“มันสามารถบดขยี้ระยะทาง 1/4 ไมล์ ได้ในเวลาไม่ถึง 8 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 170 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยไม่ซดน้ำมันสักหยด และเสียงเครื่องยนต์ของมันจะไม่ระคายของคุณแม้แต่นิดเดียว” นี่คือคำนิยามที่ทำให้ขาซิ่งสาย Drag ทั้งหลายได้จินตนาการถึงภาพความแรงระห่ำแบบไม่โหวกเหวกโวยวายของ Ford Mustang Cobra Jet 1400 รถต้นแบบจากสำนัก Ford Performance ซึ่งภูมิใจเสนอหนึ่งเดียวคันนี้ ที่ถือเป็นคันแรกของการสืบสานตำนาน Drag จาก Mustang Cobra Jet ในรูปแบบของยนตรกรรมขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฟฟ้า 100% ภายหลังจากการเปิดตัว SUV พลังไฟฟ้า Ford Mustang Mach-E ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ค่ายวงรีสีน้ำเงินก็ยังคงเดินหน้าพัฒนาขุมกำลังแห่งอนาคต หรือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างไม่หยุดหย่อน ล่าสุด Ford ได้นำเอางูเห่าผยองอย่าง Mustang Cobra Jet เจ้าของสมญา ‘เทพเจ้าแห่งสนาม Drag’ ที่วาดลวดลายจี๊ดจ๊าดฝากตำนานฝังใจชาว Dragster เอาไว้ตั้งแต่ช่วงปลายยุค 60 มาปลุกชีพในฐานะต้นแบบ Muscle Car
ออกมาทำตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2019 ถึงเวลาต้องกระตุ้นให้ Supra ดูสดใหม่ไม่เงียบเหงา Toyota Japan เผยโฉม ‘Horizon Blue Editon’ สีฟ้าพิเศษพร้อมเพิ่มความแรง ปรับช่วงล่าง และล้อลายพิเศษ สำหรับทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น จากเดิมที่เคยวางขายสีพิเศษ Matte Storm Gray เมื่อปีที่แล้ว Toyota Supra edition พิเศษนี้จะมีเฉพาะในรุ่น RZ (ที่ญี่ปุ่นจะแบ่งรุ่นย่อยออกเป็น SZ, SZ-R, RZ) ความแตกต่างคือ SZ และ SZ-R จะใช้เครื่องยนต์ 2.0-liter twin-turbo 255 แรงม้า ส่วนในรุ่น RZ จะมากับเครื่องยนต์ 3.0-liter twin-turbo 335 แรงม้า 2021 Toyota Supra Horizon Blue Edition เป็นรุ่นที่อัพเกรดจาก RZ ภายนอกมากับสีฟ้า Horizon
หลายคนสูญเสียหลายอย่างไปกับโรคระบาดที่เราไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน ความมั่นคง เงิน งาน สุขภาพจิต แต่นอกจากความปกติในชีวิตที่เราต้องเสียไปแล้ว COVID-19 ยังเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งวิธีคิดเรื่องการรักษาความสะอาดเพื่อสุขอนามัย วิธีคิดเรื่องการกินอาหาร วิธีคิดเรื่องการพักผ่อน ฯลฯ ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ส่งผลไปถึงเทคโนโลยี ธุรกิจอีกหลายรูปแบบที่จะต้องปรับตัว แต่น่าเสียดายที่บางอย่างต่อให้ปรับตัวก็ไม่สามารถรอดไปได้ หลัง COVID-19 จึงไม่ได้มีแค่เทคโนโลยีและธุรกิจใหม่ ๆ ที่ผุดขึ้นมาเพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้คนที่เปลี่ยนไปในช่วงนี้ แต่เทคโนโลยีหรือธุรกิจบางแบบต้องหายไปตลอดกาลเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน Touch Screens ในที่สาธารณะ ครั้งหนึ่งการไปเดินห้างสรรพสินค้า หรือต้องการข้อมูลจากจุดไหนเป็นพิเศษแล้วมีหน้าจอ Touch Screens วางหารอให้เราพุ่งตรงเข้าไปใช้บริการ มันช่างเป็นตัวแทนของความทันสมัย ใช้งานง่าย สะดวก ตอบโจทย์ผู้บริโภค และเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกกับธุรกิจหรือองค์กรนั้น ๆ จนไม่ว่ามองไปทางไหน Touch Screens ก็มีให้เห็นละลานตา แต่เมื่อ COVID-19 มาถึง Touch Screens ที่เคยเป็นตัวแทนความสะดวก กลายเป็นพื้นที่รวบรวมนิ้วใครต่อนิ้วใคร และอาจรวมถึงเชื้อโรคไม่พึงประสงค์นานาชนิด ดังนั้นธุรกิจจะต้องพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ Touch Screens ทำให้ลูกค้าจำนวนมากมองว่านี่คือความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไม่ว่าพวกจะพยายามทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน บรรดาตู้ ATM จอในรถเช่า
