หนุ่ม ๆ หลายคนรู้จัก Bugatti Chiron ในฐานะหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ของโลกที่มาพร้อมงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงขุมพลังที่เคยครองตำแหน่งเร็วที่สุดในโลกมาหลายต่อหลายครั้ง และเชื่อว่าหลายคนคงคิดภาพไม่ออก หากเครื่องยนต์ W16 ใต้ฝากระโปรงจะถูกปรับดีไซน์ให้เข้าไปอยู่ในข้อนาฬิกาข้อมือผ่านโปรเจกต์ The Jacob & Co Bugatti Chiron Tourbillon Bugatti ค่ายรถยนต์สมรรถนะสูงจับมือ Jacob & Co สร้างนาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษเพื่อยกย่องสุดยอดยนตรกรรมของค่ายอย่าง Bugatti Chiron ด้วยการหยิบดีไซน์ของเครื่องยนต์ W16 มาปรับเปลี่ยนงานออกแบบลงในนาฬิกาข้อมือโดยใช้ชื่อว่า Bugatti Chiron Tourbillon Bugatti Chiron Tourbillon ถูกออกแบบให้มีหน้าปัดขนาดใหญ่ คล้ายกับ The Twin Turbo Furious Bugatti Edition นาฬิการุ่นฉลองครบรอบ 110 ของค่ายที่เคยทำร่วมกันในปี 2019 แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะดึงดีไซน์ที่โดดเด่นของ Bugatti Chiron มาเล่นบนนาฬิกามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์รูปเกือกม้า ที่ตำแหน่งเข็ม 12 นาฬิกาพร้อมป้าย
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้เห็นคน กลุ่มคนหรือองค์กรต่าง ๆ ออกมาช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อนแบบถ้วนหน้า แต่สำหรับหนุ่มที่หลงใหลในรถยนต์โดยเฉพาะโมเดล Porsche 911 คงไม่มีการช่วยเหลือครั้งไหนน่าสนใจไปกว่า 911 Speedster คันสุดท้ายของเจน 991 ที่หลงเหลืออยู่ กำลังจะถูกนำออกประมูลออนไลน์เพื่อนำเงินไปสนับสนุนองค์กรที่กำลังต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ Porsche จับมือกับ RM Sotheby’s จัดการประมูลการกุศลเอาใจคนรักโมเดล 911 ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเป็น Porsche 911 รุ่นเปิดประทุนคันสุดท้ายของเจเนอเรชันที่ 7 ซึ่งถือเป็นอีกโมเดลไอคอนิกที่หนุ่ม ๆ หลายคนอยากครอบครอง 911 Speedster ในรหัส 991 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 ซึ่งปีที่ Porsche ฉลองครบรอบ 70 การเปิดตัวโมเดล Speedster ในรุ่น 911 โดยรถคันสุดท้ายที่กำลังถูกนำมาประมูลคือหนึ่งเดียวที่ยังไม่มีเจ้าของจากจำนวนทั้งหมด 1,948 คัน 911 Speedster เจเนอเรชันนี้ยังเป็นรถยนต์ที่ผสมผสานจุดเด่นของยนตรกรรมจาก Porsche เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแซสซีจาก Porsche
เพิ่งเปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อตอนปลายเดือนมีนาที่ผ่านมา กับ Huawei P40 Series รุ่นล่าสุดของอีกหนึ่งสมาร์ตโฟนบนพื้นพิภพนี้ที่มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องถ่ายภาพไม่เป็นรองใคร ชนิดที่ว่าเปิดตัวปุ๊บก็สามารถส่งพี่คนกลางอย่าง Huawei P40 Pro ไปทวงบัลลังก์แชมป์สมาร์ตโฟนกล้องแจ่มที่สุดในปัจจุบันจากสำนัก DXOMARK กลับมานอนกอดอีกครั้ง ด้วยคะแนน 128 แต้ม ทิ้งห่างอันดับสองร่วมอย่าง Oppo Find X2 Pro และ Xiaomi Mi 10 Pro อยู่ถึง 4 คะแนนด้วยกัน แต่ก่อนที่จะไปเจาะรายละเอียดเรื่องกล้องเราขอพูดถึงเรื่องของประสิทธิภาพสักเล็กน้อย ซึ่งเราบอกได้เลยว่าแรงหายห่วงสมศักดิ์ศรีซีรีส์เรือธงอย่างแน่นอน เพราะแม้จะเปิดตัวออกมา 3 รุ่นย่อย แต่ Huawei P40, P40 Pro และ P40 Pro+ นั้นมาพร้อมชิปเซ็ต Kirin 990 5G ตัวแรงอันดับต้น ๆ ของวงการสมาร์ตโฟนตอนนี้ พร้อม RAM
