ใต้ท้องทะเลมีมนต์เสน่ห์เสมอ นี่คือเหตุผลให้ผู้คนมากมายดั้นด้นเดินทางไกลเพื่อมาเห็นภาพนั้นด้วยตาตัวเอง การดำน้ำ (แบบ Scuba) จึงเปรียบเสมือนศาสตร์อย่างหนึ่งที่มีความซับซ้อน ต้องตั้งใจศึกษา เรียนรู้ และฝึกฝนอย่างจริงจัง ถึงจะสามารถลงไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ดังกล่าวได้ แต่สำหรับบางคนอาจจะมองว่า Scuba Diving นั้นยากเกินไป บวกกับการงานรัดตัวจึงไม่มีเวลาไปเรียนอย่างจริงจัง ดังนั้นเมื่อไปทะเลจึงทำได้แค่ดำอยู่บนผิวน้ำด้วยวิธี Snorkeling ไม่ได้หมายความว่า Snorkeling ไม่สนุก แต่ต้องยอมรับว่าภาพที่ได้เห็นนั้นแตกต่างจากการดำแบบ Scuba Diving อย่างสิ้นเชิง ด้วยไอเดียนี้ Verity Moorhouse of BLU3 บริษัทด้านการออกแบบจึงสร้างสรรค์อุปกรณ์ดำน้ำรูปแบบใหม่ขึ้นมา เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณดำน้ำลึกได้ถึง 10 ฟุต หรือกว่า 3 เมตรได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปลงคอร์สเรียนให้วุ่นวาย ขอแค่มีเจ้า ‘Nemo’ ก็เพียงพอแล้ว ‘The World’s Smallest Dive System’ นี่คือคำพูดจากปากผู้ผลิตที่พูดถึงเจ้าอุปกรณ์ดำน้ำ Nemo นี้ แม้ว่าชื่อจะน่ารักเหมือนแอนิเมชั่นปลาการ์ตูนที่เคยเป็นขวัญใจสมัยเด็กของใครหลายคน แต่ประสิทธิภาพไม่ได้เล็กตามชื่อ เพราะนี่คือสิ่งที่จะช่วยให้นักดำน้ำหน้าใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์แตกต่างจากที่ผ่านมา ด้วยการทำงานระบบ Surface-Supplied Air Dive จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถดำลึกลงไปจากระดับผิวน้ำได้ถึง 10 ฟุต นอกจากนั้น Nemo ยังมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ทำให้สามารถพกพาใส่เป้ไปลุยได้ทุกที่ Nemo ทำงานอย่างไร?
ไม่บ่อยนักที่บริษัท StartUp จะสามารถสร้างไอเดียที่สามารถทำได้จริง และยิ่งน้อยกว่าที่จะไปเตะตาบริษัทระดับโลกให้มาร่วมลงทุนได้ แต่ Arc (คนละ Arc กับของ Keanu Reeve นะ) บริษัท StartUp ที่มีสุดยอด Electric Bike สุดอัจฉริยะเปลี่ยนโลก ด้วยจุดเด่นด้านเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่กับเจ้าของให้เป็นหนึ่งเดียว เตรียมเข็นออกวางขายในอนาคตเร็ว ๆ นี้ และไม่ต้องกลัวว่าโครงการนี้จะแป๊ก เพราะมีนายทุนเบอร์ใหญ่อย่าง Jaguar Land Rover (JLR) เป็นผู้สนับสนุน Arc เป็นชื่อบริษัท StartUp ที่เชี่ยวชาญด้าน Super Bike อัจฉริยะ โดยมี Vision ที่ชัดเจนและแตกต่างกว่าใครในตลาด ด้วยการเน้นงานดีไซน์และเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างคนและรถเข้าไว้ด้วยกัน และ Prototype