ศิลปะนอกจากจะถ่ายทอดออกมาจากปลายพู่กัน, ดินสอ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้แล้ว การใช้เข็มก็สามารถถ่ายทอดความงดงามออกมาได้เช่นกัน ซึ่งทุกคนต่างคุ้นเคยกับวิธีนี้กันเป็นอย่างดีและรู้จักกันในชื่อของ “งานสัก” แต่การถ่ายทอดมีความแตกต่างจากวิธีอื่น ๆ เพราะมีผิวหนังบนร่างกายของมนุษย์เป็นภาชนะในการรองรับ “ภาณุพงศ์ ลู” ใช้นามปากกาในการสักว่า “LUJU.TATTOOER” (LUJU มาจากคำว่า “ลู” = นามสกุล, “จู” = จูเนียร์ เพราะเป็นน้องคนเล็ก) จบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คือหนึ่งในบุคคลที่นิยมชมชอบถ่ายทอดงานศิลปะที่ตัวเองหลงใหลลงบนผิวหนังด้วยสไตล์ที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจกับการหยิบจับเอารูปของพืช, โครงกระดูก และสัตว์ ให้กลายมาเป็นงานสัก ทำให้ใครหลาย ๆ คนยอมควักเงินเพื่อจารึกรอยลงบนร่างกายของตัวเอง มาทำความรู้จัก LUJU ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ จุดเริ่มต้นการเป็นช่างสัก “เป็นคนชอบงานสักมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ ชอบรอยสักที่มันดูเล็ก ๆ เพราะตอนแรกเห็นรอยสักใหญ่ ๆ เต็มหลังแล้วรู้สึกกลัว แต่มาเริ่มสนใจอยากเป็นช่างสักจริง ๆ คือตอนเรียนอยู่ปี 2 เป็นช่วงกำลังหางานพิเศษทำแล้วบังเอิญไปเห็นพวกช่างสักทำให้เรารู้สึกสนใจ ก็เลยตัดสินใจไปซื้ออุปกรณ์มาลองสักดูครับ” “ตอนแรกก็เริ่มฝึกจากสักลงบนหนังเทียม ต่อมาก็ได้มีโอกาสลองบนร่างกายของเพื่อน ใช้เวลาฝึกอยู่ประมาณ
ใครที่ชอบถ่ายรูปและเดินทางไม่ควรพลาด กล้อง INSTAX Mini 11 ลายใหม่ที่เกิดจากการคอลแลประหว่าง Fujifilm และวงบอยแบนด์เกาหลี BTS โดยลวดลายบนกล้องตัวนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “Butter” เพลงประจำฤดูร้อนของกลุ่มศิลปินชื่อดัง กล้องตัวนี้จะมาในสีเหลืองสดใส พร้อมลวดลาย Pop สีพาสเทลบน Lens Bezel และลักษณะเด่นอื่น เช่น ปุ่มกดชัตเตอร์แบบอ่อนที่มาในรูปทรงเนย หัวใจ และเพชร นอกจากนี้ทาง Fujifilm ยังผลิตม้วนฟิลม์ INSTAX MINI เวอร์ชั่น BTS ออกมาใช้คู่กัน สำหรับฟีเจอร์เด่นของ INSTAX Mini เวอร์ชั่น BTS ก็เหมือนกับกล้อง INSTAX ทั่วไป คือ อนุญาตให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพได้แบบทันที และตัวกล้องยังมีฟังก์ชัน Automatic Exposure ที่ทำให้ตัวกล้องสามารถวิเคราะห์แสงจากภายนอกได้แบบอัตโนมัติ และทำการปรับความเร็วชัตเตอร์และแฟลชให้เข้ากับสถานการณ์ และตัวกล้องยังมาพร้อมกับโหมด Selfie ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพใกล้ได้ (Close-Up Shot) สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายกล้องทั่วไป เช่น BIG CAMERA
ตอนนี้หลายประเทศในยุโรปได้อนุญาตให้การการุณยฆาต (Euthanasia) เป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น เบลเยี่ยม เยอรมัน หรือ เนเธอร์แลนด์ ซึ่งล่าสุดได้อนุญาตให้เครื่องการุณยฆาตที่ชื่อว่า Sarco กลายเป็นของถูกกฎหมาย และคนทั่วไปสามารถใช้งานได้ Sarco คือ เครื่องการุณยฆาตที่ได้รับการพัฒนาโดย Philip Nitschke จาก Exit Internaional