พอเข้าวงการกาแฟสด ก็กลับเข้าวงการสำเร็จรูปไม่ค่อยได้ ตอนนี้เรื่องนี้เลยกลายเป็นปัญหาหลักของคนทำงานอย่างเรา ๆ ที่เริ่มรู้สึกลงแดงคาเฟอีน เวลา Work from Home และหากแก้ด้วยการสั่งมากินที่บ้าน ก็ต้องโดนชาร์จเรื่องค่าส่งเพิ่ม ถ้าคิดว่าเป็นการแก้ระยะสั้นอาจจะพอได้ แต่พอคิดว่าถ้าทำแบบนี้ไปยาว ๆ ในเวลาที่ต้องรัดเข็มขัดแบบนี้คงไม่ใช่ทางออกที่ดีเท่าไหร่ UNLOCKMEN จึงคิดว่า “คงดีกว่า” ถ้าเราจะมี Gadgets สักตัวไว้ใช้ทำกาแฟสด ตั้งแต่บด อัด จนถึงดริฟต์พร้อมดื่มได้ในชิ้นเดียว ซื้อแล้วจบเลยแค่มีเมล็ดก็ทำได้ ประจวบพอดีกันกับไปเจอ Gadgets ตัวหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “CAFFLANO” เป็นเครื่องทำกาแฟสดทรงกระบอกน้ำ ที่มีเครื่องบดในตัวผลิตจากโลหะขึ้น รับประกันคุณภาพและความคงทน เครื่องทำกาแฟสดแบบแมนนวล ดีไซน์รูปแบบทรงกระบอกออกแบบมาให้เลือกหลากสี Krinder (ดำ, แดงและมิ้นต์) และ Go-Brew (ดำ, แดง, มิ้นต์, สีงาช้าง, ชมพูและม่วง) สามารถเสียบได้กับกระเป๋ากางเกง พกไปไหนก็พร้อมหยิบขึ้นมาใช้งานได้ไม่จำกัดพื้นที่กรุ่นกลิ่นและรสชาติคาเฟอีน นอกจากฟังก์ชันการใช้งาน คุณภาพวัสดุยังไม่เป็นสองรองใครด้วย 6 ข้อต่อไปนี้ 1. “บดกาแฟง่าย” หลายคนอาจจะเจอเรื่องความฝืด ขนาดที่ไม่เหมาะกับมือ จำเป็นต้องกดเครื่องไว้กับระนาบโต๊ะเพื่อหมุน
Zound Industries บริษัทสัญชาติสวีเดนผู้ผลิตหูฟังและลำโพงภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Marshall Amplification ประกาศเปิดตัวลำโพงบลูทูธขนาดพกพารุ่นใหม่ล่าสุด ‘Marshall Uxbridge Voice’ ที่ผนวกระบบเสียงในตำนานของ Marshall เข้ากับซอฟต์แวร์ควบคุมด้วยเสียงสุดอัจฉริยะอย่าง Amazon Alexa Marshall Uxbridge Voice เป็นลำโพงพกพาขนาด 128 x 168 x 123 มิลลิเมตร ที่ควบคุมการทำงานด้วยเสียงของ Amazon Alexa ใช้ชุดไมโครโฟนระยะไกล สามารถจดจำเสียงระยะไกลได้ และมีระบบตัดเสียงรบกวนในตัว ทำให้ผู้ใช้สั่งงานและควบคุมลำโพงจากพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้านแบบแฮนด์ฟรีได้อย่างสะดวกสบาย จะสั่งให้ลำโพงเร่งเสียงเพลงเมื่อถึงเพลย์ลิสต์โปรดหรือหยุดเพลงที่เล่นแบบกะทันหันก็ได้ ลำโพงเครื่องนี้ใช้ 30-W Class D Amplifier ที่ขับเคลื่อนด้วยไดร์เวอร์เสียงสองตัว ทั้ง Woofer และ Tweeter ให้เสียงดังสูงสุดอยู่ที่ 96 เดซิเบล และมีกำลังขับเสียงอยู่ที่ 30 วัตต์ นอกจากจะปรับแต่งลำโพงผ่านแอปพลิเคชัน Marshall Voice บนสมาร์ตโฟนได้แล้ว ด้านบนของลำโพงยังดีไซน์ปุ่มควบคุมเท่
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลกรวมถึงลดทอนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทำให้มีอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมผู้ผลิตรถยนต์ซึ่งได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ จากยอดขายที่ลดลงและการสั่งหยุดการผลิตของโรงงานกลุ่มประเทศเสี่ยง อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก ยังมีค่ายผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมากที่แสดงความต้องการชัดเจนว่าพร้อมเปลี่ยนโรงงานของตัวเองให้กลายเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้สนับสนุนและช่วยเหลือทีมแพทย์ในการต่อสู้กับโรคร้ายหากสถานการณ์ต่าง ๆ เลวร้ายขึ้น มาดูกันว่ามีค่ายรถไหนบ้างที่พร้อมสนับสนุนความช่วยเหลือในครั้งนี้ เริ่มกันที่อิตาลีหนึ่งในประเทศที่มีสถานการณ์น่าเป็นห่วงที่สุด การแพร่ระบาดในอิตาลีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะพวกเขาไม่สามารถกักตัวผู้คนก่อนจะเกิดการอพยพได้รวมถึงการดำเนินงานที่ล่าช้าของภาครัฐ รู้ตัวอีกทีการระบาดก็กระจายไปทั่วประเทศ รัฐทำได้เพียงควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายแต่ประชาชนยังคงติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น นั่นทำให้โรงพยาบาลส่วนใหญ่ซึ่งไม่ได้มีการเตรียมพร้อมรับมือ ขาดแคลนอุปกรณ์ทั้งเตียงและเครื่องช่วยหายใจ จนทำให้ Siare Engineering บริษัทผลิตเครื่องช่วยหายใจเบอร์หนึ่งของอิตาลีให้รับการขอร้องจากรัฐบาลให้เพิ่มกำลังการผลิตจากเดือนละ 160 ตัวเป็น 500 ตัวซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะผลิตด้วยโรงงานเดิม Siare Engineering ได้ติดต่อพูดคุยกับกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศอิตาลีไม่ว่าจะเป็น Ferrari Fiat และ Chrysler และพูดคุยกันจนได้ข้อสรุปว่า การช่วยเหลือในครั้งนี้จะแบ่งเป็น 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกคือให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหมดช่วยเหลือในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องช่วยหายใจเพราะส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญการผลิตอุปกรณ์เหล่านี้อยู่แล้ว อีกทางหนึ่งคือให้ Ferrari หรือ Fiat ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตไปดูงานที่โรงงานผลิตเครื่องช่วยหายใจของ Siare Engineering เพื่อสนับสนุนการผลิตรวมถึงศึกษาแบบเครื่องช่วยหายใจและนำกลับไปผลิตที่โรงงานของตัวเอง โดยเหตุผลที่รัฐบาลอิตาลีข้อความร่วมมือการองค์กรเหล่านี้เพราะรู้ดีว่าค่ายผู้ผลิตรถยนต์มีความเชี่ยวชาญในการผลิตอุปกรณ์ครั้งละมาก ๆ รวมถึงสามารถขอซื้อวัสดุหลายประเภทได้ในราคาถูกกว่าภาครัฐ ซึ่งต้องรอข่าวยืนยันการเริ่มผลิตอีกครั้ง ข้ามมาดูสถานการณ์ในฝั่งสหรัฐอเมริกาแม้จะประกาศปิดประเทศแล้วแต่ยอดผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ประมาณ 26,000 คนและเสียชีวิตแล้ว 178 คน จนทำให้หลายฝ่ายเริ่มตื่นตัวไม่เว้นแม้แต่