ก่อนหน้านี้หลายคนไม่เชื่อว่าเราจะต้องใช้เวลาอยู่บ้านนานนับเดือน ยังคิดกันเอาเองว่าการ WORK FROM HOME หรือทำทุก ๆ อย่าง FROM HOME มันดีจะตาย และคงจะเป็นเรื่องขำ ๆ ที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น แต่มาวันนี้ต้องยอมรับว่าเราคงต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนาน พ่วงมาพร้อมความเครียดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ด้วยความที่เรายังต้องอยู่บ้านนาน ทำให้ระยะนี้มีข้าวของต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้นใหม่ออกมามากมายเพื่อให้การใช้ชีวิตอยู่บ้านตลอดเวลารื่นรมย์มากขึ้น และนี่คือ 5 ไอเทมการอยู่บ้านให้น่าอยู่ที่เราเลือกมา บางอย่างเพื่อตอบโจทย์ความบันเทิง บางอย่างก็เป็นเรื่องความโปรดักทีฟ แต่ไม่ว่าจะชิ้นไหนเราว่าก็ขาดไม่ได้พอกัน ‘THE BEAN’ Samsung Galaxy Buds ถ้าการอยู่บ้านของพวกเรา ไม่ใช่การอยู่คนเดียว แต่ต้องแชร์พื้นที่ร่วมกับคนอื่นในบ้าน ชนิดที่หาความเป็นส่วนตัวและสมาธิไม่ค่อยจะได้ สิ่งแรกที่จำเป็นต้องหามาใช้คือ “หูฟัง” ดี ๆ เพราะการเปิดเพลงคลอสำหรับตัดโลกบางช่วงเวลาจะสร้างสมาธิให้เราได้ ที่สำคัญจังหวะดนตรียังช่วงปรับมู้ดการทำงานและใช้ชีวิตให้มีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าหูฟังธรรมดา เราคงไม่เอามาแนะนำให้เสียเวลา ไอเทมชิ้นแรกจึงขอแนะนำเป็น Samsung Galaxy Buds หน้าตาคล้ายเมล็ดถั่วที่กำลังมาแรงตัวนี้ที่ว่ากันว่ารูปที่เราเห็นอยู่คือภาพหลุด เพราะชิ้นนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาของค่าย Samsung ความเจ๋งอยู่ที่มันเป็นหูฟังประเภท In-ear ที่ออกแบบมาให้พอดีกับทรงใบหูโดยไม่ต้องยัดซิลิโคนเหมือนที่แล้วมา เนื่องจากแต่ละข้างมีลำโพงขนาดเล็ก 2
ในยุคที่เชื้อไวรัส COVID-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก ประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกาเริ่มรับช่วงต่อจากจีนแผ่นดินใหญ่และกลายมาเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้แทน นำมาซึ่งการปิดบางเมืองในกลุ่มเสี่ยง งดประชาชนออกนอกเคหสถาน และเพิ่มมาตรการตรวจสอบข้อมูลรายคนแบบละเอียดยิบ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็เริ่มหยิบยืมความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย เข้ามาช่วยต่อสู้ฟาดฟันกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 มากขึ้น โดยพวกเขาเชื่อว่าเทคโนโลยีอาจเป็นความหวังเดียวที่จะแก้ปัญหาวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากนโยบายเว้นระยะห่างจากสังคมและการประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อจำกัดการออกนอกบ้านของประชาชน อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำลายห่วงโซ่ของการแพร่กระจายไวรัสได้ รัฐบาลของหลายประเทศจึงใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบการเคลื่อนไหว ประเมินความเสี่ยงของผู้ติดเชื้อ รวมถึงยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อไวรัสที่ติดต่อจากคนสู่คน ทำให้ปัญหาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ถูกนำมาใช้งานอย่างหลากหลาย ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ไปจนถึงระบุตัวตนผู้ที่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือแม้แต่อากาศยานไร้คนขับอย่างโดรนที่เรารู้จักกันดี ยังถูกใช้ถ่ายภาพความร้อนเพื่อค้นหาผู้ที่ติดเชื้อไวรัส ตลอดจนพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่ปนเปื้อนได้อย่างปลอดภัย สิงคโปร์กับแอปพลิเคชัน TraceTogether รัฐบาลสิงคโปร์เปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘TraceTogether’ เพื่อติดตามการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสและตรวจสอบว่าผู้ใช้ปฏิสัมพันธ์หรือใกล้ชิดกับใครบ้าง เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้และเจ้าของสมาร์ตโฟน 2 เครื่องอยู่ใกล้กันภายในระยะ 6 ฟุต TraceTogether จะแลกเปลี่ยน temporary ID ระหว่างเครื่องโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลการติดต่อของกันและกันได้ มีเพียงเซิร์ฟเวอร์เท่านั้นที่รู้ว่าเจ้าของสมาร์ตโฟนเครื่องนั้น ๆ เป็นใคร แล้วเมื่อใดที่ตรวจพบเชื้อ COVID-19 เจ้าหน้าที่จะขอเข้าถึงข้อมูลว่าผู้ใช้คนดังกล่าวได้แลกเปลี่ยน temporary ID กับใครไปแล้วบ้าง เพื่อประเมินความเสี่ยงและติดตามการแพร่กระจายของเชื้อต่อไป ฟีเจอร์เจ๋งและความเข้มงวดของรัฐบาลจีน นอกจากประเทศจีนจะใช้ DingTalk,
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลในซูเปอร์คาร์ของค่ายรถยนต์สุดแรงจากอิตาลีอย่าง Ferrari คงจะตื่นเต้นไม่น้อยกับงานเรนเดอร์คอนเซ็ปต์คาร์คันล่าสุดที่ว่ากันว่ามาจะพร้อมเครื่องยนต์ V12 ที่ใช้ชื่อว่า STALLONE STALLONE คือคอนเซ็ปต์ซูเปอร์คาร์ผลงานการออกแบบของ Murray Sharp นักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจดีไซน์รถคันนี้ขึ้นมาเพื่อสืบทอดตำนานความยิ่งใหญ่ของ LaFerrari ด้วยงานออกและระบบอากาศพลศาสตร์ใหม่ที่ลงตัว งานดีไซน์ตั้งแต่หัวจรดท้ายของ STALLONE ได้แรงบันดาลใจดีไซน์โค้งมนสุดคลาสสิกของ Ferrari 250 GTO ผสมรวมกับกลิ่นอายสปอร์ตของ Ferrari F40 ออกมาเป็นรถดีไซน์แห่งอนาคตที่มาพร้อมช่องลมขนาดใหญ่ด้านหน้า และ 2 ช่องเล็กบนฝากระโปรง ทั้งหมดวางอยู่ในตัวถังแบบ Monocoque ด้านข้างตัวรถโดดเด่นด้วยกระจกมองข้างที่ใช้กล้องความละเอียดสูงดีไซน์ยื่นออกจากตัวรถ พร้อมช่องลมด้านข้างขนาดใหญ่ ในขณะที่ส่วนท้ายของตัวรถทั้งกระจกและชุดแต่งได้แรงบันดาลจากโมเดลในตำนานอย่าง Ferrari Rosso Corsa มาพร้อมท่อไอเสียคู่ที่ถูกเอาวางไว้ด้านหลังของหลังคา โดยงานดีไซน์ที่สมบูรณ์แบบของมันทำให้หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือรถที่จะเข้ามาแทนที่สานต่อตำนานของ LaFerrari ให้กับค่ายม้าคะนอง ด้าน Murray Sharp ตั้งใจให้รถคันนี้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับวางเครื่องยนต์ตัวแรงของค่ายกับเครื่องยนต์ V12 ซึ่งเป็นระบบเครื่องยนต์ที่ถูกใช้มาตั้งแต่รถรุ่นเก๋าของค่าย ไม่ว่าจะเป็น 125 S หรือใน 250 GTO ในเวลาต่อมาเครื่องยนต์ V12 ยังถูกพัฒนาและใช้ในซูเปอร์คาร์ตัวกลั่นทั้งในโมเดล
เพิ่งผ่านไปสด ๆ ร้อน แบบล้ำ ๆ เพราะถือเป็นครั้งแรกของ MG ที่เปิดตัวรถใหม่ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งสามารถรับชมได้พร้อมกันทั่วประเทศไทยเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กับการเปิดตัว NEW MG ZS โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเอสยูวี ด้วยอีกขั้นของยนตรกรรมภายใต้นิยาม “SMART UP” ยกระดับ สู่การเป็น “สมาร์ทเอสยูวี ที่เหมาะกับชีวิตสมาร์ทของทุกคน” และเมื่อพูดถึงการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถเอสยูวี เราคงต้องย้อนความไปถึง MG ZS โฉมแรกเมื่อปี 2560 ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนารถยนต์อัจฉริยะ หรือ สมาร์ทคาร์ จากการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการรถยนต์ในเมืองไทย ณ ตอนนั้น กับการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i – SMART ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะระบบแรก และระบบเดียวในโลกที่รองรับการสั่งการในรถด้วยเสียงภาษาไทย ผสานด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ที่สำคัญคือทำราคาให้เข้าถึงได้ง่าย จนทำให้ยอดขายถล่มทลาย พา MG ZS โฉมแรก ขึ้นแท่นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก หรือ B-SUV ด้วยยอดขายสะสมที่มากกว่า 30,000 คัน โดยใช้เวลาเพียง