แรกที่เข็นออกมาได้อย่างน่าประทับใจทั้งเราและ Jaguar Land Rover มีชื่อว่า ‘Vector’ แม้รายละเอียดของ Vector จะยังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก แต่ก็มีข้อมูลมากพอจะทำให้เราเห็นภาพและทิศทางของมันได้ชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่การผลิตขายเฉพาะมอเตอร์ไซค์เท่านั้น แต่จะมาครบชุดพร้อมชุดขับขี่และหมวกกันน็อคอัจฉริยะ ซึ่งจะมีฟังก์ชันเชื่อมต่อแบบ Fully Connected
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน ‘กาแฟ’ มีบทบาทต่อคนเมืองรุ่นใหม่เป็นอยากมาก กลายเป็นเหมือนสารเสพติดอีกชนิดที่เราขาดมันไปไม่ได้เสียแล้ว บางคนอาจจะเสพติดฤทธิ์ของมันที่ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า บางคนเสพติดกลิ่นหอมของมัน บางคนถือมันเป็นศิลปะแขนงหนึ่งและศึกษามันอย่างจริงจัง หนึ่งในประเภทกาแฟที่มาแรงที่สุดในขณะนี้คือ ‘Cold Brew’ หรือ ‘กาแฟสกัดเย็น’ ที่ความพิเศษคือเราจะได้รสชาติเมล็ดกาแฟที่เข้มข้นมากขึ้น และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือราคาที่แพงขึ้นด้วยเช่นกัน แต่จะดีแค่ไหนถ้าหนุ่ม ๆ อย่างเราสามารถทำกาแฟสกัดเย็นไว้ดื่มเองที่บ้านได้ นอกจากจะประหยัดขึ้นแล้วยังสามารถเลือกรสชาติได้ตามใจชอบอีกด้วย Dripo คือชื่อของเจ้าอุปกรณ์วิเศษที่จะทำให้หนุ่ม ๆ อย่างเราชงกาแฟสกัดเย็นดื่มเองได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีขนาดเล็ก จับพอดีมือ ทำให้คุณสามารถพกพามันไปได้ทุกที่ นอกจากนั้นวิธีการใช้ก็แสนง่ายดาย ขอแค่เพียงคุณมีเมล็ดกาแฟบดละเอียดและน้ำแข็งเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว โดยสามารถดูขั้นตอนและวิธีการทำได้ในวีดีโอด้านล่างนี้ได้เลย ไม่ใช่เพียงแค่กาแฟ Cold Brew เท่านั้น เพราะเจ้า Dripo นี้สามารถช่วยให้คุณทำกาแฟ Iced-drip ได้อีกด้วย นอกจากนั้นอีกหนึ่งสิ่งที่ยอดเยี่ยมคือเมื่อคุณชงกาแฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว Dripo ก็จะเปลี่ยนร่างเป็นภาชนะใส่กาแฟที่เก็บความเย็นได้ยอดเยี่ยม ให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับกาแฟถ้วยโปรดได้นานยิ่งขึ้น สำหรับราคานั้น เครื่องทำกาแฟอัจฉริยะเครื่องนี้สนนอยู่ที่ 29 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1,000 บาทเท่านั้น เรียกว่าถูกมาก ๆ แค่ค่ากาแฟนางเงือกเขียว 5 แก้วก็แพงกว่าแล้ว นอกจากความประหยัดที่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตแล้ว Dripo ยังช่วยให้คุณได้ดื่มกาแฟรสชาติถูกปากอีกด้วย เนื่องจากคุณเป็นคนชงจึงสามารถออกแบบรสชาติได้ตามใจชอบ และด้วยขนาดเล็กหยิบฉวยง่ายของมัน คุณจึงสามารถพกพามันไปได้ทุกที่ เติมความสดชื่นได้ทุกเวลา ใครสนใจสามารถสั่งซื้อได้