องค์กรที่รณรงค์เรื่องการการุณยฆาตและการช่วยฆ่าตัวตายอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเครื่องแคปซูลแห่งความตายนี้ถูกผลิตด้วยวิธีการพิมพ์ 3 มิติ และสามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานที่ไหนก็ได้ วิธีการใช้งานเครื่องนี้ คือ ผู้ใช้งานลงไปนอนในแคปซูล และกดปุ่มที่อยู่ภายในเครื่อง จากนั้นออกซิเจนในเครื่องจะลดลงอย่างรวดเร็วจาก 21% เหลือเพียง 1% และภายในเวลา 30 วินาที พื้นที่ส่วนใหญ่ในเครื่องจะถูกแทนที่ด้วยไนโตรเจน ผู้ใช้งานจะรู้สึกผ่อนคลายและร่าเริง ก่อนที่จะเสียชีวิตเพราะภาวะออกซิเจนต่ำ (hypoxia) และการลดระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด (hypocapnia) ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 5 – 10 นาที เป้าหมายของ Sarco คือ ต้องการทดแทนวิธีการการุณยฆาตแบบเดิม ซึ่งต้องใช้การฉีดสารเคมีเข้าร่าง เช่น Sodium Pentobarbital
ตอนนี้การลงทุนในทรัพย์สินดิจิทัล เช่น สกุลเงินคริปโต (Cryptocurrency) กำลังเป็นเทรนด์ยอดฮิตที่หลายคนให้ความสนใจ บางคนอาจซื้อเหรียญคริปโต เช่น Bitcoin หรือ Ethereum เก็บไว้รอเกร็งกำไรในอนาคต หรือ บางคนอาจลงทุนใน GameFi และใช้มันในการทำรายได้ให้ตัวเอง แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนดิจิทัลแบบไหนก็ควรระวังสิ่งที่เรียกว่า ‘เสพติดการลงทุนในสกุลเงินคริปโต’ (Cryptocurrency Addiction) ซึ่งเป็นอาการที่ทำให้ชีวิตของเราย่ำแย่ลงได้เหมือนกัน Cryptocurrency Addiction เกิดขึ้นได้อย่างไร เนื่องตลาดซื้อขายคริปโตไม่มีตัวกลาง (เช่น ธนาคาร) ที่ทำหน้าที่ดูแลการทำธุรกรรมของคนในตลาด การซื้อขายเงินสกุลนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ราคาของสกุลเงินคริปโตจึงผันผวนได้ง่ายกว่าการลงทุนประเภทอื่น กล่าวคือ ในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที เราอาจได้รับเงินจำนวนมหาศาล และสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลได้ นอกจากนี้เป็นตลาดที่เปลี่ยนแปลงง่ายแล้ว มันยังเป็นตลาดที่เปิดแบบไม่มีวันหยุด และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนเสพติดการลงทุนในคริปโตไม่ต่างจากการเสพติดการพนัน หากใครสงสัยว่าตัวเองเสพติด ลองเช็คดูว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ ได้แก่ เสียเวลาไปกับการเทรดคริปโตมากเกินไป เช็คและกังวลเรืองราคาของหรียญตลอดเวลา จนลืมเรื่องงาน หรือ การทำกิจกรรมอื่นไป มีหนี้สิ้นสะสม หรือ เจอกับปัญหาด้านการเงิน เนื่องจากการเทรดคริปโต โกหกคนรอบตัวเรื่องพฤติกรรมการเทรดคริปโต อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย (mood swing)
ตอนที่เพิ่งตื่นขึ้นมา หลายคนอาจเคนรู้สึกงัวเงีย หรือ สับสน แต่ยังสามารถขยับร่างกายได้ตามปกติ คล้ายกับคนเมาสุรา เราเรียกอาการนี้ว่าเป็น Sleep Drunkness ซึ่งผลของมันสามารถอยู่ได้นานหลายนาที หรือ หลายชั่วโมง และขัดขวางการทำงานและการใช้ชีวิตของเราไม่น้อยเหมือนกัน UNLOCKMEN อยากพาทุกคนไปรู้จักกับอาการนี้มากขึ้น และเรียนรู้วิธีการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นกัน Sleep Drunkenness คือ อะไร Sleep Drunkness คือ อาการสับสนมึนงงที่เกิดขึ้นในช่วงที่เราตื่นนอน