หากตำนานนักแสดงอย่าง Bruce Lee ยังมีชีวิตอยู่ในปีนี้เขาจะมีอายุครบ 80 ปี ซึ่งค่ายนาฬิกาอย่าง Casio ต้องการให้เกียรตินักแสดงผู้ล่วงลับที่มีส่วนสำคัญในการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้และวัฒนธรรมตะวันออกให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยนาฬิการุ่นพิเศษของค่าย Casio Bruce Lee Edition มีพื้นฐานมาจากนาฬิการุ่น MRG-G2000 เรือนเวลารุ่นไฮเอนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องวัสดุและเทคโนโลยีที่ในการผลิตออกมาเป็น Casio MRG-G2000BL-9A โดยตัวอักษร BL ต่อท้ายรหัสย่อมาจาก Bruce Lee MRG-G2000BL-9A “Bruce Lee Edition” เต็มไปด้วยงานดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากยอดนักบู๊ ตั้งแต่สีที่ใช้สายเรซินสีเหลืองและตัวเรือนสีดำตามสีชุดวอร์มในตำนานของ Bruce Lee ตอนที่แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Game Of Death ส่วนของหน้าปัดใช้เป็นสีเหลืองและแดง ตัวแทนของ Jeet Kune do ศิลปะการต่อสู้ที่คิดค้นขึ้นโดย Bruce Lee พื้นผิวขอบตัวเรือนเคลือบด้วย Diamond Like Carbon (DLC) รับรองความทนทานต่อการขีดข่วน แกะสลักเป็นตัวอักษรภาษาจีน 12 คำหมายถึงหลักการสำคัญ 12 อย่างของศิลปะการต่อสู้ Jeet
ในขณะที่อยู่บนท้องถนน คุณอาจจะเห็น Mercedes-Benz หรือ BMW ทุกรุ่นจนชินตา แต่ทุกครั้งที่เราเห็นรถยนต์ Audi บางรุ่น ที่แม้ราคาจะไม่ได้แพงระยับ มันกลับทำให้เราตื่นเต้นจนต้องถ่ายรูปเก็บเอาไว้ โดยเฉพาะรถในตระกูลทรง Avant ที่มีเสน่ห์และน่าสนใจกว่ารถ SUV หรือ Sedan ทั่วไป รวมถึงการตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุม ในลุคที่สุดจะดุดันของ Audi A6 Avant ไม่บ่อยนักที่เราจะฟันธงได้ตั้งแต่เริ่มรีวิว เพราะตลอดเวลาที่เราได้ขับมัน นี่คือรถอีกหนึ่งคันที่เรารู้สึกประทับใจจนอยากจะแนะนำให้ทุกคนไปลองขับดูให้ได้ เพราะเมื่อเทียบราคาในตลาดกับสิ่งที่ได้จาก Audi A6 (C8) Avant 45 TFSI S-Line Black Edition นั้น ค่าตัว 4.29 ล้านบาท ถือว่าไม่แพงเลย เหตุผลที่รถทรง Avant มีเสน่ห์ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความแตกต่าง เนื่องจากจำนวนรถที่มีไม่มากบนท้องถนน จึงตกเป็นเป้าหมายของนักสะสมอยู่เสมอ ส่งผลให้ราคาของมันแข็งกว่าเมื่อเทียบกับรถ SUV หรือ Sedan 4 ประตู รวมถึงการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ แถมแต่งยังไงก็หล่อ
การใช้ชีวิตก็คงแทบไม่ต่างอะไรจากการเดินทางผจญภัย อาจมีบางครั้งที่เราขับเคลื่อนชีวิตราบรื่นไปบนถนนราบเรียบที่ถนัด แต่บางทีก็ต้องเผชิญถนนขรุขระที่ท้าทายและไม่ชอบใจ แต่ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายอย่างเราคงรู้สึกจำเจไม่น้อยเลย ถ้าไม่กล้าขับออกจากถนนเส้นเดิม ๆ เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจหรือประสบการณ์แปลกใหม่ที่รอคุณอยู่ในอีกเส้นทางหนึ่ง