สมองสั่งการให้สายตาของเราจับจ้องไปที่มันทุกครั้ง ประสาทสัมผัสของเรารับรู้และบอกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นคือ Harley-Davidson เสียงที่กระหึ่ม ดุดัน เร้าใจของเครื่องยนต์ V-Twin ข้อเหวี่ยงวางที่ตำแหน่ง 45 องศา กับรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม โดดเด่นและท่านั่งขับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson คือรถในฝันของผู้ชายหลายคนที่ต้องการครอบครองสักครั้งในชีวิต เชื่อว่าหลายคนประทับใจภาพยนตร์ซีรีส์ในตำนานที่ว่าด้วยเรื่องราวแก๊งอาชญากรนักบิดนอกกฎหมายที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson เป็นพาหนะคู่ใจ อย่างเรื่อง “Sons Of Anarchy” แม้ว่าตัวหนังจะจบลงไปแล้วในซีซันที่ 7 แต่นอกจากเรื่องราวของหนังที่สนุกเข้มข้นแล้ว สิ่งที่โดดเด่นและอาจจะผิดมากหากเราไม่กล่าวถึงมันก็คือรถมอเตอร์ไซค์ของตัวละครหลักในเรื่อง โอกาสนี้ UNLOCKMEN จะพาไปดูรถมอเตอร์ไซค์ที่ตัวละครหลักในเรื่องแต่ละคนใช้เป็นยานพาหนะคู่ใจ Clay Morrow หัวหน้าแก๊งหรือประธานของคลับ Sons of Anarchy Motorcycle Club, Redwood Original (เรียกอย่างย่อให้เข้าใจได้ว่า SAMCRO) Clay เป็น 1 ใน 9 สมาชิกดั้งเดิมของคลับ ก่อนตำแหน่งประธานคลับจะถูกแทนที่ด้วยลูกเลี้ยงเขาในภายหลัง สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนคือสิงห์นักบิดระดับหัวหน้าแก๊งในเรื่องคนนี้คือมือสมัครเล่นในชีวิตจริง เพราะ Ron Perlman เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเขาไม่เคยขี่มอเตอร์ไซค์มาก่อนในชีวิตจนกระทั่งมาแสดงในหนังเรื่องนี้ Clay’s Bike
ช่วงนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องปากท้องก็ไม่มีเรื่องไหนสำคัญกว่าอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป ลองคิดเล่น ๆ ดูว่าสถานการณ์ตอนนี้ ถ้าเน็ตโดนตัดกันทั้งประเทศ เราคงจะหูหนวก ตาบอด มีอาการกึ่งอัมพาตทางความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรมกันไปทันที เพื่อไม่ให้เจอวิกฤตชะงักทั้งความบันเทิง การทำงานและข้อมูลข่าวสารระหว่างที่ทุกคนยังอยู่บ้าน UNLOCKMEN ขอแบ่งวิธีปลดสัญญาณ WiFi บ้านที่อุดตันหรือเฉื่อยไม่ทันการฉบับเบื้องต้นให้เราสามารถทดลองทำง่าย ๆ เพื่อรักษาความสุขไว้อยู่กับตัวได้นาน ๆ ด้วย 6 วิธีต่อไปนี้ 1. เปลี่ยนตำแหน่ง Router ถ้าสัญญาณเดิมไม่เร้าใจ เน็ตจะเร็วหรือช้าเรื่องหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือตำแหน่งการวาง Router ที่บางครั้งอาจจะมีอะไรมาขวางหรือเป็นมุมอับ บางที่อาจจะวางไว้ชั้นล่าง หรือมุมต่าง ๆ เพื่อให้ดูไม่เกะกะสายตา ทั้งที่บริเวณใช้งานจริงกับตำแหน่งอุปกรณ์อยู่ห่างกันเหลือเกิน ดังนั้นถ้าเช็กสปีดเน็ตยังดีแต่สัญญาณห่วยแตก แนะนำให้ Router มาไว้ใจกลางบ้านเพื่อกระจายสัญญาณอย่างทั่วถึง จำไว้เสมอว่าการเปลี่ยนตำแหน่ง Router เพียงแค่ย้ายออกจากตู้หรือหลังทีวีก็มากพอสำหรับการเพิ่ม bandwidth ให้เพียงพอต่อความต้องการ แถมการติดตั้ง Router บางประเภทยังสามารถติดตั้งที่ผนังเพิ่มคุณภาพสัญญาณให้ดีขึ้นได้ 2. รู้หลักการเชื่อมสัญญาณ คนอยู่บ้านส่วนใหญ่ก็มี WiFi ใช้งาน ส่วนมือถือเองก็มีสัญญาณ 4G ให้ใช้ ดังนั้น หากอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ตโฟนของคุณสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดจำนวน ให้ล็อกสมาร์ตโฟนเครื่องโปรดกับเน็ตเครือข่ายมือถือไว้แน่น
