การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งกำลังจะเขี่ยลูกเปิดฉากฟาดแข้งกันอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ จัดว่าเป็นไฮไลท์สำคัญที่มิตรรักแฟนบอลทุกสัญชาติไม่ควรพลาด นั่นก็เพราะว่านี่คือสุดยอดทัวร์นาเมนต์ลูกหนังที่จัดขึ้นทุกๆ 4 ปี แถมยังเป็นการดวลกันระหว่างซูเปอร์สตาร์ในวงการฟุตบอลจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่, พอล ป็อกบา, กาเบรียล เชซุส, ฮาเมส โรดริเกซ, โม ซาลาห์ และแข้งทองชื่อดังคนอื่นๆ อีกมากมาย สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งสำหรับมหกรรมลูกหนังในครั้งนี้ก็คือ รองเท้าสตั๊ด หรือรองเท้าฟุตบอลที่เปรียบเสมือนอาวุธคู่กายของบรรดานักเตะชื่อดัง ซึ่งทาง อาดิดาส ได้เตรียมคอลเลคชั่นใหม่ที่ชื่อว่า เอนเนอจี้ โหมด (Energy Mode) ซึ่งถูกออกแบบด้วยสีสันที่เท่สะดุดตาและยังอัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพในการใช้งาน ทำให้ ครีเอเตอร์เหล่านี้สามารถวาดลวดลายโชว์ลีลาลูกหนังเหนือจินตนาการออกมาได้อย่างเต็มที่ และในวันนี้เราจะมาแนะนำรองเท้าสตั๊ดพร้อมบรรยายสรรพคุณอันโดดเด่นของแต่ละรุ่นในคอลเลคชั่นนี้ เอ็กซ์ 18 (X18) ผู้เล่นที่ใช้งาน: กาเบรียล เชซุส (บราซิล), หลุยส์ ซัวเรซ (อุรุกวัย), โม ซาลาห์ (อียิปต์) เอ็กซ์ 18 เป็นรองเท้าสตั๊ดรุ่นใหม่เอี่ยมที่เพิ่งจะประเดิมสนามอย่างเป็นทางการไปในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า
ชั่วโมงนี้ไม่มีกระแสไหนแรงไปกว่า World Summit การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ของตี๋คิมกับนายกปากลั่นแห่งสหรัฐอเมริกา Donald Trump แน่นอนว่าการประชุมของ 2 ขั้วอรินี้ ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา และผู้นำประเทศมหาอำนาจที่มีศัตรูมากมายอย่าง Trump ย่อมต้องการรถ Limousine ประจำตำแหน่งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าใครเคยมีมา ซึ่งในคลิปล่าสุด Trump ยังพา Kim ไปอวด ‘The Beast’ รถคู่ใจของตัวเอง จน Kim ยิ้มแฉ่งในความอลังการงานสร้าง คาดว่ากลับบ้านไปคงรีบสั่งประกอบบ้างสักสองสามคัน The Beast เป็นรถ Limo ที่ Trump สั่งสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ เสริมระดับความปลอดภัยให้มากกว่าเวอร์ชั่นประธานาธิบดีคนเก่า ‘Barack Obama’ อาจจะเป็นเพราะรู้ตัวดีว่ามีศัตรูเยอะแยะ โดย The Beast จะมีด้วยกัน 2 คันประจำขบวนเสมอ เอาไว้สำหรับสลับตัวให้ผู้ก่อการร้ายสับสนว่ามันนั่งอยู่คันไหนกันแน่ แต่ความเจ๋งของ The Beast ไม่ใช่แค่เอาไว้สลับคันเท่านั้น มันเป็นรถที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีความปลอดภัยสูงที่สุดในโลก สำนักข่าวต่างประเทศขนานนามให้มันว่าเป็น รถถังในร่าง Limousine เลยทีเดียว ด้วยการ