แล้วจะดีแค่ไหนถ้ามีทริปเจ๋ง ๆ ที่พาคุณออกเดินทางไปท่องเที่ยวต่างแดน มอบประสบการณ์ขับขี่ระดับโคตรมันส์ และตื่นเต้นเร้าใจจนทำคุณเกือบลืมหายใจไปชั่วขณะ อัยเยโพล่ก (Arjeplog) จุดหมายปลายทางของนักล่าแสงเหนือ สวีเดนไม่ได้โด่งดังแค่ชนเผ่านักเดินเรือไวกิงระดับตำนาน แต่ประเทศกลุ่มนอร์ดิกบนคาบสมุทรสแกนดิเนเวียแห่งนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักล่าแสงเหนือทั่วโลก โดยเฉพาะ อัยเยโพล่ก (Arjeplog) เมืองทางตอนเหนือของสวีเดนที่มีแสงเหนือให้เห็นมากถึง 200 วัน/ปี นอกจากที่นี่จะเป็นจุดชมแสงเหนือยอดนิยม อัยเยโพล่กยังได้ชื่อว่าเป็นสนามทดสอบรถยนต์ฤดูหนาวที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย รวมปรากฏการณ์น่าอัศจรรย์ของธรรมชาติและกิจกรรมโลดโผนที่ผู้ชายเราหลงใหลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว JOY GO ///M ON ICE 2020 – Arjeplog ทริปในฝันและประสบการณ์ขับขี่ที่ลืมไม่ลง ท่ามกลางมวลหิมะที่ปกคลุมและอุณหภูมิเย็นยะเยือกของอัยเยโพล่ก บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดทริป ‘JOY GO ///M ON ICE 2020 – Arjeplog’ เมื่อวันที่ 28 มกราคมถึง 4 กุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมาชวนสาวก
Czinger ค่ายผลิตซูเปอร์คาร์จากแคลิฟอร์เนียเปิดตัวไฮเปอร์คาร์คันล่าสุดของค่ายในชื่อ 21C โดยผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง Kevin Czinger ได้นำเทคโนโลยี 3D-Printing มาร่วมใช้งานเพื่อให้ได้โครงสร้างรถที่มีน้ำหนักเบาที่สุด งาน 3D-Printed เข้ามีส่วนช่วยในขั้นตอนการสร้างชิ้นส่วน Czinger 21C เกือบทั้งหมดตั้งแต่โครงยึดช่วงล่าง โครงสร้างกระจกด้านหน้า ไปจนถึงแผงหน้าปัดภายในตัวรถ ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์และอลูมิเนียมที่แข็งแกร่งทนทานแต่มีน้ำหนักเบา ดีไซน์ของ 21C ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะห้องโดยสารที่โค้งมนเป็นวงรี ด้านหน้ามีช่องดูดอากาศที่เชื่อมต่อกับซุ้มล้อขนาดใหญ่ หลังล้อหน้ามีช่องอากาศซึ่งจะปล่อยลมต่อไปยังช่องอากาศขนาดใหญ่ตรงซุ้มล้อหลังต่อไป ด้านหลังเป็นตะแกรงขนาดใหญ่และใช้ท้ายเป็นเล็กที่โฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารของ CZinger 21C เป็นที่นั่งแบบ 1+1 คล้ายกับการนั่งซูเปอร์ไบค์ เพราะเน้นให้ประสบการณ์ตรงกับตัวผู้ขับขี่มากที่สุด ด้านขุมพลัง Czinger 21C เป็นไฮบริด ไฮเปอร์คาร์ที่มาพร้อมเครื่องไฮบริดที่มีพลัง 1250 แรงม้าและชุดเกียร์ 7-speed Transaxle เมื่อยกมาวางในรถรุ่นไลต์เวท Czinger เคลมว่าขุมพลังนี้ทำให้ 21C มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาที วิ่งควอเตอร์ไมล์ในเวลาเพียง 8.