ขึ้นชื่อว่าเป็นค่ายที่เอารถมาแต่งยังไงก็เท่ จะเลือกหยิบรุ่นไหนของ BMW Motorrad ก็สามารถ Custom แบบการันตีได้ว่าออกมาดีแน่นอน มันจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่หลายสำนักมักจะนำ BMW Motorrad รุ่นต่าง ๆ มาสร้างสรรค์ผลงานแบบ one-off ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะรุ่นพิมพ์นิยมอย่าง R Nine T เช่นเดียวกับผลงานสุด steampunk ล้ำยุคเหมือนหลุดออกมาจากหนัง Sci-fi (โดยเฉพาะ Mad Max) นี่คือ BMW R NineT by Zillers Garage การ Custom แบบ one-off สร้างสรรค์โดย Dmitry Golubchikov แห่งเมือง Moscow ชายผู้เคยสร้างผลงานที่ทำให้วงการ Custom ต้องตะลึกมาแล้วในการแข่งขัน AMD World Champion of bike building โดยมีผลงานชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘Insomnia.’
บางคนซื้อ Supercar เอาไว้ขับ ในขณะที่คนอีกจำนวนมากซื้อ Supercar เอาไว้สะสมหรือทำกำไร ส่วนใหญ่รถ Supercar คันงามจึงถูกจอดเก็บมากกว่าจะถูกขับออกไปบนถนน ซึ่งโอกาสในการนำรถราคาแพงระยับออกไปใช้งานก็ค่อนข้างน้อยและมีความเสี่ยงสูง ยิ่งในประเทศไทยยิ่งต้องสำรวจเส้นทางกันให้ดีก่อนเสมอ แต่ไม่ว่าคุณจะซื้อ Supercar ด้วยเหตุผลข้อไหน สิ่งที่เรามีเหมือนกันคือความหลงใหลในความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก ที่สวยจนสามารถใช้เป็นงานศิลป์ชิ้นใหญ่สำหรับตกแต่งบ้านได้ ซึ่งคงจะดีกว่าการจอดเก็บอยู่ในที่จอดรถแบบปิดที่ไม่มีใครมองเห็น แม้แต่เจ้าของรถเองด้วย และเสียงเรียกร้องของบรรดาผู้ครอบครอง Supercar ทำให้เกิดเทรนด์การออกแบบสถาปัตยกรรมที่กำลังมาแรง นั่นคือ Supercar Capsule และมีบริษัทมากมายที่เกิดขึ้นเพื่อการออกแบบที่จอดรถโดยเฉพาะ หรือแม้แต่ค่ายรถยนต์ผู้ผลิต Supercar เอง ก็มีบริการออกแบบที่จอดรถเพื่อความโดดเด่นของรถคันนั้นอีกด้วย หนึ่งในบริษัทเกิดใหม่ที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบที่จอดรถก็คือ Superfuturedesign สตูดิโอออกแบบใน Dubai ร่วมงานกับ ASZarchitetti Group จาก Italy นำเสนอ Interior design service ที่เน้นออกแบบจุดจอดรถ Supercars ทั้งภายในและนอกบ้าน ให้กลายเป็น Personal Showroom โดยดึงจุดเด่นจากคาแรคเตอร์ของรถ รวมถึงเจ้าของบ้าน และสิ่งแวดล้อมในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้แสงไฟ โทนสี วัสดุตกแต่ง จนกลายเป็นที่จอดรถที่คุณสามารถนั่งมองอย่างผ่อนคลายได้ทุกวัน
เมื่อโลกถูก disrupted โดย Coronavirus ส่งผลให้พวกเราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเรื่องงาน การสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือการพูดคุยหวานซึ้งกับคู่รัก ซึ่งแต่ละการใช้งานย่อมมีดีกรีของความลับ ความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าพื้นที่การสนทนาที่ควรจะเป็นส่วนตัวผ่านโปรแกรม Zoom กลับถูกพบว่ามีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย จน Hacker ทั่วโลกเจาะระบบเข้าไปก่อกวนการ Video call ของพวกเราได้อย่างง่ายดาย น่าจะเป็นปัญหาที่พวกเราต้องรู้เอาไว้ก่อนใช้งานครั้งต่อไป แม้ในบ้านเราอาจจะยังไม่รู้จักกับคำว่า Zoom Bombing แต่ในอเมริกา มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับจำนวนคดีที่ถูกแจ้งเข้ามาเนื่องจาก Hacker เจาะระบบ Zoom เข้าไปก่อกวนในห้อง