คำว่า Creative Idea สามารถปรับใช้ได้แบบไร้ขีดจำกัด ใครจะไปคิดว่าแคมเปญของแบรนด์อาหารอย่าง Domino Pizza จะมาเกี่ยวกับการซ่อมแซมหลุมบ่อบนถนนได้ นี่ไม่ใช่การหาเสียงเตรียมลงเลือกตั้งเหมือนนักการเมืองในบ้านเรา แต่เป็นการบริการเพื่อให้ Pizza หน้าโปรดขนส่งไปถึงบ้านคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ต้องเสี่ยงต่อการตกหลุมบ่อจน Pizza หน้าพัง ให้เสียทั้งอารมณ์และรสชาติ Paving for Pizza หรือ อุดรูรั่วเพื่อพิซซ่า เป็นแคมเปญสุดบรรเจิดของ Domino Pizza USA แบรนด์ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของที่นั่น แน่นอนว่ามีทั้งบริการ Home Delivery และ Take Away ที่คับคั่งตลอดทั้งวัน แต่ปัญหาเล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป แต่ถือว่าใหญ่โตสำหรับ Domino Pizza คือระหว่างทางกลับบ้านนั้น หลายคนประสบปัญหาขับขี่รถตกหลุมจนหน้า Pizza เสียหาย ซึ่งมีส่วนในการทำลายรสชาติที่กลมกล่อมของ Domino Pizza อาจจะด้วยการเสียความบาลานซ์ระหว่างซีก Pizza หรือการสูญเสียปริมาณ Cheese ที่พอเหมาะจากการกระแทกติดอยู่บนฝากล่องก็ตาม Russell Weiner, ผู้บริหารของ Domino Pizza USA
นาทีนี้ในวงการเกมคงไม่มีเกมไหนมาแรงเป็นกระแสและถูกพูดถึงได้เท่า Detroit: Become Human เกมแนว Interactive Drama (เกมที่มีตัวเลือกมาให้ผู้เล่นเลือกและทุกการเลือกจะส่งผลต่อเนื้อเรื่องของเกม) ซึ่งขึ้นแท่นเกมยอดเยี่ยมแห่งปีไปเรียบร้อยแล้ว ความยอดเยี่ยมของ Detroit: Become Human ที่เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกมนี้กลายเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มีด้วยกันหลายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดของตัวเกมที่ทุกการกระทำของตัวละครที่เราเลือกนั้นสามารถส่งผลถึงการดำเนินเรื่องที่แตกต่างกันมากกว่า 1000 รูปแบบ เนื้อเรื่องที่เข้มข้นและแปลกใหม่ โดยเป็นเรื่องราวของโลกอนาคตค.ศ. 2038 ที่ หุ่นยนต์ Android เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันและสามารถทำทุกอย่างได้เหมือนมนุษย์ โดยเล่าเรื่องผ่านหุ่นยนต์ Android 3 ตัว ถึงแม้ว่า Detroit: Become Human จะเป็นเกม แต่ประเด็นที่นำเสนอออกมานั้นหนักหน่วงเข้มข้นไม่แพ้หนังรางวัลดี ๆ สักเรื่องเลย มีการตั้งคำถามจริยธรรม ตีแผ่ข้อดีข้อเสียของโลกที่มี Android ให้เราเห็นภาพชัดเจน ซึ่งทุกประเด็นนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงในเวลาอันใกล้ UNLOCKMEN จึงอยากนำเรื่องนี้มาพูดคุยกัน เพราะตอนนี้ AI เป็นสิ่งใกล้ตัวและไม่อาจหนีพ้นได้อีกแล้ว จะมีประเด็นอะไรบ้างไปดูกันเลย Unemployed Human นี่คือปัญหาที่ถูกยกมาทุกครั้งเมื่อมีการพูดถึงเรื่องบทบาทของ AI ในอนาคต และ Detroit: Become Human ก็นำเสนอเรื่องนี้ออกมาได้น่ากลัวแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นจริง
เซเลปรอบโลกเมื่อมีครอบครัวแล้ว เด็ก ๆ ในครอบครัวมักจะถูกจับตามองอยู่เสมอ ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ยันออกมาเผชิญโลกกว้าง หลาย ๆ ครอบครัวก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ พาหนูน้อยออกสื่อ ออกงานสังคมบ้าง แต่บางครอบครัวนั้น ต้องการรักษาความเป็นส่วนตัวของเด็ก ถึงขนาดที่ไม่เปิดเผยแม้แต่ชื่อของเด็กเลยด้วยซ้ำ พาออกงานน่ะหรอ อย่าหวังเลย