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 460 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ถ้าจะพูดถึงแบรนด์นาฬิกาคุณภาพที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์งานดีไซน์เฉพาะตัว กลไกการเดินเข็มที่ได้มาตรฐาน และมีชื่อเสียงระดับตำนานในแวดวงนาฬิกาโลก คงจะลืมชื่อของ ‘Seiko’ แบรนด์นาฬิกาจากแดนอาทิตย์อุทัยไปไม่ได้เลย แม้ Seiko จะมีประวัติศาสตร์ยาวนานและโลดแล่นเดินเข็มอยู่ในวงการนาฬิกามาเกือบ 140 ปี แต่แบรนด์นาฬิการายนี้ก็ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเรือนเวลาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากที่เริ่มต้นปี 2020 ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันนาฬิกาดำน้ำในตระกูล ‘Black Series’ ของไลน์อัป Seiko Prospex ก็ทำเอาหนุ่ม ๆ ทั่วโลกอยู่ไม่ติดเก้าอี้และกาปฏิทินรอวันวางจำหน่ายที่จะมาในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมปี 2020 นี้ แล้วตอนนี้ Seiko ก็ทำเราเซอร์ไพรส์อีกครั้ง เพราะบริษัท ไซโก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกา Seiko เตรียมขยายฐานการผลิตและประกาศเปิด Pop-up Store แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ Pop-up Store แห่งนี้จะตั้งอยู่ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น M แหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสินค้าแฟชั่นยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ ภายในร้าน Seiko Pop-up Store มาพร้อมงานดีไซน์สุดเท่ ประดับตกแต่งร้านด้วย LED Track Light และโครงเหล็กสีดำเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเรือนเวลาจาก
BMW เปิดตัวอาร์ตคาร์คันล่าสุดของค่ายครั้งนี้กับสายพันธุ์แรงอย่าง M2 โดยได้ตำนานสตรีตอาร์ตจากนิวยอร์กอย่าง Leonard Hilton McGurr หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Futura BMW Art Cars โปรเจ็คต์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1975 จากแนวคิดของ Herve Poulain นักแข่งรถชาวฝรั่งเศสที่ต้องการถ่ายทอดผลงานศิลปะลงบนรถยนต์ ก่อนให้กำเนิดอาร์ตคาร์คันแรกเป็น BMW 3.0 CSL รุ่นปี 1975 ซึ่งเป็นรถที่ Herve Poulain ใช้ในการแข่งขัน Le Mans และศิลปินในครั้งนั้นคือ Alexander Calder เพื่อนของเขานั่นเอง นับจากนั้นมา BMW Art Cars กลายเป็นโปรเจ็กต์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีศิลปินระดับโลกร่วมฝากผลงานของตัวเองลงบนยนตรกรรมของ BMW มากมายไม่ว่าจะเป็น David Hockney, Roy Lichtenstein, Frank Stella และ Andy Warhol ล่าสุดเป็นผลงานของศิลปินสตรีตสุดเก๋าอย่าง Futura ที่ใช้ชื่อว่า BMW x
