลายต่อหลายครั้ง ในเรื่องเกี่ยวกับรอยสัก โดยเพื่อนๆ สามารถไล่อ่านข้อมูลเกี่ยวกับที่ทางเราเคยเขียนได้ ที่นี่ และวันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงอะไรเก่าๆ แต่จะมานำเสนอรอยสักรูปแบบใหม่ ที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ในแบบที่ไม่เหมือนกับที่เคยมีมา แถมเหมาะสำหรับคนที่รักเสียงเพลงและดนตรีเป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย จะเจ๋งและน่าสนใจขนาดไหน ลองมาดูกัน Skin Motion ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้เป็นแพลตฟอร์มด้านศิลปะ ที่นำมาผสมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AR โดยเป็นการเปิดตัว Soundwave รอยสักรูปแบบใหม่ที่ฝังโค้ดเพลงเข้าไปในลาย! ซึ่งแค่เพียงเรายกมือถือขึ้นมาส่องบนลาย Soundwave มันก็จะทำการเล่นเพลงให้เราฟังได้ทันที โดยไอเดียสุดเจ๋งอันนี้มีแนวคิดเริ่มต้นมาจากรอยสักนักเต้นตัวน้อยของเอลตัน จอห์น ที่อยู่ๆ ในวงสนทนา แฟนของ Nate Siggard ก็พูดขึ้นมาแบบลอยๆว่า มันจะเจ๋งแค่ไหนเนี้ย ถ้าเราสามารถฟังเพลงผ่านรอยสักพวกนั้นได้ ไม่รอช้า ทางทีมผู้พัฒนาก็ได้เกิดไอเดียบรรเจิด จัดการรวมทีมพัฒนาจนออกมาเป็นเทคโนโลยีรอยสักนี้ และได้ทำการอัดคลิปเผยแพร่ลงสู่สายตาทั่วโลก ผ่านทาง Youtube (ดูได้จากคลิปด้านล่าง) และแน่นอนว่าของเจ๋งๆ ไอเดียดีแบบนี้ แค่เพียงไม่นานก็เกิดเป็นกระแสไวรัล จากคนหลายมุมทั่วโลกที่สนใจส่งข้อความมาอย่างต่อเนื่องว่าอยากได้รอยสักเจ๋งๆ แบบนี้บ้าง ทำให้ทางผู้ผลิตได้จัดการจดสิทธิบัตรรอยสัก AR ตัวนี้ซะเลย และพัฒนาแอพพลิเคชั่น โดยเฉพาะสำหรับเจ้ารอยสักตัวนี้ ให้สามารถเล่นเพลงและเล่นเสียงต่างๆ
สำหรับผู้ชายส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีนิสัยชอบความเร็วหรือไม่ก็ตาม เราเชื่อว่า ทุกคนคงต้องเคยผ่านการลงสนามแข่งขับ Go-Kart กันมาบ้างอยู่แล้ว และยิ่งถ้าได้ขับแข่งกับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มด้วยแล้วล่ะก็ การขับ Go-Kart ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ให้ความบันเทิงกับผู้ชายได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ในคนที่เคยขับรถ Go-Kart คงจะรู้ดีว่า เห็นรถคันเล็กๆ แบบนั้น เวลาวิ่งอยู่ในสนามอาจดูเหมือนไม่เร็วนัก แต่ถ้าได้ลองขับเอง รถจิ๋วแบบนี้ก็มีพิษสงมากพอจะทำให้อดีนารีนสูบฉีดไปทั่วทั้งร่างได้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเคยสัมผัสประสบการณ์ความแรงจากไหนมา ก็ต้องลดหดตัวกลายเป็นเพียงอารมณ์จักรยานเด็กเล่น เพราะสำหรับ Go-Kart คันนี้ เรียกได้ว่า เปิดตัวมาไม่ทันไร ก็กลายเป็นตำนานบทใหม่ Run วงการไปเป็นที่เรียบร้อย มันคือ Go-Kart ที่มีชื่อเต็มๆ ว่า “The Daymak C5 Blast” คันนี้ ได้เปิดตัวออกมาอย่างยิ่งใหญ่ แถมยังพ่วงคำต่อท้ายเป็นลายสักเสือเผ่นว่า ‘เร็วที่สุดบนโลกเท่าที่เคยมีมา’ อีกด้วย หลายคนคงสงสัยว่า จะไม่มีรถ Go-Kart คันไหน จะเร็วไปกว่าคันนี้อีกแล้วจริงหรือ? คำตอบที่ได้ก็ต้องทำให้ข้อสงสัยทั้งหมดจบลง เมื่อมีการเผยสถิตความแรงของมันออกมาว่า Super Go-Kart คันนี้สามารถทำความเร็วจาก 0-100 km/h ได้ ภายในเวลา
แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำ แบบลุยๆ อย่าง “เซิร์ฟบอร์ด” จะต้องทำยังไง จะให้ขนบอร์ดไปเล่นสระว่ายน้ำก็คงจะแปลกและไม่ตอบโจทย์สักนิด
ด้านมืดของโลกคอมพิวเตอร์ที่ถูกเผยออกมาและได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยตรงอย่างแท้จริง ทำให้ตอนนี้เราเริ่มเห็นหลายฝ่าย เริ่มสำรวจตรวจสอบและป้องกันคอมพิวเตอร์ภายใต้การดูแลกันทั่วหน้า
ต้องยอมรับว่า Headphones หรือ หูฟัง ได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่มนุษย์เราต้องพกติดตัวชนิดที่ขาดกันไม่ได้ไปซะแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาในการเดินทาง, เวลาทำงาน, เวลาออกกำลังกาย หรือแม้แต่ในช่วงเวลาก่อนนอน เราก็มักจะหยิบ Headphones หรือ หูฟัง ขึ้นมาสวมใส่เปิดเพลงฟังกันอยู่เป็นประจำ ทำให้หลายคนตัดสินใจลงทุนยอมเจียดเงินหลายพันไปจนกระทั่งหลักหมื่น เพื่อถอยหูฟังระดับพระกาฬออกมา ด้วยความหวังที่ว่า จะช่วยให้ช่วงเวลาในการฟังเพลงเหล่านั้น มีความสมบูรณ์แบบ และได้อรรถรสตามที่วาดฝันเอาไว้ แต่มีหลายคนที่รู้สึกว่า ความหวังที่ฝากไว้กับ Headphones ราคาทรมานใจต้องพังทลายลงย่อยยับ เพราะว่า Headphones หรือ หูฟัง ราคาแพงเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้พวกเค้าเห็นถึงความแตกต่างในการเสพซาวด์ที่ดีขึ้นอย่างที่ล่ำลือ บางรายหัวเสียถึงขั้นตีอกชกลม และเริ่มตั้งแง่ว่า ทำไมทั้งๆ ที่จ่ายเงินไปตั้งแพง กลับไม่ได้ความคุ้มค่าคุ้มราคาคืนกลับมาเลยแม้แต่นิดเดียว ในความเป็นจริงแล้ว บางทีคนเหล่านั้นอาจจะกำลังเข้าใจผิดอยู่ก็เป็นได้ เพราะการที่มี Headphones หรือ หูฟัง ระดับพระกาฬเพียงอย่างเดียวนั้น คงไม่ได้หมายความว่า Setup ในการฟังเพลงของคุณอยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ มันจึงไม่ได้หมายความว่า เสียงดนตรีที่ถูกขับผ่านออกมาจะดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาได้ในทันที แถม Headphones หรือ หูฟัง ระดับเทพเทวดาราคาแพงส่วนใหญ่ยังต้องการเครื่องเล่นที่มีกำลังขับค่อนข้างสูง ในการที่จะทำให้มันแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้เต็มที่ นอกจาก 2
ท่ามกลางผู้คนที่หลั่งไหลกันไปตามกระแส เทรนด์ Nostalgia หรือ การย้อนรำลึกหาอดีต ซึ่งก็มาแรงเหลือเกินในช่วงผ่านมา อยู่ๆ ก็เล่นเอามนุษย์ทั้งหลายชายหญิงพยายามจะมองย้อนกลับไปในสมัยอดีตกันขึ้นซะอย่างงั้น บางคนมีภาพขึ้นมาเป็นฉากๆ ราวกับกำลังจะถึงวาระสุดท้ายในชีวิต หรือมีญาณทิพย์ระลึกชาติได้อะไรทำนองนั้นกันเลยทีเดียว แต่สิ่งเหล่านี้เองที่ได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นการแต่งกาย, Lifestyle ในการใช้ชีวิต รวมไปถึงการที่คนหันกลับไปให้ความสนใจข้าวของต่างๆ ที่เคยใช้ หรือของที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีต และแน่นอนที่ขาดไปไม่ได้หากพูดถึงการย้อนยุค นั่นก็คือ การฟังเพลงเก่าๆ ที่โด่งดังในแต่ละยุค แต่มีอยู่สิ่งนึงที่ทำให้อดสงสัยไม่ได้จริงๆ นั่นก็คือ ทั้งๆ ที่วัฒนธรรมแห่งการหวนรำลึกนี้ ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในอดีต ได้กลับมามีบทบาท และมีคุณค่าในสังคมอีกครั้งหนึ่ง ยกตัวอย่างที่เห็นกันได้แบบชัดเจนอย่าง แผ่น Vinyl หรือ แผ่นเสียง ที่ราคา และความต้องการ กลับเปรี้ยงปร้างขึ้นมาจนน่าใจหาย แต่ทำไมเทรนด์นี้ ถึงไม่สามารถทำให้ใครนึกถึง Tape Casettes และพยายามจะพามันกลับมาสู่โลกปัจจุบันอีกครั้งบ้างเลย? จะว่าไปแล้ว Tape Cassettes ก็เป็นเพียงแค่ 1 ใน ไม่กี่อย่างเท่านั้น ที่เป็นของใช้ภายในตระกูล Media Player ที่กาลครั้งนึงเคยฮิตกระจุยกระจายขายดีสุดๆ จนพูดได้เต็มปากว่า เป็นของใช้เพียงไม่กี่อย่างที่ต้องมีทุกบ้านในตอนนั้น
ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชาย คงไม่มีใครเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยเล่น “หนังสติ๊ก” อาวุธบ้านๆ ที่ทำจากไม้ง่ามรูปตัว Y พร้อมกับหนังยางหนืดๆ รั้งเอาไว้ เพื่อใช้เหนี่ยวลูกกระสุนดินบ้าง ลูกหินบ้าง ยิงกระป๋องประลองความเซียนกับเพื่อนๆ ตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ราวกับแก๊งค์อยู่ในสมัยของภาพยนตร์เรื่องแฟนฉัน ที่จริงแล้วหนังสติ๊กมีวิวัฒนาการไปไกลกว่าแค่ไม้ง่ามกับหนังยางมานานแล้ว และแถมยังเป็นอาวุธที่นิยมในต่างประเทศกันมาช้านานเลยทีเดียว ด้วยระดับการทำลายล้างที่ไม่ทำให้ถึงชีวิต พกพาไปข้างนอกได้ง่ายๆ เหมาะเป็นอาวุธประจำบ้าน อีกทั้งยังไม่ทำให้คุณดูเป็นคนหัวรุนแรงเกินจนเกินไป วันนี้ UNLOCKMEN จึงได้นำเอาหนังสติ๊กสุดล้ำสมัยไฮเทคแห่งปี 2017 มานำเสนอให้ทุกคนได้ดูกัน รับรองว่าต้องทึ่งอย่างแน่นอน Assolar SS-12 หนังสติ๊กรุ่นนี้ มาพร้อมกับระบบล็อคเป้าแบบอินฟาเรดที่จับความร้อนจากแสง Laser สุดแม่นยำมาก อีกทั้งยังอัพพลังการเหนี่ยวให้ทารุณขึ้นมากกว่า หนังสติ๊กมาตรฐานทั่วๆไป ด้วยการเพิ่มเทคนิคที่เรียกว่า สปริงโหลด ทำให้มันสามารถยิงกระสุนด้วยความเร็วสูงได้อย่างหน้าอัศจรรย์ แถมยังมีอุปกรณ์สำหับซัพพอร์ตแขนให้กับคนยิงเพื่อที่จะเพิ่มความนิ่งในขณะที่คุณกำลังเหนี่ยวหนังสติ๊ก นอกจากนี้ Assolar SS-12 ยังสามารถยิงกระสุน BB Gun, ลูกเหล็ก, ก้อนหิน หรือแม้แต่เปลี่ยนเป็นยิงลูกธนูก็ยังได้ เพียงแค่ติดอุปกรณ์ที่แถมมาในชุดแบบฟรีๆ ในทันทีคุณสั่งซื้อ ดูเหมือนว่า Assolar SS-12 จะเป็นอาวุธที่เหมาะกับการล่า มากกว่าแค่ของเล่นบนสนามหญ้าหน้าบ้านของเด็กผู้ชาย หรือสนามเด็กเล่นของโรงเรียนระถมฯ เพราะอัตราความแม่นยำที่ถูกกำหนดด้วย Laser
“อยากได้รถลุคโหด ดิบ หรู แรง เรื่องเงินไม่มีปัญหา” ประโยคจากลูกค้าที่เจ้าของร้าน Custom Bike ชื่อดัง Diamond Atelier ได้ยินเป็นประจำ แต่น้อยครั้งที่บทสนทนาสวยหรูจะกลายเป็นโปรเจคจริงได้ บ้างก็หายไปกลางคัน บ้างก็ใจไม่ถึงมากพออย่างที่เคยคุยโตเอาไว้ แต่สำหรับโปรเจค BMW R nine T Neo-Racer คันนี้ เจ้าของเปิดโอกาสให้ Tom และ Pable สองคู่หูนัก Custom แห่ง Diamon Atelier ได้แสดงฝีมือเต็มที่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นเข้าขั้น World Class ไม่น้อยหน้า R nine T คันไหนในโลกนี้แน่นอน ดูจากผลงานที่ผ่านการตกแต่งแล้วเสร็จ อาจจะไม่คุ้นตาเหมือน R nine T ที่เคยเห็นกันมาก่อน เพราะ Diamond Atelier ได้จัดการออกแบบใหม่หมดเกือบทุกส่วนทั้งคัน จากรถ Cafe’ Bike กลายเป็น Streetfighter
เราได้รวบรวมหา 20 เว็บไซต์แจกภาพฟรีต่างๆ ทั้งที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำและพวกเว็บไซต์ยอดฮิตของทางเมืองนอก หลากหลายแบบ