จะเห็นว่าแต่ละบ้านก็มีวิธีเลี้ยงลูกที่แตกต่างกันไป UNLOCKMEN พามาแกะรอยเทคนิคการเลี้ยงลูกแบบเท่ ๆ จากคุณพ่อเซเลปสุดคูล ให้ได้ดูกันว่า แมน ๆ สอนลูก เขาสอนกันยังไง Ryan Reynolds & Blake Lively แม้ Ryan Reynolds จะขึ้นชื่อเรื่องความขี้เล่นแบบไม่มีใครเถียง ทั้งจากคาแร็กเตอร์ในชีวิตจริง ทั้งคาแร็กเตอร์จากภาพยนตร์ โดยเฉพาะที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Deadpool ถึงจะมีลุคขี้เล่นแบบนั้น ครอบครัวนี้กลับขึ้นชื่อเรื่องความหวงความเป็นส่วนตัวของลูก ๆ เอามาก ๆ ชนิดที่ว่าลูกสาวคนเล็กของครอบครัวนี้ เพิ่งได้ออกสื่อเป็นครั้งแรกในงาน Hollywood Walk of Fame ที่เขาไปจารึกชื่อลงบนทางเดินแบบวิถีเซเลปฮอลลีวู้ด ที่ทำไว้เพื่อเป็นเกียติแก่บุคคลในวงการภาพยนตร์ ซึ่งเจ้าหนูคนเล็กนั้น ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีรูปออกสื่อเลยด้วยซ้ำ มีเพียงรูปเดียวคือ รูปที่หนูน้อยหันหลังเห็นเพียงเท้าของเธอเท่านั้น เด็ดสุดคือ เขายังไม่เปิดเผยชื่อของเธอกับสื่อเลยด้วยซ้ำ แถมยังเคยจะตัดความสัมพันธ์กับเพื่อนรักของตัวเอง ที่พยายามเอารูปของลูกสาวไปขายให้กับสื่อ
หลายอาชีพเสี่ยงต่อการตกงาน จากการโดนเทคโนโลยี Artificial intelligence ที่พัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งเริ่มเข้ามาแย่งเก้าอี้ทำงานแทนที่มนุษย์ไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานใช้แรง ที่สามารถทำงานได้มากกว่ามนุษย์หลายเท่าแบบไม่มีเหนื่อย หรือแม้แต่งานใช้ความคิดคำนวณ ที่ AI สามารถตัดสินใจเพื่อหาออพชั่นที่ดีที่สุด โดยไม่มีความผิดพลาดจากอารมณ์เข้ามาเกี่ยวเหมือนที่มนุษย์ทำ และวันนี้เรามีข่าวร้ายสำหรับอาชีพ Bartender ที่ต้องเข้าข่ายเสี่ยงโดน AI แย่งงานไปอีกหนึ่งอาชีพ Makr Shakr คือ Bionic Bar ที่พัฒนาโดยกลุ่มนักวิจัยจาก MIT (Massachusetts Institute of Technology’s Senseable City Lab) ไม่ใช่แค่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา AI Bartender แต่ได้ออกแบบประสบการณ์ Robotic Bar System มานานตั้งแต่ปี 2015 ด้วยความเข้าใจดีว่า แม้ Robot Bartender ไม่สามารถมี Social Skills การพูดคุยกับลูกค้าซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญของคนอาชีพ Bartender แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการนั่งคุยกับ Bartender ยังมีนักดื่มอีกจำนวนมากที่ต้องการเพียงเครื่องดื่มดี ๆ ที่รสชาติสมบูรณ์แบบ เพื่อ enjoy
สด ๆ ร้อน ๆ กับการแถลงของ NASA เกี่ยวกับความคืบหน้าในการสำรวจดาวอังคารของโครงการ Curiousity Rover ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2012 โดย Curiousity Rover คือยานรูปแบบ Rover ที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ลงจอดบนดาวอังคารในภารกิจสำรวจ หลุมอุกาบาต Gale Crater ซึ่งเมื่อพันล้านปีก่อนมีสภาพเป็นทะเลสาบที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต Curiousity Rover คือยานสำรวจแบบ 10 in 1 สามารถสำรวจและวิเคราะห์วิจัยสสารต่าง ๆ ได้ด้วยตัวมันเอง และหลังจากที่ทำภารกิจอยู่กว่า 6 