นอนดูหนังที่บ้านยาม Weekend คงจะเป็นกิจกรรมในใจของผู้ชายหลายคน ที่เบื่อกับการออกไปพริ้วไหวนอกบ้านแล้ว จอกี่นิ้วก็ดูเหมือนจะสนอง Need เราได้ไม่พอ อยากจะได้ใหญ่ขึ้นอีกเรื่อย ๆ แต่ไม่ใช่ว่าของเล่นทุกชิ้น ราคามันจะอยู่ในหลักที่เราเอื้อมได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะทีวีจอยักษ์ที่รุ่นท็อปหน่อยก็ไปแตะที่หกหลักกันแล้ว ลองเปลี่ยนมู้ดจากจอใหญ่ยักษ์มาเป็น Feel แบบโรงหนังด้วย Home Projector กันดูบ้าง ได้ยินอย่างนี้บางคนรีบส่ายหน้าหนีให้กับความเทอะทะของกล่องโปรเจ็กต์เตอร์สี่เหลี่ยม ดีไซน์เชยระเบิด UNLOCKMEN อยากให้ลืมโปรเจ็กต์เตอร์แสนเชยแบบนั้นไป แล้วมาทำความรู้จักกับ Home Projector ของ “PHOS” ที่มาในดีไซน์สวยล้ำ ตั้งตรงไหนก็ช่วยให้ดูเท่ขึ้นเป็นกอง https://www.youtube.com/watch?v=9Z-SAWYE7Ks&vl=en-US ผลงานการออกแบบจาก Jacopo Mauro ผู้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดื่มด่ำช่วงเวลาอันมีค่าของการดูภาพยนตร์ที่บ้าน ว่าควรได้รับประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกที่ดีไม่แพ้การไปดูที่โรงภาพยนตร์ เลยได้มาเป็นเจ้าตัวนี้ ที่ออกแบบมาเน้นทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นให้ไปควบคู่กัน ดีไซน์ที่สวยล้ำจนเราแทบเดาไม่ออกว่านี่คือโปรเจ็กต์เตอร์อย่างที่เราเคยรู้จัก ทุกอย่างออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย สะอาดตา ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตเสียบสายอะไรให้เกะกะตา เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน หรือเมื่อใช้งานเสร็จก็สามารถวางไว้เป็น Gadget ล้ำ ๆ ไม่ต้องคอยยกเก็บ ยกเข้ายกออกอย่างเคย วัสดุจากโลหะพ่นทรายให้ผิวสัมผัสแบบด้าน พร้อมฐานวางหินอ่อน ยิ่งทำให้ดูเป็นของตกแต่งบ้านเข้าไปใหญ่ ด้วยทรงกระบอกที่สามารถหมุนใช้งาน 180 องศา เราจึงสามารถควบคุมองศาของการฉายภาพได้แบบตามใจเราที่แท้จริง พร้อมการใช้งานที่รองรับ
ไม่นานมานี้วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้เปิดตัว The New Volvo XC40 สุดยอดคอมแพกต์เอสยูวีรุ่นแรกของแบรนด์ ที่เกิดขึ้นได้ภายใต้แนวคิด “Designed to Break the Norms” โดดเด่นด้วยดีไซน์ การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ครบครัน นำเสนอทั้งในรุ่นเครื่องยนต์ T4 เบนซิน และ T5 AWD เพลิดเพลินไปกับการตอบสนองที่ฉับไวและทรงพลัง