โดยอาการนี้มักเกิดขึ้นเมื่อสมองของเราไม่สามารถเปลี่ยนผ่านจากโหมดนอนหลับไปยังโหมดตื่นได้แบบ 100% จนร่างกายอยู่ในสภาพคล้ายสลึมสลือเหมือนคนเมา แต่ก็ยังเคลื่อนไหวร่างกาย เดิน และพูดได้ตามปกติ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อาการนี้เกิดขึ้นมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น พักผ่อนไม่เพียงพอ ความผิดปกติเรื่องการนอนหลับ (เช่น restless legs syndrome, sleep apnea, หรือ Insomnia) เสพติดการดื่มสุรา ใช้ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด ไปจนถึง การนอนไม่เป็นเวลาเนื่องจากมีเวลาทำงานที่ไม่แน่นอน อ้างอิงจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่สัมภาษณ์คนอายุกว่า 18 ปีขึ้นไป จำนวนกว่า 19,000 คน เกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมการนอน การเจอกับ ภาวะสับสนระหว่างการตื่นนอน
การจะนั่งฟังเพลงที่มีความยาวเกิน 5 นาที ดูจะเป็นอะไรที่ไม่คุ้นชินและดูเหมือนว่าเราจะต้องใช้ความอดทนมากกว่าปกติเพื่อฟังให้จบ เพราะโดยปกติทั่วไปแล้วเพลงที่ฮิต ๆ ติดตลาดมักจะมีความยาวที่ไม่เกิน 3 หรือ 4 นาที แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่วง Oasis เลือกที่จะทำตาม พวกเขาเลือกจะฉีกกฎเพื่อแสดงความเป็นตัวเองออกมาในเพลงบัลลาดสุดคลาสสิคอย่าง “Champagne Supernova” ผลงานจากอัลบั้ม (What’s the Story) Morning Glory? ที่มีความยาวมากถึง 7:27 นาที และที่สำคัญพวกเขาทำเพลงนี้ให้กลายเป็นเพลงฮิตขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดใจ อะไรคือความลับที่ซ่อนอยู่ในเพลงนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญอย่างแน่นอน โครงสร้างเพลงเรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา โครงสร้างของเพลงนี้คือการวางแบบสูตรตายตัวทั่ว ๆ ไปคือมีท่อนเวิร์ส, พรีฮุก และฮุก ตามปกติ เป็นของเบสิคที่วงไหน ๆ ก็ใช้กัน แต่ความแตกต่างมันขึ้นอยู่กับที่คนใช้งานมันมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อมันผ่านมันสมองการเขียนเพลงสุดอัจฉริยะของ Noel Gallagher มันก็ยิ่งทำให้เพลงนี้ดูมีความพิเศษและมีแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาดใจ เมโลดี้สะกดคนฟัง บรรยากาศของเพลงค่อนข้างจะไปทางเนิบ ๆ ลอย ๆ เหงา ๆ อินโทรด้วยเสียงคลื่นน้ำกระทบฝั่ง ตามมาด้วยซาวด์กีตาร์ที่มีเมโลดี้สวยงาม ทันทีที่นิ้วกรีดกรายลงไปบนเส้นลวดกีตาร์จนเกิดเป็นโน้ตตัวแรกมันก็สัมผัสได้ถึงพลังอะไรบางอย่างที่พาเราหลุดเข้าไปในโลกของบทเพลงนี้โดยทันที ริฟฟ์กีตาร์คิดไลน์ออกมาได้ไพเราะมีมิติ
เชื่อว่า ณ ช่วงเวลานี้ ในขณะที่หลายคนต่างมุ่งมั่นกับการฝ่าฟันเส้นทางชีวิตเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน คงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เผลอมองข้ามการให้เวลากับครอบครัวไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และเนื่องในโอกาสวันพ่อ UNLOCKMEN x NISSAN TERRA จึงอยากหยิบยกเรื่องราวของ ‘เคนจิ-วันสว่าง’ หนุ่มนักธุรกิจมากไอเดีย ที่กำลังสนุกอยู่กับแบรนด์เสื้อผ้า RYLL & CO