ปี ในที่สุดเจ้ายานลำนี้ก็ค้นพบอะไรบางอย่างที่น่าสนใจจนนำมาสู่การแถลงครั้งนี้ ใจความสำคัญของการค้นพบครั้งนี้มีอะไรบ้าง UNLOCKMEN ได้สรุปมาให้แล้ว เลื่อนลงไปอ่านได้เลย! Organic Material หลังจากถกเถียงกันมาอย่างยาวนานเรื่องสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร มาในวันนี้ค่อนข้างมีความชัดเจนขึ้นพอสมควร เมื่อ NASA แถลงว่ายาน Curiousity Rover สำรวจเจอสารอินทรีย์ หรือ Organic Material ซึ่งประกอบด้วย ธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน ซัลเฟอร์ และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่เราจะพบได้ในสิ่งมีชีวิต
สัญชาตญาณที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของผู้ชายทุกคนมักตะโกนบอกให้เราบุกตะลุยไปสัมผัสสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้ได้สักครั้งในหนึ่งชีวิต ไม่ว่าจะบุกปาฝ่าดงเพื่อไปดูวิวที่สวยที่สุดในโลกก่อนตาย ไม่ว่าจะทุ่มเททำงานแบบ Work Hard Play Hard เพื่อสัมผัสขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะพยายามปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ด้วยการใช้ชีวิตแบบสุดขั้ว ฯลฯ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายสุดขีดในแบบไหน UNLOCKMEN ก็ขอกระซิบบอกว่าในหนึ่งชีวิตสุดขีดจำกัดนี้ คุณควรพาตัวเองไปสัมผัสวัฒนธรรมมการดูโชว์ที่อัดแน่นไปด้วยการแสดง เนื้อหา และแสงสีเสียง ดังนั้นคุณจึงไม่ควรพลาดการดูโชว์สร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกเพื่อปลดล็อกความท้าทายใหม่ ๆ ให้ตัวเองให้ได้ก่อนตาย ถ้าจะพูดถึงโชว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลกที่ผู้ชายทุกคนควรสัมผัสเพื่อเข้าถึงวัฒนธรรมแห่งการดูโชว์ UNLOCKMEN มั่นใจว่า CIRQUE DU SOLEIL (เซิร์ค ดู โซเลย์) คือชื่อที่โดดเด่นขึ้นมาและเราไม่ควรพลาดที่จะทำความรู้จักกับพวกเขาด้วยประการทั้งปวง CIRQUE DU SOLEIL : ความยิ่งใหญ่ระดับโลกที่ผู้ชายทุกคนต้องสัมผัส จุดเริ่มต้นการแสดงของ CIRQUE DU SOLEIL คือคนทำงานเพียง 73 คนในปี 1984 แต่ด้วยการฟันฝ่าและพิสูจน์ความสามารถแห่งความสร้างสรรค์อย่างล้นเหลือ ปัจจุบัน CIRQUE DU SOLEIL จ้างพนักงานทั่วโลกถึง 4,000 คน โดยการสื่อสารผ่านการแสดงของ CIRQUE DU SOLEIL เต็มไปด้วยความหลากหลายเพราะพนักงานและศิลปินขององค์กรมีมากกว่า 50 สัญชาติและใช้ภาษาแตกต่างกันถึง 25
เวอร์จิล อับเบลาะห์ (Virgil Abloh) ดีไซเนอร์ผู้โด่งดังจากแบรนด์ OFF-WHITE และคิม โจนส์ (Kim Jones) ผู้อำนวยการศิลป์ของ Dior Homme จับมือกับไนกี้ สร้างสรรค์ผลงานผ่านคอลเลคชั่นที่นำเสนอความสวยงามของฟุตบอลผ่านสองมุมมองที่แตกต่าง สำหรับอับเบลาะห์ ฟุตบอลคือโอกาสในการย้อนอดีตไปสู่ความทรงจำในวัยเด็ก เช่น ช่วงเวลาที่เขาฟังเพลงฮิพฮ็อพ ระหว่างเดินทางไปเตะฟุตบอลสมัยมัธยมปลาย โดยนำความทรงจำนี้มาผสมผสานระหว่างแบรนด์ไลฟ์สไตล์และสปอร์ตเข้าด้วยกัน ทำให้ดีไซน์ของเขาเต็มไปด้วยรายละเอียดที่เปี่ยมความหมาย เพื่อให้เกียรติสุดยอดกีฬาอย่างฟุตบอล