พร้อมประสิทธิภาพชั้นยอดในการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมัน ด้วยเครื่องยนต์ขั้นสูงรุ่น T4 (190 แรงม้า) เน้นการขับขี่แบบสปอร์ต ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ ทำงานร่วมกับเกียร์อัจฉริยะที่มีระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 8 สปีดแบบ Geartronic อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 210 กม./ชม. ในส่วนเครื่องยนต์รุ่น T5 (252 แรงม้า) พร้อมระบบขับเคลื่อน AWD ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน
สำหรับผู้ชายเรา การเลือกเบียร์ที่รสชาติถูกใจ ก็เหมือนได้เจอสาวสวยที่ถูกสเปก ซึ่งสเปกของแต่ละคนก็ต่างกันออกไป เวลาจะสั่งเบียร์แต่ละคนจึงสั่งไม่เหมือนกัน บางคนไม่ชอบเบียร์ขมเข้ม บางคนขอแอลกอฮอล์แรง บางคนเน้นกลิ่นหอมของมอลต์ ซึ่งคงจะยากถ้าจะตอบโจทย์ให้ถูกปากโดนใจได้ทั้งหมด ทำให้เรื่องการคราฟต์เบียร์เพื่อให้ได้รสชาติที่ใช่ที่สุดสำหรับเรจึงเป็นมิชชั่นในฝันของผู้ชายเราทุกคน BEERMKR เป็นเครื่องคราฟต์เบียร์สำหรับใช้ในบ้าน แม้ขนาดจะเล็กแต่ความสามารถนับว่าครบวงจรตอบโจทย์ของชาว UNLOCKMEN ที่อยากจะเป็น Brewer เต็มตัวแบบไม่ต้องไปเรียนก็เซียนได้ เพราะมันสามารถทำได้หมดตั้งแต่ บ่ม ต้ม กลั่น ปรับสูตรได้ตามใจ จนถึงการกดออกมาดื่มจากหัวจ่ายได้ในเครื่องเดียว ควบคุมมาตรฐานการบ่มด้วยระบบเทคโนโลยีที่การันตีได้ว่าวิธีการของเราจะไม่ผิดพลาด และไม่ต้องกังวลเรื่องเชื้อโรค ในเรื่องของเวลาการติดตั้งหรือเริ่มต้นคราฟต์เบียร์ด้วยตัวเอง ผู้ผลิตเขาออกมาคอนเฟิร์มว่าเริ่มต้นไม่ยากใช้แค่ 5 นาทีก็พอ แค่ใส่ส่วนผสมที่เตรียมไว้ลงในถังเบียร์ตามสัดส่วนที่ต้องการในถุง เติมน้ำ จากนั้นกดสั่งให้เครื่องเริ่มทำงานผ่านแอปพลิเคชั่นเท่านั้นแล้วปล่อยไว้เฉย ๆ ให้เป็นหน้าที่แอปฯ คอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลและแจ้งเตือนเราก็พอ ทั้งนี้ แอปฯ จะประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมและเตือนเราว่าช่วงไหนต้องใส่อะไรเข้าไป หรือต้องเอาอะไรออกมา ที่สำคัญยังควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และอุณหภูมิการบ่มที่เป็นกุญแจสำคัญเรื่องรสชาติให้แม่นยำไม่คลาดเคลื่อน ชาว UNLOCKMEN ที่เริ่มรู้สึกกระหายอยากคราฟต์เบียร์เป็นของตัวเองสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการสั่งซื้อได้ในเว็บไซต์ สนนราคาที่ $349.00 หรือ 11,506 บาทเท่านั้น (กำลังลดราคา) ที่สำคัญไม่ต้องกังวลเรื่องวิ่งหาซื้อวัตถุดิบเพราะเขาขาย MKR KITs ซึ่งเป็นวัตถุดิบการผลิตให้เราส่ังซื้อตามสูตรที่ต้องการอีกด้วย CHEERS!