ย้อนกลับไปในปี 2013 ถือเป็นอีกหนึ่งยุคทองของรถยนต์สมรรถนะสูงหรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่าซูเปอร์คาร์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ค่ายรถยนต์น้อยใหญ่ทั่วโลกต่างแข่งขันกันสร้างรถยนต์ความเร็วสูงที่สมบูรณ์ที่สุดออกมา แต่คงไม่มีรถยนต์คันไหนจะโดดเด่นไปกว่า Ferrari LaFerrari, McLaren P1 และ Porsche 918 Spyder ที่ถูกยกให้เป็น The Holy Trinity หรือ 3 สุดยอดซูเปอร์คาร์ของช่วงเวลานั้น ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักเจ้าแห่งท้องถนนเหล่านี้อีกครั้ง สำหรับผู้ชายที่หลงใหลในความเร็ว ซูเปอร์คาร์หรือไฮเปอร์คาร์แต่ละคันเป็นเหมือนกับผลงานชิ้นเอกที่ถูกสร้างขึ้น และถ้าย้อนกลับไปดูประวัติความเป็นมา จะทราบว่ามีค่ายรถยนต์หลายค่ายพยายามหาทางสร้างรถยนต์ที่เรียกว่าซูเปอร์คาร์มาตั้งแต่ช่วงปี 1960 ตัวอย่างคือ Alfa Romeo Tipo 33 หรือในปี 1970’s กับ Lamborghini Countach แต่ยุคสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดคงจะเป็นช่วงต้นยุค 2000 ในช่วงเวลาที่ Ferrari Enzo, Porsche Carrera GT และ Mercedes-Benz SLR McLaren ถูกปล่อยออกสู่ตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นเหมือนกับสัญญาณการแข่งขันของตลาดซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ เพราะนับจากนั้นมาค่ายรถยนต์ทั่วโลกก็เร่งพัฒนาและผลิตรถยนต์ที่ชื่อว่าเป็นซูเปอร์คาร์ของค่าย รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีรถสูตร 1 และคาร์บอนไฟเบอร์ก็ทำให้หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป เรามีโอกาสได้เห็น
ไม่นานนี้ เราเจอเหตุการณ์ที่แม่ยื่นมือถือมาให้แก้ปัญหา เพราะเข้าจอวิดีโอคอลใน WhatsApp คุยกับญาติไม่ได้ เกิดจากบังเอิญไปจิ้มผิดปุ่มจนทำให้หน้าตา interface ที่เคยใช้ประจำกลายเป็นหน้าที่ไม่คุ้นเคย ทุกครั้งแม่มักจะพูดเสียงอ่อย ๆ เวลามาขอความช่วยเหลือว่า “ดูให้หน่อยสิ โทรศัพท์มันเสียหรือเปล่า” ตอนฟัง เชื่อว่าหลายคนเป็นเหมือนกันคือรู้สึกหงุดหงิด เพราะมันก็ไม่ได้เป็นอะไร ถ้ากดปุ่ม Home มันก็กลับเข้าหน้าเดิม กดเข้าแอปฯ ได้เหมือนเดิมแล้ว แต่พอมานั่งคิดเอาดี ๆ ว่าทำไมถึงเกิดปัญหาเดิมซ้ำ ๆ ทำไมเราต้องมาเป็นคนแก้ให้ซ้ำ ๆ คำตอบง่าย ๆ ที่เจอก็คือ “กลัว” นั่นแหละ กลัวอุปกรณ์พังบ้าง กลัวจะเสียเงินบ้าง “สิ่งสำคัญไม่ใช่การยอมถอยเพราะกลัวมัน แต่ต้องความเข้าใจและหาทางป้องกันมันอย่างมีประสิทธิภาพ” มันทำให้เรากลับมาตั้งคำถามว่า แล้วเราล่ะมีอะไรที่กลัวบ้างหรือเปล่า ประจวบเหมาะกับเรื่องข่าวโดยสปายข้อมูลของการวิดีโอคอลจาก ZOOM ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ ว่าแฮกเกอร์เข้าไปป่วนดึงข้อมูลการประชุมบริษัทมาได้ เรื่องนี้ทำให้หลายคนย้ายแอปฯ ไปเลย แต่เอาเข้าจริงนี่ไม่ใช่ทางแก้ เพราะในอนาคตแฮกเกอร์ก็อาจจะเจาะเข้าไปแอปฯ อื่นที่เราใช้ได้เหมือนกัน เราจึงขอแชร์หลักการที่ต่อให้คุณใช้แอปฯ ไหน สปายทั้งหลายก็เจาะเข้ามาไม่ได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ สร้างห้องต้องล็อกได้ คีย์เปิดห้องต้องแน่นหนา เวลาเราจะ