การร่วมงานกับไนกี้ในคอลเลคชั่นรองเท้าฟุตบอลครั้งแรก เขานำเสนอความสง่างามและความหรูหราของฟุตบอลผ่าน คอลเลคชั่น Nike x Off-White การผสมผสานกันระหว่างสุดยอดนวัตกรรมและวัสดุอันล้ำสมัยจากไนกี้ โดยคอลเลคชั่นของอับเบลาะห์บอกเล่าเรื่องราวของฟุตบอลผ่านมุมมองส่วนตัว วัฒนธรรม และความเชื่อมโยงทางจิตใจของเขา ที่มีต่อกีฬาฟุตบอล ไม่ว่าคุณจะเป็นนักฟุตบอลสไตล์ไหน คอลเลคชั่น Nike x Off-White จะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมี ต่อฟุตบอลไปเลย ส่วนโจนส์นั้นมองฟุตบอลในแง่ของแฟชั่น เขานำเสื้อผ้าสำหรับกีฬาฟุตบอล เช่น กางเกงขาสั้น เสื้อเจอร์ซีย์ และ เสื้อแจ็คเเก็ตก่อนลงแข่ง มาดัดแปลงให้เกิดรูปทรงใหม่ ๆ ผลลัพธ์ก็คือเสื้อผ้าที่มีการตัดเย็บเรียบหรูแบบอิตาเลียน ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นพั้งก์แบบลอนดอนในยุค 70s และ 80s ดีไซเนอร์ชื่อดังนำสไตล์แบบยุโรปของเขามาสู่ คอลเลคชั่นใหม่ของรองเท้าฟุตบอลไนกี้ด้วยแรงบันดาลใจจากกีฬาโปรดของคนทั่วโลก เขานำรองเท้ารุ่นคลาสสิกมาผสมผสานกับสไตล์ที่แปลกใหม่ของเขา พร้อมกลิ่นอายพั้งก์จากยุค 70s ในลอนดอน รังสรรค์ออกมาเป็นคอลเลคชั่น ที่มีความโดดเด่นและไม่เหมือนใคร
ในตลาดสินค้า ใครตัวเล็กตัวใหญ่ไม่ได้วัดจากผลกำไรเพียงอย่างเดียว เบื้องหลังความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ยังคงอยู่ใน Top of Mind ของพวกเราเสมอมันต้องมีดีในมิติอื่นด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกปี BRANDZ ออกมาจัดอันดับมูลค่าของแบรนด์ว่าปีที่ผ่านมาผลงานของธุรกิจแต่ละอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หน้าเก่าที่ผลัดเปลี่ยนกันมาโชว์ความเก๋าในสนามผู้บริโภคในปัจจุบัน WHO’s BRANDZ? แน่นอนว่าชื่อของ BRANDZ ในฐานะโพลล์จัดอันดับแบรนด์ระดับโลกคงมีหลายคนคุ้นหูหรือคุ้นตากันอยู่บ้าง เพราะเขาถือไม้บรรทัดวัดมูลค่าแบรนด์ต่อเนื่องมายาวนาน ปีนี้เป็นปีที่ 20 แล้ว แต่สิ่งที่บางคนยังไม่รู้คือเจ้าโพลล์ BRANDZ นี้มันได้แต่ใดมา? ใครก่อตั้งและมีไว้ทำไม? BRANDZ เกิดขึ้นจากบริษัทวิจัยทางการตลาดและสื่อสารการตลาดระดับโลก Millward Brown และเป็นบริษัทลูกของ WPP บริษัทโฆษณารายใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าแบรนด์จาก BRANDZ Model ที่ว่าด้วยวิธีสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ 5 ประการ ได้แก่ Presence ทำให้แบรนด์เป็นที่พบเห็นทั่วไป Relevance สร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับลูกค้า Performance คุณสมบัติพื้นฐานของแบรนด์ Advantage ประโยชน์ของแบรนด์ในมุมของลูกค้า Bonding ความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ดังนั้น ทำเนียบมูลค่าที่ BRANDZ สำรวจจึงมาจากหลายมิติ ไม่ใช่แค่ผลกำไรที่แบรนด์ทำได้เท่านั้น แต่มุมมองการรับรู้ของแบรนด์ที่มีต่อผู้บริโภคและความภักดีจะถูกเก็บมาใช้เป็นคะแนนในการคำนวณร่วม ส่วนประโยชน์ของการจัดอันดับวิน-วิน ทั้งสองฝ่าย ด้านเจ้าของแบรนด์ก็ได้เห็นผลลัพธ์ของการลงทุนลงแรงทำงานตลอดปี แบรนด์ดีมีกำลังใจและหาหนทางเป็นดาวค้างฟ้าต่อ
