ปกติแล้วถ้าเห็นชื่อ Manhart เรามักโฟกัสไปที่สมรรถนะหลังผ่านการอัพเกรดเป็นสิ่งแรก แต่สำหรับ Manhart RQ 800 คันนี้ ต้องบอกว่านอกจากจะมีบอกใบ้แรงม้าเอาไว้แล้ว ยังมาในดีไซน์ที่ขรึมและโหดสุด ๆ แม้จะแรงไม่เท่าผลงานในอดีต ‘Manhart RQ 900’ แต่ด้านความหล่อ ต้องยกให้ RQ 800 คันใหม่ไปครอบครอง ในโลกของรถยนต์ SUV ชื่อของ Audi RS Q8 นั้นไม่ทำให้ใครผิดหวัง ด้วยขุมพลัง 4.0-liter twin-turbo V8 ให้สมรรถนะเดิม ๆ จากโรงงานมากถึง 591 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร แม้จะน้อยกว่า Lamborghini Urus ก็เคยไปสร้างสถิติ Production SUV ที่เร็วที่สุดใน Nurburgring มาแล้ว แต่สำหรับ Manhart RQ 800 สามารถปรับจูนจนได้แรงม้ามากถึง 807 ตัว
เรื่องเทคโนโลยีของ Tesla เป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ แต่เรื่องคุณภาพการผลิตที่มีปัญหา ก็เป็นสิ่งที่หลายคนรับรู้ ซึ่ง Tesla มักจะกระซิบเจ้าของให้นำรถเข้าไปรับการแก้ไข แต่ในกรณีนี้เกี่ยวข้องกับการเรียกรถมากถึงเกือบ 500,000 คัน ซึ่งครั้งนี้ Tesla ต้องร่วมมือกับ National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รถยนต์ทั้งหมดที่ Tesla ทำการ recall ในครั้งนี้เกิดจากปัญหาการผลิตที่เสี่ยงให้เกิดอันตรายรุนแรงบนทางหลวงได้ ประกอบไปด้วย Model 3 ที่ผลิตในช่วงปี 2017 – 2020 จำนวน 356,309 คัน เนื่องจากการวางตำแหน่งสายเชื่อมต่อ rearview camera อาจเกิดความเสียหายจากการเปิดปิดฝาท้าย จนไม่สามารถแสดงผลได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือ Model S จำนวน 119,000 คัน เนื่องจากเป็นปัญหาเกี่ยวกับตัวล็อกฝากระโปรงหน้า ซึ่งหากปล่อยเอาไว้ไม่แก้ไข อาจจะทำให้ฝากระโปรงหน้ารถหลุดเปิดขึ้นมาบังทัศนวิสัยของผู้ขับจนเกิดอุบัติเหตุได้ อย่างไรก็ตาม Tesla ออกมารายงานว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากสองปัญหานี้ ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง
ช่วงสองปีที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับความหนักหน่วงในการใช้ชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจากผลกระทบของโรคโควิด ที่ ณ ตอนนี้สถานการณ์ก็ยังไม่ค่อยน่าไว้วางใจซักเท่าไหร่ แต่ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป แต่การที่เราจะฝ่าฟันมันไปได้บางครั้งก็ต้องหาอะไรมากระตุ้นจิตใจด้วยเช่นกัน ซึ่งเพลงก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใครหลาย ๆ คนใช้มันแทนความรู้สึก และในบางครั้งมันก็ยังมอบกำลังใจให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อ Unlockmen ขอนำเสนอ 10 เพลงร็อกปลุกใจให้ลุกขึ้นซัดฟัดกับทุกปัญหา ให้เป็นยาชูกำลังให้ทุกคนได้ต่อสู่กับในปี 2022 ครับ 1.SURVIVOR – EBOLA เปิดหัวกันมาด้วยบทเพลงจัดหนักสไตล์นูเมทัลของวง Ebola ที่ใครได้ยินได้ฟังเมื่อไหร่ต้องใจขึ้นกันทุกครั้ง โดยเฉพาะท่อนฮุคที่มาพร้อมเสียงสำรอกสุดสะใจว่า “เราต้องไม่ตาย ไม่ว่าจะยังไง เราต้องไม่ตาย ไม่ว่ายังไง สู้ ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ก็ไม่รอด ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ก็ไม่รอด ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ก็ไม่รอด ต้องสู้ ต้องรอด ไม่สู้ก็จะไม่รอด เราจะต้องสู้ ต้องรอด” สำหรับเพลง “Survivor” เป็นเพลงพิเศษที่ถูกรวมอยู่ในอัลบั้ม Deluxe Edition ของ Enlighten 2.พลังแสงอาทิตย์ – SWEET MULLET ผลงานจากอัลบั้ม