Video call พุ่งสูงขึ้นเป็นเทรนด์เดียวกับจำนวนผู้ใช้งาน Zoom ที่พุ่งสูงขึ้นเช่นเดียวกัน จินตนาการว่าคุณกำลังประชุมสำคัญกับผู้บริหารและลูกค้าระดับสูง ทันใดนั้นกลับมีคนแปลกหน้าส่งรูปโป๊ หรือตะโกนด่าทอด้วยคำหยาบคาย ทำให้การประชุมต้องล้มเลิกไป หรืออีกกรณีที่นักศึกษากำลัง present งานกับอาจารย์และเพื่อนในห้องผ่าน Zoom แต่กลับโดนก่อกวนด้วยคนแปลกหน้าที่ด่าเหยียดชาติกำเนิดจนการประชุมต้องล้มเลิกไป อาจจะทำไปเพื่อความสะใจ และยังอาจจะโดน Hack ข้อมูลลับ Password หรือโดนควบคุมเครื่องระยะไกล ทั้งหมดนี้คือ Cyberattack รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Zoom Bombing” นั่นเอง
เปิดตัว Range Rover 2 รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น Range Rover Sport Plug-in Hybrid HSE Plus และ New Land Rover Discovery Sport รถยนต์เอสยูวีขนาดใหญ่ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมอย่าง Range Rover Sport Plug-in Hybrid ที่สามารถขับขี่บนถนนปกติและในเส้นทางออฟโรด กับความหรูหราผ่านการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียม ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เลือกมีการใช้งานที่หลายหลาก ไม่เพียงขับในเมืองแต่มีการใช้การบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่เพื่อขับขี่ไปนอกเมือง หรือการขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน Range Rover Sport Plug-in Hybrid HSE Plus มีการปรับออฟชั่นให้เหมาะสมกับการใช้งานในลักษณะที่แตกต่างเพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 5.699 ล้านบาท ออฟชั่นประกอบด้วย ล้ออัลลอยด์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว เพิ่มความสง่าและสวยงามของรูปโฉมภายนอก พร้อมเทคโนโลยีหลอดไฟหน้า Matrix LED สามารถปรับการทำงานตามสภาพการขับขี่อัตโนมัติไม่รบกวนรถที่วิ่งสวนมา ด้านความปลอดภัยขั้นสูง อาทิ ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดบอดสายตา ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพ รอบทิศทาง
ในบรรดาค่ายรถผู้ผลิตยนตรกรรมระดับโลก คงต้องยอมรับว่า BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) เป็นหนึ่งในค่ายที่ให้ความสำคัญกับการขับขี่รถยนต์หรูหราล้ำสมัยไปพร้อมกับการขับเคลื่อนผลงานศิลปะที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้รังสรรค์ ตั้งแต่ปี 1975 ที่ Hervé Poulain นักแข่งรถและนักประมูลรถชาวฝรั่งเศสได้ริเริ่มโปรเจกต์ ‘BMW Art Cars’ เอาไว้ นับแต่นั้นบริบทของศิลปะก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ผลงานศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนผืนผ้าใบหรือในพิพิธภัณฑ์ชื่อก้องโลกอีกต่อไป หากสอดแทรกอยู่แทบทุกที่รอบตัว แม้แต่บนหลังคา ปีก หรือฝากระโปรงของรถยนต์ BMW ก็ตาม Hervé Poulain ชวนศิลปินหลากหลายแขนงทั่วโลกมาร่วมสร้างผลงานศิลปะเฉพาะตัว เนรมิตยานพาหนะเพื่อการขับขี่ให้กลายเป็นผ้าใบผืนใหญ่ และเปิดโอกาสให้เหล่าศิลปินใช้พื้นที่ว่างรังสรรค์ศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์และตัวตนของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น Alexander Calder, Frank Stella, Roy Lichtenstein หรือแม้แต่ Andy Warhol ล้วนเคยสร้างผลงาน BMW Art Cars ในแบบฉบับของตัวเองมาแล้วทั้งนั้น พวกเขาระเบิดความคิดสร้างสรรค์และถ่ายทอดทักษะความสามารถลงบนโมเดลรถยนต์ค่ายใบพัดฟ้าจนเป็นตำนาน ซึ่งปัจจุบันมี BMW Art Cars รวมทั้งสิ้น 19 คันทั่วโลก ‘BMW Unbound World of