ถ้ายังวิ่งแบบเดิม ๆ อยู่ เราจะเป็นได้แค่กระต่ายที่รอวันเต่าวิ่งแซง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้การไล่ตามเทคโนโลยีให้ทัน ไม่ว่าจะอยู่ในสาขาหรือสายงานอะไรก็ถือเป็นเรื่องจำเป็นด้วยกันทั้งนั้น อธิบายง่าย ๆ ว่า “เทคโนโลยี” เข้ามาเป็นอีกสกิลที่ทำให้ทำงานได้ดี มีโอกาสมากกว่าคนอื่นและเป็นโอกาสที่สร้างได้จากทั่วทุกมุมโลกไม่ต่างจากสกิลด้านภาษาที่เราทุกคนให้คุณค่ากับมัน Bernard Mar นักกลยุทธ์ธุรกิจและนักเขียน Best Seller ผู้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ Big Data ได้สรุปเทรนด์ของเทคโนโลยี 25 ตัวที่น่าจับตามองภายในปี 2020 นี้ไว้ หลายสกิลเราได้ยินชื่อของมันมานานหลายปี ลองมาสำรวจว่าคุณรู้จักอะไรกันบ้างและจะใช้สกิลเหล่านั้นประยุกต์กับสิ่งที่ทำอยู่ได้อย่างไร Wearables and augmented humans อุปกรณ์สวมใส่เพื่อเติมเต็มชีวิตมนุษย์ แม้จะไม่น่าเชื่อว่าวันหนึ่งเราจะสวมเทคโนโลยีบางอย่างติดตัวแล้วเชื่อใจมันจนไม่ต้องไปหาเทรนเนอร์หรือหมอ หันมาเฝ้าติดตามสุขภาพร่างกายเราแต่ละวันผ่านอุปกรณ์เล็ก ๆ นี้แทน ทั้งจำนวนก้าวเดิน ชีพจรของตัวเอง รวมทั้งไว้ใจให้มันทำหน้าที่บังคับเรากลาย ๆ เพื่อสร้างสุขภาพดี ๆ แต่สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นแล้วและน่าจะติดเทรนด์ไปยาว ๆ ในปีนี้ ถ้ามองตัวเลขจากยอดของ Smart Watch ที่จำหน่ายในตลาด ไม่ว่าจะเป็นค่าย Apple หรือ Samsung คงทำให้เห็นว่าผู้คนกำลังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีชิ้นนี้ขนาดไหน
ต้องยอมรับว่า Pokémon หรือชื่อดั้งเดิมคือ Pocket Monster เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์เกมที่ฟันค่าลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ ไปได้อื้อซ่า ว่ากันว่าสร้างกำไรได้มากมายเป็นอันดับสองรองจากเกมรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง Super Mario เท่านั้น ขายดีขนาดนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นหน้าตาคาแรคเตอร์ต่าง ๆ จาก Pokemon ถูกเปิดตัวออกมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์นานาชนิด เพื่อดูดทรัพย์จากบรรดาแฟน ๆ ที่สถาปนาตัวเป็นเหล่าเทรนเนอร์ผู้อยากเก็บแทบทุกสินค้า เสมือนกับว่าได้ออกไปไลล่าจับโปเกมอนจากทั่วภูมิภาคมาสะสมเอาไว้ใน Pokedex ด้วยตัวเอง ล่าสุด ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายของแฟน Pokemon เดนตาย เพราะทาง Razer แบรนด์ยักษ์ที่นักเล่นเกมทั้งหลายคงรู้จักกันดี ได้จับเอา Pikachu คาแรคเตอร์ดังจาก Pokemon มาใส่ลงบนหูฟังไร้สาย True Wireless แถมยังรู้งานเลือกยัดลงตลับชาร์จที่มาในดีไซน์ Pokeball ตอกย้ำความอินให้มันสุดลิ่ม ชนิดที่ว่าไม่ไยดีต่อสวัสดิภาพกระเป๋าสตางค์ของเหล่าคนรัก Pokemon กันบ้างเลย โดยเจ้า Pikachu True Wireless earbuds นั้นเปรียบเสมือนรุ่น Special Edition ของหูฟัง Hammerhead True Wireless earbuds ที่
คงเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่า Porsche 918 Spyder นั้นคือหนึ่งในซูเปอร์คาร์ตัวแรงที่เป็นรถในฝันของใครหลาย ๆ ไม่เว้นแม้แต่ Concept Artist ฝีมือเยี่ยมที่ชื่อว่า Khyzyl Saleem ซึ่งตัวเขาใช้เวลาถึง 4 ปีในการสร้างและจบโปรเจกต์เรนเดอร์ Porsche 918 Longtail ครั้งแรกที่เห็นภาพของรถยนต์คันนี้ หลายอาจคิดว่านี่คือรถยนต์คอนเซ็ปต์ที่ถูกสร้างขึ้นจริง แต่น่าเสียดายเพราะมันคือกราฟิกเรนเดอร์จากเซียนพิกเซลนามว่า Khyzyl Saleem ศิลปินผู้ชื่นชอบการออกแบบรถยนต์คอนเซ็ปต์ ที่เคยฝากผลงานไว้กับซีรีส์เกมอย่าง Need For Speed มาแล้ว Khyzyl Saleem เคยร่วมงานสร้างกราฟิกชุดแต่ง (Body-Kit) ให้กับ NFS ในภาค Playback และ Heat ก่อนจะผันตัวออกมาทำงานอิสระมากขึ้น ล่าสุดรถยนต์ PoleStar 1 Cover ที่ตัวเขาเคยออกแบบไว้ในเกมส์ก็สวยถูกใจขาซิ่งจนถูกสร้างจริงและขึ้นแสดงในงาน SEMA มาแล้ว มาครั้งนี้เจ้าตัวตัดสินใจหยิบหนึ่งในยนตรกรรมที่หลงใหลมานานอย่าง Porsche 918 Spyder มาโมดิฟายใหม่ให้เป็นสไตล์ Longtail ที่เห็นกันบ่อยในการแข่งขันสุดโหดอย่าง Le
ขณะที่เทรนด์การทำงานจากที่บ้านหรือ “Work From Home” กับการทำงานแบบ BYOD (Bring Your Own Device) คือการนำอุปกรณ์ไอทีส่วนตัวมาใช้ในการทำงานร่วมกันได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก แน่นอนว่าการใช้งานลักษณะนี้ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องโหว่ให้เหล่าอาชญากรไซเบอร์หรือแฮกเกอร์ฉวยโอกาสสร้างความเสียหายแก่ผู้ใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตหลายรูปแบบ ทั้งการตั้งเว็บไซต์ปลอม แพร่มัลแวร์ผ่านอีเมลฟิชชิ่ง (Phishing) หรือเผยแพร่ข้อมูลปลอม (Fake news) นักวิจัยของแคสเปอร์สกี้ ได้ตรวจพบว่าเหล่าอาชญากรไซเบอร์กลุ่มนี้ใช้ความหวาดกลัวต่อโรคระบาดของคน โดยการปลอมแปลงเอกสารให้มีลักษณะคล้ายกับอีเมล์ของหน่วยงานภาครัฐ แล้วเมื่อไรที่ผู้ใช้กดเปิดลิงก์ที่แนบมาก็อาจถูกดึงข้อมูลไปได้ ดังนั้นการที่พนักงานออฟฟิศส่วนมากที่ใช้สมาร์ทดีไวซ์ส่วนตัวมาเรียกใช้ข้อมูลของหน่วยงาน อาทิ อ่านอีเมล์ของหน่วยงานผ่านแท็บเล็ตส่วนตัว ใช้โปรแกรมแชทแอปพลิเคชั่นพูดคุยเรื่องเนื้อหาในการทำงาน รวมถึงส่งข้อมูลสำคัญของบริษัทผ่านสมาร์ทโฟนส่วนตัวก็อาจเกิดอันตรายต่อการโจรกรรมข้อมูลได้ สมาร์ทดีไวซ์แบบไหนที่มั่นใจได้ในเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ให้ความสำคัญมากกับความปลอดภัยของข้อมูลที่มาพร้อมกับสมาร์ทดีไวซ์ทุกชนิดบนทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต แน่นอนว่า ข้อดีของการใช้สมาร์ทดีไวซ์ของตนเองในการทำงาน คือ ความสะดวก รวดเร็วในการเข้าถึงทั้งข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบริษัท ไม่ต้องถ่ายโอนไฟล์ไปมา รวมถึงความคุ้นเคยในการใช้อุปกรณ์ แต่อย่างไรก็ตามความสะดวกสบายเหล่านี้อาจมาพร้อมกับความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ ๆ ดังนั้น ข้อแนะนำการเลือกซื้อสมาร์ทดีไวซ์ ที่มาใช้งานมีดังนี้ 1. มีแพลตฟอร์มด้านความปลอดภัย สมาร์ทโฟนควรได้รับการออกแบบให้มีความปลอดภัยตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดเครื่อง โดยควรเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกฝังอยู่ในเครื่องตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต และมีระบบมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ถือเป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของ Jaguar ในการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง I-Pace ออกมาสู่ตลาด จากแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์รถยนต์หรูอย่าง XJ หรือรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง F-Type คงไม่มีใครคาดคิดว่าอยู่ ๆ Jaguar จะควักเงินลงทุนหลายพันล้านปอนด์เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ผ่านการทดสอบเป็นระยะไกลนับล้านกิโลเมตร จนสามารถสร้างสรรค์ I-Pace ออกมาได้ ค่ายรถที่ไม่เคยผลิตรถยนต์ EV มาก่อน แต่กลับทำได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ครั้งแรก การันตีด้วยรางวัลมากมายทั้ง 2019 World Car of the Year, World Car Design of the Year, World Green Car awards, European Car of the Year นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้สำเร็จเพราะโชคช่วย สื่อหลายสำนักจึงเห็นตรงกันว่า Jaguar I-Pace เป็นรถที่มีความสำคัญสำหรับทั้งอนาคตของ Jaguar และอุสาหกรรมรถยนต์ เพราะ I-Pace
หนุ่ม ๆ หลายคนรู้จัก Bugatti Chiron ในฐานะหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ของโลกที่มาพร้อมงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงขุมพลังที่เคยครองตำแหน่งเร็วที่สุดในโลกมาหลายต่อหลายครั้ง และเชื่อว่าหลายคนคงคิดภาพไม่ออก หากเครื่องยนต์ W16 ใต้ฝากระโปรงจะถูกปรับดีไซน์ให้เข้าไปอยู่ในข้อนาฬิกาข้อมือผ่านโปรเจกต์ The Jacob & Co Bugatti Chiron Tourbillon Bugatti ค่ายรถยนต์สมรรถนะสูงจับมือ Jacob & Co สร้างนาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษเพื่อยกย่องสุดยอดยนตรกรรมของค่ายอย่าง Bugatti Chiron ด้วยการหยิบดีไซน์ของเครื่องยนต์ W16 มาปรับเปลี่ยนงานออกแบบลงในนาฬิกาข้อมือโดยใช้ชื่อว่า Bugatti Chiron Tourbillon Bugatti Chiron Tourbillon ถูกออกแบบให้มีหน้าปัดขนาดใหญ่ คล้ายกับ The Twin Turbo Furious Bugatti Edition นาฬิการุ่นฉลองครบรอบ 110 ของค่ายที่เคยทำร่วมกันในปี 2019 แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะดึงดีไซน์ที่โดดเด่นของ Bugatti Chiron มาเล่นบนนาฬิกามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์รูปเกือกม้า ที่ตำแหน่งเข็ม 12 นาฬิกาพร้อมป้าย
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้เห็นคน กลุ่มคนหรือองค์กรต่าง ๆ ออกมาช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อนแบบถ้วนหน้า แต่สำหรับหนุ่มที่หลงใหลในรถยนต์โดยเฉพาะโมเดล Porsche 911 คงไม่มีการช่วยเหลือครั้งไหนน่าสนใจไปกว่า 911 Speedster คันสุดท้ายของเจน 991 ที่หลงเหลืออยู่ กำลังจะถูกนำออกประมูลออนไลน์เพื่อนำเงินไปสนับสนุนองค์กรที่กำลังต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ Porsche จับมือกับ RM Sotheby’s จัดการประมูลการกุศลเอาใจคนรักโมเดล 911 ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเป็น Porsche 911 รุ่นเปิดประทุนคันสุดท้ายของเจเนอเรชันที่ 7 ซึ่งถือเป็นอีกโมเดลไอคอนิกที่หนุ่ม ๆ หลายคนอยากครอบครอง 911 Speedster ในรหัส 991 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 ซึ่งปีที่ Porsche ฉลองครบรอบ 70 การเปิดตัวโมเดล Speedster ในรุ่น 911 โดยรถคันสุดท้ายที่กำลังถูกนำมาประมูลคือหนึ่งเดียวที่ยังไม่มีเจ้าของจากจำนวนทั้งหมด 1,948 คัน 911 Speedster เจเนอเรชันนี้ยังเป็นรถยนต์ที่ผสมผสานจุดเด่นของยนตรกรรมจาก Porsche เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแซสซีจาก Porsche