หนุ่ม ๆ ที่หลงใหลในรถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะจากค่าย Ducati เตรียมตัวต้อนรับโมเดล 2 ล้อคันใหม่ล่าสุดของค่ายในฐานะรถที่ทรงพลังที่สุดของค่ายบิ๊กไบค์จากอิตาลี ชื่อของมันคือ Superleggera V4 (ซูเปอร์เลกจีรา วีโฟร์) ผ่านเวลามา 2 ปีหลังจากเปิดตัว Panigale V4 ที่ทรงพลัง แต่ดูเหมือน Ducati ยังต้องการผลิตรถที่มีพลังเพิ่มขึ้นเสมอ ล่าสุดพวกเขาพัฒนาโมเดล Superleggera V4 ที่จะเข้ามารั้งตำแหน่งโมเดลที่เร็วที่สุดของค่าย และมีแผนจะผลิตเพียง 500 คันเท่านั้นโดยแต่ละคันจะมีหมายเลข xxx-500 เป็นของตัวเอง Superleggera V4 เป็นรถที่ทีมนักออกแบบและวิศวกรของ Ducati ตั้งใจพัฒนาให้เป็นรถที่ล้ำสมัยทั้งเรื่องการวัสดุและงานดีไซน์ ใช้งานออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ GP16 Aerodynamic Design ที่ขึ้นชื่อว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดของ Ducati ในปัจจุบัน วัสดุใน Superleggera V4 เป็นส่วนผสมระหว่างคาร์บอนไฟเบอร์ ไทเทเนียม และแมกนีเซียม รถคันนี้เป็นโมเดล 2 ล้อที่สามารถวิ่งบนท้องถนนได้ถูกต้องตามกฎหมายคันเดียวที่มีโครงสร้างตัวถังเป็นคาร์บอนไฟเบอร์เหมือนกับรถแข่งในสนามโดยไม่ต้องปรับแต่งอะไร โปรเจ็กต์นี้ Ducati ยังร่วมมือกับ Ohlins
ในยุคเทคโนโลยีเฟื่องฟูที่ระบบสตรีมมิงเพลงกำลังนิยมอย่างตอนนี้ น่าแปลกที่ทำไมผู้ชายบางยังหลงรักความคลาสสิกของเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่า ๆ และแปลกยิ่งกว่านั้นเมื่อแผ่นไวนิลกลายเป็นของหายากและมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ตอนแรกจะคิดว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงและแผ่นไวนิลคู่หู คงเป็นสิ่งของกระแสนิยมที่เข้ามาและจากไปในเร็ววัน แต่ช่วงไม่กี่ปีให้หลังดูเหมือนว่าเสียงเพลงอันเกิดจากการวางหัวเข็มลงบนร่องไวนิล ดังกึกก้องและเข้าไปอยู่ในใจผู้ชายหลายคนจนอยากซื้อสักเครื่องมาไว้ในครอบครอง เมื่อไม่กี่วันมานี้ Gearbox เปิดตัว ‘Gearbox MKII Transparent Turntable’ เครื่องเล่นแผ่นเสียงสุดเท่ ที่ใช้เคสโปร่งใสห่อหุ้มและสามารถมองเห็นกลไกการทำงานของเครื่องจักรได้เต็มสองตา แม้จานเสียงของเครื่องจะได้แรงบันดาลใจมาจาก Braun PC 3 SV ของ Dieter Rams เครื่องเล่นแผ่นเสียงไอคอนิกแห่งปี 1955 แต่ Gearbox MKII Transparent Turntable ดีไซน์ขนาดมาให้กะทัดรัดกว่า ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ Gearbox สร้างเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบโปร่งใส แต่บอกเลยว่าครั้งนี้พวกเขาอัปเกรดสเปกให้เจ๋งขึ้นกว่าเดิมเยอะ ตัวหัวเข็มดีไซน์ด้วยลูกรอกอลูมิเนียมและใช้สายพานที่แข็งแรงทนทาน ช่วยให้เล่นแผ่นไวนิลได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพ นอกจากนั้นยังผสมผสานระหว่างเครื่องเล่นเก่าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่เข้าด้วยกัน รองรับระบบบลูทูธให้หนุ่ม ๆ สตรีมเพลงไวนิลและส่งไปยังลำโพงไร้สายเพื่อกระจายเสียง Gearbox MKII Transparent Turntable ยังมีเทคโนโลยีจดจำเพลงออนบอร์ดที่สามารถระบุและส่งแทร็กจากคอลเลกชันไวนิลของคุณไปยังเพลย์ลิสต์บน Spotify ได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งยังมีปลั๊ก RCA สำหรับเชื่อมต่อกับลำโพงแบบมีสายได้อีกด้วย ไม่เพียงให้เสียงที่ยอดเยี่ยม