พูดถึงชื่อ Lexus ภาพที่เรานึกถึงคือความหรูหรา นุ่มนวลสะดวกสบาย คงไม่มีใครคาดคิดที่จะได้เห็นค่ายรถสุดหรูจากญี่ปุ่นจะออกมาดีไซน์ยานพาหนะสไตล์ Buggy สำหรับลุยป่าลุยเขาที่ดูดิบโหดพร้อมลุย เรียกว่า Lexus ROV (Recreational off-highway vehicle) นอกจากดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา จุดเด็ดที่สำคัญที่สุดของรถคันนี้ต้องยกให้เทคโนโลยีเครื่องยนต์เผาไหม้ที่ใช้ไฮโดนเจนเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมัน ทำให้มันปล่อยไอเสียในระดับ “near-zero emissions” ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Lexus ต่างจากใน LF-FC concept ที่ใช้เทคโนโลยี fuel cell electric vehicle (FCEV) เพราะใน Lexus ROV จะใช้การฉีดไฮโดนเจนเข้าไปจุดระเบิดในเครื่องยนต์ 1 ลิตรแทนที่น้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง โดยมีถังแรงดันสูงสำหรับบรรจุไฮโดนเจนอยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นหลักการทำงานของรถยนต์ปกติ ที่เปลี่ยนเชื้อเพลิงและลดมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเหตุผลในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้มีข้อดีคืออารมณ์การขับขี่ที่ได้ฟิลลิ่งการขับขี่ การตอบสนอง และเสียงเครื่องยนต์เหมือนรถยนต์ปกติที่ทุกคนคุ้นเคย ต่างจากการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่ทุกประสาทสัมผัสจะถูกทิ้งหายไปหมด “the exciting sound of an ICE and the responsive rise in torque
ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้นเท่าไหร่ ความสะดวกสบายยิ่งมีมากขึ้น และตอนนี้ทาง LG ได้นำเสนอคอนเซ็ปท์อุปกรณ์ใหม่ที่ช่วยให้การรับชมภาพเคลื่อนไหวมีความบันเทิงเริงรมย์มากขึ้น LG DISPLAY เปิดตัว “Media Chair” คอนเซ็ปท์เก้าอี้อัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเก้าอี้ตัวนี้จะมาในดีไซน์แบบครึ่งวงกลม (semi-circular) และประกอบไปด้วย หน้าจอ OLED ขนาด 55 นิ้วที่มีรัศมีความโค้งแบบ 1,500 R และภายในเทคโนโลยี Cinematic Sound ที่พัฒนาโดยบริษัทเอง ซึ่งทำให้หน้าจอสามารถสั่นไหวและส่งเสียงได้ โดยไม่ต้องมีลำโพงตัวนอกมาเสริม นอกจากนี้ หน้าจอของเก้าอี้ยังมาพร้อมกับ ฟังก์ชันจุดหมุน (pivot function) ที่สามารถเปิดใช้งานได้ผ่านปุ่มที่อยู่บริเวณที่พักแขนด้านขวา ซึ่งมีหน้าที่ในการหมุนหน้าจอทั้งในมุมแนวตั้งและแนวนอน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับมุมมองหน้าจอให้เหมาะกับสิ่งที่เราต้องการจะชมได้ นอกจากนีัตัวหน้าจอยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี self-emitting pixels จำนวนหลายล้าน และ backlight แยกที่ทำงานร่วมกันและทำให้เกิดภาพที่มีคุณภาพสูง ทาง LG จะจัดแสดงเทคโนโลยีนี้ในงาน CES 2022 ที่จัดขึ้นในเดือนมกราคมนี้ ที่เมืองลาสเวกัส รวมกับอุปกรณ์อื่น เช่น Virtual Ride สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ CES