ที่เป็นพื้นที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณพ่อผ่านภาพถ่ายแฟชั่นเสื้อผ้าเซ็ตพ่อลูกสุดเฟี้ยวชนิดที่ไม่ต้องสืบว่าความเท่นี้ได้จากใครมา กับไอเดียเริ่มต้นที่มีเหตุผลง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน เพราะแค่อยากชวนคุณพ่อมาหาอะไรทำแก้เหงา และอยากทำลายขอบเขตเส้นแบ่งการใช้ชีวิตระหว่างการทำธุรกิจที่วุ่นวาย ไปพร้อม ๆ กับการได้ใช้เวลากับคุณพ่อให้มากที่สุดก็เท่านั้น ซึ่งแนวคิดของผู้ชายคนนี้เป็นอีกหนึ่งมุมมองดี ๆ ที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายลุกขึ้นมาวางแผนจัดสรรตารางชีวิตใหม่เพื่อใช้เวลากับคนสำคัญข้างกายได้มากขึ้น ติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกสุดมันส์ ที่สะท้อนนิยามคำว่า LIKE FATHER, LIKE SON ออกมาได้อย่างเข้มข้นชัดเจนไปพร้อม ๆ กันได้เลย :: ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น :: “จริง ๆ แล้วตอนวัยรุ่นอายุ 20 กว่า ๆ เราก็ไม่ค่อยอยู่กับพ่อหรอก เราเที่ยวเยอะ ปาร์ตี้บ่อย แต่พอเริ่มเข้า 30 ก็ให้ความสำคัญกับครอบครัวมากขึ้น เพราะเราอยู่บ้านกับพ่อแค่ 2
เป็นแบรนด์ที่ผลิตอะไรมาขายก็ Sold Out หมดภายในไม่กี่นาที และมักจะวางขายแบบเงียบ ๆ หลังจากนกหวีดทรง Cybertruck พึ่งจะวางขายและหมดไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด Tesla เปิดตัว Cyberquad รถ ATV พลังไฟฟ้าสำหรับเด็ก ราคา $1,900 USD (ราว 70,000 บาท) แบบเงียบ ๆ และทันทีที่โลกรู้ มันก็ขายหมดเกลี้ยงในพริบตาเดียวอีกเช่นกัน แม้จะ sold out ไปแล้ว แต่ก็ไม่เสียหายถ้าจะมาดูสเปกของมัน เผื่อในอนาคตมี restock ขึ้นมาจะได้ไม่พลาด อย่างที่รู้กันว่า Tesla เคยโชว์ผลงาน Cyberquad ATV แบบ fullsize ไปแล้วในตอนที่เปิดตัว Cybertruck ซึ่งออกแบบมาให้สามารถบรรทุกใส่กันได้พอดี รอกันไปกันมา ทั้ง Cybertruck และ Cyberquad ก็ยังไม่วางขายสักที แต่ Tesla กลับเลือกส่ง Cybersquad for
“ความรักต้องมี 2 คนเท่านั้น”ถามหนุ่ม ๆ (และไม่ว่าเพศไหน) 100 คน ก็เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยคนนั้นเห็นด้วยกับประโยคนี้แบบปราศจากข้อกังขาทั้งนั้น เพราะขึ้นชื่อว่าความรักความสัมพันธ์ หัวเด็ดตีนขาดก็ต้องรักเดียวใจเดียวสิวะ! เพราะเมื่อไรที่รักงอกจากสอง เป็นสาม เป็นสี่ เป็นห้า ก็เห็นจบไม่สวยสักราย แต่ถ้าเรากำลังจะบอกคุณว่าความรัก ความสัมพันธ์มันอาจไม่ต้องมี 2 คนก็ได้ คุณจะว่ายังไง? อย่าเพิ่งหัวร้อน อย่าเพิ่งเปิดปากพร้อมปะทะคารม UNLOCKMEN ชวนคุณมาเปิดใจทำความรู้จัก POLYAMORY ความรักความสัมพันธ์ที่ว่ากันว่าเข้าใจธรรมชาติของความรักอันมหาศาล และเหมาะกับคนที่มองว่ารักไม่จำเป็นต้องมีแค่ 2 แต่อาจ 3 4 5 หรือจะ 20 ก็ได้ (ถ้าทุกฝ่ายโอเค) POLYAMORY ไม่ได้แปลว่ามั่ว (และไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเปิด) สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจเรื่อง POLYAMORY คือนี่ไม่ใช่การรักไปทั่ว หรืออยากเสพซ่านกับใครก็ได้ ดังนั้นใครที่คิดว่าจู่ ๆ จะเดินไปบอกกับคนที่เรารักว่าคุณแฟนครับ ผมเป็น POLYAMORY ดังนั้นผมจะรักใครก็ได้ นอนกับใครก็ได้ จะไปซาบซ่านเสียวสยิวรัว ๆ ทั่วถึงทั้งโลก แบบนี้ไม่ได้!