ผู้ชายอย่างเราต่างมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพราะเราไม่ได้มองหาเแค่รถยนต์ที่ขับขี่ได้ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการรถยนต์เอนกประสงค์ ทั้งหมดเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้รถยนต์ประเภทซีดาน B-Segment เป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากในเมืองไทย หนึ่งในนั้นคือ All-New Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) รถยนต์ซีดาน B-Segment คันล่าสุดจากนิสสันที่ได้รับการพัฒนาใหม่ตั้งแต่หัวจรดท้ายและถือเป็นโอกาสดีที่ UNLOCKMEN ได้เข้าร่วมการทดสอบรถคันนี้บนเส้นทาง 250 กิโลเมตรจากจังหวัดภูเก็ต-พังงา มาดูกันว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความแตกต่างของตัวเมือง ถนนเลียบทะเลอันดามันและเส้นทางที่คดเคี้ยวของเส้นทางผ่านหุบเขา All-New Nissan Almera จะโชว์สามารถดึงสมรรถนะออกมาให้เราเห็นมาก-น้อยแค่ไหน ก่อนการเดินทางจะเริ่มขึ้น เราขอพาทุกคนมาดูงานออกแบบครั้งใหม่ของรถคันนี้กันก่อน โดยดีไซน์ใหม่ของ All-New Nissan Almera ถือเป็นจุดแข็ง กับความเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนในด้านรูปลักษณ์งานดีไซน์ที่เน้นการใช้งาน สู่การเป็นรถยนต์ที่มีกลิ่นอายความสปอร์ตและทันสมัยมากขึ้น กระจังหน้าทรง V-Motion งานดีไซน์ที่ต่อไปจะเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์จากนิสสันซึ่งเราเคยเห็นมาแล้วใน LEAF ชุดไฟหน้าเป็นแบบ LED พร้อม LED Signature Light ทรงบูมเมอแรงและชุดไฟท้าย Signature Light พร้อมไฟเบรก LED ทรงบูมเมอแรงเหมือนกันถือว่าหล่อลงตัวเลยทีเดียว All-New Nissan Almera มากับความยาวตัวรถ 4495
หนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบยนตรกรรมจากฟอร์ด โดยเฉพาะโมเดลซูเปอร์คาร์อย่าง GT น่าจะถูกใจกับรุ่นพิเศษล่าสุดที่ถูกเปลี่ยนวัสดุตัวถังและล้อแม็กรวมถึงปรับสีให้ดุดันไม่แพ้พลังม้าที่มีใต้ฝากระโปรง และชื่อของมันคือ Ford GT Liquid Carbon Ford GT Liquid Carbon มีพื้นฐานมาจาก Ford GT รุ่นปี 2020 ถูกแผนก Ford Performance หยิบไปปรับแต่งและใส่แรงบันดาลใจจากโมเดล Ford GT Mk ll Track-Only ออกมาเป็น GT ที่มาพร้อมวัสดุคาร์บอนพิเศษสีดำชั้นนอกสุดเคลือบสีเงาเพื่อโชว์เส้นคาร์บอนโดยรอบตัวรถ นอกจากตัวถังคาร์บอนแล้ว Ford GT Liquid Carbon ยังมาพร้อมล้อแม็กคาร์บอนไฟเบอร์ที่ให้ติดมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน น็อตล้อเสริมความแกร่งด้วยไทเทเนียม พร้อมคาลิปเปอร์เบรกให้หนุ่ม ๆ เลือกเพิ่มสีสันให้กับรถคันเก่งถึง 5 สีด้วยกัน นอกจากนี้ผู้สั่งซื้อยังสามารถสั่งคัสตอมฝาครอบกระจกและแถบสีเสริมตามส่วนต่าง ๆ ของตัวรถได้ ถือเป็นการเพิ่มความแตกต่างตั้งแต่ออกจากโรงงานกันไปเลย Liquid Carbon ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่ภายนอกแต่ยังถูกปรับแต่งในเรื่องของสมรรถนะและระบบอากาศพลศาสตร์เพิ่มเติมอีกด้วย โดยเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่อง V6 ตัวใหม่ที่มีพลังเพิ่มขึ้น 13