คงไม่แปลกถ้าการใช้ชีวิตท่ามกลางยุคที่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดเฉกเช่นตอนนี้ ทำให้ผู้ชายหลายคนรู้สึกหดหู่และสิ้นหวังอย่างบอกไม่ถูก หันไปมองถนนหนทางก็เงียบสงัด ร้านค้าร้านอาหารไร้ผู้คน แถมยังมีบรรยากาศรอบตัวเงียบเหงาพาให้ใจหวาดหวั่นยิ่งกว่าเดิม หนุ่มบางคนใช้ซีรีส์เรื่องโปรดในเน็ตฟลิกซ์เป็นตัวช่วยทุเลาความเครียด บ้างอุดสองรูหูด้วยเสียงดนตรีหวังผ่อนคลายจิตใจ แต่ถ้าลองทำสองวิธีนี้แล้วยังไม่ได้ผล แถมอยู่บ้านเฉย ๆ นับวันก็ยิ่งเบื่อ หมดหวัง และไม่รู้จะทำอะไรดี UNLOCKMEN ขอชวนคุณมาจัดทริป Virtual Tours เดินชมผลงานศิลปะเจ๋ง ๆ ในแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ระดับโลก พร้อมเรียนศิลปะฟรีผ่านโลกออนไลน์ได้ที่บ้าน โดยไม่ต้องก้าวเท้าออกไปไหน ทั้งยังจรรโลงจิตใจในสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้ได้เป็นอย่างดี “เพราะศิลปะจรรโลงใจมนุษย์ได้เสมอ” ศิลปะเป็นศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดอีกแขนงหนึ่งของโลกที่แตกแขนงแยกย่อยได้หลากสาขา และการใช้ศิลปะช่วยประคับประคองจิตใจมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร ถ้าย้อนไปในอดีตจะรู้ว่าศิลปะกำเนิดขึ้นเนิ่นนานแล้ว นับเป็นผลผลิตของศิลปินที่สะท้อนความรู้สึกนึกคิด ตัวตน และแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานของพวกเขา ศิลปะเคยเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนหิ้งและสงวนไว้แด่ชนชั้นสูง เคยเป็นเครื่องมือระบายระบอบอยุติธรรม ตีแผ่ความแออัดยัดเยียด และเสียดสีตบหน้าความร้ายกาจคนในของสังคม แต่อีกด้านหนึ่งศิลปะคือสีสันที่ช่วยจรรโลงจิตใจมนุษย์และยังคงเป็นเช่นนั้นจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยที่มนุษย์ปราศจากความหวัง พ่ายแพ้หมดรูป และหมดสิ้นกำลังจะเดินต่อ ศิลปะเข้ามาช่วยค้ำจุนและพยุงมวลมนุษย์ให้อยู่ในร่องในรอยได้เสมอ อาจเป็นภาพถ่ายที่ทำให้ฉุกคิด จิตรกรรมฝาผนังแฝงนัยต่างยุค โคลงกวีที่ซ่อนวลีกินใจ หรือแม้แต่ภาพวาดศิลปะทั่วไปที่เรารู้จักดี เมื่อโลกหมุนรอบตัวเองและเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคที่ทันสมัยขึ้น เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากลายเป็นเครื่องมือเปิดโอกาสให้คนได้เสพงานศิลปะ ท่องโลกอินเทอร์เน็ตไปชมผลงานเจ๋ง ๆ ทั่วมุมโลก รวมทั้งเรียนศิลปะผ่านออนไลน์ได้ง่าย ๆ แม้ไม่ต้องออกไปไหน เดินชมงานศิลปะเสมือนจริงด้วย Google Arts