เด็กผู้ชายส่วนใหญ่คงเติบโตมาด้วยของเล่นหุ่นยนต์อย่างน้อยหนึ่งตัวหรือมากกว่านั้น จากจินตนาการในวัยเยาว์หุ่นยนต์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นมิตรแท้ เป็นผู้คอยปกป้องปราบปรามศัตรูร้าย หรือเพื่อนที่นอนในอ้อมแขนยามเราหลับไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ภาพจำเหล่านี้ยังคงมีพลังบวกและสามารถสร้างรอยยิ้มให้เราได้ทุกครั้งยามนึกถึง ตั้งแต่อดีต นาฬิกาส่วนใหญ่ถูกออกแบบในแนวทางอนุรักษ์นิยม ด้วยรูปลักษณ์ในแบบฉบับที่ค่อนข้างจำเจ และน่าเบื่อไปหน่อย(สำหรับบางคน) ด้วยหัวคิดที่ขบถและความหลงใหลส่วนตัว Azimuth เลือกที่จะนำภาพจำในอดีตมาถ่ายทอดและส่งต่อผ่านทางนาฬิกาข้อมือ และประถมบทของความคิดนี้ก็ถูกประเดิมด้วย Azimuth Mr.Roboto R1, 2008 ที่สวนกระแสตลาดอย่างคาดไม่ถึง เปลี่ยนแปลงความหรูหราที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือบ่งบอกฐานะทางสังคม ให้กลายเป็นความสุขในอดีตที่อยู่บนข้อมือ ทำให้นาฬิกาใบหน้าหุ่นยนต์เรือนนี้เป็นกระแสและได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีมาตลอดแปดปี จนมาถึงเวอร์ชั่นถัดไป Azimuth Mr.Roboto R2 ที่แฟนซีมากขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น ฝาหลังแซฟไฟร์โชว์กลไก เพิ่มรายละเอียดอีกหลายอย่างเรียกได้ว่าฟูลออปชั่น แต่ความแฟนซีและฟูลออปชั่นแบบนี้ใช่ว่าจะเป็นที่รักของทุกคน แฟนบอยและนักสะสมมากมายกลับถวิลหาความเรียบง่ายแต่มีอะไรซ่อนอยู่แบบ Mr.Roboto R1 ทำให้เกิดการแสวงหามากมายจนทำให้ราคาในตลาดมือสองขยับขึ้นไป 2-3 เท่า จากราคาเดิม ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่ได้พบเจอบ่อย ๆ กับแบรนด์ indie และ newbie แบบนี้ ด้วยการตอบรับและการเรียกร้องจากลูกค้าที่อยากได้รุ่นพิเศษบ้าง Azimuth จึงตัดสินใจเข็น Mr. Roboto Bronzo ออกมา สิ่งที่พิเศษคือการนำ Bronze คุณภาพสูงจาก Germany
ในชีวิตของหลายคนคงเคยพานพบกับคนที่มีความคิดหรือความชอบคล้ายกับตัวเอง และรู้สึกว่าพวกเขามีเสน่ห์และน่าดึงดูดอย่างน่าประหลาด มีคนพยายามอธิบายเรื่องนี้ด้วยความเชื่อเรื่อง กฎแห่งแรงดึงดูด (Law of Attraction) ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาความสุขในชีวิตได้หลายด้าน UNLOCKMEN อยากพาทุกคนไปเข้าใจกฎที่ว่านี้มากขึ้น กฎแห่งแรงดึงดูด คือ อะไร กฎแห่งแรงดึงดูด (Law of Attraction) เป็นหลักปรัชญาที่ได้รับการพูดถึงตั้งแต่ปี 1887 โดยมันสอนว่า ความคิดในแง่ดีจะดึงดูดผลลัพธ์ในเชิงบวก