หนุ่มที่เป็นแฟนสมาร์ตโฟนสายแอนดรอยด์โดยเฉพาะตระกูล Samsung Galaxy คงทราบข่าวการเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ของค่ายอย่าง Samsung Galaxy S20 และอาจสังสัยกันว่าทั้งหมดที่เปิดตัวออกมาถูกพัฒนาขึ้นไปมากน้อยแค่ไหนและมีความโดดเด่นยังไงบ้าง วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนมาทำความรู้จักเรือธงรุ่นใหม่ทั้ง 3 แบบเบื้องต้นไปพร้อมกัน Samsung Galaxy S20 เปิดตัวออกมาเป็น 3 รุ่นด้วยกัน นั่นก็คือ Galaxy S20, Galaxy S20 Plus และ Galaxy S20 Ultra มีขนาดและสเปคเครื่องแตกต่างกันออกไป มาดูกันว่าแต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดแตกต่างกันยังไง เริ่มจากสิ่งที่เห็นเป็นลำดับแรกคืองานดีไซน์ ดีไซน์ของ Samsung Galaxy S20 ทั้ง 3 รุ่นเหมือนกันตัวเครื่องตั้งใจออกแบบให้มีความโค้งมน กระจกหน้าจอเป็น Gorilla Glass 6 ขอบเครื่องโดยรอบยังคงใช้วัสดุเป็นโลหะซึ่งคงความหรูหราได้เป็นอย่างดี หน้าจอแสดงผลมาพร้อมดีไซน์แบบ Infinity-O Display แผ่เต็มขอบเครื่องทุกด้านใช้งานได้เต็มตา พร้อมตำแหน่งหน้ากล้องหน้าที่วางไว้ตรงกลางเหมือนใน Note 10 ทั้ง 3 รุ่นมีการแสดงผลของจอที่ภาพสวยงามจากเทคโนโลยี Dynamic
ยังจำวิธีย้ายข้อมูลจากเครื่องสู่เครื่อง อุปกรณ์สู่อุปกรณ์ไหมว่ามันยากและใช้เวลาขนาดไหน บางครั้งเราต้องซื้ออุปกรณ์แยกแบบ OTG มาเพื่อให้มีช่องว่างสำหรับเสียบ Thumb Drive ถ่ายโอนข้อมูล แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราไม่ต้องมีอุปกรณ์หลายตัว ใช้แค่ตัวเดียวก็พอแถมออกแบบมาให้ดีไซน์น่าใช้งาน iSpoid คือไอเดียของ Chi-Eun Jang, Hyeokryul Kwon, Jaegeun Kim และ Jeongmin Lim ทีมนักศึกษาเกาหลีใน Behance ที่ออกแบบ Apple Pencil หน้าตาคล้าย Dropper ตัวด้ามคล้าย Apple Pencil ปกติ แต่ทำด้านบนมีลักษณะเป็นหัวบีบคล้ายลูกยางของ Dropper โดยได้แรงบันดาลใจการออกแบบสนุก ๆ นี้มาจากการย้ายสสารของเหลวจากบีกเกอร์หนึ่งสู่อีกบีกเกอร์ด้วย Dropper แนวทางการออกแบบวิธีการใช้งานก็ไม่ต่างจาก Dropper เลยคือต้องนำเจ้า iSpoid นี้ไปจิ้มไฟล์บริเวณหน้าจอของอุปกรณ์เครื่องที่เป็นต้นทางข้อมูลเพื่อทำการดูดหรือ copy จากนั้นรอให้แถบไฟจากปลายปากกาค่อย ๆ ขึ้นจนครบเพื่อโชว์ให้เห็นการทำงานแบบเรียลไทม์ และเมื่อครบเต็มทุกขีดแล้วผู้ใช้สามารถยกตัวปากกาขึ้นจากอุปกรณ์แรกยกไปวางบนเครื่องปลายทาง จากนั้นบีบบริเวณหัวลูกยางสีขาวเพื่อ Drop หรือ Paste ไฟล์นั้นลงในเครื่อง รูปแบบการชาร์จมีแท่นเสียบสำหรับชาร์จไว้ แต่