บางครั้งสิ่งที่ถูกลืมไปในอดีตก็กลับมามีความสำคัญในอนาคต เช่นเดียวกับแผ่นไวนิล ที่เคยหายหน้าหายตาไปหลายสิบปี โดนยุคของเทปและซีดีกลบไปแบบแทบไม่เหลือที่ยืน แต่สุดท้ายไวนิลก็ได้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งไปทั่วโลก และหลาย ๆ คนยังคงยกย่องให้แผ่นไวนิลเป็นฟอร์แมตที่ถ่ายทอดเสียงออกมาได้ดีที่สุด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมันก็ขึ้นอยู่กับเครื่องเล่นไวนิลด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันเครื่องเล่นไวนิลมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ มีตั้งแต่ราคาถูกจนไปถึงราคาแพงขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่วันนี้เราขอนำเสนอ Sony PS-LX310BT Turntable with Bluetooth ที่มาพร้อมกับดีไซน์สุดเท่ในสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานความวินเทจของแผ่นไวนิลได้อย่างลงตัว Sony Turntable ใช้การเชื่อมต่อลำโพงและหูฟังของคุณด้วยระบบ Bluetooth และสามารถเชื่อมต่อด้วยสาย Output กับตัวเครื่อง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้คุณได้สร้างความมั่นใจในการเลือกเสพย์เสียงดนตรีได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของควบคุมการใช้งานก็ตอบโจทย์ความสะดวกสบายจบได้ในขั้นตอนเดียว เพียงแค่คุณวางแผ่นไวนิลลงไปในตัวเครื่อง โทนอาร์มจะลงมาสัมผัสกับแผ่นและเดินไปหาร่องเสียงโดยอัตโนมัติ และเมื่อเล่นแผ่นจนจบแล้วมันก็ดีดตัวขึ้นไปโดยอัตโนมัติเช่นกัน นอกจากนั้นแล้วยังมีสวิตซ์ไว้คอยปรับเกนของเสียงให้เหมาะกับความต้องการของผู้ฟังเพื่อเติมเต็มอรรถรสการฟังเพลงให้เหมาะกับความต้องการของคุณเอง อีกหนึ่งสิ่งที่จะไม่พูดถึงเลยคงจะไม่ได้เลยคือโหมดปรับความเร็วที่มี 2 ระดับด้วยกัน ได้แก่ 33⅓ และ 45 รอบต่อนาที แถมยังมีฝาครอบกันฝุ่นแบบหนาที่ช่วยลดแรงกดเสียงและเพิ่มความเสถียรในการเล่นแผ่นเสียงไวนิล พร้อมด้วยกลไกของสายพานที่หล่อมาจากอะลูมีเนียมที่มีส่วนช่วยให้การเล่นมีความชัดเจนได้ดีเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจจริง ๆ สำหรับ Sony PS-LX310BT Turntable with Bluetooth ที่ตอนนี้สนนราคาอยู่ที่ $230 หรือประมาณ 7,000 บาทปลาย ๆ
ด้วยกระแสความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศจีนที่มีสูงมาก แม้ Tesla จะยอมลงทุนตั้งโรงงานผลิตในประเทศจีน ก็ยังไม่สามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้เต็มความต้องการที่มีมหาศาล จึงเป็นช่องว่างที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของจีนต่างสนใจในการพัฒนาค้นคว้า Electric Car ของตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่กับทาง Huawei โดยผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า “Aito M5” ไม่ใช่รถยนต์จากค่ายเก่าแก่ของจีน แต่เป็นผลงานระดับ masterpiece ของเจ้าพ่อ Tech giant อย่าง Huawei หากใครติดตามข่าวคราวอย่างใกล้ชิด จะทราบว่า Huawei นั้นแซง Apple ในด้านการพัฒนา Electric Car ไปแล้ว โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Huawei ได้เปิดตัวรถยนต์คันแรก “SF5” ที่พัฒนาร่วมกับ Cyrus ล่าสุดเป็นผลงานคันที่สองของ Huawei “Aito M5” มันไม่ใช่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% แต่ยังมีแหล่งพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย (PHEV) ซึ่งข้อดีที่ Huawei บอกก็คือมันจะให้สมรรถนะที่สูงกว่าจากการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้าและพลังงานเผาไหม้ รวมถึงสามารถขับใช้งานได้ระยะทางมากกว่า Tesla Model Y เพราะแม้แบตเตอรี่จะหมด ก็ยังสามารถขับต่อได้ด้วยพลังงานเชื้อเพลัง โดยหวังว่าจะจับกลุ่มลูกค้าจีนส่วนใหญ่ที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุดเมื่อเทียบบรรทัดต่อบรรทัด
ชวนทุกคนมานับถอยหลังสู่ปี 2022 ทบทวนการใช้ชีวิตในปีนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเหล่าศิลปินดังทั้ง 4 คนที่เราคุ้นเคยผลงานอย่าง P7, Benzilla, Rukkit และ Lolay พร้อมพูดคุยถึงมุมมองก้าวต่อไปของศิลปะที่กำลังสร้างความท้าทายใหม่อย่างวงการ NFT และโลก Metaverse ในสายตาของพวกเขาที่อยู่ในวงการศิลปะมายาวนาน อะไรบ้างที่ต้องรู้ ต้องปรับตัว และต้องยืนหยัด…เพราะศิลปะไม่ได้มีแค่เทคนิคแต่เชื่อมโยงไปถึงจิตใจ P7 P7 ศิลปินสตรีทอาร์ตที่มีผลงานมากมายได้รับการยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ เขาเคยฝากผลงานน่าสนใจเข้าร่วมเทศกาลศิลปะดังอย่าง BAB 2020 และได้ร่วมโปรเจกต์กับหลายแบรนด์ดังนับไม่ถ้วน ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ผลิตไม่เคยซ้ำและมุมมองการสร้างสรรค์งานสุดคอนทราสต์ “จริง ๆ ช่วงโควิดไม่ได้เจออุปสรรคอะไรเลยนะ มีแค่อย่างเดียวคือการทำโครงการข้างนอกที่เขาจะจ้างเราไปทำอาร์ตดีไซน์หรืออาร์ตตกแต่ง มันอาจจะทำไม่ได้เพราะว่าเป็นช่วงโควิดเราก็เลยขอเลื่อนไปก่อน แต่ระหว่างที่เลื่อนเรามีงานส่วนตัวอยู่แล้วคือเพ้นท์ติ้งเพราะมีนักสะสมจองคิวภาพ พี่ก็วาดเพ้นท์ติ้งที่สตูดิโอตอนช่วงโควิดทุกวัน วาดแบบสไตล์พี่คือวาดไม่ซ้ำเลย แล้วก็ทำคิดแบบการทำประติมากรรมไปด้วยเพราะช่วงโควิดเราไม่ได้เข้าโรงปั้น ก็แทบจะไม่กระทบอะไรเลย” NFT คือความมันและการร่วมโปรเจกต์กับคนรู้ใจ “พี่เป็นคนชอบงานแฮนด์เมด ไม่เก่งคอมฯ และพี่ไม่คิดจะเรียนรู้คอมฯ ด้วยเพราะพี่สนุกกับการทำงานด้วยมือ พอ NFT มา มันก็เป็นอีกมีเดียนึง เรื่อง NFT แม้มันสามารถจะผลิตชิ้นเดียวที่ทำออกมาแล้วไม่ซ้ำในรูปแบบดิจิทัล แต่ว่า สำหรับพี่มันก็คืองานดิจิทัล มันก็เป็นอีกแขนงนึง เด็กก็มีโอกาสที่จะทำงานคอมพิวเตอร์ทางอาร์ตได้ มันก็เปิดกว้างดี แต่ส่วนตัวพี่ยังไม่ได้อินขนาดนั้น
ใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง “Sex and the City” คงคุ้นเคยกับตัวละครที่ชื่อว่า “Carrie Bradshaw” นักเขียวสาวสวยผู้เป็นตัวละครหลักในเรื่อง นิสัยของเธอมีความน่าสนใจมาก คือ เธอคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง ปัญหาของเธอต้องมาก่อนปัญหาของคนอื่นเสมอ และเพื่อนมีหน้าที่คอยให้กำลังใจเธอเท่านั้น นิสัยที่ชอบทำตัวเหมือนเป็นตัวเอกในเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ในทางจิตวิทยา เรียกว่าเป็น Main Character Syndrome หรือ อาการของตัวละครหลัก ซึ่งคนที่มีอาการนี้มักมองว่าตัวเองเป็นตัวเอกในเรื่องราวชีวิตของตัวเอง และคนอื่นเป็นเพียงตัวละครสมทบเท่านั้น พวกเขาจึงไม่ค่อยสนใจชีวิตของคนอื่นมากนัก และมองว่าชีวิตของตัวเองสำคัญที่สุด หากไม่ได้รับการเปลี่ยนนิสัย อาจส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตได้ อาการนี้มักพบในคนรุ่น GenZ ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี ซึ่งมีความผูกพันกับการใช้เทคโนโลยี พวกเขามักพยายามหนีจากโลกความเป็นจริง โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการสร้างตัวตนใหม่ เช่น แต่งภาพให้ดูดีขึ้น หรือ แต่งเรื่องราวของตัวเองให้ดูน่าสนใจ แม้การมองตัวเองเป็นตัวละครหลัก จะช่วยให้เรามีความมั่นใจในการใช้ชีวิตและมองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงมันก็สะท้อนถึงปัญหาเรื่องความมั่นใจในตัวเองเหมือนกัน เพราะคนกลุ่มนี้มักอ่อนแอต่อคำวิจารณ์มาก และเป็นพวกนิยมความสมบูรณ์แบบ จึงพยายามใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือที่แสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองสุดยอดแค่ไหน เช่น การแต่งรูปให้ดูดี หรือ การแต่งเรื่องราวของตนเองให้คนสนใจ ปัญหาของ Main Character Syndrome คือ
ช่วงเวลาปลายปีของปีที่แล้ว Gucci และ The North Face ได้เปิดตัว collaboration collection ออกมาเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลก และในปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่มีการร่วมมือแบบ cross-category ระหว่างแบรนด์ luxury และแบรนด์ adventure ในดีไซน์การออกแบบที่นักสะสมไม่ควรพลาด การร่วมมือกันครั้งใหม่ระหว่าง Gucci x The North Face รอบนี้มีทั้งจุดเด่นด้านเทคโนโลยีในการพิมพ์และดีไซน์ที่แตกต่างในเสื้อผ้า ready-to-wear กระเป๋าเดินทาง รองเท้า และ accessories สำหรับชายและหญิง ซึ่งใน collection นี้จะเป็นการผสมผสานโลโก้ของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ยิ่งดูยิ่งเหมือนว่าทั้งคู่จะต้องจับมือกันต่อในระยะยาวอย่างแน่นอน มุมมองความคิดสร้างสรรค์ที่เฉียบคมของ Alessandro Michele, creative director จากบ้าน Gucci ใช้แรงบันดาลใจจากดีไซน์ที่มีกลิ่นอายจากยุค ’70s และ ’90s ในการออกแบบ collection ที่เต็มไปด้วย item น่าสนใจหลายชิ้น แม้จะไม่เหมาะกับการใส่ในบ้าเราเท่าไหร่นัก แต่ก็น่าสะสมเก็บไว้ยามบินไปใส่ในเมืองหนาว หรือจะใส่เดินห้างที่เปิดแอร์หนาว ๆ ก็เท่ได้