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่กำลังเสาะหานาฬิกาเรือนใหม่ให้กับตัวเอง ถ้าคุณเป็นแฟนเดนตายของแบรนด์รถยนต์อย่าง Porsche โดยเฉพาะโมเดล 911 เราโคตรจะมั่นใจว่าเรือนเวลารุ่นล่าสุดจาก Porsche Design อย่าง 1919 Chronotimer Flyback ที่มาในโทนสีน้ำเงินเข้มรุ่นนี้คือคำตอบที่ตรงความต้องการอย่างแน่นอน ปี 2018 Porsche Design เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ในชื่อ 1919 Chronotimer Flyback เป็นครั้งแรกซึ่งเปิดตัวพร้อมหน้าปัดและสายหนังสีน้ำตาล มาถึงปี 2020 พวกเขาจับนาฬิการุ่นดังกล่าวมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับวัสดุและสีพิเศษที่ใช้ในรถรุ่นเรือธงของค่ายอย่าง 911 1919 Chronotimer Flyback ‘Blue&Leather’ มาพร้อมหน้าปัดขนาด 42 mm ที่มีพื้นหลังเป็นสีน้ำเงิน ได้รับแรงบันดาลใจออกแบบมาจาก Dashboard ของ 911 ตัวเรือนผลิตจากวัสดุไทเทเนียม 100 เปอร์เซ็นต์ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบากว่าตัวเรือนจากแสตนเลส สตีลถึง 46 เปอร์เซ็นต์ หน้าปัดทำจากวัสดุกระจกแซฟไฟร์คริสตัลสามารถป้องกันรอยขีดข่วนและอ่านเวลาได้ชัดเจนในที่มีแสงจ้า อีกความพิเศษของนาฬิกาเรือนนี้คือ สายรัดข้อมือที่ทำมาจากหนังลูกวัวชั้นดีพื้นผิวนุ่มสีกรมท่า เก็บรายละเอียดด้วยเส้นด้ายสีเทาซึ่งเป็นหนังแท้ที่ใช้งานเฉพาะในห้องโดยสารของ Porsche 911 เท่านั้น ถือเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่อยากครอบครองเพราะจะได้สัมผัสความพิเศษนี้ทุกวันผ่านการใช้งานนาฬิกาข้อมือ
หนุ่มที่ติดตามวงการไฮเปอร์คาร์หลายคนคงทราบข่าวการเปิดตัวรถยนต์คันใหม่ของ Koenigsegg (คอนิกเส็กก์) เป็นรุ่นพัฒนาต่อจาก Jesko โดยใช้ชื่อว่า Jesko Absolut (เจสโก แอปซอรูท) ที่มากับข่าวลือว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 500 กิโลเมตร/ชั่วโมง Koenigsegg เปิดตัว Jesko Absolut แบบออนไลน์เพื่อเลี่ยงไวรัสหลังงาน Geneva Motor Show ถูกยกเลิกไป โดยยนตรกรรมคันใหม่ของพวกเขาถูกพัฒนาให้สมบูรณ์แบบทั้งเรื่องอากาศพลศาสตร์และขุมพลังซึ่งจะทำให้มันกลายเป็นไฮเปอร์คาร์ที่พุ่งทะยานบนท้องถนนได้เร็วสุดเท่าที่เคยผลิตมาของค่าย Jesko Absolut มากับงานดีไซน์ด้านหน้าเป็นช่องลมขนาดใหญ่ รวมถึงช่องอากาศ 2 ช่องด้านข้างตัวรถเหมือนกับใน Jesko รุ่นปกติ อย่างไรก็ตามดีไซน์ด้านหลังถูกเปลี่ยนใหม่โดยเลือกถอดปีกขนาดใหญ่ออกไป และแทนที่ด้วยครีบแนวตั้ง 2 ตัวที่ช่วยในการควบคุมรถได้ดีขึ้นในขณะที่โลดแล่นบนท้องถนนด้วยความเร็วสูง โครงสร้างตัวถังของ Jesko Absolut คันนี้ เป็นแบบ Monocoque ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างคาร์บอนไฟเบอร์และเคฟลาร์ ขณะที่ระบบ Aerodynamics ก็ได้รับการพัฒนาใหม่ก็ทำให้ Jesko Absolut มีค่าแรงต้านอากาศที่ 0.278 Cd เท่านั้น รวมถึงมีค่า Downforce ในความเร็ว 250
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่หรือ COVID-19 ดูเหมือนจะยังคงขยายวงอย่างต่อเนื่อง เราทุกคนจึงต้องใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีสติ และการรู้จักดูแลรักษาความสะอาดให้กับตัวเองรวมถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ปลอดภัยจากไวรัสอยู่เสมอ “รถยนต์” คือหนึ่งในสิ่งที่ผู้ชายอย่างเราควรให้ความสำคัญในการดูแลความสะอาดมากที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ เพราะหลายคนใช้งานรถยนต์ส่วนตัวเกือบจะเป็นเรื่องประจำวัน และหลายครั้งมีเพื่อนในออฟฟิศรวมถึงคนในครอบครัวที่ใช้งานไปพร้อมกัน การรักษาความสะอาดทั้งภายในและภายนอกตัวรถเป็นเรื่องจึงเป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้ และต้องทำทุก ๆ วัน แต่เบื้องต้นวิธีไหนจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดมาเรียนรู้ไปพร้อมกัน ปกติแล้วรถยนต์ของเราจะไม่มีความเสี่ยงจากไวรัสโคโรน่า หากไม่เคยมีบุคคลที่ป่วยหรือสัมผัสเชื้อมาร่วมใช้งานด้วย อย่างไรก็ตามการความสะอาดส่วนต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารจะช่วยให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นทุกครั้งที่ขับขี่ เพราะเราไม่รู้เลยว่าจะวันหนึ่งจะมีใครที่นำไวรัสเข้ามาปนเปื้อนภายในห้องโดยสารที่ใช้งานทุกวัน กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เผยแพร่ข้อมูลที่ว่าไวรัสโควิด-19 สามารถมีชีวิตอยู่บนวัสดุ เช่น พื้น โต๊ะ ลูกบิดประตูนาน 7-8 ชั่วโมง สามารถติดอยู่บนผ้านาน 8-12 ชั่วโมงและวัสดุผิวเรียบนาน 24-48 ชั่วโมง ซึ่งวัสดุและพื้นผิวหลายชนิดเหมือนกับวัสดุที่ใช้ภายในรถยนต์ การทำความสะอาดแต่ละส่วนจึงแตกต่างกันออกไป ควรใช้อะไรทำความสะอาดรถยนต์ ? ห้องโดยสารรถยนต์ประกอบไปด้วยวัสดุและพื้นผิวที่แตกต่างกัน ทั้งพลาสติก หนัง ยางและผ้า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคที่มีแอลกอฮอล์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นที่สิ่งที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดไวรัสได้ ขณะเดียวกันในพื้นผิวที่บอบบางต่อแอลกอฮอล์ทุกคนสามารถใช้น้ำสบู่ในการเช็ดทำความสะอาดเบื้องต้นได้เช่นกัน ขณะเดียวกันแนะนำว่าไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาว หรือส่วนประกอบของ Hydrogen peroxide ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับเบาะหนังและพลาสติกภายในห้องโดยสาร รวมถึงไม่ควรน้ำยาเช็ดกระจกสีฟ้าที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียมาใช้ทำความสะอาด Dashboard
เสื้อผ้าสำหรับบางคนอาจจะมองว่าเป็นอุตสาหกรรมใส่แล้วทิ้ง สร้างขยะ แต่สำหรับผู้ชายเราที่ไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนบ่อยและไม่ได้ตามเก็บทุกคอลเลกชันของแบรนด์โปรดขนาดนั้น เรารู้ดีว่าเราจะเลือกเสื้อทน ๆ อยู่กันยาว ๆ มากกว่าเสื้อสวย ๆ ส่วนเงินที่เหลือก็เก็บไว้ซื้อ gadgets ล้ำ ๆ หรือ Toy boy ที่ชอบแทน แต่ถ้ามีเสื้อที่ผลิตมาโดยเคลมว่า “มันทนทานอยู่ได้เป็น 100 ปี” ล่ะ เราจะยังกล้าซื้อมาใส่อยู่ไหม เพราะไม่รู้ว่าระหว่างเรากับเสื้ออะไรจะตายจากกันไปก่อน หรือเราจะเบื่อมันก่อนไหม เพราะยังไงเสีย มันก็ไม่มีทางพังในชั่วอายุขัยของเราแน่นอน VOLLEBAK ผู้เชี่ยวชาญการผลิตเสื้อผ้าได้ผลิตเสื้อ “100 Year Hoodie” โดยเริ่มรุ่นแรกตั้งแต่ปี 2017 และรุ่นล่าสุด (รุ่นที่ 3) ใช้เวลาวิจัยกว่า 2 ปี และผลิตชุดอย่างประณีตอีก 40 สัปดาห์ ในที่สุดผลงานเสื้อฮู้ดพันธุ์แกร่งรุ่นที่ 3 ก็ออกมาให้ยลโฉม พร้อมสั่งซื้อไปใช้งาน โดยการันตีความทนทานว่ามันจะอยู่ได้นานเป็น 100 ปีและทดสอบให้เห็นจะจะ ชนิดคนรักเสื้อเห็นแล้วรู้สึกสงสารแทน คุณสมบัติกว่าจะเป็นรุ่นที่ 3 100 Year