ไม่รู้ว่านี่คือปรากฏการณ์ Butterfly Effect การอุปทานหมู่ หรือวงล้อยุคสมัยแห่งดนตรีเวียนมาบรรจบพอดี แต่ที่แน่ ๆ คือสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่านี่คือปีทองของวงการ Hip-Hop ไม่ใช่แค่ในไทย แต่กระแสทั่วทั้งโลกก็กำลังมาไม่ต่างกัน เห็นได้ชัด ๆ จาก Billboard Chart ชาร์ตเพลงอันดับ 1 ของโลก 100 อันดับแรกมีเพลง Hip-Hop เกินครึ่ง หรือถ้าเป็นในไทย รายการโทรทัศน์เกี่ยวกับ Hip-Hop ก็ได้รับความนิยมอย่างสูงจนเป็น Talk of the Town นอกจากนั้นคลับบาร์แนว Hip-Hop ที่เมื่อก่อนแทบจะนับจำนวนคนในร้านได้ แต่ตอนนี้ต้องไปรอต่อคิวเข้าตั้งแต่หัวค่ำ เพราะฉะนั้นคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่ากระแส Hip-Hop กำลังมาแรงจริง ๆ แต่ในทุกความเจริญก้าวหน้าย่อมมีสิ่งไม่ดีซ่อนอยู่เสมอ วงการ Hip-Hop ก็เช่นเดียวกัน แน่นอนว่าความขัดแย้งนั้นมีเนิ่นนานแล้ว แต่เมื่อประชากรในวงการเยอะขึ้น แสงสปอร์ตไลท์ส่องเข้ามาในวงการมากขึ้น ความขัดแย้งก็ดูจะเด่นชัดและเป็นสาธารณะมากขึ้น Hip-Hop เป็นแค่คำนิยามกว้าง ๆ ซึ่งสามารถแบ่งประเภทแยกย่อยออกไปอีกได้มากมาย และนี่คือต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง เพราะรสนิยมของคนเราย่อมไม่เหมือนกัน จึงเกิดการแบ่งฝ่าย พูดจาข่มกันไปมาว่าแนวนี้ดีกว่าแนวนี้
ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่ขายดีที่สุดตลอดกาลแบบไม่มีใครกล้าเทียบไปแล้วสำหรับ One Piece เรื่องราวของกลุ่มโจรสลัดที่นำโดยมังกี้ ดี ลูฟี่ และออกเดินทางสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่เพื่อตามล่าความฝันในการเป็นจ้าวแห่งโจรสลัด โดยล่าสุดซีรีส์การ์ตูนเรื่องนี้ทำยอดขายรวมทั่วโลกกว่า 440 ล้านเล่ม ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Dragon Ball ซึ่งทำยอดขาย 240 ล้านเล่มแบบไม่เห็นฝุ่น อะไรคือปัจจัยของความสำเร็จนี้? หนึ่งในวลีที่เหล่าผู้ประสบความสำเร็จมักจะพูดกันเสมอคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจะประสบความสำเร็จนั้นคือคุณต้องคลั่งไคล้กับสิ่งที่คุณทำ ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องนี้ Eiichiro Oda ผู้เขียน One Piece ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน เราไปดูกันดีกว่าเคล็ดลับและวิธีการทำงานของเขากัน ว่ากว่าจะพาการ์ตูนเรื่องหนึ่งเดินทางขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ต้องฟันฝ่าอะไรมาบ้าง เพราะการเดินทางแสนยาวไกลจึงไม่อาจพักผ่อน “ทำไม One Piece ออกช้าจังไม่ทันใจเลย”, “One Piece อาทิตย์นี้งดอีกแล้ว เซ็งว่ะ” ถ้าคุณเคยเป็นคนหนึ่งที่เคยมีความคิดแบบนี้ลองฟังความจริงข้อนี้ก่อนรับรองว่าความคิดคุณจะเปลี่ยนไปแน่นอน ชีวิตประจำวันของชายวัย 43 ปีนาม Eiichiro Oda เริ่มต้นลุกจากเตียงตั้งแต่ตี 5 ฟ้ายังไม่ทันสว่างด้วยซ้ำ และเริ่มต้นทำงานทันทีโดยไม่ลุกไปไหน ไม่มีการพัก เว้นแต่ตอนทานข้าวหรือเข้าห้องน้ำเท่านั้น จนกระทั่งเวลาตี 2 เขาถึงจะลุกจากโต๊ะทำงานไปนอน สรุปแล้ว Eiichiro Oda ทำงานวันละ 21