เป็นที่ฮือฮาสั่นสะเทือนวงการ Gamer ทั่วโลกในงาน Blizzcon 2018 ที่ผ่านมาหมาด ๆ เมื่อ Blizzard ประกาศเปิดตัวความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของเกม Action RPG ระดับ Iconic ชื่อดัง ‘Diablo’ ที่ได้ย้ายการผจญภัยสุดมันส์มาสู่ iOS และ Android Smartphone เรียบร้อยแล้วในชื่อ Diablo Immortal ตามกระแส Smartphone Gaming ที่กำลังมาแรงแซงทุกทางโค้ง Diablo ถือเป็นอภิมหาเกมที่อยู่คู่วัยรุ่นมาทุกยุคสมัย เรียกว่าติดมาตั้งแต่ยุค PC ยังไม่แพร่หลาย ตัวเกมเกี่ยวกับการเลือกตัวละครเข้าไปต่อสู้กับปีศาจสมุนของ Lord of Terror ในดินแดน Kingdom of Khanduras ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 31 ธันวาคม 1996 และมีภาค Extension pack อย่าง Hellfire ไปจนถึงการขยับจาก PC ไปสู่ Console อย่าง PlayStation รวมถึงภาคต่ออย่าง
BMW ส่งรถซีรีส์ 8 ออกมาทักทายโลกเป็นครั้งในปี 1989 ภายใต้โมเดล BMW E31 ก่อนในเวลาต่อมามันจะกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์รถยนต์ประเภท Gran Turismo ที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกจนถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็น Generation 2 และล่าสุดพวกเขาได้เผยโฉมซีรีส์ 8 โฉมใหม่ล่าสุดออกมาแล้วในรุ่น M850i xDrive Convertible ต่อจากรุ่น m850i xdrive coupe ซึ่งเปิดตัวออกมาแล้วก่อนหน้านี้ ภาพรวมของ 8-Series Convertible คือการเดินตามรอยของ 8-Series Coupe ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้าแต่คงความเป็นเอกลักษณ์ของรถประเภท Convertible ด้วยหลังคาเปิดประทุน ซึ่งสามารถพับเก็บเองได้ภายใน 15 วินาที ขณะรถหยุดนิ่งหรือวิ่งในความเร็วไม่เกิน 48 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไม่เพียงแค่นั้นเพราะตัวรถยังมีระบบรักษาความปลอดภัย Rollover Protection System ที่จะมีแท่งอลูมิเนียมแข็งแรงพิเศษ 2 ข้างโผล่ออกมาภายในเสี้ยววินาทีหากรถเกิดพลิกคว่ำ โดยเป็นนวัตกรรมด้านความปล่อยภัยที่ต้องมีในรถยนต์ประเภทเปิดหลังคาได้เพื่อป้องกันศรีษะของผู้ขับขี่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ด้านงานดีไซน์ภายนอก 8-Series Convertible ด้านหน้าเสริมความดุดันด้วยตะแกรงระบายอากาศที่กว้างขึ้น ไฟหน้ารถเป็น LED Laserlight technology พร้อมท่อไอเสียคู่รูปสี่เหลี่ยมคางหมูและล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว
ความสุขในชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดมาจนตายไปคืออะไร ? คำถามนี้สำหรับผู้ชายหลายคนอาจยังอยู่ในช่วงเดินทางตามหาคำตอบกันอยู่ แต่สำหรับ แทม หรือ พศิน อัธยาตมวิทยา เขาคงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ค้นเจอคำตอบพวกนั้นด้วยตัวเองแล้ว แม้ช่วงอายุจะอยู่ในรุ่นราวเดียวกันกับใครหลายคนซึ่งยังเลือกใช้ชีวิตอยู่อย่างไร้ความท้าทายภายใน Comfort Zone ของตัวเอง จากเด็กหนุ่มอายุ 20 ที่ลงมือเรียนรู้ด้วยตัวเอง จนสามารถเขียนหนังสือที่คนรักการถ่ายรูปหลายคนต้องรู้จักอย่าง Speed Of Light ต่อด้วยบทบาทผู้กำกับงานโฆษณาฝีมือโดดเด่น