เชื่อว่ามีหนุ่ม ๆ จำนวนไม่น้อยที่ชื่นชมผลงานซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ที่ผลิตโดย Bugatti ค่ายรถยนต์สมรรถนะสูงจากประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะรถตระกูล Chiron ที่เคยครองสถิติความเร็วระดับโลกหลายต่อรุ่น ล่าสุดกับรุ่นพัฒนาใหม่ที่แม้ไม่เป็นที่สุดในโลกในเรื่องความเร็ว แต่เชื่อเถอะว่าจากจำนวนแรงม้าที่มี Bugatti คันนี้ก็ไม่มีใครเร่งให้ทันได้ง่าย ๆ แน่นอน เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีของเหล่าสาวก เพราะปลายปี 2020 นี้ Bugatti เตรียมปล่อยไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ของค่ายที่ถูกพัฒนาให้มีศักยภาพมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นขุมพลัง ชุดเกียร์ รวมไปงานดีไซน์ซึ่งช่วยให้ระบบอากาศพลวัตทำงานได้ที่ดีขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะในแต่ละจุดจะเป็นยังไง มาชมไปพร้อมกัน Chiron Pur Sport คือรถยนต์รุ่นพัฒนาล่าสุดจาก Bugatti โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่ขึ้นงานตัวอย่างด้วย VR Technology แทนการใช้ดินเหนียวทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นช่องอากาศด้านหน้ารถรูปเกือกม้าขนาดใหญ่ที่มีกราฟิกเลข 16 ตกแต่งไว้ข้างใน ฝากระโปรงทรง 3 เหลี่ยมที่มาบรรจบกันด้านหน้า พร้อมกับกราฟิกสีดำที่ลากตัดด้านยาวตัวรถ หากมองด้านข้าง Chiron Pur Sport เป็นส่วนผสมระหว่างสีน้ำเงินและสีดำ ไล่ตั้งแต่สเกิร์ตหน้าพาดยาวผ่านช่องลมด้านข้างตัวรถไปบรรจบกันที่ส่วนท้ายของตัวรถ ซึ่งเข้ากับล้อแม็กดีไซน์ดุดันสีดำและยาง Michelin Sport Cup 2R อย่างลงตัว ดีไซน์ด้านหลังของ Pur
สำหรับหนุ่มที่หลงใหลในรถยนต์ ปีนี้คงเป็นช่วงที่ทุกคนเพลิดเพลินเป็นพิเศษเพราะมีรถดีไซน์ล้ำ สายพันธุ์แรงจากหลายแบรนด์ถูกปล่อยออกมาให้ชื่นชมความสวยงามกัน และหนึ่งในรถยนต์สุดว้าวที่เราเชื่อว่าหล่อเท่เตะตาใครหลายต่อหลายคน ต้องขอยกให้ยนตรกรรมไร้หลังคาคันใหม่จาก Aston Martin ที่มีชื่อว่า V12 Speedster ไม่รู้ว่ารถยนต์ไม่มีหลังคาเป็นเทรนแห่งอนาคตหรือเป็นรถอีกรูปแบบหนึ่งที่ค่ายต่าง ๆ นัดทำรุ่นพิเศษออกมาประชันกันโดย เพราะก่อนหน้านี้มีรถสไตล์คล้ายกันจากค่ายรถอื่น ๆ เปิดตัวออกมาไม่ว่าจะเป็น Ferrari Monza SP1-SP2, Bentley Mulliner Bacalar และ McLaren Elva ซึ่งทาง Aston Martin เองก็ไม่รอช้าให้ตัวเองเป็นแบรนด์ตกยุคด้วยการปล่อยโมเดล V12 Speedster ตามออกมาติด ๆ V12 Speedster สร้างและพัฒนาโดย Q แผนกสร้างสรรค์รถ Bespoke ของ Aston Martin ใช้แรงบันดาลใจจากโมเดล DBR1 ผู้ชนะการแข่งขัน 24 Hours Le mans ในปี 1959 และ Aston Martin CC100