การได้เห็นนักเตะจากเอเชีย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปค้าแข้งในยุโรปดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว โดยเฉพาะในเวทีพรีเมียร์ลีกที่มีนักเตะเชื้อชาติเหล่านี้เฉิดฉายและสร้างชื่อเสียงมาตลอดระยะเวลาเกือบ ๆ 20 ปี ไม่ว่าจะเป็น Hidetoshi Nakata, Junichi Inamoto, Park Ji-Sung, Shinji Kagawa, Shinji Okazaki, Son Heung Min เป็นต้น และล่าสุดกับกองหลังวัย 23 ปี นามว่า “Takehiro Tomiyasa” ที่ย้ายข้ามฝากมาจากทีม Bologna ในอิตาลี มาสู่เมืองลอนดอนกับทีมไอปืนใหญ่ Arsenal Tomiyasu เป็นคนที่หลงใหลกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ๆ เขามีทักษะที่โดดเด่นเกินวัยและดูเหนือกว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน โดยเฉพาะความเร็วอันจัดจ้านจนไปเตะตาแมวมองนามว่า Kanji Tsuji ถึงขนาดยอมลงทุนไปพูดคุยกับผู้ปกครองของ Tomiyasu เพื่อให้เขาได้มีเวลาฝึกฝนฝีมือให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งโชคดีที่ทางบ้านเข้าใจและมองเห็นอนาคตในอาชีพนักฟุตบอล จนทำให้ Tomiyasu ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อระดับประถมที่โรงเรียน Sanchiku จนกระทั่งวัย 11 ปี เขาก็เกือบได้ย้ายไปเล่นฟุตบอลที่ประเทศสเปนแล้ว แต่สุดท้ายมันกลับล้มเหลว ล้มเหลวกับการย้ายไป
แม้จะเป็นสัปดาห์แห่งวันหยุดแล้ว แต่หลายคนอาจกำลังอยู่หน้าจอคอมหรือมือถือตรวจสอบ Inbox จากอีเมล์ที่ทำงานอยู่ บางคนอาจกังวลว่าจะมีงานด่วนเข้ามารึเปล่า หรือ กลัวว่าจะพลาดการตอบอีเมล์สำคัญไป ส่งผลให้พวกเขาต้องหมั่นเช็คอีเมล์อยู่ตลอดเวลา อาการนี้มีชื่อเล่นว่า Email Anxiety และเป็นอาการที่ทำร้ายเราได้มากกว่าที่คิด มันจะทำให้เราเครียดแม้ในวันหยุด และขัดขวางการพักผ่อนของเรา UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีรับมือกับอาการนี้ให้อยู่หมัด Email Anxiety เกิดขึ้นได้อย่างไร ในช่วงที่เราต้องทำงานอยู่บ้าน เราอาจซัฟเฟอร์กับ Email Anxiety ได้ง่ายขึ้น เพราะการเปลี่ยนวิธีทำงาน มาทำงานที่บ้าน อาจทำให้หลายบริษัทเริ่มจู้จี้กับพนักงานมากขึ้น จนหลายคนเริ่มมีเวลาทำงานที่ไม่แน่นอน และสูญเสียความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต (work-life balance) ไป สุดท้ายสภาพจิตใจของพวกเขาก็ตกอยู่ในอันตราย เมื่อเราไม่รู้ว่าเวลาไหนควรหยุดดูอีเมล์จากที่ทำงาน เราจะไม่สามารถคลายความเครียดและความกังวลเรื่องงานไปได้ เพราะเราจะรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้สนใจเรื่องงานตลอดเวลา จนใกล้จะถึงเวลานอนแล้ว เราอาจกำลังดูอีเมล์อยู่ก็เป็นได้ นอกจากนี้ Email Anxiety สามารถเกิดขึ้นได้จากการทำงานของสมอง เช่น ความต้องการอยากทำงานให้สำเร็จ พอเราตรวจสอบอีเมล์จากที่ทำงานเสร็จ สมองจะหลั่งฮอร์โมนโดปามีนซึ่งทำให้เราเกิดความรู้สึกดี เราจึงอยากดูอีเมล์ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง อีเมล์อาจไม่ได้เข้ามาในเวลางานเสมอไป หรือ บางวันอีเมล์งานอาจเยอะมากเกินเราจะเช็คหมดในวันเดียว เพราะฉะนั้น การไล่ตามอีเมล์ตลอดเวลา จึงมีแต่ทำให้เรารู้สึกเครียดกังวล