รวมไปถึงเรื่องราวความชื่นชอบในรถยนต์ที่มีมาตั้งแต่เด็ก สู่ชีวิตที่หลงใหลการอยู่หลังพวงมาลัยความเร็วสูง อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเขาจากเด็กหนุ่มหัวรั้นให้กลายเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิต วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน “ชื่อแทมนะครับ พศิน อัธยาตมวิทยา ตอนนี้เป็นผู้กำกับครับทำเกี่ยวกับหนังโฆษณาแต่ก่อนหน้านี้จริง ๆ คนอาจรู้จักผมในฐานะการเป็นช่างภาพครับเพราะผมเริ่มถ่ายรูปมาตั้งแต่ก่อนเรียนมหาวิทยาลัย ใช้เวลาอยู่ตรงนั้นประมาณ 7 ปี ในฐานะช่างภาพที่มีความถนัดในเรื่องของ แสง เคยเปิดสอนเกี่ยวกับเรื่องแสงเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อนและตอนอายุประมาณ 20 ปีก็มีหนังสือของตัวเองออกมาครับ” ศาสตร์แห่งแสง มีความสำคัญยังไง ? “สำหรับผมแล้วแสงมันค่อนข้างเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมากเลยนะเพราะเราสามารถมองเห็นมันตลอด แต่เวลาที่มันลงมากระทบตัว มันก็แค่สะท้อนออกไปโดยที่เราไม่รู้สึกอะไร แถมสามารถนำมาปรับแต่งให้วิ่งสวนทางกันได้แบบต่างคนต่างไป นอกจากนี้ยังบอกเล่าถึงรูปทรงและลักษณะพื้นผิวในแบบต่าง ๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่นการถ่ายภาพรถยนต์ อีกเหตุผลหนึ่งคือถ้าเราเคยสังเกตดี ๆ จะมองเห็นว่าในที่เดียวกันแต่คนละเวลา ก็เป็นคนละแสง ในเวลาเดียวกันแต่อยู่คนละมุมโลกก็เป็นคนละแสง ทิศทางของมันเปลี่ยนไปอารมณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนหมด”
ฤดูหนาวมาเยือนแล้ว ก่อนที่มันจะหายไปในช่วงเวลาอันสั้น อย่ารอช้าที่จะออกไปทำกิจกรรมที่เหมาะกับฤดูกาลนี้ที่สุด ใช่…เรากำลังหมายถึงการเดินป่า ปีนเขา ขึ้นดอย เก็บเกี่ยวลมหนาวที่มีอยู่น้อยนิดให้ได้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับกิจกรรมนี้คือการปิ้งอาหารทานกันนั่นเอง อย่างไรก็ตามถึงแม้ช่วงเวลาเหล่านั้นจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อนฝูง ได้ทานอาหารที่ช่วยกันทำ ถึงแม้บางครั้งรสชาติจะกระเดือกไม่ค่อยลงก็ตาม แต่สิ่งที่คอยรบกวนใจอยู่เสมอคือกลุ่มควันจากการปิ้งที่บางครั้งก็เล่นเอาเราแสบจมูกเลยทีเดียว นอกจากจะเดือดร้อนตัวเองแล้วอาจเดือดร้อนถึงคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมได้ด้วย วันนี้เราจึงมีนวัตกรรมใหม่แห่งการปิ้งมานำเสนอ ความเจ๋งของมันคือรับรองได้เลยว่าจะไม่มีควันร้อน ๆ มาคอยกวนใจอีกต่อไป BioLite FirePit Outdoor Smokeless Fire Pit Grill ภาษาอังกฤษยาวเหยียดชวนตาลายนี้คือชื่ออุปกรณ์ที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ เป็นไอเท็มที่หนุ่ม ๆ ทุกคนควรซื้อติดบ้านไว้ก่อนจะออกไปแคมป์ปิ้ง รับรองว่าคุณจะดูเจ๋งที่สุดในลานกางเต๊นท์แน่นอน เช่นเดียวกับเตาปิ้งทั่วไป BioLite FirePit สามารถสร้างความร้อนให้อาหารของคุณสุกได้เพียงแค่คุณบรรจุไม้ฟืนลงไปภายใน แต่สิ่งที่แตกต่างคือระหว่างปิ้งย่างอยู่กลิ่นเดียวที่คุณจะได้คือกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลของอาหารเท่านั้น จะไม่มีกลิ่นควันแสบจมูกอีกต่อไป เคล็ดลับที่ทำให้ BioLite