ส่วนความคิดในแง่ลบจะดึงดูดผลลัพธ์ในเชิงลบเช่นเดียวกัน ความเชื่อดังกล่าวมีฐานคิดมาจากความเชื่อที่ว่า ความคิดเป็นเหมือนพลังงานรูปแบบหนึ่งที่สามารถดึงดูดสิ่งที่เหมือนกันได้ โดยพลังงานเชิงบวก (การคิดบวก) จะสามารถดึงดูดความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ของชีวิตได้ เช่น ด้านสุขภาพ ด้านการเงิน และด้านความสัมพันธ์ Law of Attraction ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะหนังสือแนว Self-help ชื่อ ‘The Secret’ (2016) ที่เขียนโดย Rhonda Byrne และมีเนื้อหาอ้างอิงถึงเรื่องกฎแห่งแรงดึงดูด ซึ่งได้รับความนิยมมากจนมียอดขาย 30 ล้านเล่มทั่วโลก และถูกแปลเป็นภาษาอื่นมากกว่า 50 ภาษา สำหรับ Law
ภาพจำของการฟังเทศน์ฟังธรรมในวัดโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นคงจะนึกถึงความน่าเบื่อชวนง่วง แลดูเป็นกิจกรรมของผู้สูงอายุ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับการฟังธรรมะที่ผ่านออกมาจากความครีเอทีฟของพระมหาไพรวัลย์ การดึงศัพท์แปลกใหม่ในโลกของโซเชียล มีเดีย มาปรับใช้ให้เข้ากับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จนเกิดเป็นกระแสที่พูดถึงในวงกว้างโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่หันมาสนใจศาสนามากขึ้นอย่างน่าตื่นเต้น และได้เปลี่ยนจากการฟังเทศน์ที่ต้องเข้าวัดเป็นมาเป็นในแฟนเพจผ่านการ Live แทน อะไรที่ทำให้พระมหาไพรวัลย์ทำได้ขนาดนี้ UNLOCKMEN มีคำตอบมาให้แล้วครับ สภาพ! จุดเริ่มต้นของการห่มจีวร “จริง ๆ ต้องบอกว่าเริ่มต้นตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นจบจากประถม วิธีการแบบคนชนบทสมัยก่อน ถ้าเขาไม่มีเงินที่จะส่งลูกเรียนต่อในระดับมัธยมหรือระดับอุมศึกษา เขาก็จะให้ลูกบวช คนสมัยก่อนเขาจะเรียกว่า ‘บวชเรียน’ ก็เลยเข้าสู่การบรรพชาเป็นเณรตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงทุกวันนี้” “แล้วตอนแรกไม่ได้เคยคิดเลยว่าจะบวชมานานขนาดนี้ อาตมาคิดว่าปกติพระหรือเณร 100 รูป จะมีซัก 90 รูป ที่ไม่ได้คิดว่าจะบวชยาว พระเณรส่วนใหญ่บวชเพื่อศึกษาในช่วงหนึ่ง ตอนนี้มันมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ มาบวชกันแล้วก็ได้เรียน เรียนจบก็สึกออกไปหางานทำกัน อาตมาก็เป็นหนึ่งในนั้น ไม่ได้คิดเลยว่าจะอยู่ยาวขนาดนี้ ก็คิดว่าเรียนไปเรื่อย ๆ ตอนเด็ก ๆ มันก็เรียนไปไม่ได้คิดอะไร แม่บอกให้มาบวชเราก็บวช แม่ก็กำชับมาว่าให้ตั้งใจเรียน เราก็เรียน หน้าที่มีแค่นั้นเอง หลักสูตรคณะสงฆ์มันตั้ง 8 ปี เรียนนักธรรม-บาลี