Firepit กลายเป็นเครื่องปิ้งย่างไร้ควันโดยสมบูรณ์แบบคือการไม่ใช้เชื้อเพลิงเคมีหรือก๊าซในการเผาไม้ แต่เลือกที่จะใช้แค่ฟืนผสมผสานกับเทคโนโลยีวิศวกรรมชาญฉลาด โดยการฉีดอากาศผ่านไอพ่นซึ่งมีทั้งหมดถึง 51 หัวด้วยกัน พลังงานของไอพ่นอากาศดังกล่าวมาจากแบตเตอรี่ขนาด 10,400 mAh ซึ่งสามารถชาร์ตได้สะดวก ก่อให้เกิดเปลวไฟไร้มลพิษขึ้นมา โดยใช้เวลาจากการจุดติดจนถึงเผาไหม้สมบูรณ์เพียงแค่ 30 วินาทีเท่านั้น นอกจากจะมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นแล้ว การเผาไหม้ระบบนี้ยังทำให้อุณหภูมิคงที่ด้วยการปรับความแรงของไอพ่นซึ่งมีให้เลือกถึง 4 ระดับด้วยกัน คุณสามารถควบคุมความแรงของเปลวไฟได้ด้วย ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าอาหารของคุณจะสุกเท่ากันอย่างแน่นอน เพียงแค่
ก่อนหน้านี้ Hublot (อูโบลท์) เคยสร้างมาตรฐานนาฬิกาที่ทั้งโดดเด่นสวยงามและป้องกันรอยขีดข่วนได้ยอดเยี่ยมระดับโลก กับ Hublot Magic Gold ที่ใช้ทอง 24K ในการผลิตตัวเรือนมาแล้ว วันนี้ Hublot เปิดตัวนาฬิกาที่น่าประทับใจและน่าเก็บสะสมใน Collection อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มีทั้งความหรูหรา และความโดดเด่นที่ชาว Streetwears สามารถสวมใส่เข้าได้กับหลายสไตล์แน่นอน โดยเฉพาะคนที่ชอบแต่งตัวโทนแดงของ Supreme เพราะ Hublot Big Bang Unico “Red Magic” สีแดงเรือนนี้เป็น Limited Edition ที่เท่สุด ๆ ไปเลย Hublot Big Bang Unico 45mm. เรือนนี้ผลิตด้วยวัตถุดิบ Ceramic ที่ไม่ธรรมดา เพราะเป็น Vivid-Red Ceramic Structure หรือเซรามิกสีแดงสดตัดโทนดำบริเวณหน้าปัด ปุ่มกด และเม็ดมะยม ซึ่งเป็นขั้นตอนการผลิตครั้งแรกของโลก ไม่ว่าใครเห็นนาฬิกาเรือนนี้จากมุมไหน คงต้องหันมามองให้ความสนใจระดับ Big Bang สมชื่อ ตัวเรือนน้ำหนักเบาจากเซรามิกที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนกว่าวัตถุดิบชนิดอื่น
APPLE® ได้ประกาศเปิดตัว MacBook Air 2018 ในงาน Apple Special Event ในกรุงนิวยอร์กพร้อมกับ iPad Pro และ Mac mini แต่แน่นอนว่าไฮไลท์คือ RE-Design ใหม่ของซีรีส์ MacBook Air ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ในกับวงการ Laptop ได้ทุกครั้งในการเปิดตัวแต่รอบนี้จะพัฒนาชิ้นส่วนไหนบ้างตามไปดูกัน DESIGN MacBook Air 2018 มาพร้อมหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว จอภาพขยายใกล้ขอบมากขึ้น ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมที่ผ่านการรีไซเคิลมาใช้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อม และเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ในสายการผลิต นอกจากนี้ยังถูกออกแบบให้รูปทรงบางขึ้นกว่ารุ่นเดิมอีกด้วย ด้านข้างตัวเครื่องมีช่อง USB-C Thunderbolt 3 ที่ถ่ายโอนข้อมูลเร็วขึ้นจำนวน 2 พอร์ต พร้อมกับช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร โดยทั้งหมดมีน้ำหนักรวมกัน 2.75 ปอนด์ (1.24 กิโลกรัม) ลดลงจากรุ่นเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีการอัพเกรดคีย์บอร์ดให้เป็นรุ่น Butterfly Keyboard Gen 3 เหมือนใน MacBook


